Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 7 เห้ !

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2561 23:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7 เห้ !
แบบอักษร

"อาสี่ ลื้อไม่จำเป็นต้องมีผัวเลยน้า หม่าม้าเลี้ยงลื้อได้"

หม่าม้าเคยขอฉันแบบนั้นตั้งแต่ฉันยังสาวๆ แต่ไม่ทันแล้วล่ะอาม้า หนูจับผู้ชายกดโดยบังเอิญ แถมมันติดลูกแล้วล่ะ


หม่าม้ากลัวว่าฉันจะลำบากน่ะ และตอนนี้สิ่งที่หม่าม้ากลัวเป็นจริงแล้ว ฉันเก็บตกลูกครึ่งหมาแมวกับฝูงจรจัดของมัน แถมยังไม่แน่ใจด้วยว่าลูกที่ออกมาจะมีตัวเดียวหรือเป็นครอก

"...................."  ฉันพยายามไม่คิดว่าลูกของฉันจะคลอดออกมาอยู่เป็นพันธุ์ไหน ถ้าออกมาเหมือนพ่อมัน ก็ .... เอาเถอะ บางเรื่องคงต้องปล่อยไปตามชะตากรรม

ถึงจะมีภาระระยะยาว แต่อย่างน้อยฉันก็มีจุดมุ่งหมายใหม่ในชีวิตล่ะนะ ... ฉันจะเป็นแม่ที่ดี จะมีครอบครัวที่อบอุ่น  

เอาล่ะ ... สู้ สู้! เฮ้!!

ปลุกปลอบให้กำลังใจตัวเอง ตบหน้าเบาๆให้พร้อมสู้ชีวิตในวันใหม่ สูดลมหายใจลึก เดินหลบหลีกซากระเกะระกะไปเปิดประตูกระท่อม

"...................." 

หันหลังกลับเข้ากระท่อม 

ตัวผู้ที่อุ้มท้องลูกของฉันยังอยู่ในร่างสองขา นอนหงายกางแขนกางขาอยู่กลางบ้าน ... เช้าแล้วยังไม่ตื่นอีกเหรอ? ฉันยื่นเท้าไปสะกิดส่วนที่ยังไร้แผลเบาๆ 

"...................." เงียบ น้ำลายฟูมปากแต่ยังหายใจ 

ฉันเอียงคอมอง ไม่ควรรุนแรงกับปิศาจท้องสินะ งั้นปลุกซ้ำอย่างนุ่มนวล 

ก้มลงจับขาทั้งสองข้างของอีหมีควาย ยกขึ้น ....


แป๊ดดด!!! 

โอ๊กกก!!


.... บรรจงใช้เท้าเปล่าขยี้สิ่งที่อยู่ตรงกลางอย่างนุ่มนวล

"เลิกแกล้งตายได้แล้ว ไปบอกลูกฝูงแกให้มากลบขี้เดี๋ยวนี้ แล้วคุมมันซ่อมกระท่อมด้วย คืนนี้ต้องเสร็จนะ!" ฉันนวดปลุกด้วยส้นเท้าอีกรอบอย่างนุ่มนวลจนมันตื่นเต็มตา 

ฉันฟื้นมาควบคุมร่างได้อย่างเต็มที่ตอนใกล้รุ่งน่ะ เลยตัดสินใจเปิดอกพูดคุยกับหมีควายเรื่องการเคารพสิทธิส่วนบุคคลและมารยาทที่พึงกระทำ เราต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน ฉันไม่อยากค้างคาน่ะ 

ฉันคิดว่าเสียงที่เราคุยกัน (ที่จริงมีเฉพาะเสียงของหมีควาย ฉันมักจะพูดเสียงเบาเวลาเครียด) คงจะทำให้พวกลูกฝูงของมันกลัวอึฉี่ราด แถมฉันยังพลั้งมือหงุดหงิดนิดหน่อยเลยทำให้กระท่อมที่โทรมอยู่แล้วชำรุดเพิ่มขึ้น

แย่จริง ฉันจะเป็นแม่คนแล้วต้องใจเย็นกว่านี้ 

ฉันทำใจ สงบอารมณ์ หันไปยิ้มสดใสให้ลูกฝูง (ที่ยังซ่อนตัวอยู่) โบกมือทักทาย แล้วจิกหัวอีหมีควายลากออกไปทำงาน


วันที่สองของชีวิตคู่ (?) ของฉันเริ่มแบบนี้ล่ะค่ะ


......................................................


