greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 : รัก

คำค้น : y yaoi ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม เฮียเหวิน น้องหลิว ภรรยาที่ดี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.8k

ความคิดเห็น : 175

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2561 04:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 900
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 : รัก
แบบอักษร


ตอนที่ 26 : รัก



อาจจะเป็นเพราะร่างกายที่ฟื้นตัวได้ถึงระดับพอดี เพียงแค่รับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่เคลื่อนไหว หวังหย่งเหวินก็ลืมตาตื่นขึ้นมาช้า ๆ จากหางตาเขาเห็นว่ามีคนยืนอยู่ เดาว่าคงเป็นนางพยาบาลที่เข้ามาตรวจอาการรอบบ่าย 

ก่อนหน้านี้เขาบอกปฏิเสธพยาบาลพิเศษที่ซิ่นเฉิงหามาให้ เขาไม่ชอบถูกใครจ้องมองทุกการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาหารือเรื่องงานหรือเรื่องของเสี่ยวหลิว ความเป็นส่วนตัวก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ 

“หวังหย่งเหวิน”

เจ้าของชื่อชะงัก เสียงพยาบาลที่ได้ยินนั้นหวานหูเกินไป ลำคอของเขาถึงกับแข็งเกร็ง ก่อนจะค่อย ๆ หันใบหน้าไปยังต้นเสียง

เสียงที่ชายหนุ่มคุ้นเคย แม้จะไม่ได้ยินมานานเกือบสองปีแล้วก็ตาม

“น้ำฝน”

เสียงแหบแห้งเอ่ยอย่างประหลาดใจ ไม่แน่ชัดว่าหญิงสาวที่ส่งยิ้มให้เขาอยู่นี้ จะใช่คนเดียวกับแฟนเก่าตนหรือไม่

กาลเวลาทำให้คนเปลี่ยน แต่กับเธอนั้นเขายังจำได้ดี น้ำฝนแม้ตอนนี้จะดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ชุดสีครีมที่สวมใส่ทำให้เธอดูสวยสง่า ใบหน้ารูปไข่ล้อมกรอบด้วยผมลอนสีน้ำตาลแปลกใหม่แต่ก็แสดงถึงความอ่อนโยนที่มักจะมีเสมอ เธอคือแฟนเก่าของเขา...คนที่ไม่ว่านานเท่าไหร่ก็คงจะไม่สามารถกลับมาเป็นเพื่อนกันได้อีก 

น้ำฝน คนที่เขาเคยรัก

“เธอมาที่นี่ได้ยังไง” นานมากแล้วที่ห่างหายไปไม่ได้ติดต่อกัน ไม่ทราบความเป็นไป แต่ดันกลับมาเจออีกครั้งในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล

“ขอโทษด้วยนะที่เข้ามาโดยไม่ขออนุญาต” หญิงสาวค้อมหัวลง “ฝนเห็นป้ายชื่อหน้าห้องตอนที่เดินผ่าน นึกว่าตาฝาด แต่พอมองอีกทีก็ยังเห็นเป็นชื่อเหวิน ไม่ได้เจอกันนานเลย ถือโอกาสนี้เข้ามาทักทายคงไม่เป็นไรใช่ไหม” แววตาของเธอแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ

คงไม่ต้องถามว่าสบายดีรึเปล่า สภาพของคนที่อยู่บนเตียงก็พอจะทราบแล้ว หวังหย่งเหวินภายนอกแม้จะดูอ่อนแรงแต่ก็ยังแฝงความน่าเกรงขามไว้

คนป่วยปรับเตียงขึ้นนั่ง มองตอบน้ำฝนด้วยท่าทีสงบ

ได้เจอเธออีกครั้ง เขายอมรับว่าตัวเองคิดถึง

แต่ในฐานะคนที่ยังคงจำความรู้สึกดี ๆ ของการเป็นเพื่อนได้

เขาไม่แปลกใจที่ตัวเองจะไม่รู้สึกอาลัยอาวรณ์ หรือมีเพียงเสี้ยววิที่โหยหาคนตรงหน้า

เรื่องมันจบไปตั้งนานแล้ว และเขาก็ใช้เวลาไม่มากนักในการลืมเธอด้วยซ้ำ

“เธอสบายดีใช่ไหม”

น้ำฝนมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อเขาเป็นฝ่ายเอ่ยถาม

“อืม” 

อนิจจา แล้วพวกเขาก็จบประโยคภายในระยะเวลาอันสั้น

อีกฝากของประตูที่เปิดแง้มไว้ เสี่ยวหลิวกำลังยืนมองพวกเขาสองคน โชคดีที่น้ำฝนไม่ได้ยืนบังหวังหย่งเหวิน เขาจึงเห็นใบหน้าและแววตาสามีชัดเจน

น้ำฝนที่หายไปจากชีวิตพวกเขา ทว่าการมีอยู่ของเธอที่สะท้อนอยู่บนดวงตาคู่นี้ มันทำให้เขาชาวาบไปตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

