พลอยโรสควอตซ์

สวัสดีครับ สามารถแนะนำและติชมผลงานได้นะครับ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะครับ ผู้เขียนสัญญาว่าจะรับฟังทุกคำติชมเพื่อนำไปพัฒนาการเขียนให้ดีขึ้นนะครับ ทักทายกันได้นะครับ ขอบคุณมากครับ

บทที่6 : พี่บอลร่ายมนตร์!

ชื่อตอน : บทที่6 : พี่บอลร่ายมนตร์!

คำค้น : แหวนพลอย, พี่บอล, น้ำขิง, ขิง, แก้ว, มนต์เมืองรัก, มนตรา

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 181

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2561 03:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่6 : พี่บอลร่ายมนตร์!
แบบอักษร

บทที่6 

พี่บอลร่ายมนตร์! 


“กรี๊ด! ไอ้พลอย!!!” เสียงหวีดร้องของน้ำขิงช่วยดึงให้แหวนพลอยกลับมามีสติ  ทันทีที่สาวเจ้าลืมตาขึ้นมาก็รู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองเบาหวิว ราวกับว่าเธอได้ขายมันออกไปแล้ว…ใช่ ขายหน้า  

น้ำขิงและเพื่อนของพี่บอลกำลังพากันยืนมองหล่อนตาค้าง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแหวนพลอยก็ได้เห็นสีหน้าเหยเกตื่นตระหนกของพี่บอล โดยที่ร่างของเขากำลังถูกสองแขนขาของหล่อนกอดรัดเอาไว้แน่นปานชะนีเกาะต้นไม้      

'ฉิบหายแล้ว เอาไงดีวะเนี่ยกู' หล่อนคิด…พอจะเหล่ตาไปส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากน้ำขิงเพื่อนรัก ก็พบว่าเพื่อนของหล่อนกำลังยืนตัวแข็งทื่อไม่กระดุกกระดิกกลายเป็นหุ่นปั้นรูปคนอ้าปากค้างไปเสียแล้ว       

“น่ะ…น้องแหวะ…แหวนพลอยครับ” ในขณะที่หนุ่มผู้ที่เธอกำลังกอดอยู่อย่างลืมอายก็ตัวแข็งทื่อไม่ต่างจากน้ำขิงนัก แหวนพลอยเงยหน้าขึ้นมามองสบตาเขา…หล่อนปรือตานิดหนึ่ง ก่อนที่จะแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยวิธีที่ดีที่สุดที่หล่อนนึกออกมาได้ ณ เวลานั้น       

“อ่ะเฮือก เป็นลม ไม่สบาย ไม่ไหวแล้ว” ก่อนที่จะแกล้งทิ้งร่าง และปล่อยแขนขาออกจากตัวของพี่บอล  เดชะบุญที่เขารีบคว้าตัวของหล่อนขึ้นมาประคองไว้ได้ทัน แหวนพลอยจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรจากการ…สตรอว์เบอร์รีเรียกพี่ของตัวเธอเอง หนำซ้ำยังโชคดีอีกสองต่อ เพราะในตอนนี้อ้อมแขนล่ำของพี่บอลกำลังโอบอุ้มร่างเธอเอาไว้       

“เฮ้ย! น้องคนนี้ที่เข้ามาจีบเอ็งนี่วะ ไอ้บอล” หนึ่งในเพื่อนของพี่บอลร้องทัก      

'ว้าย! ใช่ค่ะ เป็นอีชั้นเองแหละเจ้าค่ะ อุ๊ยเขิน' แหวนพลอยคิด       

“เออ ใช่จริง ๆ ด้วย เห้ย! นี่น้องเขาเป็นลมหรอวะ อะไรวะ แกล้งป่ะเนี่ย จะมาเนียนหลอกแต๊ะอั๋งหนุ่ม ๆ ซะล่ะมั้ง  ฮ่า ๆ” เพื่อนอีกคนของเขาออกความเห็น      

'สาระแนนัก…เออใช่ ทำไม ฉันหลอกแต๊ะอั๋งพี่เขาแล้วจะทำไมวะ! ไม่ได้แต๊ะอั๋งแกสักหน่อย รู้ดีนัก ลาออกจากมหาลัยไปเป็นเทพธิดาพยากรณ์ไป๊!' หล่อนนึกด่าในใจ       