ตอนนี้ฉันมีธุรกิจสองอย่างค่ะ หนึ่งคือร้านเกาเหลา-ก๋วยเตี๋ยวที่ฉันเช่าที่เป็นแผงเล็กๆในตลาดได้แล้ว สองคือฟาร์มถั่วงอกกับสวนผักสำหรับวัตถุดิบของร้านที่ฉันซ่อนไว้ในชายป่า 


คือว่าพวกพืชผักที่ฉันปลูกดูจะโตเร็วผิดปรกติน่ะ ฉันไม่อยากกลายเป็นตัวประหลาด ส่วนพืชวิเศษ ถ้ำแห่งนั้นหลังจากที่ฆ่าพวกหนูแล้วก็ปลอดจากสัตว์ประหลาดอื่น ไม่มีการกลับมาเกิด-ตายวนใหม่เหมือนปิศาจในดันเจี้ยนอย่างในนิยาย ฉันเลยซ่อนไร่พืชวิเศษไว้ที่นั่น

ทั้งปลูกผักกับร้านก๋วยเตี๋ยว ฉันต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อดูแลสวนผักและเก็บเกี่ยวไปใช้ในร้านก๋วยเตี๋ยว พวกนายชียอมช่วยฉันในร้านก๋วยเตี๋ยว (แน่นอนว่าสูตรน้ำซุปยังคงเป็นความลับ) แลกกับซุปเนื้อ (ซึ่งสูตรยังเป็นความลับเช่นกัน) กับถวายปัจจัยเล็กๆน้อยๆ ส่วนลูกน้องอีกกลุ่ม เมื่อวานอิหมีควายพาลูกฝูงสามสี่ตัวมา ซึ่งฉันคิดว่าระหว่างนี้อาจจะให้ไปใช้แรงงานในสวน

"..............." มองอีหมีคุมลูกน้องซ่อมซากกระท่อม ... เห็นสติปัญญาและประสิทธิภาพการทำงานของพวกมันแล้วฉันได้แต่เบือนหน้าหนีอย่างเงียบงัน 

ปิศาจลูกครึ่งระดับต่ำสินะ ถึงหน้าตากับหุ่นดูดี แต่เพราะสมองแบบนี้ถึงเป็นลูกน้องของอีหมีควายสินะ


ฉันฝากร้านกับหัวหน้านายชีให้ดูแลร้านก๋วยเตี๋ยวในช่วงบ่าย สัญญิงสัญญาว่าจะเพิ่มปัจจัยบำรุงศาสนา กัับหม้อไฟเนื้อตุ๋นกินแก้หนาวยามค่ำคืน    ที่นี่ใกล้เข้าสู่ช่วงใบไม้ร่วงแล้วล่ะนะ กระท่อมก็ยังแค่พอคุ้มกะลาหัว แถมเสื้อผ้าหนาๆยังต้องเตรียม นี่เป็นปัญหาอีกอย่างที่ฉันต้องแก้ 


ฉันหิ้วห่อก๋วยเตี๋ยวแห้งที่แบ่งให้อิหมีและลูกน้อง แวะกลับกระท่อมในช่วงบ่าย  ...

ไปเจอพวกมันกำลังนอนกลางวันในร่างสี่ขา​

"....................."  

พวกมันกำลังนอนกลางวันข้างๆกระท่อมที่ยังซ่อมไม่เสร็จ ... ที่จริงคือแทบจะยังไม่ซ่อม

ฉันเดินยิ้มไปหากลุ่มก้อนหมีควายกับลูกน้อง

"คืนนี้จะไม่มีที่คุ้มกะลาหัว ตั้งใจซ่อมหน่อยสิจ้ะ" ฉันขอร้องเสียงหวาน กระโจนเข้าไปเตะสกัดอีหมีควายที่กำลังจะเลื้อยหนี คว้าขาหลังได้ จับทุ่มแล้วใช้ท่าเดิมกับเมื่อเช้า 

"พะ พวกข้า ปะ อ๊าาา เป็นปิศาจ แมวนะ นะ อ๊าก นอนกลางวันเพิ่ม พลัง น้าาาา อ๊ากกกกกก !!" มันรีบเปลี่ยนร่างเป็นร่างสองขามาแก้ตัว

ฉันต้องเห็นใจธรรมชาตินอนกลางวันแบบแมวๆของพวกมันมั้ย?