กลัว

กลัวเหลือเกิน

ครั้งนี้เธอก็จะมาแย่งเฮียไปจากหลิวใช่ไหม

เสี่ยวหลิวเม้มปากกำมือแน่น ห้ามไม่ให้ตัวเองพุ่งตัวออกไปด้านนอก ทั้งทีใจนึกอยากแสดงตัว ประกาศต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ว่า ‘ผมน่ะเป็นภรรยาของเขา’ เป็นคนรักของหวังหย่งเหวินอย่างแท้จริง

บทสนทนามีเพียงความเงียบหลายนาที จนเมื่อคนใดคนหนึ่งทนไม่ไหว ผู้ที่ซึ่งมีเป้าหมายในการมายืนอยู่ตรงจุดนี้ ทั้งที่เธอเลือกจะเดินผ่านไปก็ได้ 

โชคดีเหลือเกิน ความรู้สึกผิดในอดีตยังทำให้เธอพอจะมีความกล้าหลงเหลืออยู่

“กับเสี่ยวหลิวแต่งงานกันแล้วใช่ไหม ฝนได้ยินมาจากรุ่นพี่ นี่ แอบเสียใจไม่น้อยที่ไม่ได้การ์ดเชิญจากเหวินนะ”

เมื่อบทสนทนาเริ่มต้นอีกครั้งด้วยเรื่องที่ไม่อยากเอ่ยถึง หวังหย่งเหวินพลันหัวเราะในลำคอ

กระนั้นก็ดี ถ้าไม่นับเรื่องที่เขาไม่อยากสู้หน้าเธอ เขาก็อยากพูดกับน้ำฝนเรื่องนี้มาตลอด 

“ฉันแค่คิดว่าแบบนี้คงดีกว่า ถ้าไม่ติดต่อกันเลยคงจะทำให้พวกเราลืมเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ส่วนหนึ่งมันมาจากความขี้ขลาดของฉัน และอีกส่วนมากจากความเลวของฉัน... ขอโทษด้วยนะที่ต้องทำให้ลำบาก”

น้ำฝนรีบส่ายหน้า ที่ถามเมื่อกี้เธอไม่ได้ตั้งใจทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแย่ 

“ฝนต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ ขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ถ้าฝนหักห้ามใจตัวเอง ไม่ใช้ประโยชน์จากความเป็นเพื่อน… พวกเธอทั้งสองคนก็คงมีความสุขกันเหมือนเดิม”

ไม่ใช่แค่หวังหย่งเหวินที่รู้สึกผิด น้ำฝนเองก็เช่นกัน เธอใช้ชีวิตกับการกระทำในอดีตมาตลอด และถ้าหวังหย่งเหวินช่วยยืนยันบางอย่างได้ เธอคงจะเบาใจไม่น้อย

“แต่ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันแบบนี้ ก็แสดงว่ามีความสุขกันดีสินะ”

น่าเสียดายที่น้ำฝนไม่สามารถลดแรงกดทับของหัวใจด้วยคำตอบของเขา

“ไม่ มันไม่เคยมีอยู่เลย”

เสี่ยวหลิวได้ยินสามีเอ่ยเช่นนี้ พลันรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด เขาแทบอยากสำรอกสิ่งที่ทานไปออกมา 

กับคำเพียงคำเดียวสั้น ๆ ทว่ามีอิทธิพลมากเหลือ

รักเขา อยากอยู่กับเขา... ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นเรื่องโกหก เห็นไหมว่าหวังหย่งเหวินร้ายกาจแค่ไหน ได้ยินแล้วสินะเสี่ยวหลิว สุดท้ายทั้งหมดก็เป็นเพียงการเล่นสนุกของคนตรงหน้า 

ขอบตาของผู้เป็นภรรยาร้อนผ่าวด้วยความเสียใจ คำแนะนำของลู่เสียนสลายหายไปกับความเย็นชาที่แปรเปลี่ยนเป็นคมมีดกรีดแทงหัวใจซ้ำ ๆ

น้ำฝนยกมือขึ้นปิดปาก ฟู่เสี่ยวหลิว... เด็กคนนั้นทั้งที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อความรัก เธอที่มาทีหลังแม้จะยอมถอย แต่สุดท้ายก็ไม่อาจทำให้ทั้งสองมีความสุขได้ 

หวังหย่งเหวินแค่นยิ้ม ชายหนุ่มเอ่ยต่ออย่างยากลำบาก ดวงตาอ่อนแสงมีแต่ความเจ็บช้ำ

“ชีวิตคู่ของพวกฉันกำลังจะไปถึงจุดจบ เสี่ยวหลิวของฉันไม่มีความสุข ฉันไม่เคยทำให้เขามีความสุข”

เขาทำร้ายคนตัวเล็กมานานเหลือเกิน นานจนไม่สมควรได้รับการให้อภัย ถ้าเขารู้ตัวเร็วกว่านี้ ก็คงจะได้ใช้ความสุขร่วมกัน

