KRAJONG

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ข่มขู่ คุกคาม100%#NC25+

ชื่อตอน : ข่มขู่ คุกคาม100%#NC25+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 796

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2561 07:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข่มขู่ คุกคาม100%#NC25+
แบบอักษร

หลังจากสลบไสลไม่ได้สติไปชั่วครู่ หยวนอี้ต๋าเมื่อรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างในที่ใดสักที่หนึ่ง มือและเท้าไม่มีแรงทุกๆส่วนในร่างกายอ่อนล้าและเจ็บปวดระบมไปหมด เมื่อขยับร่างกายก็พบว่าร่างกายขาวเนียนของตนถูกท่อนแขนหนาหนักของใครบางคนกอดเอาไว้จนไม่สามารถขยับตัวได้

ภายนอกหน้าต่างยามนี้ยังคงมืดสลัวบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นเวลาเกือบจะเช้าแล้ว เขาไม่รู้ว่าตัวเองนั้นหลับไปนานแค่ไหน สมองของหยวนอี้ต๋ารู้สึกสับสน ดวงตาบวมช้ำที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักมีอาการพร่ามัวจนต้องกระพริบตาอยู่ครู่หนึ่งจึงสามารถปรับให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นมา

ที่อยู่เบื้องหน้าคืออกแกร่งเปล่าเปลือยของคนผู้หนึ่ง หลวนอี้ต๋าไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเพราะความเหน็ดหนื่อยจากการฝึกวิชาหรือเพราะสาเหตุใด จึงทำให้ร่างสูงหลับลึกขนาดนี้ ร่างบางค่อยๆดันตัวออกมาจากอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง

เมื่อถูกทำเรื่องแบบนั้น หยวนอี้ต๋าก็ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรต่อไป รู้เพียงแต่ว่าเขาหวาดกลัวหวางเฟินเหรินขึ้นมาจับใจ สัญชาตญาณบอกกับเขาว่าให้รีบหนีไปให้ไวที่สุดก่อนที่คนตรงหน้าจะตื่นขึ้นมา

ร่างกายเหนื่อยล้า และมือเท้าที่กำลังสั่นเทาค่อยๆสวมเสื้อผ้าที่ถูกวางไว้ข้างเตียงอย่างเร่งรีบ หยวนอี้ต๋าไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไม่มองผู้ที่อยู่ด้านหลัง ผู้ที่สร้างบาดแผลเอาไว้ในจิตใจของเขา พอสวมเสร็จร่างบางก็ตั้งใจจะรีบวิ่งออกจากห้องนี้ไปทันที

"เจ้าจะไปไหน!!"

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดที่แสดงออกถึงความไม่พอใจดังขึ้นจนร่างบางที่กำลังคิดจะหนีออกมาถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หวางเฟินเหรินหลับสนิทอยู่ไม่ใช่หรือ? แล้วเหตุใดจึงตื่นขึ้นมาได้ หรือแท้จริงแล้วเขาไม่ได้หลับเลยมาตั้งแต่แรก!!

"พี่เฟินเหริน ปล่อยข้าไปเถิด...ข้าสัญญาว่าจะไม่ปริปากเล่าเรื่องนี้ให้ผู้ใดฟัง ได้โปรด..."

ร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทาอย่างน่าเวทนา เขาไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว นอกจากเอ่ยขอร้องให้คนร่างสูงปล่อยเขาไป เผื่อว่าหวางเฟินเหรินจะรู้สึกเมตตาเขาสักนิด

"หึๆ คนอย่างเจ้ามันเชื่อได้แต่ไหนกัน"

หวางเฟินเหรินหัวเราะออกมาเสียงต่ำ ร่างหนาก้าวย่างสามขุมเข้าหาหยวนอี้ต๋าด้วยท่าทีคุกคาม มือแกร่งจับเชยคางมนให้หันมองสบกับดวงตาคมกล้า ก่อนจะออกแรงบีบลงไปอย่างรุนแรง หยวนอี้ต๋านิ้วหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บ เมื่อหวางเฟินเหรินกดน้ำหนักปลายนิ้วลงไปอย่างจงใจ

"ทำไม ทำไมท่านต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย! ข้าทำผิดอะไรงั้นหรือ? ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้!"

หยวนอี้ต๋าแผดเสียงออกมาด้วยความอัดอันภายในใจเต็มไปด้วยคำถามไม่เข้าใจการกระทำของหวางเฟินเหรินแม้แต่น้อย ไม่เข้าใจสักนิดว่าตนทำผิดอะไรจึงต้องเป็นฝ่ายที่ต้องรองรับอารมณ์เกรี้ยวกราดของหวางเฟินเหรินอยู่ร่ำไป

หวางเฟินเหรินเหยียดยิ้มออกมา ทว่าร้อยยิ้มชั่วร้ายที่ประดับอยู่บนใบหน้าคมคายนั้นกลับขับเน้นให้เขาดูหล่อเหลายิ่งขึ้นกว่าเดิม 

แววตาคมกล้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตากระจ่างใจของผู้ที่เอ่ยถามราวมองทะลุลึกไปถึงจิตวิญญาณ หยวนอี้ต๋าต้องหลบก้มหลบสายตาลงมองพื้นเบื้องล่างเพราะทนสบสายตาคมกล้าไม่ไหว

"ทำไมต้องทำถึงเพียงนั้นงั้นหรือ? เข้าใจถามนี่ งั้นข้าจะช่วยตอบให้คนโง่งมอย่างเจ้าเข้าใจ"

ร่างสูงก้มลงกระซิบชิดไปหู น้ำเสียงทุ้มต่ำแสนมีเสน่ห์ แต่กลับทำให้ผู้ฟังอย่างหยวนอี้ต้ารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงจิตใจ

"นั่นก็เพราะว่า ข้าเกลียดเจ้า! และนั้นคงเป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วที่ทำให้ข้าอยากเห็นเจ้าเจ็บปวดจนเจียนตาย!"