กระทืบสองสามครั้งแล้วนวดกระปู๋ด้วยฝ่าเท้าอย่างต่อเนื่อง หันไปยิ้มทักทายพวกลูกฝูงที่หนีไปรวมกลุ่มเอาขาหน้าปิดหว่างขา


ฉันกระทำการขอร้องจนแน่ใจได้ว่าพวกมันจะยอมสละเวลานอนกลางวันอันมีค่าซ่อมกระท่อมจนเสร็จ เดินเข้าบ้านไปหยิบเสียมของพระเจ้า 

"ไปไหนอ่ะ ไปด้วยสิ" อีหมีทิ้งลูกน้อง กระดิกหางเดินตามฉัน

"แค่ไปที่ถ้ำนั่นเองน่า ไม่ต้องตามมาหรอก"

"ไม่อ่ะ ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวมีคนรังแกฮูหยิน"

ฉันชี้ไปที่ซากกระท่อม มองหน้ามัน 

"......................" "....................."    

ลมหนาวยะเยือกชวนขนลุกของต้นฤดูหนาวโชยมา​​​


......................................................


ใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ลมหนาวเริ่มโชยมา แต่ทางไปถ้ำยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือวันนี้พวกสัตว์ประหลาดเหมือนจะเยอะขึ้น จะเข้าหน้าหนาวแล้วต้องรีบตุนอาหารล่ะมั้ง ...

ตูมมม !!


ฉันกระโดดฟาดกระโหลกตัวอะไรสักอย่างที่เหมือนหมูป่าเป็นครั้งสุดท้าย ตัวแค่นี้น่าจะไม่ต้องซื้อเนื้อได้หลาย --

อู๊ดดด!! อี๊ดด!!! คร่อกกกๆๆๆๆๆ

หมูป่าพุ่งเข้ามาอีกตัว ฉันสปริงตัวโดดขึ้นสูงหลบหมู หวดเสียมเข้ากระโหลก มันไถลลื่นเสียหลัก หมูอีกตัวพุ่งเข้ามา .....


..........................

..............


เหนื่อยว้อย!! เหนื่อยชิบหัย!! นี่มันเหรี้ยอะไรเนี้ย!!


ฉันหมอบหอบแฮ่กท่ามกลางกองซากหมูป่า อาการเหนื่อยง่ายกว่าร่างกายปรกติเริ่มรุนแรงมากขึ้น ฉันอาจจะแพ้ท้องแทนอีหมีควายก็ได้ 

แหงนมองฟ้า อ้อนวอนถึงใครบางคนบนนั้น 

'นอกจากเสียมทุเรศ กับพรกระจอกเหรี้ยๆแบบนี้ ทำไมไม่ส่งลูกน้องเจ๋งๆมาให้อิฉันบ้างละค้าาา ไอ้เหรี้ย!!' 


แซ่กก!!


เงาของตัวอะไรบางอย่างกระโจนเข้ามา

เปรี้ยง!!!! 

เงาพุ่งเข้าหาฉันเร็วจนแทบมองไม่ทัน ฉันมีเวลาแค่ทิ้งตัวหลบ สัมผัสได้ถึงลมที่ผ่านหัวไป

ครืนนนน!!  

ได้ยินเสียงต้นไม้ข้างหลังของฉันโค่น ฉันพุ่งไปหาเสียมหันกลับมาทันใช้มันกันกรงเล็บที่ตะปบเข้ามา

ม่านตาสีฟ้ากับตาดำขยายของแมวยักษ์สีขาวจ้องมา พร้อมน้ำหนักมหาศาลกดทับเข้ามาจนเข่าฉันทรุดลงทั้งสองข้าง ปากของแมวอ้ากว้าง พุ่งเข้ามาหา ....


โฮกกก!!! 


น้ำหนักกดทับมหาศาลหายไป มีเสียงกัดกันของหมากับแมว ฉันรีบลุกขึ้นพุ่งไปจะช่วยเจ้าหมีควายแต่มองคมเขี้ยวปลิวว่อนไม่ทัน และการต่อสู้เร็วรุนแรงเกินกว่าที่ร่างมนุษย์อย่างฉันจะทนได้ 

แมวยักษ์ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีจัดการทุ่มหมีควายหลังกระแทกพื้นดังสนั่น เงื้อกรงเล็บจะตะปบ ฉันได้จังหวะเขวี้ยงก้อนหินนำไปก่อน พุ่งตัวไปฟาดที่สะโพกเต็มแรงแล้วรีบพุ่งหลบ

แมวไม่แม้แต่จะหันมามอง เคาะหางสะบัดเหมือนรำคาญ แล้วตะปบอุ้งเล็บฟาดหัวของหมีควายเสียงดังสนั่น ฉันพุ่งตัวไปฟาดด้วยเสียมอีกครั้งและอีกครั้ง คราวนี้เลือกโจมตีที่ส่วนหัวกับขาหน้าเพื่อซื้อเวลาให้อีหมีควายฟื้นตัว

แมวคำรามแบบเริ่มหงุดหงิดที่ตะปบแมลงวันอย่างฉันไม่โดนจังๆ มันอ้าปากกว้าง


[โฮกกกกกกก!!!!]


