หลินหลิน / แมวสีหม่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 3-2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 74

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2561 18:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3-2
แบบอักษร

คล้อยหลังตรีทศ พรนภัสก็ทรุดฮวบลงบนพื้น ใจสั่นรุนแรงทั้งเพราะความเสียใจและความโกรธ ดวงตากลมโตแดงก่ำ น้ำตาเกือบจะไหลออกมาแล้วเธอยังเก็บกดมันไว้ได้ดีเหมือนเดิม ร่างบางก้มมองชุดสีขาวที่วางอยู่บนตัก มือของเธอขยุ้มมันจนยับยู่ยี่ไปหมดแล้วซึ่งไม่ต่างอะไรกับการแต่งานครั้งนี้เลยสักนิด 

การแต่งงานที่ไม่ได้ราบรื่นเหมือนใครอื่น ไม่ได้เกิดจากการหลอมรวมของหัวใจรักของคนสองคน ไม่ได้เต็มไปด้วยความสุข ไม่มีความโรแมนติก อบอุ่น หรือหอมหวานเหมือนงานทั่วไป หากมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด กดดัน อึดอัด และทรมานแสนสาหัส

พรนภัสกลับมาทบทวนการกระทำของตัวเองอีกครั้ง...มันถูกต้อง สมควร และควรทำแล้วหรือที่จะแต่งงานกันโดยไม่มีความรัก ไม่มีความรู้สึกดีๆระหว่างกัน ไม่เคยมองตากันด้วยอย่างวับหวาน ไม่เคยพูดกันดีๆดดยไม่มีเรื่องขัดแย้ง...การแต่งงานไม่ควรเป็นแบบนี้ ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ปีเดียวก็เถอะ...ทว่าภายในหนึ่งปีนั้นเธอจะต้องเผชิญกับความขมขื่นอย่างไรบ้างและ...มากเพียงใด

...ควรแล้วหรือที่จะเอาชีวิตไปจมอยู่กับผู้ชายคนนั้น...คนที่เธอหลงผิดไปชอบ ชื่นชม ปลาบปลื้มตั้งแต่เด็ก

หญิงสาวเคยคิดว่ามันเป็นเพียงความรู้สึกชั่วครู่ชั่วยาม เป็นเพียงปั๊ปปี้เลิฟที่คงเลือนหายไปตามกาลเวลา หากมันไม่จริงเลย...ความรักในใจเธอยังคงอยู่จวบจนกระทั่งวันนี้ ทั้งที่ตรีทศเกลียดเธอเข้ากระดูกดำ เธอกลับยัง...รัก

รักไปได้อย่างไร...แม้แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด

บางทีอาจเป็นเพราะวันนั้น...วันที่เธอเกือบจะจมน้ำ แต่เขาช่วยชีวิตเธอไว้ก็เป็นได้

แต่...เพียงแค่ช่วยชีวิตในครั้งนั้นล่ะหรือ ที่ทำให้เธอฝังใจอยู่กับเขา      ตลอดมา

พรนภัสส่ายหน้ากับตัวเอง ถอนหายใจหนักหน่วงเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็คร้านจะนับ จากนั้นจึงพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน กำลังจะก้าวเข้าไปในห้องแต่งตัวอยู่แล้วก็พอดีว่าลูกน้องของคุณรัตนาสาวเท้าเข้ามาพอดี

“ตายแล้ว...ยังไม่แต่งตัวอีกหรือคะคุณ”

ร่างสูงผอมของเธอคนนั้นปราดเข้ามาฉวยชุดในมือของพรนภัสไปถือไว้ ก่อนกวาดสายตามองอย่างพอใจ

“ตาแหลมมากเลยนะคะเนี่ย...ชุดนี้เหมาะกับคุณมากค่ะ”

ยังไม่ทันเอ่ยอะไรมากกว่านั้น เมื่อเสียงห้าวดุของเจ้าบ่าวดังขึ้นจนกลับเสียงเพลงในร้านไปเสียสิ้น

“เสร็จรึยังพรนภัส! นี่มันจะครบห้านาทีแล้วนะ อยากให้ฉันเข้าไปแต่งตัวให้รึไง!”