“ฝนจำได้ไหม ตอนที่เรายังเลิกกันไม่ถึงอาทิตย์ ฉันพยายามติดต่อเธอ พยายามบอกว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน บอกว่าฉันจัดการเด็กคนนั้นให้แล้ว ตอนที่ฉันกำลังคิดว่าเธอคือคนสำคัญ ในวันนั้นเธอก็ถามคำถามกับฉัน”


‘ฝน เรากลับมาคบกันเถอะ เรื่องเสี่ยวหลิวผมจัดการให้แล้ว เขาจะไม่มายุ่งวุ่นวายอีก’

‘ขอโทษนะ แต่ฝนทำไม่ได้จริง ๆ ’

‘ทำไมล่ะ ...เรารักกันไม่ใช่เหรอ หรือว่าฝนไม่รักผมแล้ว ? ’

‘ยังรักสิ’

‘ถ้าอย่างนั้น-’

น้ำฝนในวันนั้นช่างเข้มแข็ง เธอสบตากับเขาอย่างจริงจัง

‘แต่เหวินต้องถามตัวเอง ว่าเคยรักฝนจริง ๆ รึเปล่า’

‘ผม’

‘คิดให้ดี ๆ นะหย่งเหวิน’

‘ว่าที่ผ่านมา เหวินรักฝนที่เป็นฝน’

‘หรือว่ารักฝนที่เป็นตัวแทนน้องเขากันแน่’      

น่าแปลกใจที่เมื่อกี้ยังสามารถพูดคำว่ารักได้อย่างง่ายดาย แต่กับคำถามนี้หวังหย่งเหวินไม่สามารถตอบออกไปได้ในทันที 


“ความลังเลที่ฉันแสดงออกมาก็เป็นคำตอบแล้ว และเธอก็คงจะรู้สึกถึงมันได้ ถึงไม่ยอมให้ฉันเจอหน้าอีกเลย”

น้ำฝนพยักหน้า ทุกอย่างเป็นความจริง เธอเลือกที่จะตัดใจจากชายหนุ่ม เพราะตลอดเวลาที่คบกัน หวังหย่งเหวินมักจะแสดงออกถึงบางสิ่งที่เชื่อมโยงกับเสี่ยวหลิวโดยไม่รู้ตัว แม้แต่รอยยิ้มของเธอก็ยังเคยถูกชมว่าเหมือนรอยยิ้มของเสี่ยวหลิวที่เขารัก 

เธอยอมให้กับความจริงที่ว่า หัวใจของหวังหย่งเหวินไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังเป็นของฟู่เสี่ยวหลิวเสมอ

“มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ... เหวินรักเสี่ยวหลิว เหวินได้กลับไปหาเขา” ที่ผ่านมาเป็นเพราะสับสนก็เท่านั้น พอกลับไปแล้วก็ควรจะมีความสุขสิ

“แต่ฉันไม่อยากยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าที่จริงแล้วฉันมันโคตรจะเห็นแก่ตัว สุดท้ายคนที่ฉันรักที่สุดก็คือตัวเอง”

“เหวิน”

ความรู้สึกอัดอั้นเริ่มพรี่งพรูออกมา 

“ฉันทำอะไรกับเสี่ยวหลิวไปบ้าง ฉันหักหลังเขายังไง ทำให้คนที่ฉันรักต้องร้องไห้นับครั้งไม่ถ้วน ตอนนั้นถ้าต้องการจะหาวิธีที่ทำให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง ฉันก็แค่โยนเรื่องทุกอย่างให้เสี่ยวหลิว... ฉันโทษว่าเพราะเสี่ยวหลิวทำตัวไม่ดีและยังคุกคามเธออีก เสี่ยวหลิวที่เป็นแบบนั้นไม่ใช่เสี่ยวหลิวที่ฉันอยากรักอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะทำอะไร จะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อฉันมากแค่ไหน ฉันก็ใช้ความเกลียดชังที่สร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันตลอด”

เขามันโคตรเลวเลยใช่ไหม 

ยิ่งคิดถึงใบหน้าของเสี่ยวหลิวที่พยายามเอาตัวเองกลับเข้ามาในชีวิตของเขา ยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างที่มี พยายามยิ้มแม้ในวันที่กระทั่งศักดิ์ศรียังไม่มีเหลือ แต่ไอ้เลวอย่างเขาทั้งขี้ขลาดและเห็นแก่ตัว ผลักไสไล่ส่งเด็กหนุ่มทุกวิถีทาง ถึงขนาดหนีมาที่ปักกิ่ง 

เขารู้สึกว่าแม้จะรวมความสารเลวของคนทั้งโลกเอาไว้ ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่ากับความร้ายกาจที่เขาทำกับเสี่ยวหลิวได้

