I'm Mynt

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Irreversible : 1 (Demon or Angle)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 02:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Irreversible : 1 (Demon or Angle)
แบบอักษร

- 1 -



ลมที่พัดผ่านปะทะร่างยังหนาวไม่เท่าสายตาของคนตรงหน้าที่มองมายังผมในตอนนี้ มันเหน็บหนาวและน่ากลัวเสมือนมีความอันตรายวนอยู่รายรอบคนๆนี้

...ปีศาจแพทย์-ศาสตร์...

ตึก

ตึก

“มะ..มึงจะทำอะไร?”

เขาก้าวเข้าหาผมช้าๆ ผมเองก็พยายามถอยหลังหนี และผมคงจะหนีได้สะดวกกว่านี้...หากไม่ใช่ว่าตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่บนสะพาน!!

ฟลินท์ฉุดกระชากลากผมมาจนถึงอ่างเก็บน้ำที่สวยขึ้นชื่อของมหาวิทยาลัย เขาลากผมให้เดินขึ้นมาบนสะพานแคบๆขนาดคนเดียวเดินสะดวกที่มีปลายเปิดโล่งเข้าไปกลางน้ำ...มันมีไว้ให้กระโดดลงไปเป็นอาหารปลาชัดๆ!

“อยากตายไม่ใช่เหรอ?”

“...”

ผมขมวดคิ้วเกร็ง รู้สึกกายเย็นเยียบไปทุกอณู...ผมว่ายน้ำไม่เป็น และถ้าตกลงไปล่ะก็ คงถูกเหล่าปลาตัวอวบอ้วนในอ่างนี้แทะเล็มจนเหลือแต่กระดูกแน่ๆ

“จะตายทั้งทีก็ควรจะมีประโยชน์สักหน่อย...ใช่มั้ย?”

ทำไมเหมือนผมกำลังต่อรองอยู่กับยมบาล? เหตุการณ์ก่อนหน้านี้มันทำให้ผมอยากตายก็จริง แต่ขณะที่ผมกำลังจะกระโดดจากตึกห้องสมุดลงมานั้น ภาพของทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของผมก็ประเดประดังเข้ามาจนผมอยากจะหยุดยั้งการตายนี้...ยังไม่อยากตาย...ยังไม่ได้ทำอะไรที่ควรทำเลย

“ปะ..ปล่อย”

“ทำไม? โลเลเหรอ?”

กึก

ผมรีบเอื้อมมือขยุ้มคว้าเสื้อกาวน์ของคนตรงหน้าเอาไว้แน่นเพื่อจับยึดเอาไว้ เมื่อเท้าที่ก้าวถอยหลังไปพบเพียงแต่ความว่างเปล่า...อีกก้าวเดียวผมต้องตกลงไปแน่ๆ

“ฟลินท์!”

“เรียกทำไม?...ก็พามาส่งแล้วนี่ไง อยากตายไม่ใช่เหรอ?”

ฮึก!

ผมไม่ได้อยากอ่อนแอ แต่ผมหยุดน้ำตาเอาไว้ไม่ได้จริงๆ ทั้งๆที่ไม่อยากจะร้องไห้ต่อหน้าใครทั้งนั้น โดยเฉพาะคนหน้าตาไร้อารมณ์แสนเย่อหยิ่งตรงหน้า

เขามีรายชื่อเรียนกลุ่มวอร์ดเดียวกับผม...แต่แทบจะไม่มีใครพบเจอเขาเลย แม้แต่อาจารย์เองก็ไม่กล้าต่อว่าอะไรเขาทั้งนั้น...

หึ! พวกลูกท่านหลานเธอ

“ปล่อย!...จะกลับแล้ว”

ผมสบตากับดวงตาสีดำสนิทนั้นอย่างพยายามข่มขู่เขาบ้าง...หากว่าเขาเป็นผู้ชายที่อยู่ใกล้แล้วทำให้เราดูด้อยลงได้จริงๆ เสมือนว่าไม่สามารถจะต่อสู้หรือแม้แต่จะเท่าเทียมได้เลย

“คิดว่ากูใจดีมากรึไง?”

พลั่ก!

ตู้มม!!

ซ่าาาาาา!

สายตาเฉยชาเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมได้เห็นก่อนจะถูกผลักให้ตกลงน้ำอย่างไม่ใยดี

“...ชะ...ช่วย!! ช่วยยด้วยย!!”