คนที่อยู่ภายในห้องหันมามองสบตากัน แก้มของพรนภัสแดงปลั่ง ขณะที่ผู้ช่วยเจ้าของร้านยิ้มกรุ้มกริ่ม

“เอ่อ...คุณอยากให้เจ้าบ่าวเข้ามาช่วยไหมคะ เดี๋ยวฉันจะออกไป...”

“ไม่!...ไม่ค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธทันควัน ก่อนรีบดึงมือคนตรงหน้าให้ตามเข้าไปในห้องแต่งตัวในบัดดล

ตรีทศในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยสูทสีดำราคาแพง เป็นชุดที่ไม่  ต่างจากชุดเดิมมากนัก จะมีที่แปลกไปก็ตรงที่หูกระต่ายสีดำตรงลำคอเพียงอย่างเดียว เขารออย่างกระสับกระส่าย เดินกลับไปกลับมาหลายต่อหลายครั้งจนคุณรัตนาชักจะเวียนศีรษะจึงเสมองไปทางอื่นเสีย

ใช้เวลาพอสมควร พรนภัสจึงได้เดินออกมาจากห้องนั้นพร้อมกับชุดที่เจ้าบ่าวเป็นผู้เลือก 

“เสร็จแล้วค่ะ”

เพียงแว่วเสียงเย็นๆของเธอ ตรีทศซึ่งกำลังยืนหันหลังให้ก็หันขวับไปมอง ริมฝีปากหยักลึกอ้าออกหมายจะต่อว่าอย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะอับอายเพียงใด

“แค่แต่งตัวแค่เนี้ย ทำไมมันถึงได้...”

เสียงของเขาพลันขาดห้วงเมื่อเห็นคนตรงหน้าในชุดเกาะอกสีขาวบริสุทธิ์แนบเนื้อส่วนบนให้พอเห็นส่วนโค้งเว้าแสนงาม ขณะที่กระโปรงยามกรอมเท้าฟูฟ่องคล้ายชุดเจ้าหญิงในนิทานสมัยเด็ก ตรีทศไม่คิดว่าชุดที่เขาเลือกส่งๆ จะทำให้ผู้หญิงจืดชืดอย่างพรนภัสงามสง่าได้ถึงเพียงนี้

...งามถึงขนาดทำให้เขาพูดไม่ออก บอกไม่ถูกไปพักใหญ่ทีเดียว

ผมยาวดำขลับล้อมกรอบวงหน้านวลที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงน้อย ไหล่และบ่าของเธอตั้งตรง ขณะที่สองมือซึ่งประสานกันไว้ทางด้านหน้าก็ไม่ได้ทำให้เขาขัดตาเหมือนเคย

ตรีทศยอมรับว่าพรนภัสทำให้เขาอดมองอย่างชื่นชมได้...เป็นความชื่นชมครั้งที่สองที่เขามีให้กับเธอ 

เหมือนเวลาถูกหมุนย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ในวันฉลองความสำเร็จจากการที่เขาเรียนจบมหาวิทยาลัย...ในวันนั้นบิดาของเขาซื้อชุดราตรีสีชมพูอมส้มให้กับเธอ เขาไม่คิดว่า ‘กา’ อย่างพรนภัสจะชูคอเฉิดฉายอย่าง ‘หงส์’ ได้ ทว่าเขาคิดผิด...เพียงวินาทีที่เธอปรากฏกายข้างสระน้ำ เธอก็สามารถสะกดสายตาหนุ่มๆแทบทุกคนไว้ที่เธอเพียงคนเดียว แม้แต่เขาเองก็ยังลืมตัว

...ลืมตัวเหมือนตอนนี้นี่ล่ะ บ้าชะมัด!

