ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ลางไม่ดี 100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.6k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลางไม่ดี 100%
แบบอักษร

“ในเมื่อเธอกลับมาแล้ว ฮึก! ปล่อยฉันไปเถิดหนา ฮึก! อย่าให้ต้องทรมานทั้งกายและใจอีกเลย มะ...มันเจ็บ ฮึก ฮือ” เสียงนี้แม้ว่ามันจะไม่มีใครมาได้ยินหรือนั่งฟังแต่เธอก็อยากจะระบายมันออกไปจนสุดใจ หัวใจเธอมันหวั่นไหวกับเขามากโขทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่สิ่งที่เขาทำมันเกินที่เธอคนนี้จะรับมือไหวได้ แม้ว่าอยากจะค้านจิตใจเหลือเกินว่าอยากไปรักคนประเภทนั้น แต่สุดท้ายมันก็ไม่ยอมรักดี ไม่รู้ว่าจะโง่จมอยู่ไปทำไมกัน? ทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันจะไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลยสักนิดหนึ่ง...

เธอค่อยๆยันกายล้าของตนเองขึ้นยืน มือยกขึ้นมาเสร็จน้ำตาที่มันหลั่งรินอย่างลวกๆ พยายามสลัดความอ่อนแอนี้ออกไปจากใจให้ได้มากที่สุดเท่าที่เธอในยามนี้จะสามารถทำมันได้ เเล้วก็เดินทรงตัวพาตนเองออกไปประจำที่อยู่ตรงตำแหน่งของตนเอง ในตอนนี้อัครินหนีหายไปไหนเเล้วเธอก็ไม่อาจทราบได้ ความขุ่นมัวที่มันเกิดขึ้นระหว่างเขาเเละเธอเมื่อไหร่กันที่จะหมดลงไปเสียที การทนทุกข์อยู่กับสิ่งที่ไม่ได้มีส่วนผิดด้วยเลยมันเเสนจะทรมานไม่ต่างจากเขา...


   “สรุปว่าที่นี่มันไม่ได้มีแค่บ้านหลังนี้หรอค่ะ” ในตอนแรกเธอคิดว่าที่นี่มันจะมีเพียงบ้านหลังนั้นหลังเดียวแต่ที่ไหนได้พอไปดูอีกด้านของเกาะมันกลับมีชาวบ้านอาศัยอยู่ด้วย จึงถามป้าวันด้วยความสงสัยว่าที่นี่ทำอะไรกันแน่แล้วเธอก็ได้คำตอบ


    “จ๊ะ ที่นี่คุณวินเขาซื้อไว้จากพวกเจ้าของเก่าที่กำลังจะขายมันทิ้งน่ะค่ะเพราะติดหนี้ เลยทำให้ชาวบ้านที่นี่เดือดร้อนกันยกใหญ่ เผอิญดีนะคะที่ตอนนั้นคุณวินเขามาคุยเรื่องสัญญาที่นี่พอดี แล้วได้ยินเข้าก็เลยตัดสินใจรับซื้อไว้”


     “แล้วชาวบ้านที่นี่เขาทำมาหากินกันยังไงคะ”


    “ก็ตามภาษาคนประมงน่ะจ๊ะ ออกเรือหาปลาไปเรื่อย ได้น้อยได้มากมันก็แล้วแต่ธรรมชาติ วันไหนลมดีอากาศเป็นใจก็ได้กลับมามากโขอยู่ แต่วันไหนที่ลมมันแรงพายุเข้าก็แทบจะไม่ได้กันเลยเพราะออกเรือไปหาปลากันไม่ได้”


     “แล้วอย่างนี้ไม่เดือดร้อนหรอค่ะ หาปลาไม่ได้ก็เท่ากับว่าไม่มีรายได้”


    “จะมีมันก็มีอยู่จ๊ะ บางบ้านก็สานแหส่งขายไปเรื่อยแต่วันๆหนึ่งมันก็ได้ไม่เท่าไร พอเป็นอย่างนี้เรื่อยคุณวินเลยสั่งให้คนมาขายพวกปลาที่นี่แล้วก็ให้ชาวบ้านแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มันหลากหลายจากขายแค่ปลาสดๆอย่างเดียว อย่างเช่นปลาหมึกแดดเดียว น้ำปลา อย่างพวกนี้มันก็ได้หลายตังค์อยู่ ช่วยลดวิกฤตไปได้บ้าง” ฟังจากที่ป้าวันพูดก็ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะมีหัวคิดเรื่องแบบนี้ นึกว่าวันๆหนึ่งคิดแต่จะทำให้คนอื่นเจ็บไปเรื่อย


    “อยากเห็นจังเลยค่ะว่าจะทำกันยังไง เอ่อ แล้วเขามาที่นี่บ่อยมั้ยคะ?”  