“กว่าฉันจะยอมรับใจตัวเองว่ารักเสี่ยวหลิวมากแค่ไหน ก็ตอนที่ทุกอย่างอาจสายเกินไป” 

วันที่จัดงานเลี้ยงและเกิดเรื่องเข้าใจผิด เสี่ยวหลิวเลือกที่จะเดินออกจากชีวิตเขาไปตลอดกาล ความหวังริบหรี่ที่พยายามคว้าเอาไว้เหมือนกับว่ามีอยู่แต่ก็มองไม่เห็น  บางเบาจนจับต้องไม่ได้ 

หวังหย่งเหวินกล่าวแค่นั้นแล้วมองไปยังผนังด้านหน้า เขาไม่พูดอะไรต่อ คล้ายกำลังจมไปกับความคิดตัวเอง  เนิ่นนานจนน้ำฝนที่ยืนมองอยู่ต้องพยายามกักเก็บน้ำตาที่เอ่อคลอเอาไว้อย่างสุดความสามารถ เห็นเพื่อนต้องเจ็บปวดแบบนี้ มีหรือจะไม่รู้สึกอะไรเลย

ที่ตัดสินใจเข้ามาในห้องนี้ เพียงอยากทราบความเป็นไปของหวังหย่งเหวินเท่านั้น ไหนเลยจะทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่ทั้งสองเลิกกัน การพูดคุยครั้งนี้ถือว่าได้คลายปมในจิตใจไปจนหมด

แต่น้ำฝนรู้ดีว่าเธอเป็นเพียงแค่คนนอก ที่สำคัญเธอไม่กล้าให้คำแนะนำอะไรกับหวังหย่งเหวินอีกต่อไปแล้ว 

หญิงสาวใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาทิ้ง สูดหายใจรวบรวมความกล้าอีกครั้ง 

“ฝนกำลังจะแต่งงาน”

การเปลี่ยนเรื่องของเธอทำให้หวังหย่งเหวินหันกลับมามอง 

“อันที่จริงฝนมาโรงพยาบาลนี้ก็เพราะว่าพ่อสามีฝนป่วย เขาพักอยู่ห้องข้าง ๆ เหวินนี่เอง ดังนั้นตอนที่กำลังจะกลับแล้วเดินผ่านป้ายหน้าห้อง...” 

หวังหย่งเหวินคลี่ยิ้มบาง ข่าวดีที่ได้ยินทำให้ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจ

และแน่นอนว่าบุคคลที่แอบมองอยู่ย่อมเห็นมันทั้งหมด

“ยินดีด้วยนะฝน ฉันขอให้เธอมีความสุขมาก ๆ ”

“ขอบคุณ” หัวใจที่หนักอึ้งของเธอคล้ายเบาขึ้นมาบ้าง เธอยิ้มตอบ พยายามระมัดระวังประโยคที่จะพูดต่อไป  

“แฟนของฝนเป็นคนจีน เราเจอกันเมื่อต้นปีก่อน บางคนอาจจะคิดว่าเร็วเกินไปด้วยซ้ำที่ตัดสินใจแต่งงานเลย แต่ว่าเรื่องความรักน่ะมันไม่มีช้าหรือเร็วหรอกจริงไหม”

เหมือนกับว่าเธอกำลังจะให้กำลังใจเขา 

“งานแต่งงานฝนจะจัดขึ้นที่ปักกิ่ง ถ้าเป็นไปได้ก็อย่างให้เหวินมาร่วมงานนะ”

“ฉันไปได้เหรอ”

หลังจากที่เขาทำร้ายจิตใจเธอไป เธอก็ยังเห็นว่าเขาสำคัญพอที่จะให้ไปร่วมงานมงคลได้ ?

“อื้อ ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่”

น้ำฝนยืนยันแล้วว่าเธอยังคงเห็นชายหนุ่มอยู่ในฐานะอะไร หวังหย่งเหวินแทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เธอกล่าวออกมา 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ไม่อยากเป็นเพื่อนกันแล้วเหรอ”

“อยาก แต่ว่าฉันทำเธอ-”

น้ำฝนขัดคนที่กำลังจะร่ายความรู้สึกผิดตัวเองอีกรอบ ด้วยการสอบถามสถานที่ทำงานของเขาเพื่อที่จะส่งการ์ดแต่งงานไปให้

“แลกเบอร์ไว้ติดต่อกัน”

หวังหย่งเหวินผ่อนคลายลงมากกว่าตอนแรก เขายินยอมทำตามที่เธออยาก จากนั้นก่อนที่ ‘เพื่อน’ ของเขาจะขอตัวกลับไป เธอก็หันมายิ้มให้

“ฝนอยากให้เหวินบอกเรื่องที่เราเจอกันวันนี้กับเสี่ยวหลิวนะ เพื่อความบริสุทธิ์ใจและความสบายใจทั้งสองฝ่าย งานแต่งงานนี้ฝนเชิญเหวินและเสี่ยวหลิวมา แต่ถ้าเขาไม่อยากให้เหวินมาก็ไม่เป็นไรเลย ไม่ต้องคิดมากล่ะ”