“เฮ้ยพวกเอ็ง ไม่เอาน่า น้องเขาคงไม่แรงขนาดนั้นหรอก พูดอะไรระวังหน่อย น้องเขาเป็นผู้หญิงจะเสียหายนะเว้ย” พี่บอลปรามเมื่ิอเห็นเพื่อนตัวเองกล่าวหาแหวนพลอย โดยที่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วที่เพื่อนตนพูดมานั้นถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน… 

'อุ๊ยตาย! จริง ๆ แล้วหนูก็แรงขนาดนั้นนั่นแหละค่ะพี่ แต่พี่ต้องปกป้องหนูนะคะ ด่ามันเลยค่ะ ด่ามันค่ะพี่บอลของแหวนพลอย นี่มันบังอาจมากล่าวหาเมียพี่ในอนาคตเลยนะคะ สามีต้องอย่ายอมนะคะ ต่อยมันค่ะ ต่อยมันเหมือนในหนังในละคร สู้ ๆ นะคะ ภรรยาจะดู ฮิฮิฮิ' เธอคิดในขณะที่ยังแกล้งหลับตาพริ้มซบไออุ่นจากแผงอกอยู่ในอ้อมกอดของเขา        

“เฮ้ย ข้าว่าอย่ามัวแต่เถียงกันเลย น้องเขามีเป็นโรคประจำตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ เอ็งรีบให้วินมอไซค์ขับพาน้องเขาไปส่งคณะแพทย์ดีกว่าว่ะบอล ให้พวกอาจารย์หมอช่วยดู เกิดน้องเขาเป็นอะไรขึ้นมาจะได้รักษาทัน”       

'เจี๊ยก! อะไรนะ แกว่าไงนะ! ไม่ได้นะโว้ย! ถ้าไปคณะแพทย์ แบบนี้พวกเขาก็ต้องรู้สิว่าฉันสตอเบอแหล…นังน้ำขิง แกมัวทำอะไรอยู่วะยะ! ดูไม่ออกหรอว่าฉันแค่สตอ รีบ ๆ ช่วยฉันเร็ว ๆ เข้าสิ อย่าให้เขาเอาฉันไปส่งคณะแพทย์ได้นะโว้ย!' แหวนพลอยเริ่มกระวนกระวายขึ้นมาในใจ       

“เออ ก็ดีเหมือนกันว่ะ ไอ้ฟลุ๊ค เอ็งวิ่งไปดักโบกวินมอไซค์ให้ข้าหน่อยเร็ว ข้าจะอุ้มน้องเขาตามไป”       

'เวรแล้วกู! นังขิงโว้ย แกไปมุดหัวอยู่ที่ไหนวะ ช่วยพูดอะไรออกมาหน่อยเร็วเข้า!' หล่อนบ่นในหัว ก่อนที่จะแอบเหล่ตาขึ้นมามอง จากนั้นจึงเห็นว่าน้ำขิงกำลังยืนบิดไปบิดมา หยอกล้อหน้าระรื่นอยู่กับเพื่อนคนหนึ่งของพี่บอล      

'อีขิง! อีเวร!' แหวนพลอยด่าในใจ เมื่อเห็นว่าไม่ได้การ เธอจึงค่อยทำทีว่าเริ่มรู้สึกตัวและพยายามจะก้าวขาลงเดิน พี่บอลเห็นดังนั้นจึงวางตัวเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนที่อยู่ใกล้ ๆ       

“ดีขึ้นแล้วหรอครับน้องแหวนพลอย เป็นอะไรไหม…พี่กำลังจะพาไปหาหมอพอดี” เขาชะโงกหน้าเข้ามาถามด้วยความเอ็นดู       

“ไม่เป็นอะไรมากแล้วล่ะค่ะ หนูคงจะหิวก็เลยเป็นลมไป ช่วงนี้เวียนหัว ไม่ค่อยสบายนิดหน่อยน่ะค่ะ ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว เดี๋ยวหนูขอตัวพาเพื่อนกลับก่อนนะคะ”       

“แน่ใจนะครับว่าจะไม่ไปหาหมอ”       

“แน่ค่ะ แน่ใจมาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่ แล้วก็ขอโทษด้วยที่หนูเป็นลมจนล้มใส่…”  

หล่อนไม่ได้ล้มใส่ หากแต่กระโดดกอดเขามากกว่า...    

