พันธกานต์/พลับพลึงธาร

ไม่ติดเหรียญ แต่อยากให้นักอ่านติดใจ อิโรติกแบบเร่าร้อน ละเอียดลออ+ดราม่าแบบหนักหน่วง 2in1ขนาดนี้ไม่อ่านไม่ได้แล้ว!

ระรานรัก บทที่๓๒ คนแก่ NCกรุบกริบๆ 130%

ชื่อตอน : ระรานรัก บทที่๓๒ คนแก่ NCกรุบกริบๆ 130%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2561 00:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ระรานรัก บทที่๓๒ คนแก่ NCกรุบกริบๆ 130%
แบบอักษร

บทที่๓๒



ศมนส่งยิ้มบางๆให้เมื่อสิงหเรศที่กำลังทำงานอยู่ไม่ห่างออกไปชำเลืองสายตามองมาที่เธออย่างห่วงใยครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งๆที่เธอก็ไม่ได้อยู่ห่างจากบริเวณที่เขากำลังสั่งงานลูกน้องเลยแม้แต่น้อย เธอกระชับเสื้อกันหนาวเข้าหากายมากขึ้นยามสายลมหนาวพัดผ่านอาณาบริเวณกว้างบนจุดสูงสุดของไร่ดุสิตาที่เธอกำลังยืนอยู่นี้ แม้ว่าเวลานี้ใกล้จะล่วงเลยผ่านฤดูกาลหนาวเหน็บเต็มทีทว่าดูเหมือนว่าไร่ดุสิตาแห่งนี้จะถูกมนตร์ของลมหนาวสะกดไว้อีกเนิ่นนานทีเดียว

แต่แล้วกลับไม่ใช่เพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมที่เข้ามากระทบโสตประสาทของเธอ แม้คำนินทานั้นแสนจะแผ่วเบาทว่าเธอกลับได้ยินมันอย่างชัดถ้อยชัดคำ ...ไม่ว่าจะอย่างไรในสายตาของคนอื่นๆเธอก็ยังคงเป็นเพียงผู้หญิงมารยาร้อยเล่มเกวียนที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ปลาตัวโตอย่างสิงหเรศติดกับดักสวาทนี้

กระนั้นมันก็เป็นเรื่องที่เธอชินชาเหลือเกินและทราบดีว่าการแกล้งทำเป็นหูทวนลมนั้นดีที่สุดสำหรับสถานการณ์นี้ เพราะเธอไม่ได้มีพลังวิเศษที่จะเปลี่ยนความคิดหรือความรู้สึกของใครได้

แค่สิงหเรศรักเธอ...เท่านี้มันก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ

แต่กลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้เช้าวันใหม่ที่สดใสของเธอหม่นหมองลงไปทันตา...

“บัว”เธอสะดุ้งน้อยๆเมื่อเสียงแสนคุ้นเคยของใครคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ สายตาคมมองมาที่เธออย่างต้องการสำรวจ “เหม่ออะไรฮึ”

“เปล่าค่ะ ไม่ได้เหม่อ”เธอเอ่ยก่อนจะยิ้มบางๆให้สิงหเรศ สามีหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งราวกับว่าต้องการที่จะคาดคั้นเธอต่อ แต่แล้วเขาก็เลือกที่จะจับจูงมือเธอเดินออกมาจากแปลงปลูกผลไม้เมืองหนาวอย่างเงียบๆ มือของเขายังคงอุ่นจัดและนั่นก็ช่วยให้เธอคลายความหนาวเหน็บและความรู้สึกแย่ๆนั่นลงไปได้มากโข

“ได้ยินอะไรไม่ดีมาใช่มั้ย”เธอไม่กล้าตอบรับหรือปฏิเสธเมื่อสิงหเรศเอ่ยออกมาเช่นนั้น อันที่จริง เขาเองก็น่าจะได้ยินเรื่องเช่นนี้มาบ้างแล้วเหมือนกัน