เมื่อทั้งห้องกลับมาเงียบสงบเหมือนเดิม หวังหย่งเหวินก็หลับตาลง ปล่อยให้นางพยาบาลที่เพิ่งเข้ามาวัดไข้ให้ 

เขาไม่ได้เก็บเรื่องของน้ำฝนมาคิดต่อ กลับมีแต่เรื่องของเสี่ยวหลิวที่วกเข้ามาอีกครั้ง สมองของเขามันไม่มีที่ว่างให้เรื่องอื่นอีกแล้ว 

นางพยาบาลบอกว่าอาการของเขาดีขึ้น แบบนี้อีกไม่นานเขาก็คงได้กลับไปหาภรรยาที่แสนจะคิดถึง

เสี่ยวหลิวยืนสงบเงียบอยู่ในห้องน้ำมาเกือบยี่สิบนาที เรื่องราวที่ได้เห็นได้ยินทั้งหมดยังติดอยู่ในความทรงจำ เมื่อได้ครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วกลับยิ่งตกตะกอนเข้าใจอะไรหลายอย่าง 

หวังหย่งเหวินรักเสี่ยวหลิวมาตลอด และน้ำฝนที่กำลังจะแต่งงานก็กลายมาเป็นเพื่อนกันได้อย่างราบรื่น ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ต่อกันทั้งสิ้น

เขาเข้าใจมาตลอดว่าที่ตัวเองโดนเกลียดเพราะเฮียยังรักผู้หญิงคนนั้น แต่สาเหตุที่แท้จริงแล้วไม่ใช่ แล้วเฮียยังพูดออกมาต่อหน้าเธอว่า ‘รัก’ เขาอย่างเต็มปากเต็มคำ

ความรู้สึกที่มีส่งผลให้กายสะท้าน

เฮียเหวินรักหลิวจริง ๆ ?

ยืนอยู่ตรงนี้ ได้ยินอย่างชัดเจน แล้วแบบนี้จะไม่ให้เชื่อได้อย่างไร

ในตอนที่หวังหย่งเหวินกำลังจะหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำ ทำเอาสะดุ้งรีบหันไปมองด้วยความตกใจ เพราะในห้องนี้ไม่มีใครอยู่นอกจากตัวเอง 

ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นร่างของภรรยาที่กำลังยืนอยู่

“เสี่ยวหลิว”

หวังหย่งเหวินเบิกตากว้าง วันนี้มีเรื่องน่าประหลาดใจเกิดกับตัวเองถึงสองครั้ง แต่หากเปรียบเทียบกันแล้ว เสี่ยวหลิวที่กำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาหาเขาช้า ๆ นั้นทำให้ประหลาดใจมากกว่า

หวังหย่งเหวินลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว โดยลืมไปว่ามือข้างขวามีสายน้ำเกลือเจาะอยู่ แต่ชายหนุ่มไม่สนใจ ดึงกระชากโยนมันออกไปจากตัว

กระนั้นจังหวะที่กำลังจะก้าวไปหาผู้เป็นภรรยา เขากลับหยุดตัวเองเอาไว้ หวังหย่งเหวินเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเขายังต้องทำตามกฎอยู่

อยากสัมผัสแค่ไหน ก็ต้องหักห้ามใจ

ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ลดกำแพงตัวเองลง เสี่ยวหลิวกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่หวังหย่งเหวินสื่อออกมาทางสายตาให้เห็น 

รัก

มันอัดแน่นอยู่ในดวงตาคมคู่นั้น ท้วมท้นปราศจากซึ่งความเกลียดชัง

เพียงเท่านี้เขาก็แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

หัวใจของเขามันเต้นแรงจนเจ็บไปหมดแล้ว

เสี่ยวหลิวเป็นฝ่ายที่ทนไม่ไหว เขาโผเข้าไปสวมกอดคนตัวใหญ่แน่นด้วยแรงทั้งหมดที่มี

“เสี่ยวหลิว”

หวังหย่งเหวินนึกว่าตัวเองกำลังฝัน เขาตัวแข็งทื่อ ตรงข้ามกับเจ้าของชื่อซึ่งกระชับวงแขนแน่นขึ้นไปอีก เสี่ยวหลิวฝังใบหน้าเข้ากับไหล่กว้าง

การกระทำของคนตัวเล็กส่งผลต่อหัวใจหวังหย่งเหวินเหลือเกิน เขาอธิบายความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ เสี่ยวหลิวเป็นฝ่ายสัมผัสเขาก่อแบบนี้จะถือว่าเป็นการอนุญาตจะได้ไหม

วงแขนแกร่งค่อย ๆ ยกขึ้นโอบแผ่นหลังคู่ชีวิต ไม่กล้าแม้แต่จะออกแรงมากกว่านี้ เขาไม่อยากให้เสี่ยวหลิวปฏิเสธเพราะความอึดอัด 