   “ใครคะ”


   “คุณวินน่ะค่ะ”


   “อ้อก็ไม่ค่อยนะคะ แต่จะมาทุกครั้งก็จะมีคุณวิมาด้วย แต่น่าเสียดายเธอด่วนจากไปก่อนเสียแล้ว ไม่รู้ว่าไอคนชั่วที่ไหนมันขับรถชนคุณวิจนทำให้เธอต้องตาย ถ้าป้าเจอนะป้าจะด่ามันให้สำนึกไม่ทันเลย ไม่รู้ว่ามันขับรถยังไง” สาธยายด้วยอารมณ์ที่โกรธแทนทั้งอัศวินและนึกสงสารวิชุดาที่ต้องเป็นเหยื่อสังเวยของไอพวกสายซิ่งบนถนน!


    “ละ...หรือค่ะ” คนที่ฟังเเทบจะพูดอะไรไม่ออกใบหน้าซึมลงอย่างเห็นได้ชัด รับรู้ทั้งเรื่องที่บอกว่าเขามาที่นี่ทุกครั้งก็มากับวิชุดาแล้วก็เรื่องที่วิชุดาต้องตายเพราะ...ใช่! มันเพราะเธอ หากว่าป้าวันรู้ว่าเธอคือคนที่เป็นเหตุให้สาวเจ้าคนนั้นต้องจบชีวิตลงไม่รู้ว่าท่าทีที่มีให้กันในตอนนี้มันจะเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า จะโกรธเกลียดเธอเหมือนกับเขามั้ย...


  “อุ๊ย! ป้าขอโทษจ๊ะ”


  “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มันก็คงเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ต้องสูญเสีย” พูดไปใจก็หวั่นไป


  “หนูเขมอยากรู้ไม่ใช่หรอว่าชาวบ้านเข้าแปรรูปปลาพวกนั้นกันยังไง มา เดี๋ยวป้าพาไปดูจ๊ะ”


  “ค่ะ” จากนั้นเธอก็เดินตามก้นป้าวันไปที่เดินนำไปข้างหน้าแล้ว


อันนี้คือกำลังทำอะไรกันอยู่หรอค่ะ” เขมมิกาที่กำลังเดินเล่นสายตาทอดมองไปในสิ่งที่ชาวบ้านในเกาะนี้กำลังทำเธอก็นึกสงสัยว่ากำลังทำอะไรกัน จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย ส่วนป้าวันก็ขอตัวไปบ้านนั้นสักแปบเพราะลืมมือถือไว้ด้วยกลัวว่าจะมีใครโทรเข้ามา


 “อันนี้กำลังเตรียมทำน้ำปลาปลากะตักน่ะจ๊ะ” ชาวบ้านผู้หญิงคนหนึ่งหันมาบอกผู้หญิงคนที่ป้าวันฝากดู


 “ขอเขมลองดูได้มั้ยคะ” เดินเขยิบเข้าไปใกล้เมื่อเห็นว่ากำลังจะเอาปลาใส่ลงโอ่งใบใหญ่


 “ได้สิ ลองชิมดูมั้ยจ๊ะ น้ำปลาที่นี่อร่อยนะ ยิ่งได้คลุกกับข้าวร้อนๆนะ อย่างนี้เลยแหละ” ยกนิ้วโป้งให้ดูว่าสิ่งที่พูดนั้นมันสุดยอดแค่ไหน


 “ลองดูก็ได้ค่ะ” เธอเดินตามพี่ผู้หญิงคนนั้นไปที่กำลังเดินตรงไปที่ขวดน้ำปลาที่วางเรียงรายอยู่ไม่ไกลกัน


 “เอานี่จ๊ะ ลองชิมดูสิ” น้ำปลาที่นี่ไม่ได้มีรสเค็มจัดมาก มีออกรสหวานหน่อยๆของปลา กลิ่นก็หอมใช้ได้ เป็นใครได้ชิมได้ทานก็เป็นต้องติดใจกันแทบทุกราย


 เขมมิการับน้ำปลาที่อยู่ในช้อนคันเล็กๆมาจากมือของเธอคนนั้น แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เอาเข้าปาก กลิ่นมันก็ดีวนขึ้นมาที่จมูก ชวนให้รู้สึกพะอืดพะอมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กลิ่นนี้มันจวนเจียนจะทำให้เธออยากจะอาเจียนเอาของข้างในออกมาเสียให้หมด เร่งรีบยื่นช้อนกลับคืนให้คนที่ยื่นมาให้แล้ววิ่งปิดปากไปหาที่โล่งๆปลดปล่อยสิ่งที่มันกำลังจะออกออกมา


 “อ้าว เป็นอะไรล่ะนั้น”  


“อึก! อ๊วกกก!”