"ท่านบ้าไปแล้วงั้นหรือพี่เฟินเหริน!"

หยวนอี้ต๋าตะโกนออกมาอย่างไม่อาจควบคุมสติได้อีกต่อไป น้ำตาไหลอาบเต็มใบหน้า ความรู้สึกที่เขาฝืนทนมานาน ไม่ว่าจะถูกคนผู้หนึ่งกลั้นแกล้งข่มเหงสักเพียงใด บัดนี้ถึงคราวที่ความอดกลั้นนั้นพังทะลายลงแล้ว เขาจะไม่ขอแบกรับความข่มขืนทรมาณจิตใจเอาไว้ผู้เดียวอีกต่อไป!

หวางเฟินเหรินเหยียดยิ้มออกมาราวกับว่าสาแก่ใจไม่คิดจะเอ่ยวาจาปลอบโยนคนตรงหน้าแม้แต่น้อย ทว่าตรงกันข้ามคนร่างสูงกลับสาดวาจาร้ายกาจทิ่มแทงจิตใจของหยวนอี้ต๋าอย่างไม่ปราณี!

"ใช่ ข้าเป็นบ้า! แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าคนบ้าอย่างข้าทำอะไรได้บ้าง!"

มือแกร่งกระชากร่างบางเข้าหาตัวก่อนจะเหวี่ยงลงไปกระแทกกับเตียงนอนที่อยู่ภายในห้อง หลวนอี้ต๋ารู้สึกเจ็บจุกไปหมดทั่วทั้งร่าง

ยังไม่ทันจะได้หายตกใจดี ร่างกายสูงใหญ่ของหวางเฟินเหรินก็คร่อมทับตามลงมาอย่างรวดเร็วกักร่างบางของหยวนอี้ต๋าเอาไว้ภายใต้ร่างกายใหญ่โตไม่ให้สามารถขยับหลีกหนีไปไหนได้

หยวนอี้ต๋ารู้สึกหวาดกลัว มือเล็กยกขึ้นรัวทุบแผงอกหนาอย่าสะเปะสะปะอย่างเอาเป็นเอาตายทว่ากลับไม่เป็นผล ร่างหนาไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย หวางเฟินเหริ่นจ้องมองคนใต้ร่างด้วยสายตาเย็นชา มือบางถูกรวบขึ้นกดเอาไว้เหนือศีรษะด้วยมือหนาเพียงข้างเดียว 

แคว่กกก...

เสียงเสื้อผ้าฉีกขาดดังเข้ากระทบโสตประสาทของหลวนอี้ต๋า เมื่อมือหนาก้มลงกระชากมันออกจากร่างกายบอบบางจนมันขาดติดมือ...

"พี่เฟินเหริน หยุด!! ฮื้อ ได้โปรด"

หยวนอี้ต๋าเอ่ยน้ำตานองหน้า เมื่อเห็นความบ้าคลั่งของหวางเฟินเหริน สัญชาตญาณบางอย่างเตือนเขาว่าสิ่งที่หวางเฟินเหรินคิดที่จำทำกับเขานั้นย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นนอน

"ปล่อยข้านะ อะ อื้อ..."

ร่างสูงก้มลงแนบริมฝีปากร้อนผ่าวประกบจุมพิตลงบนริมฝีปากบางทันที เสียงร้องประท้วงถูกคนร่างสูงดูดกลืนหายเข้าไปในลำคอดังอู้อี้

 หวางเฟินเหรินใช้ฟันคมขบกัดเข้าที่ริมฝีปากล่างนุ่มนิ่มของคนร่างบางอย่างจงใจ ความเจ็บแปลบบนริมฝีปากล่างทำให้หยวนอี้ต๋าสะดุ้งด้วยความตื่นตกใจเผลอแยกเปิดอ้าริมฝีปากออกจากกันทำให้เรียวลิ้นอุ่นร้อนถูกส่งรุกล้ำเข้าสู่ภายใน

หวางเฟินเหรินดูดกลืนความหวานอย่างหิวกระหาย หาได้มีความอ่อนโยนใดๆเลยแม้แต่น้อย รสจูบของเขานั้นทั้งดิบเถื่อน เร้าร้อน และรุนแรง ราวกับต้องการที่จะสูบวิญญาณของคนใต้ร่างให้ขาดอากาศหายใจตายลงในอ้อมแขนของตน

หยวนอี้ต๋าหอบหายใจเอาอากาศภายนอกเข้าปอดอย่างรุนแรงเมื่อคนร่างสูงถอนริมฝีปากออก ยังไม่ทันจะได้เอ่ยประท้วงถ้อยคำใดๆออกมา ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับประกบลงมาใหม่อีกครา

เรียวลิ้นร้ายกาจกวาดต้อนรุกไล่ดูดกลืนลิ้นเล็กอย่างดุดดัน สร้างความรู้สึกเร่าร้อนหวามไหวให้เกิดขึ้นกับคนร่างบาง

หยวนอี้ต๋ารู้สึกเลือดลมตีขึ้นหน้า ใบหน้าของเขารู้สึกเห่อร้อนอย่างรุนแรง ริมฝีปากบางบวมช้ำ ดวงตากลมโตยามนี้หวานเชื่อมฉ่ำปรือเมื่อถูกหวางเฟินเหรินชักจูงด้วยสัมผัสหวาบหวามของจุมพิตกระชากวิญญาณ สมองของหยวนอี้ต๋าขาวโพลนราวกับสติหลุดลอยไปชั่วขณะหนึ่ง






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น