ผมตะเกียกตะกายพยายามชูมือขึ้นเพื่อเรียกให้คนมาช่วย หากว่าบริเวณนี้เป็นบริเวณที่ไม่ค่อยมีผู้คนผ่านมามากนัก...นี่ผมต้องตายจริงๆงั้นเหรอ? สายตาของฟลินท์ที่มองมาจากบนสะพานยังเฉยชาจนผมยิ่งรู้สึกกลัวและอยากหายไปจากตรงนี้

“ช่วย...ช่วยด้วย!”

ผมพยายามดีดเท้า แต่เหมือนกลับว่ามีปลาที่ว่ายวนรอบๆตัวผม มันน่ากลัว มันรู้สึกแย่และทรมานจนผมอยากจะตายไปให้มันเร็วๆ

“...”

ในเมื่ออย่างไรก็ต้องตาย...งั้นผมก็ควรทำให้มันเร็วขึ้น ผมไม่จำเป็นต้องดิ้นแล้ว แค่ปล่อยให้จมลงไป และขาดอากาศหายใจ...อย่างน้อยก็แค่4นาที...ที่ผมจะไม่รู้สึกอะไรอีกเลย

...

.

ความมืดดำและเงียบไร้ที่สิ้นสุด มันทำให้ผมเหงาและวังเวง...แต่กลับรู้สึกสงบอย่างน่าประหลาดใจ

...ผมกำลังจะตาย? หรือผมตายไปแล้ว?

มันอึดอัด...มันทรมาน

ถ้าผมหายไปจากโลกนี้แล้ว...มันจะดีจริงๆใช่มั้ย?

ผมจะได้ไปเจอกับพ่อและแม่บนสวรรค์จริงๆรึเปล่า?

แต่คนที่ฆ่าตัวตายมันผิดบาปมหันต์จนต้องตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิด...แล้วผมจะเจอพ่อกับแม่ได้อย่างไร?

...แล้วคำปฏิญาณต่อหน้ารูปปั้นพระบิดาฯตอนเข้าเรียนแพทย์ล่ะ? ผมยังไม่ได้ทำตามความฝันของพ่อและแม่ให้เป็นจริงเลยนี่นา...

ผมยังไม่ได้เป็นหมอเลย...เรียนอีกแค่ปีเดียวแท้ๆ...

...น่าเสียดาย...

ผมไม่มีโอกาสได้กลับไปทำสิ่งใดๆแล้ว...

...

.

ตู้มม!

ซ่าาาา!

.

.

“เฮือก!”

แค่ก แค่ก

ผมได้สติขึ้นมาก็สำลักและไอไม่หยุด ก่อนที่ความรู้สึกหนาวเหน็บจะพุ่งปะทะทั่วร่างทำให้ผมต้องกอดตัวเองและสั่นทันทีอย่างหยุดไม่อยู่

“ฟลินท์”

คนหล่ออันดับ 1 ของมหา’ลัยทำเพียงใบหน้าเฉยชามองผมด้วยสายตาที่อ่านความรู้สึกได้ยาก เนื้อตัวของเขามันเปียกปอนไปหมดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

นี่เขา...ช่วยผม?

“ยินดีต้อนรับสู่โลกหลังความตาย”

พรึบ

เขาพูดจบก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำผมออกไปทันทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“...”

เสียงของผู้คนรอบข้างที่ผมเพิ่งเดินผ่านต่างซุบซิบและมองเราทั้งคู่ด้วยแววตาที่หลากหลาย มันทำให้ผมรู้สึกกลัวและอายจนไม่กล้าจะเงยหน้ามองใครทั้งนั้น

แปะ

“กรี๊ดดดดด!”

ความอบอุ่นเล็กน้อยจากเสื้อกาวน์ตัวยาวสีขาวสะอาดตาที่ทาบทับลงบนตัวผมทำให้ผมต้องหันไปมองหน้าคนเป็นเจ้าของด้วยความงุนงง

พรึบ

ผมมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเมื่อจู่ๆภาพทุกอย่างก็ขาวไปซะหมดด้วยเสื้อกาวน์ที่ถูกเลื่อนมาปิดบังใบหน้าของผม

ห้าม ถ่าย

เสียงเย็นๆพูดช้าๆ ชัดๆ และดังพอจนทำให้คนทั่วบริเวณนิ่งเงียบกันไป

“ฟลินท์?”

ผมยังคงงุนงงและมึนๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนี้ผมมองไม่เห็นทางอะไรทั้งนั้น

หมับ

“กรี๊ดดดดดด!!! ฿&@!?-:,&”

สัมผัสตรงฝ่ามือทำเอาผมยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อเขาเป็นคนกอบกุมมือผมเอาไว้แล้วออกแรงดึงให้ผมเดินตามเขาไป เสียงกรี๊ดของผู้คนในบริเวณยิ่งดังมากเท่าไหร่ฟลินท์ก็ยิ่งลากผมให้เดินเร็วมากขึ้นเท่านั้น...แต่แปลกที่สัมผัสจากฝ่ามือของเขาไม่ได้ให้ความรู้สึกแย่แบบที่คิด...เพียงแต่ว่าเหมือนมีกระแสไฟฟ้าที่พุ่งตรงจากฝ่ามือเข้าช๊อตหัวใจผมจนรู้สึกใจเต้นและรู้สึกแปลกๆเท่านั้น

“ให้ตายเถอะ”

เขาพึมพำเบาๆ เหมือนเขาเองก็คงไม่ชอบใจเท่าไหร่ที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านขนาดนี้ แถมยังมีแต่คนมองอีกต่างหาก...แต่คนแบบเขาไปที่ไหนก็มีแต่คนมองแหละครับ ตราบใดที่ยังแบกใบหน้าหล่อๆแบบนั้นเอาไว้

.

.

“พามาทำไม?”

ผมมองหน้าเขางุนงงอย่างสุดขีดเมื่อพบว่าสถานที่ที่เขาพาผมมากลับไม่ใช่คณะแพทย์ ไม่ใช่หอพักนักศึกษาแพทย์ ไม่ใช่แม้แต่สถานที่ที่ผมจะคุ้นเคย แต่มันกลับเหมือนคอนโดหรูๆที่มีห้องแยกและอุปกรณ์ครบพร้อมตกแต่งด้วยโทนสีขาวดำบ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าของสถานที่นี้

“ไปอาบน้ำ”

เขาพูดสั้นๆพร้อมกับโยนเสื้อผ้าแห้งพร้อมกับผ้าขนหนูให้กับผม นี่มันอะไรกัน? เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ผมตามไม่ทันหรอกนะ

“มึงกำลังจะทำอะไรกันแน่?”

ผมออกปากถามอย่างเหลืออด วันนี้ผมเจอแต่เหตุการณ์แย่ๆจนผมทำอะไรไม่ถูกแล้ว ผมเพิ่งเฉียดตายมานะ!!

“ถ้าเป็นกู...กูจะเลือกไปอาบน้ำก่อน”

“ทำไม?”

ผมยังคงเงยหน้าถามร่างสูงที่ถอดชุดเปียกออกทั้งตัวตนเหลือแค่บ๊อกเซอร์แบรนด์เนมที่เกาะเอวตัวVอย่างหมิ่นเหม่...ต้องฟิตหุ่นขนาดไหนถึงจะได้ลายกล้ามเนื้อสวยขนาดนั้น?

“...มึงคงไม่รู้ตัว”

“?”

“เสื้อสีขาวบางๆแนบเนื้อบนตัวมึงตอนนี้...ก็ทำให้ผู้ชายแบบกูมีอารมณ์ได้เหมือนกัน”

ตึง!!

แกร๊ก!

รู้ตัวอีกทีผมก็พาตัวเองมาอยู่ในห้องน้ำพร้อมล๊อคกลอนเสร็จสรรพ

ตึก ตัก ตึก ตัก

ยกมือขึ้นกุมหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนคล้ายกับว่าจะกระเด็นออกมาทะลุออกได้ สายตาของเขาที่มองมาเมื่อกี้มันเหมือนกับว่านั่นคือความจริงและเขากำลังจะทำมันจริงๆ มันมั้งน่ากลัวและหวามไหวจนผมเองต้องคิดว่าตัวเองบ้าไปแล้วแน่ๆที่เผลอรู้สึกอยากให้เขาทำอะไรผมจริงๆ

.

.

“รูปอะไร?”

ผมเดินออกมาจสกห้องน้ำพรเอมกับซับผมที่เปียกไปด้วย ฟลินท์กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่กับใครบางคนในโซนเคาท์เตอร์ครัว

“ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย...แค่พามาที่ห้อง”

ฟลินท์เหยียดโทรศัพท์ออกจากหูเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มเล็กๆให้กับมือถือสีดำเครื่องหรูนั่น

หมอนี่ยิ้มอย่างนั้นเหรอ!?