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” เขายิ้ม “ถ้ามีอะไรก็ค่อยไลน์มาบอกพี่ก็แล้วกันนะครับ”       

“ขอบคุณมากนะคะพี่บอล” แหวนพลอยพูด ก่อนที่จะจำใจหันหลังให้เขาแล้วเดินไปหาน้ำขิงซึ่งกำลังยืนบิดตัวเป็นเกลียว       

“กล้ามท้องพี่ดูท่าจะแข็งนะคะ” น้ำขิงพูด “ขิงอ่ะ ไม่เคยจับกล้ามท้องผู้ชายมาก่อนเลย”      

“แล้วคนน่ารัก ๆ อย่างน้องขิงเนี่ย อยากจะลองจับดูไหมล่ะครับ” หนุ่มผู้ที่กำลังทำให้น้ำขิงออกอาการเขินอย่างหนักเอ่ยถาม เขาเป็นผู้ชายผิวขาว หน้าตี๋และสวมแว่นเช่นเดียวกับน้ำขิง       

“อุ๊ย! คนบ้า งั้นขิงขอจับหน่อยก็แล้วกันนะคะ” จากนั้นสาวเจ้าก็ใช้นิ้วชี้ยื่นเข้าไปกดจิ้มที่กล้ามท้องลูกระนาดของเด็กหนุ่มแบบเดียวกับที่กดเนื้อทุเรียนยังไงยังงั้น จากนั้นทั้งคู่ก็พากันขำออกมาเบา ๆ เพราะความเหนียมอายซึ่งกันและกัน        

“นัง น้ำ ขิง!” น้ำขิงสะดุ้งเฮือก ทันทีที่เสียงเย็นชาของแหวนพลอยแว่วมาจากด้านหลัง เมื่อสะบัดผมบ๊อบไปหาด้วยท่าที่คิดว่าสวยที่สุดในชีวิตก็เห็นแหวนพลอยยืนทำตาขวางอยู่       

“แหวนพลอย! มีอะไรหรอจ๊ะ” เธอทำเสียงอ่อนเสียงหวานถามเพื่อนสาวเพราะกำลังอยู่ต่อหน้าหนุ่ม   แหวนพลอยไม่รีรอช้า รีบเข้าไปคว้าแขนน้ำขิงหมับ และลากเธอออกไปจากหนุ่มตี๋ที่น้ำขิงกำลังยืนเกี้ยวพาราสีอยู่ด้วยอย่างเข้าได้เข้าเข็ม ชายหนุ่มคนที่ว่าดูตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตะโกนตามหลังน้ำขิง       

“แล้วพี่จะโทร. หานะครับ น้องน้ำขิง”  น้ำขิงผู้น่าสงสารซึ่งกำลังถูกแหวนพลอยลากแขนพากลับ ตะโกนตอบอย่างนิ่มนวล ก่อนจะหายลับไปจากสายตาของหนุ่มตี๋คนดังกล่าว      

“ได้ค่ะพี่นัท แล้วขิงจะรอนะคะ โทร. มานะคะ โอ้ย! แหวนพลอยจ๊ะ ทำไมบีบแรงจัง น้ำขิงเจ็บนะจ๊ะ แหวนพลอยจ๊ะ แหวนพลอย….” 

-----------------------------------------------------------

วันศุกร์       

วันศุกร์เป็นอีกหนึ่งวันที่แหวนพลอยมีเรียนวิชาวรรณกรรมวิจารณ์ และเช่นเคย…เธอกระวีกระวาดลุกขึ้นจากเตียงมาอาบน้ำแต่งตัวออกจากหอไปเรียนแต่เช้า ซึ่งโชคดีที่ในวันนี้สาวเพื่อนร่วมหอขี้เซาของเธอไม่ได้โวยวายให้พรอะไรแหวนพลอยก่อนไปเรียน จะมีก็เพียงละเมอออกมาว่า 

'โลมาถลาลม!' หลังจากนั้นก็ถ่างขาทั้งสองข้างออกและกระพือ เผยิบ ๆ พร้อมทั้งชูมือขึ้นเหนือหัว ดูเป็นท่าที่ไม่เหมือนกับตัวอะไรเลย…       