เสียงอวกอากครวญครางของขมมิกาดังระงมจนคนที่ยืนส่งน้ำปลาให้เธอถึงกลับตกใจ รีบวิ่งไปดูทันที

 “ไหวรึเปล่าล่ะนั้น” มือก็ลูบหลังร่างตรงหน้าไปด้วยปากก็ถามเพราะความห่วงใย

 “วะ...ไหวค่ะ แต่รู้สึกคลื่นไส้” ว่าแล้วก็ยังไม่ทันจะขาดคำมันตีวนขึ้นมาอีกรอบเสียแล้ว

 “อึก! อ๊วกกกกก!” เขมมิกาอาเจียนออกมาจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด

 “อาการแบบนี้มันเหมือนกับตอนที่พี่ท้องลูกเลยนะ”

 “ทะ...ท้องหรือค่ะ” เงยหน้าขึ้นมาถามด้วยความกังวล

 “ใช่ พี่ก็เป็นแบบนี้เลยแหละ รู้สึกคลื่นไส้บ่อยๆ แล้วเราล่ะเป็นบ่อยมั้ย”

 “มะ...ไม่ค่ะ” ปฏิเสธออกไปอย่างฉับพลัน ถ้ามันเป็นเช่นนั้นเธอจะยังขอร้องทันมั้ยว่าอยากเพิ่งเอาเด็กน้อยๆมาใส่ไว้ในท้องของเธอเลย ยามนี้มันไม่มีอะไรที่พร้อมสักอย่าง แถมคนที่เป็นพ่อจะรับหรือเปล่าก็ไม่อาจจะรู้

 “หรอ ถ้างั้นก็ดูแลตัวเองดีๆไว้ก่อนล่ะ”

 “จ๊ะ ขอบคุณพี่มากนะคะ”

 “ไม่เป็นอะไรหรอก เอ้า! นั้นป้าวันมาพอดีเลย”

 “อะไรของเอ็งรึนังแหวน”

 “ดูเหมือนว่าน้องคนนี้จะไม่สบายนะ เพิ่งอวกไปเมื่อกี้ ยังไงป้าก็พากลับบ้านหน่อยล่ะ”

 “อ้าว ป้านึกว่าหนูเขมจะหายดีแล้ว”

 “ยังหรอกจ๊ะ รู้สึกมึนๆหัว คลื่นไส้นิดหน่อย”

 “อาการเหมือนตอนที่ฉันท้องไอแววมันเลยนะป้า”

 “คะ...คงไม่ใช่หรอกค่ะ น่าจะไข้ธรรมดาเฉยๆ” เธอรีบแย้งขึ้นมาทันที

 “เอาเถอะๆ ป้าว่าหนูเขมกลับไปพักผ่อนที่บ้านเถอะจ๊ะ”

 “ค่ะ”

 ตกดึกเขมมิกาก็อาบน้ำอาบท่าเตรียมที่จะเข้านอน ทั้งวันนี้ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเธอไม่ได้มองเห็นใบหน้านั้นทั้งวัน ไม่รู้ว่าไปหมกตัวอยู่ที่ไหนกัน ในคืนก่อนเขาก็ไม่มานอนร่วมห้องกลับเธอแถมเพียงแค่ใบหน้านี้ยังแทบไม่อยากจะมองเลยด้วยซ้ำ ถ้าได้หายใจร่วมกันมันคงจะลำบากน่าดู

 ก่อนที่จะเอนกายลงเตียงสายตาก็เหลือบเห็นรูปของคนรักเขาวางตั้งอยู่ มือของเขมมิกาเอื้อมไปหยิบกรอบรูปของผู้หญิงที่นามว่าวิชุดาขึ้นมาจ้องมองราวกับจะทะลุเข้าไปอยู่ในนั้น อยากจะขอโทษนับพันๆครั้ง เธอไม่อยากจะให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเลย ถ้าเลือกได้ก็อยากจะเป็นเธอเองที่จากไปเพราะจะได้ไม่ต้องมานั่งทรมานเหมือนตายทั้งเป็นอยู่เช่นนี้ หากเป็นเธอเขาคงจะสุขใจมาก

  “วางของของฉันลง!” อัศวินเปิดประตุเข้ามาจะดูว่าสาวเจ้าเป้นอย่าไรบ้าง เห็นป้าวันบอกว่าเหมือนจะไม่สบายขึ้นมาอีก แต่กลับเห็นเธอนั่งจ้องมองรูปของวิชุดาอยู่มันเลยทำให้หวังดีเมื่อครู่หายไปพลันตา

 เขมมิกาสะดุ้งโหยง เขาเข้ามาในนี้ตอนไหน ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกหรือได้ยินเสียงอะไรเลย หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเขาก้าวเท้าอาดๆเข้ามาที่เธอ ที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงกว้างวางรูปที่อยู่ในมือไว้ที่เดิมตามที่เขาสั่ง

 “เธอไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับสิ่งของพวกนั้น” เขาเดินเข้ามาแล้วก็มาพูดเสียงเรียบเย็นชาใส่

 “ฉันจะจำไว้ค่ะ”

 “รวมทั้งเสื้อผ้าพวกนี้ด้วย” เขาเอานิ้วชี้มาที่ตัวเธอที่กำลังสวมใส่เสื้อผ้าของวิชุดาอยู่ ตอนนี้เธออยู่ในชุดนอนของวิชุดาที่มันเป็นผ้าซาตินสบายๆเป็นแบบยาวลงมาจนถึงเข่า เขมมิกาจ้องมองกลับคืนไปที่เขาอย่างไม่เข้าใจ ถ้าไม่ให้เธอใส่เสื้อผ้าพวกนี้แล้วจะให้ใส่อะไร จะให้เอาใบไม้ใบหญ้ามาปิดอย่างนั้นหรือ? เอาอะไรคิดเนี่ย!