“เราเข้าไปอยู่ในนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก่อนน้ำฝนจะมา”

“งั้นก็...ได้ยินหมดแล้วสินะ”

คนที่รัดเขาแน่นไม่ตอบ กลับถามคำถามแทน 

“ที่บอกว่ารักหลิว เฮียพูดจริง ๆ ใช่ไหม”

“พูดจริงสิ” มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าเล็กขึ้นมา เขามองดวงตาเรียวสวยซึ่งพราวไปด้วยหยดน้ำ แม้แต่ขนตายาวยังเปียกชื้น ไม่มีเสี่ยวหลิวที่เย็นชาต่อเขาอีกแล้ว 

“เฮียรักเสี่ยวหลิวนะ”

“ฮึก”

“เฮียรักเสี่ยวหลิว”

กล่าวยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอีกรอบ

คนตัวเล็กเอียงใบหน้าซบกับมืออุ่น ใช้มือตัวเองทาบทับไว้อีกชั้น เพียงเท่านี้ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปหมด 

“รักจริง ๆ ใช่ไหม ไม่หลอกกันแล้วนะ ถ้าไม่ใช่ก็อย่าหลอกกันอีกเลย หลิวเหนื่อยแล้วจริง ๆ ”

หยดน้ำตาตกกระทบลงบนหลังมือคนใจร้าย เสี่ยวหลิวอ้อนวอนเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น่าสงสารจนอยากเอามืดมาแทงตัวเองที่เป็นต้นเหตุเป็นร้อยเป็นพันครั้ง

“อย่าร้อง” กระซิบปลอบพร้อมกับใช้นิ้วโป้งปาดความหวาดกลัวที่เสี่ยวหลิวแสดงให้เห็นออกไป “ไม่หลอกครับ เฮียรักเราจริง ๆ  หวังหย่งเหวินรักเสี่ยวหลิว รักมากเลยนะ และจะรักตลอดไป”

คำหวานที่แสนคิดถึงถูกพูดซ้ำไปซ้ำมา ราวกับจะย้ำเตือนให้เชื่อมั่น เสี่ยวหลิวสะอื้นจนตัวโยน

“ก-ก่อนหน้านี้เฮียไม่ได้อ่อนโยนแบบนี้เลย ทำไมจู่ ๆ ถึง...” ถึงอ่อนโยนได้ขนาดนี้ "เฮียเปลี่ยนจนหลิวนึกว่าเฮียแกล้งทำ"

“ถ้าเสี่ยวหลิวได้ยินที่เฮียคุยกับน้ำฝน มันเป็นเพราะเฮียเห็นแก่ตัวโยนความรู้สึกผิดให้เราทั้งหมด ถึงจะทำร้ายเราแต่ในใจเฮียก็รู้สึกทุกครั้งที่เห็นเราร้องไห้นะ ตอนซุนไป่หานที่เฮียทำรุนแรงก็เพราะทั้งหึงทั้งหวง ไม่อยากให้เราเป็นของใคร เสี่ยวหลิวพูดคำว่าหย่าออกมา เฮียถึงได้รู้ว่าข้างในลึก ๆ มันไม่เคยเปลี่ยน มันตอกย้ำว่าไม่อยากให้เราจากเฮียไปไหน  แต่เพราะมันเกิดขึ้นเร็วมากจนตัวเองยังไม่อยากยอมรับด้วยซ้ำ ก็เลยสับสนทำอะไรไม่ถูก”

เขาเหมือนคนที่ทะเลาะกับตัวเองตลอดเวลา

เสี่ยวหลิวตั้งใจฟังสิ่งที่หวังหย่งเหวินเล่า คิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดไปด้วย

“ตอนที่รู้ว่ารักแล้ว แถมยังรักมากกว่าเดิม คือช่วงสามเดือนที่เราย้ายไปตงเฉิง มันทรมานไปหมดที่ต้องมีชีวิตอยู่ทุกวันโดยไม่มีเสี่ยวหลิว จนไอ้ความเกลียดที่เฮียสร้างขึ้นมันค่อย ๆ หายไปจนหมด”

เขาใช้ช่วงเวลานั้นทบทวนสิ่งต่าง ๆ  แล้วบอกกับตัวเองได้ว่า “เฮียเพิ่งจะคิดได้ ที่เรานิสัยเปลี่ยนไปและยังกล้าไปหาน้ำฝนแบบนั้น มันก็เป็นเพราะคำว่ารักที่เฮียบอกกับเรามาตลอด”

เสี่ยวหลิวกล้าที่จะทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากขึ้น เด็กหนุ่มเปลี่ยนจากเด็กที่ใสซื่อเป็นเด็กที่หลงกับคำว่ารักจนไม่สนอะไร