ทุกอย่างดำมืด ความรู้สึกสุดท้ายเหมือนโดนคลื่นเสียงกระแทก ฉันหมดสติไปชั่วขณะ 

เปรี้ยงงง!!! ตูมมม!!

รู้ตัวตอนกรงเล็บเข้าถึงตัว ความเจ็บปวดมหาศาลแผ่ไปทั้งช่องท้อง ได้ยินเสียงลั่นในหัวเหมือนกระโหลกของตัวเองแตกดูเหมือนว่าหัวจะไปกระแทกกับอะไรบางอย่าง

น้ำหนักมหาศาลกดทับ แขนขาของฉันขยับไม่ได้ ... เวทมนต์??

ฉันมองผ่านม่านเลือด เห็นแมวเดินกลับไปหาหมีควายที่นอนเลือดโทรม ขาหักเป็นมุมแปลกๆ และ .... 

.... มันพยายามนอนคว่ำเอาส่วนท้องซ่อนให้พ้นการโจมตี

ในท้องนั้น มีลูกของฉัน ....

ฉันส่งเสียงร้องไม่เป็นภาษาออกมาเรียกความสนใจของแมว กระเสือกกระสนจะลุกยืน 

เปรี้ยงง!! 

แมวหันมาตะปบฉันกระเด็น สติฉันหลุดหายไป ....


แล้วตัวฉันก็ลอยออกมานอกร่างอีกครั้ง เห็นร่างของตัวเองพุ่งเข้าไปหาแมว ร่างที่หัวแตก แขนซ้ายหัก กับขาลากข้อเท้าบิด  แมวตะปบแล้วใช้ร่างของฉันเหมือนเป็นตุ๊กตาของเล่น มันจับขาข้างที่หักฟัดเหวี่ยงไปมาแล้วโยนฉันขึ้นฟ้า ก่อนจะตะปบส่งฉันลอยไปไกล

ตูมมมม!!!

ร่างไร้สติของฉันพุ่งลงแม่น้ำสายเดิมอีกครั้ง

จิตของฉันหันไปมองเห็นแมวพ่นลมหายใจ หางสะบัดไปมา ก่อนเดินกลับไปตะปบเจ้าโอวหยาง ... แล้วคาบหนังคอหิ้วเดินเข้าไปในป่า

ฉันอยากตามไป แต่ถูกแรงดึงดูดของร่างให้ลอยตามร่างที่ถูกนำพัดไปไกลมากขึ้นเรื่อยๆ

มีเงาของอะไรมาอย่างตัวยาวว่ายเข้ามาหาร่างของฉัน

ฉันลอยลนลานจะเข้าร่างให้ได้ แต่เงานั้นเข้าถึงตัวฉันแล้ว มันงับเข้าที่แขนของฉัน

.... แล้วลากฉันขึ้นบก

"..................................." ฉันว่าฉันรู้จักไอ้ตัวนี้

มันลากฉันขึ้นตลิ่งได้สำเร็จ ย้ายที่มางับที่ต้นคอแล้วถูลู่ถูกังลากฉันต่อจนถึงชะง่อนหิน ลากต่อจนเห็นว่าร่างของฉันถึงที่ปลอดภัยแล้วคลานหายเข้าไปในป่า กลับมาด้วยผักหญ้าอะไรบางอย่างในปาก วางลง จัดการใช้ปากฉีกเสื้อผ้ารุ่งริ่งของฉัน จัดท่าให้ร่างฉันนอนคว่ำ ใช้ปากเคี้ยวผักหญ้าที่เก็บมาแล้วเอามาบ้วนใส่แผล ใช้ขาหน้าตบๆก้อนเขียวเขละผสมน้ำลายให้ทั่ว เดินเข้าป่าไปเอาสมุนไพรอีกหลายรอบแล้วทำซ้ำขั้นตอนเดิมจนร่างของฉันเป็นมัมมี่สีเขียว

มันอุตส่าห์เข้าไปในป่าไปเก็บฟืนมากอง ไฟลุกพรึ่บ คงจะด้วยมนตรา

จิตของฉันได้แต่มองอย่างอึ้งๆจนจบกระบวนการ ลอยไปจ้องสัตว์ประหลาดตวยาว ตัวที่เพิ่งช่วยชีวิตของฉัน


แหงนมองฟ้าสีดำสนิท


"ตะกวด? เหรี้ย? เอาจริงหรือเจ้าคะ? จะส่งลูกน้องมา ขอลูกน้องที่เท่กว่านี้ไม่ได้หรือคะ? อิสัส!!



_____________________________________________





ความคิดเห็น