 “แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อนี่มันเป็นสิ่งจำเป็น”

 “ก็ถอดออกสิ”

 “ไม่มีทาง! ฉันไม่ถอด!”

 “แต่มันไม่ใช่ของเธอรวมทั้งเตียงนี้ด้วย หมอนด้วย ผ้าห่มด้วย” พร่ำพูดเรื่องบ้าบอ จนอยากจะเอามือกระแทกปากเสียซะให้เข็ด

 “คุณเป็นบ้าอะไร ถ้าไม่ให้ฉันนอนนี่แล้วจะให้ไปนอนที่ไหน” เมื่อคืนก่อนเธอก็นอนที่นี่ไม่เห็นจะว่าอะไรแล้วทำไมวันนี้นึกอยากทวงคืนขึ้นมากัน

 “ก็ไปนอนข้างนอกซะสิ” พูดได้ไม่อายปากไล่ผู้หญิงออกไปนอนข้างนอก

 “เป็นผู้ชายภาษอะไรไล่ผู้หญิงไปนอนข้างนอก ใจดำ!”

 “เอ่อ ใจดำ! ฉันไม่อยากให้เธอได้นอนซ้ำรอยของวิ ออกไปซะ!”

 อัศวินพูดออกมาชัดเจน จนเขมมิกาเองก็นึกนิ่งซึมไปเลย เพียงแค่ที่นอนที่หญิงสาวคนนั้นเคยนอนเกยกายเธอก็ยังไม่อาจจะนอนซ้ำที่ของเธอได้ ในโลกนี้มันยังจะมีใครที่โชคร้ายเท่าเธออีกมั้ย มีสามี สามีก็ไม่รักแถมยังโกรธเคืองแค้นกันที่บังอาจไปทำให้คนที่เขารักต้องตาย เกิดมาก็ไม่มีใครเอา ชีวิตก็แทบจะหาความสุขไม่มี อยากรู้นึกว่าชีวิตเธอมันจะมีความสุขเหมือนใครอื่นกับเขาบ้างมั้ย...?

 เขมมิกาไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรต่อ ไม่อยู่ให้เขาได้ต่อว่าว่าไปนอนซ้ำที่ของวิชุดาอีกต่อไป ลุกขึ้นแล้วก้าวเดินหมายจะออกไปจากห้องนี้ ออกไปในที่ที่ไม่มีใบหน้าของเขาเด่นหราอยู่ แต่ทว่าเธอเดินได้ไม่ถึงหน้าประตูมือหนาก็มาเกี่ยวตวัดเอวให้กลิ้งลงไปนอนบนที่นอนจนจุก

 “โอ๊ย!”  

“จะไปไหน!”

 “แล้วคุณให้ฉันไปที่ไหนล่ะ บอกกันขนาดนั้นแล้วจะให้หน้าด้านหน้าทนอยู่ไปทำไม!”

 “แต่ฉันยังไม่สั่งให้เธอออกไป!”

 “คุณลืมคำพูดของตัวเองแล้วหรอ ความจำสั้นแล้วหรือยังไง!” เขาพูดมันเต็มปากว่าให้เธอออกไปนอนข้างนอก แล้วจะมาบอกว่าไม่ได้สั่งให้ออกไปได้อย่างไร 

 “อย่าบังอาจมาพูดกับฉันแบบนี้เขมมิกา” ก้าวขึ้นไปบนเตียงแล้วกดร่างของเขมมิกาไว้พร้อมพูดด้วยราบนิ่งเย็นชา

 “ออกไปจากตัวฉันคุณวิน” ที่ไล่ให้ลุกออกห่างจากตัวเองก็เพราะว่าในยามนี้เธอไม่ได้สวมใส่เสื้อชั้นในเพื่อปกปิดทรวงอกนี้ไว้เลย มันจึงเสี่ยงมากหากเขาแตะต้องสัมผัสโดนมัน

 เมื่อกดตัวลงทับไปที่เขมมิกาได้ สัมผัสไวของเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าหญิงสาวไม่ได้มีสิ่งใดปกปิดทรวงอกใต้สาบเสื้อนี้ไว้ นึกอยากจะหยอกล้อสิ่งที่มันกำลังชูชันต่อหน้าต่อตานี้เหลือเกิน เรียวปากร้อนจึงก้มลงไปงับ! เข้าที่ตรงนั้นจนเขมมิกาเนื้อตัวสะดุ้งโหยงทั้งๆที่มีเนื้อผ้าปกปิดอยู่แต่มันก็ไม่อาจจะทำให้ความนุ่มหยุ่นนั้นจางหายไปเลย

 “อ๊ะ คุณวิน!” ค้อนตามองเขาด้วยอารมณ์โกรธที่มาทำรุมรามกับเธอ

 “อยู่นิ่งๆ” เสียงเข้มเอ่ยบอกอย่างขัดใจเมื่อสาวเจ้าเสมือนว่ากำลังจะขัดขืน

 “ไม่! คุณกำลังจะทำอะไรฉัน อ๊ะ!” เขางับลงเข้าอีกครั้งจนรู้สึกเจ็บหน่อยๆ คนบ้านึกอดอยากปากแห้งมากหรือยังไง!