เป็นเวลาเก้านาฬิกาสามสิบนาทีพอดีที่พี่บอลเดินเข้ามาในห้อง วันนี้เขายังใส่เสื้อนักศึกษาที่แน่นเปรี๊ยะจนเห็นสัดส่วนมาเรียนเช่นเดิม แต่ที่ดูจะไม่เหมือนเดิมก็แทนที่เขาจะเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ประจำที่หน้าห้องซึ่งเขานั่งอยู่เสมอทุกครั้งที่เข้ามาเรียนวิชานี้ ทว่าพี่บอลกลับเดินผ่านมันไป…เขาส่งยิ้มหวานทักทายในขณะที่สบสายตากับแหวนพลอย จังหวะเดียวกับที่เขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้น…และใกล้ขึ้น จนถึงหลังสุดของห้องที่เธอนั่งอยู่ประจำ…      

“ขอพี่นั่งด้วยคนนะครับ น้องแหวนพลอย”  ไม่มีคำตอบอื่นใดที่แหวนพลอยจะสามารถจะเอื้อนเอ่ยออกมา นอกเสียจาก      

“ค่ะ พี่บอล”  จากนั้นพี่บอลจึงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้าง ๆ พร้อมกับยิ้มให้แหวนพลอยอย่างเอ็นดู ซึ่งในขณะนั้นอาจารย์ผู้สอนวิชาวรรณกรรมวิจารณ์ผมตั้งกระบังลมคนเดิมก็เดินเข้าห้องมา       

“น้องแหวนพลอยไม่เห็นไลน์มาหาพี่เลยนะครับ พี่ก็รออยู่ นึกว่าโทรศัพท์เสียซะอีก ถึงไม่ได้รับไลน์จากคนน่ารักอย่างน้องแหวนพลอย” เขาหยอก ในขณะที่แหวนพลอยเริ่มมีอาการหน้าซีด ตัวสั่น เหงื่อแตกพลั่กขึ้นมาอีกครั้ง...      

“ฉิบหาย” เธอพึมพำ       

“หืม? น้องแหวนพลอยว่าไงนะครับ” พี่บอลอึ้งไปเล็กน้อยเพราะคิดว่าแหวนพลอยกำลังพูดกับเขา แต่ก่อนที่จะทันได้ถามอะไรให้คลายสับสน อาจารย์ซึ่งกำลังยืนอยู่หน้าห้องก็พูดขึ้นมาอย่างเสียงดังฟังชัดว่า       

“การบ้านที่ครูให้ไปเมื่อวันพุธ นักศึกษาเอาออกมาส่งตอนนี้เลยค่ะ ครูหวังว่านักศึกษาจะทำกันมาทุกคนนะคะ”       

“ตายแล้วกู” สิ้นคำของอาจารย์ แหวนพลอยก็อุทานออกมาโดยอัตโนมัติ       

“น้องแหวนพลอยครับ…”      

“หนูไปก่อนนะคะพี่!” พูดจบ เจ้าหล่อนก็คว้ากระเป๋าแล้วรีบบึ่งไปที่หน้าห้อง ก่อนจะกระชากประตูเปิดแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปในเวลาเพียงเสี้ยวนาที ทันก่อนที่อาจารย์ประจำวิชาสุดเฮี๊ยบจะได้เอ่ยปากถามอะไร…      

“ซวยฉิบเป้งเลยกู! มัวแต่ตามดูผู้ชายจนลืมทำการบ้านมาส่ง โอ้ยชีวิต!” หล่อนบ่นกับตัวเองเมื่อวิ่งออกมาพ้นห้อง       

“น้องแหวนพลอยครับ! เดี๋ยวก่อน!”  เสียงเรียกนั้นทำให้เธอซึ่งกำลังเดินเตร่ไปเรื่อย ๆ ตามทางถึงกับต้องหยุดกึก เพราะมันเป็นเสียงของพี่บอล จนเมื่ิอแหวนพลอยหันไปหาก็เห็นหนุ่มหน้าคมผิวเข้มคนที่ว่ากำลังวิ่งเข้ามาหาเธอ       เขาวิ่งเข้ามาหยุดตรงหน้าแหวนพลอย จากนั้นจึงหอบแฮก ๆ อยู่ครู่หนึ่งถึงค่อยเอ่ยถาม       