คนตัวโตสูดลมหายใจลึกยาว กัดกรามแน่นจนเป็นสันนูน ก่อนจะจ้องมองเจ้าสาวด้วยแววตาแข็งกร้าว

“เธอทำให้ฉันรอนานแค่ไหน รู้ไหม พรนภัส!”

เสียงดุดันเช่นนั้นทำให้คนในร้านสะดุ้งกันเป็นแถวๆ คุณรัตนาถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าเจ้าบ่าว เจ้าสาวดูจะไม่ค่อยลงรอยกันนัก...รักกันหรือเปล่ายังดูไม่ออกเลยด้วยซ้ำ 

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรอ”

พรนภัสยังคงตอบด้วยเสียงระดับเดิม แผ่วเบา หากมั่นคง ...มันลดทอนความแข็งกร้าวและร้อนรุ่มดั่งไฟในอกของคนถามได้เป็นอย่างดี ถึงกระนั้นตรีทศก็หงุดหงิดจนไม่อาจทนมองหน้าเจ้าสาวได้อีกต่อไป เขาเมินมองไปทางอื่นจึง        เอ่ยถาม

“ชุดนี้เป็นยังไงบ้างคุณรัตนา”

“เอ่อ...เหมาะค่ะ เหมาะมากทีเดียว”

“โอเค...งั้นผมเอาชุดนี้” เขาเบือนสายตากลับมามองหน้าเจ้าของร้าน แล้วเอ่ยต่อไปว่า “ต่อไปก็ชุดไทยสำหรับงานตอนเช้า คุณช่วยเลือกและให้เธอลองให้เรียบร้อยแล้วกัน...ชุดไหนที่คุณชอบก็เอาชุดนั้นได้เลย”

สั่งความเสร็จสรรพ ร่างสูงก็เดินอาดๆไปนั่งรอในส่วนที่ถูกจัดไว้ให้ลูกค้านั่งรอ

“ผมจะนั่งรอตรงนี้ ถ้าเรียบร้อยแล้วก็มาบอกผมด้วยแล้วกัน”

เขาหมดความสนใจเพียงเท่านั้น เมื่อคว้านิตยสารตรงโต๊ะตรงหน้าขึ้นมาอ่านอย่างสนอกสนใจ พรนภัสกัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บ ความน้อยใจรุมเร้าจนเรียกรอยรื้นในดวงตากลมโต

...จะมีเจ้าบ่าวเจ้าสาวคู่ไหนบ้างที่เป็นเช่นนี้ มีแต่ความเย็นชา ตีหน้ายักษ์เข้าใส่กันตลอดเวลา 

พรนภัสกะพริบตาถี่เร็ว ละสายตาจากคนใจร้ายคนนั้นมายังคุณรัตนาที่จับจ้องมองอย่างพิจารณาอยู่ก่อนแล้ว

“รบกวนคุณรัตนาด้วยนะคะ” 

เธอเอ่ยอย่างนอบน้อม อ่อนหวาน ก่อนเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกครั้ง

ก่อนออกจากร้านในวันนั้น คุณรัตนานัดแนะให้เธอกับตรีทศกลับมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งในอีกสามวันข้างหน้าตามความต้องการของชายหนุ่ม 

“ผมอยากรีบแต่ง”

ไม่รู้คนอื่นจะตีความถ้อยคำนั้นว่าอย่างไร...รักมากเสียจนไม่อาจรอได้อีกต่อไป หรืออยากมีโซ่ทองคล้องใจในเร็ววัน หากสำหรับพรนภัสแล้วเธอรู้ความหมายที่เขาจะสื่อได้อย่างเต็มหัวใจ

รีบแต่ง...เพื่อเร่งวันเวลาให้ครบหนึ่งปีเร็วๆ 

จากนั้นก็หย่า...เพื่อที่จะได้ลาขาดจากกันตลอดชีวิต

พรนภัสรู้เต็มอก...นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ตรีทศต้องการ!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น