 “แล้วผัวเมียเขาทำกันยังไงล่ะ” จากนั้นก็ไม่อาจจะหยุดห้ามตัณหาราคะของตัวเองได้เขาจึงก้มหน้าวกวนเล่นอยู่กับสิ่งนั้นทั้งๆที่มือของเขมมิกาก็กำลังผลักไสหัวทุยให้ออกห่าง

 “คุณวินหยุด อื้อ...!” เขาเข้าครอบงำที่เรียวปากของเขมมิกา ดูดชิมมันทั้งบนและล่างของปากอวบเวียงวนเข้าไปความหาความหวานในโพรงปากสาวอย่างเพลิดเพลินใจ เขากระทำต่อเรียวปากอวบนี้อยู่นานกว่าจะละออกมาได้ จนเขมมิกาที่โดนสูบพลังงานไปต้องนอนหอบโกยเอาอากาศเข้าไปเลี้ยงปอดทันที

 “พอใจรึยัง ถ้าพอแล้วก็ปล่อย ฉันจะไปนอนข้างนอก!” ผลักเขาให้ลุกออกไปจากตัวเธอ

 “จะออกไปสภาพนี้ให้ไอลักษณ์มันเห็นหรือยังไง!” นึกหวงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่รู้ว่าในตอนนี้ลักษณ์นั้นกลับไปที่บ้านของตัวเองแล้วหรือยัง แต่ถ้ายัง...

 “จะเห็นแล้วมันจะยังไง คนอย่างเขาก็คงเป็นคนดีไม่ทำอะไรฉันหรอก!” ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เธอก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าหนีไปซุกอยู่ที่ไหนเหมือนกัน

 “แต่ขึ้นชื่อว่าผู้ชายยังไงมันก็มีอารมณ์กันทั้งนั้น!”

 “ทำไมคะนึกหึงขึ้นมาหรือไง ฮึ! แต่ลืมไปคนอย่างคุณมันคงจะไม่มีความรู้สึกนั้นให้คนที่มันฆ่าคนรักตัวเองตายหรอก!” ยามนี้หาได้มีความกลัวอะไรกับเขาเลยสักนิด เพียงแค่นิดเดียวมันก็ไม่มีอยู่เลย ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร

 “เขมมิกา!” อัศวินกดลงไปที่ตัวของเขมมิกาอีกรอบเมื่อเธอตอกย้ำความผิดของตัวเองโดยไม่มีแววตาเเห่งความกลัวอยู่เลย

 “ทำไมคะ! เรียกอยู่นั้นแหละเขมมิกา! เขมมิกา! กลัวลืมชื่อฆาตกรที่ฆ่าคนรักของตัวเองหรือไงหรือกลัวว่าจะลืมชื่อเมียตัวเอง!!!” ไม่หลงเหลืออยู่เลยความเกรงกลัว จนเธอก็นึกแปลกใจมันเป็นเพราอะไรกัน? ต่อล้อต่อเถียงกับเขาได้ราวกับว่าในยามนี้เธอเป็นอีกคน

 “อ๊ะ...อื้อ! อื้อ!” อัศวินกระแทกปากมาปิดเสียงที่มันแข้งกร้าวของเขมมิกาไว้ ยามนี้ผู้หญิงตรงหน้าดูมีความห้าวหาญขึ้น

  “โอ๊ย!!!” เขมมิกากัดเข้าที่ปากของเขาเมื่อมันได้โอกาสจนอัศวินเผยเสียงร้องความเจ็บลั่น หยุดการกระทำแล้วเงยหน้าขึ้นมาจ้องหน้าของมุทิตาที่ทำท่านิ่งเฉยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น!