“ขอโทษที่ทำร้ายเรามาตลอด ทั้งเรื่องฝน เรื่องที่หนีมาปักกิ่ง เรื่องที่…ไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น เรื่องที่พูดไม่ดี เข้าใจผิดและยังว่าไปมากมาย เฮียขอโทษ อาจจะดูน่าไม่อายแต่ว่าอภัยให้เฮียนะ เฮียสัญญาว่าต่อจากนี้ไปจะไม่ทำให้เราเสียใจอีกแล้ว ถึงจะรู้ว่ามันคงยาก แต่ขอโอกาสให้เฮียอีกสักครั้ง”

สิ่งที่คนเป็นสามีพูดออกมา มันเป็นสิ่งที่เสี่ยวหลิวรอคอยมาตลอด กำแพงน้ำแข็งของเขามันละลายหายไปจนเกือบหมด จะมีก็แต่สิ่งหนึ่งที่เขายังปล่อยไปไม่ได้

“เรื่องพวกนั้นหลิวให้อภัยเฮียตั้งนานแล้วไม่รู้เหรอ” ถ้าไม่อย่างนั้นเขาจะดันทุรังพยายามมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไง เขาคงปล่อยมือไปตั้งแต่เฮียคบกับน้ำฝนแล้ว

“แต่เราขอแยกกันอยู่ เรายังอยากหย่า”

“เพราะหลิวยอมแพ้ต่างหาก  ที่เฮียพูดแล้วผลักหลิวตอนนั้นมันเจ็บมากเลยนะ ที่บอกว่าถึงจะทำอย่างนั้นก็ไม่มีทางกลับมารักหลิวหรอก หลิวก็คิดว่าถ้าเกลียดกันขนาดนี้ก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ความเสียใจมันเยอะจนหลิวต้องบอกกับตัวเองว่าพอได้แล้ว”

หวังหย่งเหวินจดจำเหตุการณ์นั้นได้ หรือว่านั่นคือจุดที่เสี่ยวหลิวคิดว่าการหย่าคือทางออกสำหรับปัญหานี้

“แล้วไหนจะเรื่องที่โกหกม๊าว่าทำอะไรหลิวอีก เฮียนิสัยไม่ดี !  พูดเรื่องน่าอายต่อหน้าซิ่นเฉิงกับเทียนฉี หลิวเหมือนโดนทำร้ายซ้ำ ๆ จนสู้หน้าใครไม่ได้อีกแล้ว หลิวฝืนใจปล่อยแต่เฮียไม่ยอมปล่อยสักที แล้วยังตามมาถึงคอนโดอีก มันน่าโมโหจะตาย ! ”

ขนาดความโมโหของเสี่ยวหลิวยังถูกแสดงออกมาอย่างสุภาพ ไม่มีคำหยาบด่าทอให้เจ็บแสบหรือการทำร้ายร่างกายใด ๆ

เขาช่างไม่คู่ควรกับความดีที่เสี่ยวหลิวมอบให้เลย

ชายหนุ่มได้แต่กล่าวขอโทษซ้ำ ๆ 

“ขอโทษนะ แต่ว่าเฮียนึกไม่ออกว่าจะรั้งเราไว้ยังไง เราอยากหย่ามาก แถมม๊ายังโผล่มาอีก ถ้าเกิดกลับไทยไปทุกอย่างก็คงจบ เฮียคงเสียเราไปตลอดกาล เสี่ยวหลิว เรากลับมารักกันเหมือนเดิมได้ไหม ครั้งนี้เฮียจะไม่ทำผิดพลาดอีก เฮียสัญญาจะรักเราคนเดียว จะชดเชยทุกสิ่งที่เราไม่เคยได้รับ”

เสี่ยวหลิวเม้มริมฝีปาก สะกั้นกลั้นอารมณ์ไว้จนหายใจไม่ออก และแล้วเขาก็ยอมเปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจออกมาจนหมด

“หลิวอยากรักเฮียให้ได้เท่าเดิม ไม่อยากคิดอะไรอีกแล้ว แต่เพราะสิ่งที่เฮียทำมันทำลายความเชื่อของหลิวไปจนเกือบหมด ถ้ารักแล้วจะเชื่อได้ยังไงว่าเฮียจะไม่ทำแบบนี้อีก” 

หวังหย่งเหวินเข้าใจความคิดคนตรงหน้า เขาจรดริมฝีปากลงบนกลุ่มผมที่ถูกกัดสีจนอ่อน ปลอบประโลมด้วยความรัก

“ไม่เป็นไร ถ้าเรายังไม่อยากรัก เฮียก็ไม่บังคับ ยังไม่อยากเชื่อใจทั้งหมดก็ไม่เป็นไร หลังจากนี้เสี่ยวหลิวจะมองคนอื่นจะรักใครก็ได้ หรืออยากเป็นเพื่อนกับใครเฮียก็จะไม่ขัดขวาง เราไม่ต้องเอาใจมาผูกกับเฮียอีกแล้ว”