“มันก็เป็นธรรมดานี่คะ ไม่มีใครบนโลกนี้ไม่ถูกนินทาหรอกนะคะ อีกอย่าง...พวกเขาก็ไม่ได้มาต่อว่าบัวต่อหน้าต่อตา แค่หูบัวมันเผอิญไปได้ยินเข้าก็เท่านั้นเอง”เธอเอ่ยก่อนจะยิ้มบางๆให้กับชายหนุ่ม วินาทีหนึ่งความรู้สึกเสียใจฉายชัดขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้าม เธอควรจะเป็นผู้หญิงที่ดีสำหรับสิงหเรศได้มากกว่านี้ จะได้ไม่ต้องมีใครมาคอยนินทาเขาลับหลังว่ากำลังเสียรู้ให้ผู้หญิงคนหนึ่ง

“แต่ฉันไม่ชอบให้ใครมาว่าเธอเสียๆหายๆ ทีนี้รู้หรือยังว่าทำไมต้องมีงานแต่งงาน”เธอยิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้า เธอรู้ว่าเขามองทุกอย่างได้อย่างเด็ดขาดกว่าเธอมากนัก เอรู้ว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อความสบายใจของเธอ แต่สิ่งที่เธอต้องการมากกว่าคือการได้ยืนอยู่เคียงข้างกายสิงหเรศ ได้คอยดูแลและสนับสนุนเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี ไม่ใช่การทำให้เขาต้องเหน็ดเหนื่อยอยู่ทุกวินาทีที่ต้องโอบกอดเธอเอาไว้

“แต่บัวรักคุณนี่คะ ไม่ได้รักพวกเขา บัวไม่สนใจหรอกว่าเขาจะคิดยังไง ชีวิตบัวเจออะไรแบบนี้มาเยอะแล้ว เศร้าพักเดียวเดี๋ยวก็ลืมไปหมดแล้วล่ะค่ะ”

“ฉันน่าจะเจอเธอให้เร็วกว่านี้”

“แค่เราได้เจอกัน มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ”ต่อให้เธอและเขาจะไม่ได้รักกันเช่นนี้ หรือต่อให้ต้องเป็นเธอที่ต้องรักเขาข้างเดียว เธอก็ยังจะคิดว่านั่นมันคือความโชคดี เพราะบนโลกที่แสนกว้างและใหญ่นี้ มีเพียงสิงหเรศคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้

“ปากหวานจริงเมียฉัน”เธอหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ยินสิงหเรศเอ่ยออกมาเช่นนั้น และไม่คิดจะขัดขืนสักนิดเมื่อเขาโอบไหล่บางของเธอไปชิดร่างสูงใหญ่ของเขา แต่ถึงเธอจะพูดออกมาเช่นนั้นมันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะทำเป็นไม่สนใจกับสิ่งเหล่านั้นได้ ยิ่งคนอื่นๆมองว่าเธอไม่คู่ควรกับสิงหเรศมากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งเพิ่มความพยายามในการพิสูจน์ว่าเธอเป็นภรรยาที่ดีของสิงหเรศได้

“คุณสิงห์คะ”

“ว่าไง”

“ให้บัวช่วยงานคุณได้มั้ยคะ”

สิงหเรศเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกแปลกใจที่ได้ยินศมนพูดออกมาเช่นนี้ ก็ที่ผ่านมาภรรยาสาวไม่เคยเอ่ยเรื่องนี้กับเขามาก่อนและลึกๆแล้วเขาก็ตั้งใจว่าจะดูแลเจ้าหล่อนให้ดีที่สุดและนั่นมันก็รวมถึงการที่เธอไม่ต้องเหนื่อยตรากตรำทำงานให้ชีวิตวุ่นวายเหมือนที่ผ่านมา แต่บางทีเขาก็อาจจะหลงลืมอะไรบางอย่างไปเสียสนิท...

“งานเล็กๆน้อยๆก็ได้ค่ะ บัวรู้ว่า...”