 “กัดปากฉันทำไม”

 “ก็คุณมาทำตัวรุ่มรามใส่ฉันทำไม”

 “อย่าทำเป็นเหมือนไม่เคยโดนจูบ” เสียงเรียบบอกเธอ

 “......” ใช่! เธอเคยโดนเขาทำแบบนี้มันก็หลายต่อไหนครั้งแต่มันก็ไม่เคยชินเพราะในแต่ละครั้งมันทั้งรุนแรงและ...เจ็บ

  อัศวินจ้องมองหน้าของหญิงสาวอยู่นานก่อนจะก้มมาครองงำปากอิ่มอีกรอบจนเขมมิกาก็นึกสงสัยว่าเป็นอะไรไปกัน? แต่ทว่าครารสจูบนี้มันแสนจะนุ่มนวล จูบอย่างแผ่วเบา พยายามผลักดันลิ้นร้อนของตัวเองทะลุเข้าไปในปากของเขมมิกาให้ได้จนสุดท้ายมันก็สำเร็จ อัศวินควานหาชิมรสหวานในโพรงปากสาว 

เขาหลงลืมทุกอย่างจนแทบจะหมดสิ้นเสียทุกสิ่ง แถมอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดในคราแรกก็หายไปพลันตา ในตอนนี้มีแต่ความพิศวาสเท่านั้นที่หยิบยื่นให้กับเขมมิกา ดวงหน้าของหญิงสาวในตอนนี้แทบอยากจะร้องไห้ เธอไม่เคยได้รับวามอ่อนโยนกับเขาเช่นนี้เลย ทุกครั้งที่ร่วมรักกันมันก็จะมีเพียงแต่ความเจ็บปวดทรมานเท่านั้นที่เธอพานพบมาตลอดเวลา...

 อัศวินเงยหน้าขึ้นมาเมื่อความรู้สึกเริ่มพลุ่งพล่านล้นหลามจนเต็มเปี่ยม ไม่อาจจะหยุดไว้เพียงแค่รสจูบนี้ได้ ร่างกายและความรู้สึกมันบอกเขาว่าต้องการมากกว่านั้น เขามองหน้าของเขมมิกาหญิงสาวกำลังนึกหวั่นเกรงต่อการกระทำที่มันเปลี่ยนไปของเขาอยู่ การที่อัศวินเงยหน้าขึ้นมามองอย่างความรู้สึกที่หลากหลายเธอไม่เข้าใจได้อย่างแน่ชัดว่าผู้ชายคนนี้คิดที่จะทำอะไร บางทีก็ดี บางทีก็ร้าย

  เขมมิกาพยายามขัดขืนเมื่อเขามองมาที่เธออยู่นานแถมยังนอนทับตัวเธอไว้อีก รู้สึกอึดอัด จนอยากเธออยากจะผลักร่างนี้ออกไปนัก!

  “อยู่นิ่งๆ” เสียงทุ้มบอกด้วยอารมณ์ที่ไม่พอใจยามเมื่อคนใต้ร่างนึกขัดขืน

 “ก็ลุกออกไปสักทีสิ ฉันหนัก”

 “ไม่ ฉันมองเธอจนจะทะลุขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกหรอว่าต้องการอะไร”

 “ไม่รู้” ตอบเสียงไม่พอใจ

 “ทำไมไม่รู้” เขาก็ไม่แพ้กันจ้องจนจะเข้าไปสิงขนาดนี้แล้วก็น่าจะรู้ว่าสิ่งที่อยู่ใต้กางเกงนี้มันตื่นตัวเต็มทีแล้ว

 “ไม่รู้ ฉันกับคุณมันคนละสมองคนละความคิด!” เสียงแข็งใส่เขา ทำท่าทีขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ตัวอีกหรือ

 “อย่ามาขึ้นเสียง!”

 “ก็ลุกออกไปสักที มันอึดอัด!”

   เขมมิกาผลักดันที่แผงอกแกร่งให้ออกไปจากตัวของเธอ มันทั้งสึกรำคาญและอึดอัดเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะพาร่างกายอันหนักอึ้งของตัวเองออกไปสักที รู้มั้ยว่าคนข้างล่างมันหนักจนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว จนพยายามเอาเข่าของตัวเองหมายที่จะขึ้นกระทุ้งคนร่างหนาซะเสียให้สิ้นซาก!

 “อยู่นิ่งๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะจับเธอไปลอยทะเล” เขารู้ทันจับเข่าของเขมมิกาที่เตรียมจะทำร้ายร่างกายตนได้ทัน

 “ก็ไปสิ ไม่กลัว” มันแสนจะตรงข้ามกับความรู้สึก เธอยังจำเหตุการณ์ทั้งสองครั้งที่มันเกิดขึ้นได้ขึ้นใจ นึกแล้วจิตใจก็ไหวหวั่นแต่ก็ทำเป็นกล้าหาญเพราในยามนี้จะปล่อยให้ตัวเองตกเป็นรองกับผู้ชายคนนี้อีกต่อไปไม่ได้แล้ว

 “อย่ามาท้า”  

“ก็พูดอยู่นี่ไง!”