ดวงตาคมสบเข้ากับดวงตาเรียวหวาน หวังหย่งเหวินคลี่ยิ้มบาง

“เราไม่ต้องพยายามหรือฝืนอะไรทั้งนั้น เฮียจะเป็นคนทำทุกอย่างเอง... จะไม่ขอพื้นที่หัวใจเราทั้งหมด แต่ขอแค่บางส่วนที่เปิดโอกาสให้เฮียได้แสดงความรักและสร้างความเชื่อขึ้นมาใหม่ได้ไหม หลังจากนี้ถ้าครบ 1 ปีที่สัญญาไว้แล้วยังอยากหย่า เฮียก็จะหย่าให้”

ยังเหลือเวลาอีก 9 เดือน ขอแค่เปิดโอกาสให้เขาบ้าง หวังหย่งเหวินก็คงไม่เสียใจในภายหลัง

“ทั้งที่ถ้าสุดท้ายผมก็ยังเลือกหย่ากับคุณนะเหรอ” 

หวังหย่งเหวินพยักหน้า

“ถึงจะหย่าก็ไม่เป็นไร ถ้าให้เลือกระหว่างเราอยู่กับเฮียแล้วทรมานกับเราสามารถมีความสุขได้โดยที่ไม่มีเฮีย ก็จะเลือกอย่างหลัง”

ท้ายที่สุดก็อยากให้เสี่ยวหลิวมีความสุข และถ้าจะไม่มีเขาเป็นส่วนหนึ่งในนั้นก็ต้องยอมรับแต่โดยดี 

เสี่ยวหลิวคล้ายกับเห็นภาพของตัวเองในอดีตทับซ้อนกับหวังหย่งเหวินในเวลานี้ 

หวังหย่งเหวินผู้ที่ไม่เรียกร้องอะไรนอกจากสิ่งที่เรียกว่า ‘โอกาส’ เช่นเดียวกับเสี่ยวหลิวที่ไม่เคยได้รับสิ่งนั้นจากคนตรงหน้า  เด็กหนุ่มคิดในใจ กับเฮียเหวินก็รักไปแล้ว ตัดยังไงก็คงไม่ขาด ไม่มีทางลืมได้แบบที่ลู่เสียนบอก แต่เขาจะยอมเป็นคนโง่อีกดีไหม ถ้าชีวิตคู่ในอนาคตมันไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าจะสวยงาม นอกจากความเชื่อใจที่อาจจะไม่มีวันเติมจนเต็ม

ช่างเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก ถ้าเป็นเสี่ยวหลิวในอดีตคงเลือกความรักของเฮียโดยไม่ลังเล แต่เขาในเวลานี้-

ไม่เอาแล้ว เสี่ยวหลิวบอกกับตัวเอง

พอสักทีเถอะ !  เรื่องของความรักจำเป็นต้องคิดด้วยเหตุผลมากมายจริง ๆ เหรอ ทำไมสมองถึงเอาแต่แย้งตลอด

เขาก็แค่อยากทำในสิ่งที่อยาก

แค่อยากมีความสุขกับคนที่ตัวเองรักก็เท่านั้น 

อย่างน้อยในอนาคตถ้าต้องเจ็บอีกก็แค่หันหลังจากไปตลอดกาล แต่ถ้ากลับมารักกันเหมือนเดิมได้จริง ๆ  ก็อาจจะเป็นโอกาสที่ไม่ควรปล่อยไป 

เพราะความสุขของเขาก็คือเฮียเหวิน

ตลอดเวลาที่จมอยู่กับความคิดตัวเอง เสี่ยวหลิวไม่พูดอะไรออกมา จนหวังหย่งเหวินใจหล่นหายไปหลายต่อหลายครั้ง ยิ่งคนตัวเล็กขืนตัวออกจากอ้อมกอด เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมา

หวังหย่งเหวินกลืนก้อนแข็งลงคออย่างยากลำบาก และในตอนที่สีแดงเริ่มจะปรากฎขึ้นบนดวงตาทั้งสองข้างนั้นเอง เสี่ยวหลิว ภรรยาของเขาก็เอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา





“หลิวให้โอกาสเฮีย”



พร้อมกับรอยยิ้มที่เขาจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต









------------------------------------------ 

ไม่ขอพูดอะไรมากนอกจากคำว่า ทุกคนเก่งมากค่ะ ที่อยู่รอดมาจนถึงตอนที่ 26 นี้ 

ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ยังติดตามและเอาใจช่วยความรักของทั้งสอง ในส่วนของดราม่าหนักหน่วงติดต่อกันนั้นได้หมดลงไปแล้ว อยากกอดทุกคนแน่น ๆๆ และในส่วนของตอนที่เหลือหลังจากนี้จะเป็นการฟื้นความสัมพันธ์ของทั้งสอง หวังว่าจะสามารถชดเชยให้กับนักอ่านทุกท่านที่รอคอยได้นะคะ

ขอให้เช้าที่จะมาถึงนี้เป็นเช้าที่ดีของทุกคน แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ

ความคิดเห็น