งั้นแปลว่าคนที่กำลังคุยอยู่ต้องเป็นไอ้เบื่อแน่ๆ ผมเห็นว่าทั้งคณะก็คงจะมีแค่ไอ้เบื่อที่ทำให้หมอนี่คุยด้วยแบบคนปกติแถมยังยิ้มหัวเราะด้วยได้อีกต่างหาก

“เมื่อคืนได้ข่าวว่าไปเก็บไอ้น้องตุลย์ที่ร้านเหล้า?”

ตุลย์? ใช่น้องเดือนวิศวะปี1ที่กำลังเป็นข่าวกับไอ้เบื่อรึเปล่า? เมื่อก่อนผมเองก็ค่อนข้างจะสนิทกับไอ้เบื่อเพราะมันเป็นเพื่อนสนิทกับคู่รหัส(สายรหัสเดียวกัน)ของผม แต่พอขึ้นปี4พวกเราต่างก็สลายและแยกย้ายกันไปเรียนตามกลุ่มวอร์ด นานๆทีถึงจะได้เจอกัน

“ได้กันแล้ว?”

แค่กๆๆ

จู่ๆผมก็สำลักน้ำลายตัวเองทันทีอย่างตกใจ นี่ไอ้เบื่อกับน้องตุลย์!?

“แค่นี้ก่อนนะ”

คนตัวสูงรีบตัดสายทันทีเมื่อเหลือบมามองคนขี้เสือกแอบฟังอย่างผม สายตาของเขากลับมานิ่งและเย็นชาเช่นเคย เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับมองสำรวจทั่วใบหน้าของผม

ตึก ตัก

นี่ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ผมกำลังใจเต้นแรงอีกแล้ว...แค่เพราะไอ้ปีศาจนี่เข้ามาใกล้ๆเนี่ยนะ!?

“จะ...จะกลับบ้าน”

ผมพูดตะกุกตะกักขึ้นเมื่อเขาเลื่อนมือเย็นๆนั่นมาแตะตรงหน้าผากของผมเพื่อวัดอุณหภูมิ

“กลับหอ?”

เขาขยับไปยืนแบบเดิมพร้อมกับล้วงมือในกระเป๋าแล้วสำรวจผมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เสื้อผ้าที่เขาใส่มันค่อนข้างจะใหญ่กว่าตัวผมไปมากเลยทำให้มันค่อนข้างจะดูตลกนิดหน่อย

“อืม”

ผมหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้องไป วันนี้มากเกินพอแล้ว...ที่จริงต้องขอบคุณที่เขาทำให้ผมมีสติ อย่างน้อยผมก็ไม่คิดที่จะฆ่าตัวตายอีกในตอนนี้

หมับ

“เล่ามา”

เป็นอีกครั้งที่เขาใช้กำลังกับผม พูดดีๆแบบที่พูดกับไอ้เบื่อบ้างไม่ได้รึไง? ผมพยายามบิดข้อมือที่ถูกเกาะกุม หากว่ามันแทบไม่เขยื้อน

“เล่าอะไร?”

“ทำไมต้องอยากฆ่าตัวตาย?...แค่เพราะโดนทิ้ง?”

สายตาดุดันดูอ่อนลงคล้ายกับว่าเขาพร้อมที่จะรับฟังผม ถ้าหากว่าผมอยากจะระบาย

...นี่คือคุณสมบัติของการเป็นแพทย์รึเปล่า? ต่อให้โดยสันดานแล้วเราจะร้ายจะเลวแค่ไหน...แต่สำหรับต่อหน้าคนไข้ เราต้องให้ความสำคัญและเป็นมิตรกับคนไข้อยู่เสมอ

...ตอนนี้ผมกำลังเป็นผู้ป่วยสินะ

...ผู้ป่วยจิตเวช

“หิวมั้ย? เดี๋ยวทำอะไรให้กิน”

ผมพูดบ่ายเบี่ยงและจ้องหน้าคนตรงหน้ากลับไปตรงๆ

“อืม...ยังไงเราก็มีเวลาทั้งคืน”

.

.

.

To be continued

Ps : ตุลย์เบื่อก็ยังไม่จบน้าาา แต่สองเรื่องนี้เหตุการณ์เกิดพร้อมๆกันจ้า ค่อยๆเล่าเนอะ

Facebook : I’m Mynt

Instragram : I’m Mynt





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น