“มันไม่ใช่เพราะฉันไม่ไว้ใจเธอหรอกนะบัว”เขาไม่อยากให้หญิงสาวคิดเช่นนั้นเลยสักนิด จริงอยู่ที่ในตอนนั้นเขาเป็นคนที่พูดแบบนั้นออกมาเอง แต่มันก็เป็นคำพูดที่ไม่ได้ถูกกลั่นกรองและที่สำคัญมันมาจากอคติล้วนๆ “ฉันแค่อยากดูแลเธอให้ดีที่สุด”

“คุณดูแลบัวดีแล้วค่ะ ให้บัวได้ช่วยคุณบ้างนะคะ”ยิ่งนานวัน ศมนยิ่งทำให้เขาแน่ใจว่าตัวเองบเลือกผู้หญิงที่ยืนอยู่เคียงข้างไม่ผิดเลยสักนิด...

“ถ้านั้น...ฉันจะแบ่งงานที่ยศทำอยู่ให้เธอทำ เป็นงานคล้ายๆพวกเลขาฯ แต่แค่อยู่ในไร่มากกว่าออฟฟิศ แล้วที่สำคัญเธอจะได้อยู่ในสายตาฉันตลอดเวลาด้วย”

“ก็ดีค่ะ คุณจะได้ไม่ไปเถลไถลกับใครอีก”เขามองคนที่เริ่มจะอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาเสียดื้อๆด้วยความเอ็นดู ดูท่าว่าศมนจะเก็บอาการหึงหวงไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชาที่เจ้าหล่อนแสดงออกเป็นนิจไว้ไม่ได้แนบเนียนอีกต่อไป ภรรยาของเขาขี้หึงใช่น้อยเลย...

“ฉันไม่ทำแบบนั้นมาตั้งนานแล้ว”

เขามองใบหน้างามของคนตัวเล็กกว่าด้วยความมันเขี้ยว ก็ดูเจ้าหล่อนทำหน้าเข้า เธอทำราวกับว่าเขากำลังพูดโกหกอยู่อย่างไรอย่างนั้นทั้งๆที่สิ่งที่เขาพูดมันคือความจริงทุกอย่าง เขาอาจจะเคยหลงใหลในความสัมพันธ์หวือหวาอย่างหนุ่มสาว แต่นั่นมันก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆและนั่นมันก็ผ่านมานานมากแล้ว ก็อาจจะตั้งแต่ศมนเพิ่งจะแตกเนื้อสาวด้วยซ้ำ...

ยิ่งคิดย้อนกลับไปก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นโคแก่ไปแล้วจริงๆ แต่ก็ช่างปะไร...ในเมื่อหญ้าอ่อนแสนหวานถึงเพียงนี้

“วันนี้ฉันทำงานเสร็จแล้ว เราไปเดินเล่นกันมั้ย”

“ที่ไหนคะ”แววตาเป็นประกายนั้นทำให้หัวใจของผู้เป็นสามีหวั่นไหวใช่น้อย สิงหเรศจับร่างบางของภรรยาสาวให้หันมาเผชิญหน้าก่อนจะกระชับเสื้อกันหนาวผืนหน้าเข้ากับร่างบอบบางของเจ้าหล่อน

“อยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก เห็นตรงนั้นมั้ย”

ศมนหันหน้าไปตามทิศทางที่นิ้วเรียวใหญ่ของสิงหเรศชี้ ก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆเมื่อเขาชี้ไปยังกลุ่มยอดไม้สีชมพูที่โดดเด่นขึ้นมาจากเรือนไม้สีเขียวขจีที่เธอทอดสายตามองอยู่เมื่อครู่ เพียงแค่มองจากตรงนี้ยังสวยมากถึงเพียงนี้ เธออดคิดไม่ได้เลยว่าที่ตรงนั้นต้องสวยจนทำให้เธอหลงลืมเรื่องราวที่สร้างความไม่สบายใจให้เป็นปลิดทิ้งอย่างแน่นอน

“ต้นนางพญาเสือโคร่งใช่มั้ยคะ”

“ใช่ มีกัลปพฤกษ์ปลูกแซมด้วยอีกนิดหน่อย อยากไปรึเปล่า”เธอพยักหน้ารับอย่างแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดและสิงหเรศก็ช่างเอาใจเหลือเกิน เขาจับจูงเธอเดินไปตามทางเล็กๆที่หากไม่สังเกตให้ดีก็คงมองไม่เห็นอย่างใส่ใจ มือของเขาอุ่นและจับมือของเธอไว้อย่างมั่นคงในทุกๆก้าวที่เดินไปข้างหน้า...เขาทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีที่ได้เป็นภรรยาของเขา