เธอต้องไม่หวั่นเกรง ต้องไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่เขาพูดอีกต่อไป ทำใจให้เฉยชาเสีย

 **“เขมมิกา”** สาวเจ้าพูดได้อย่างหน้าตาเฉย ราวกับเป็นคนชินชา

 “จะรออะไรล่ะ ก็ปะ...อื้อ!” ยังท้าทายได้ไม่ทันจบเรียวปากหนามันก็เข้ามาประกบ จนดวงตาเบิกโผด้วยความตกใจที่เขาไมบอกให้เธอได้ตั้งตัวเลยสักนิด รุกกระทำอย่างหนักหน่วงและรุนแรง เรียวปากร้อนอยากจะสั่งสอนคนปากเก่งนัก ที่คิดมาท้าทายคนอย่างเขา คิดว่าจะปล่อยให้ปากเก่งอยู่ได้นานนักหรืออย่างไร

 อัศวินเริ่มรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากของเขมมิกามากขึ้น ดึงดันลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากอวบ รุนแรงและหนังหน่วงจนคนที่กำลังโดนสูบพลังงานไปเริ่มที่จะอ่อนระทวยลงเพราะแรงปลุกเร้าที่ร้อนแรง แต่ทว่าผ่านไปได้ไม่นานจากที่ดึงดันรุนแรงก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนแถมมันยังมันเนินนานกว่าครั้งแรก 

อัศวินวกวนชิมเลียไปทั่วทั้งพวงปากของเขมมิกา แล้วก็ไล่คลอเคลียไปเรื่อยที่ซอกคอสูดดมมันเข้าเต็มปอด ปากก็ขบเม้มเบาๆสร้างความเสียวซ่านให้ตัวเอง ใช้จมูกโด่งสันไล่เลี่ยลงไปตามข้างซอกคอทั้งซ้ายและขวาตามอารมณ์ที่มันเริ่มพาเข้าสู่ห้วงแห่งกามา

  อัศวินเงยหน้าขึ้นมามองเขมมิกาที่นอนหอบหายใจอยู่บนเตียงกว้าง เขามองเธอด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าในยามนี้ร่างกายมันเกินที่จะต้านความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ไหวแล้ว สายตาคมอ้อนวอนด้วยแววตาแห่งความร้อนแรง เขมมิกาไม่อาจพูดอะไรได้เพียงแค่เบนหน้าหนีเพราะเธอในตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกไม่ต่างกัน เขาเข้ามาจุดไฟให้ร่างกายเธอเริ่มหลอมหลวมไปตามตัณหาของเขาเสียแล้ว แล้วหากเป็นเช่นนี้เธอจะทำเช่นไร

 “ฉันสัญญาว่าจะทำเบาๆ” ความรู้สึกที่เสียวซ่านไม่อาจจะปกปิดต่อสายตาของเขมมิกาที่ หันหน้ามาเผชิญกับความอยากของเขาที่มันล้นเปี่ยม จนเธอก็แทบสะดุ้งกับถ้อยตำของชายหนุ่มที่เอ่ยร้องขอ

 “มะ...ไม่” แม้ว่าจะหลงระเริงไปกับรสจูบที่ทั้งอ่อนโยนและรุนแรงแต่เธอไม่อยากจะทำสัมผัสอันลึกซึ้งเช่นนั้นอีกแล้ว

 “อื้อ! คะ...คุณวิน” เขากดเข้าที่ปากเธอนักๆก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาอีกครา

 “ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำรุนแรงเหมือนครั้งก่อนๆ” แม้ว่าจะพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยนแต่สิ่งที่เขมมิกาตอบมาคือการส่ายหน้าที่แปลว่าไม่! แต่ทว่าเขากับไม่ฟังเคยเพราะตอนนี้ความอยากได้อยากมีมันมีเกินกว่าคำปฏิเสธไหนๆจะมาห้ามได้ลง เดินหน้ารุกรานอย่างเต็มที่ จนเขมมิกาก็เฝ้าคิดอยู่ในใจว่าเขาจะพร่ำถามเธออยู่ทำไมในเมื่อเอ่ยปากปฏิเสธไปแล้วแต่เขาก็ไม่รับฟังคำพูดนี้อยู่ดี

 “คุณวิน หยุด!”

 อัศวินซุกไซร้ลงที่ซอกคอของสาวเจ้าอย่างจาบจ้วงและราวกับคนที่กระหายหิวอย่างไงอย่างนั้น เขารุกล้ำเข้าไปในพื้นที่หวงแหนต่างๆของเธออย่างรวดเร็ว บีบเน้นหน้าอกที่มันไร้สิ่งใดปิดป้องไว้อย่างเนิ่นนานแสบซ่าน มัวเมาอยู่กับสิ่งนี้อยู่นาน มือหนาค่อยๆปลดกระดุมชุดนอนของเขมมิกาออกทีละเม็ดอย่างละเมียดละไม เขาเอามือของตนเองเข้าไปลูบไล้ที่หน้าอกของเธอ พร้อมทั้งครอบงำมันด้วยเรียวปากร้อนอย่างคนรักร้อนที่กำลังจุดไฟให้กับคนใต้ร่าง

 “อื้อ ปะ...ปล่อยสิ”

 แม้ว่าจะพยายามอดกลั้นอารมณ์แห่งความสุขสมไว้มากแค่ไหนแต่เธอก็พ่ายแพ้ให้กับความชำชองของเขาอยู่ดี เธอกระตุกเกร็งกับสัมผัสที่มันเปลี่ยนไปของอัศวิน จนสัมผัสอันอ่อนโยนนี้มันทำให้เฮต้องหลวมตัวให้กับเขา

 อัศวินมุ่งหน้าต่ออย่างไม่รออะไรเลย แถมเขายังไม่ฟังเสียงพร่ำบอกของเขมมิกาแม้แต่น้อยเดินหน้าเข้าสัมผัสทุกที่ทุกสัดส่วนของสาวเจ้าลูบไล้ไปทั่วตัวและสีข้าง กระเถิบกระถอยตัวลงมาไล่เลี่ยดูดเม้มไปทั่วทั้งหน้าท้องน้อยที่เกร็งของเขมมิกาและรวมไปถึง...