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับน้องแหวนพลอย อยู่ดี ๆ ก็รีบวิ่งออกมา พี่เป็นห่วงเลยตามมาดู”  คำพูดของเขาทำให้แหวนพลอยหน้าแดงขึ้นมาได้…แต่อย่างไรเสีย หล่อนก็รู้สึกอายที่จะต้องตอบหนุ่มที่แอบชอบถึงเหตุผลแท้จริงว่าทำไมจู่ ๆ จึงวิ่งหนีออกมาจากห้องเรียนแบบนี้       

“เอ่อคือ…หนูไม่ได้ทำการบ้านมาส่งน่ะค่ะ”  คำตอบของแหวนพลอยทำให้พี่บอลถึงกับลั่นเสียงหัวเราะออกมา 

“โธ่ พี่ก็นึกว่าเราเป็นอะไรขึ้นมาอีกแล้วเสียอีก…ว่าแต่วันนั้นที่ไม่สบายน่ะ หายดีหรือยังครับ”       

“อ้อ! ก็โอเคขึ้นแล้วค่ะพี่ ค่อยยังชั่วแล้ว แต่ยังมึน ๆ อยู่นิดหน่อย” หล่อนสำออย “ขอบคุณพี่มากนะคะ อีกสองสามวันก็คงหายดี กลับไปเชียร์พี่เล่นบอลได้แล้วล่ะค่ะ” หล่อนยักคิ้วให้เขา       

“เอายาแก้ปวดหัวไหมครับ เดี๋ยวพี่ไปขอที่ห้องพยาบาลให้ หรือบางที ให้พี่พาไปหาอาจารย์ห้องพยาบาลดีไหม…”       

“ไม่เอาค่ะพี่!” แหวนพลอยรีบสวน “หนูแบบว่า…แบบว่าเดี๋ยวก็หายค่ะ อาจารย์ห้องพยาบาลงานเยอะอยู่แล้ว ป่วยนิดป่วยหน่อยแบบนี้ กลัวจะไปทำให้เขาเสียเวลากันเปล่า ๆ”       

“เรานี่ดื้อจังเลยนะครับ” เขายิ้ม “เอาล่ะ งั้นถ้าไม่ยอมไปห้องพยาบาล แถมยาก็ยังไม่ยอมกินอีก งั้นพี่ว่าพี่คงต้องใช้เวทมนตร์เสกให้เราหายป่วยซะแล้วสิ” เขาว่าพลางหัวเราะ ในขณะที่แหวนพลอยใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน  

'เวทมนตร์' งั้นหรอ? นี่เขาพูดจริงหรือแค่หยอกเล่นกันนะ หล่อนเกือบจะลืมไปแล้วเสียสนิทว่าเพราะสิ่งที่หล่อนคิดว่าเป็นเวทมนตร์ นี่เอง ถึงได้ทำให้หล่อนเจอกับเขาในความฝัน และหลงรักเขาอย่างรุนแรงมากมายขนาดนี้…       

ทว่าก่อนที่แหวนพลอยจะทันได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น พี่บอลซึ่งกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอก็หลับตาลง เขายกมือขึ้นมาแกว่งไกวกลางอากาศ และเปล่งเสียงออกมาราวกับกำลังพยายามจะร่ายมนตร์      

“โอม…ข้าจะขอเสกคาถา ณ บัดนี้…”  

โดยทันทีทันใด จู่ ๆ ลมพายุลูกใหญ่ที่ไร้วี่แววว่าจะเกิดมาก่อนก็กระหน่ำพัดมาอย่างแรง ไฟในอาคารเรียนดับพรึ่บพร้อมกันทั้งตึก ต้นไม้ที่อยู่นอกอาคารต่างโงนเงนเอนไหวไปตามทิศทางลมกระโชก ท้องฟ้ามืดครึ้มอึมครึม หมู่เมฆหนาพาสายฝนซัดสาดลงมาจากท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่จะมีเสียงอสุนีบาตฟาดลงมาดัง 'เปรี้ยง!' สนั่นหวั่นไหวจนนักศึกษาสาว ๆ หลายคนตกใจกรีดร้องออกมา ทั่วทั้งตึกสว่างวาบเมื่อสายฟ้าแล่นปลาบลงมาหยอกล้อกับพื้นดิน… 

แหวนพลอยยืนมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวแล้วตระหนักว่า ทุกอย่างที่ปรากฏแก่สายตาและความรู้สึกของเธออยู่ ณ ตอนนี้ล้วนเป็นความจริง หาใช่เพียงแค่ฝันดั่งที่เคยเป็นมา…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น