มือบางหยิบกลีบดอกไม้สีชมพูอ่อนออกจากเสื้อกันหนาวผืนหนาของตัวเองด้วยรอยยิ้ม ปลายนิ้วเรียวสัมผัสกลีบดอกไม้แสนนุ่มละมุนนั้นด้วยความเผลอไผลและกว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่พวงดอกไม้ดอกกระจุ๋มกระจิ๋มถูกแซมลงบนผมที่มัดรวบไว้เป็นหางม้าของเธอด้วยฝีมือของสิงหเรศ แต่ก่อนที่จะทันได้กล่าวขอบคุณ คนใจดีก็จัดการถอนทุนคืนจากเธอด้วยปลายจมูกโด่งของเขาที่กดลงแนบข้างแก้มของเธออย่างไม่เบานักจนเอต้องตีแขนคนฉวยโอกาสเบาๆอย่างเคอะเขิน ก็ใครใช้ให้เขาทำท่าเหมือนจะกลืนกินเธอลงท้องไปทั้งตัวแบบนั้นกันล่ะ

“หอมจัง”

“ทะลึ่ง บัวไม่อยู่ใกล้คุณแล้ว”เธอว่าเขาเสียงขุ่นแต่กระนั้นใบหน้ากลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างน่าอายและแน่นอนว่าสิงหเรศก็คงได้เห็นแล้วเช่นกันว่าใบหน้าของเธอขึ้นสีจัดขนาดไหน

“ชอบก็บอกว่าชอบ ปากแข็งอยู่เรื่อยเลยสิน่า”เธอค้อนสามีหนุ่มไม่ลงเมื่อสิ่งที่เขาพูดมันคือความจริงทั้งหมด เธออมยิ้มน้อยๆเมื่อเดินไปตามทางเดินที่กิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ทอดมาปกคลุมเป็นร่มเงาจากแสงแดดอ่อนๆที่ส่องลงมาจากท้องฟ้าสีขุ่นมัวเพราะม่านหมอกหนาตัวที่กระจายอยู่ทั่วอาณาบริเวณ กลิ่นหอมอ่อนของกัลปพฤกษ์ทำให้เธอผ่อนคลายลงอย่างง่ายดาย แม้ดอกไม้บางส่วนจะเริ่มร่วงโรยตกลงสู่ผืนดินแต่เธอก็ยังรู้สึกว่าที่นี่สวยงามน่ามองมากอยู่ดี

“เธอไม่คิดว่าฉันจะน้อยใจบ้างหรือไง”เธอหันไปมองคนข้างกายอย่างนึกสงสัย น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยไม่ต่างจากสีหน้าของเขาเลยสักนิด และนั่นทำให้เธอคาดเดาอะไรไม่ได้เลย

“เรื่องอะไรคะ”

“ก็ที่เธอชอบทำเป็นห่างเหินกับฉันเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ... ทั้งแม่ทั้งคนงาน เหมือนเธออายหรือไม่เธอก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรา...”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ”เธอเอ่ยออกมาแทบจะทันทีเมื่อทนฟังสิ่งที่สิงหเรศพูดออกมาไม่ได้อีกต่อไป เขากำลังเข้าใจเธอผิดมากไปทุกที “ต่อหน้าแม่ของคุณ ท่านเป็นผู้ใหญ่ บัวกลัวว่าท่านจะมองว่ามันประเจิดประเจ้อ”

“เธอใส่ใจแต่คนอื่น”เธอชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน ความรู้สึกหนึ่งที่พยายามกดมันให้ลึกลงสู่ก้นบึ้งของหัวใจกลับกระจ่างชัดขึ้นมาอีกครั้ง....