 “มะ...ไม่ ยะ...อย่า อ๊ะ!” ห้ามไม่ทันเสียแล้ว

 “ฉันพร้อมแล้ว เธอพร้อมมั้ย” ก่อนที่จะพุ่งทะยานน้องสาวเข้าสู่ร่างสาวก็เงยหน้าขึ้นมาถามหาความพร้อมจากเขมมิกาที่ส่ายหน้าเป็นพัลวัน แม้ว่าสัมผัสของเขาครั้งนี้มันจะอ่อนโยนมากเพียงใดแต่เธอก็ไม่เคยนึกชินกับสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้นเสียที

 “อ๊ะ!”

 เหมือนเดิมถามไปก็เท่านั้นแหละเขาก็ทำอย่างที่ตัวเองพึ่งประสงค์จะให้มันเป็นอยู่ดี อัศวินพาความเป็นชายของตนเองที่แสนจะภูมิใจแต่ทว่ามันกลับเป็นสิ่งที่มันแปลกปลอมต่อเขมมิกาพุ่งพรวดเข้าไปจนเธอรู้สึกจุก หาได้มีความสุขเฉกเช่นเขาเลยสักนิด อัศวินขับเคลื่อนมันไปด้วยความเนิบนาบช้าตามอารมณ์ความรู้สึกแม้ว่าอย่างจะรุนแรงมากขนาดไหนแต่ก็อยากจะมอบสัมผัสเช่นนี้มาให้กับสาวเจ้าสักนิด

 “อ๊ะ! พะ...พอ อื้อ!” ยังคัดค้านไม่สำเร็จเขาก็ประกบปากปิดเสียงนั้นลงลำคอ แต่ข้างล่างมันก็ยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีขาดตกหรือบกพร่องอะไรเลย

 “อ๊ะ!/อ๊ากก!”จนสุดท้ายแล้วสองร่างที่เกี้ยวพันหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวก็แตะถึงขอบชั้นฟ้า อัศวินฟุบเหนื่อยหอบลงบนตัวของเขมมิกา ทั้งสองหอบเอาอากาศหายใจเข้าปอดอย่างโหยหาเพราะแรงรักมันทำให้การหายใจหอบถี่ไม่เป็นจังหวะมั่นคง

 “ที่ตรงนี้มันเคยเป็นของวิ” จู่ๆก็พูดขึ้นมาเฉยๆราวกับคนเลื่อนลอยไร้สติแต่ทว่าหรือว่าเขาจงใจที่จะพูดให้เธอได้ยินกันแน่ เขมมิกาที่ได้ยินอย่างเต็มชัดทั้งสองหูก็ได้แค่กล้ำกลืนก้อนเหนียวๆลงคอหาได้เอ่ยอะไรออกไป แม้ว่าน้ำตามันอาจจะไหลซึมคลอหน่วงแต่เธอจะไม่มีวันให้มันได้ไหลออกมาให้ผู้ชายคนนี้ได้ตรอกหน้าอีกแล้วว่าเป็นคนที่อ่อนแอ พยายามเก็บกลั้นความรู้สึกไว้ให้ได้มากที่สุดทำเฉยชากับมันซะ ใจเธอมันจะได้ไม่รู้สึกรู้สาอะไร อยู่อย่างคนไร้ความรู้สึกในตอนนี้มันคงจะดีที่สุดกับตัวเธอเองเสียแล้วกระมัง...

“อึก! อ๊วกกกก!”

เสียงโก่งคออาเจียนดังลั่นไปทั่วห้องน้ำและภายในห้องที่มีร่างหนาของอัศวินนอนหลับใหลอยู่

 เขมมิกาในยามนี้จะเรียกว่าเธอกำลังกอดรักชักโครกแน่นเลยก็ว่าได้เพราะเมื่อพระอาทิตย์มันแสงโผล่พ้นขอบฟ้าอาการคลื่นไส้อาเจียนก็ประทั่งเข้ามาให้ร่างที่กำลังหลับใหลอยู่ต้องรีบรุจเข้าไปในห้องน้ำอย่างฉับพลัน โก่งคออาเจียนอยู่นานก็ไม่มีท่าทีว่าอาการนี้มันจะหายออกไปเลยจนรู้สึกเหนื่อยหอบเสียเหลือเกิน

 “อึก! อ๊วก! อ๊วกกกก!!!”




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น