“บัว... กลัวว่าคุณจะอายคนอื่น กลัวว่าคนอื่นจะมองคุณไม่ดี”เธอรู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังรู้สึกมันทำให้สิงหเรศต้องเป็นกังวลใจ แต่เธอกลับห้ามตัวเองไม่ให้คิดเช่นนั้นไม่ได้เลย หลายสิ่งหลายอย่างในช่วงเวลาที่ผ่านมาตลอดช่วงชีวิตมันทำให้เธอต้องรู้สึกเช่นนั้น มันไม่ใช่แค่ตอนที่เธอได้ใช้ชีวิตร่วมกับสิงหเรศเท่านั้น แต่มันคือตลอดชีวิตที่ผ่านมา...

เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลึกลงไปในหัวใจนั้นเธอคิดอยู่เสมอว่าเธอไม่คู่ควรกับความรักจากผู้ชายคนไหน เพราะอย่างนั้นเธอถึงไม่เคยขวนขวายหามัน...

“บัวไม่รู้ว่าจริงๆแล้วบัวควรจะยืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่า รอบตัวเรามันไม่ได้มีแค่เรา วันข้างหน้า...”

“ฉันไม่เคยอาย ไม่เคยคิดที่จะอาย ฉันกล้าบอกกับทุกคนบนโลกว่าเธอเป็นเมียฉัน และเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับฉัน...เธอไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”

สิงหเรศดึงร่างบางนั้นเข้ามากอดแนบอก แววตาที่เศร้าหมองของศมนทำให้เขาใจหายและนั่นมันทำให้เขาได้รู้ว่าตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาภรรยาสาวต้องเข้มแข็งมากแค่ไหนเพื่อที่จะก้าวข้ามผ่านขวากหนามแหลมคมในชีวิตของเธอ ทุกสิ่งหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ทว่าปากแข็งและเย็นชาจนน่าหัวเสีย แต่ก็กลับกลายเป็นผู้หญิงที่ทำให้เขารักได้อย่างไม่มีเงื่อนไขเช่นเดียวกัน

และต่อจากนี้ไป...เขาจะอยู่ตรงนี้เพื่อดูแลศมนให้ดีที่สุด

“ฉันรักเธอมากนะบัว เชื่อในตัวฉันนะ...เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”

“ขอบคุณนะคะ”เสียงนั้นสั่นเครือจนน่าใจหาย

“ถ้าเห็นว่าร้องไห้เสียใจอีก ฉันจะนับเป็นเท่าตัวของการทำการบ้าน”เขากระซิบข้างหูหญิงสาวและยิ้มออกมาน้อยๆเมื่อเธอผละตัวออกอย่างรวดเร็วพลางส่งค้อนวงโตให้เขาก่อนจะก้าวฉับเพื่อเดินหนี และแน่นอนว่าเขาไม่ลดละความพยายามที่จะเดินตามคนแสนงอน

“เดินแบบนี้จะได้ชมธรรมชาติหรือไง”เขาเย้าทว่าหญิงสาวไม่สนใจ “เธอจะมางอนฉันเรื่องอะไรฮึ ก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าให้ขยันทำการบ้าน”และได้ผลเมื่อเจ้าหล่อนชะงักฝีเท้าแทบจะทันทีก่อนจะโต้ตอบเขาด้วยใบหน้างามที่ขึ้นสีจัดจนสังเกตเห็นได้ชัด

“แต่ที่คุณสิงห์ทำมันเกินไปค่ะ คุณจงใจจะฆ่าบัวชัดๆ”

“ดูพูดเข้า”เขายื่นมือไปบีบแก้มนุ่มของภรรยาสาวอย่างมันเขี้ยว เธอพูดว่าเขาจงใจจะฆ่าเธออย่างนั้นหรือ เฮอะ! เขาต่างหากล่ะที่สมควรพูดคำนั้น ศมนร้อนแรงขึ้นทุกวันและนั่นแทบไม่ต้องถามว่าเขาจะสามารถยับยั้งชั่งใจตัวเองได้มากแค่ไหน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้หัวใจวายตายคาอกเมียตัวเองเข้าสักวัน

“บัวเจ็บนะ”เจ้าหล่อนโวยก่อนจะดึงมือของเขาออกอย่างไม่เบานัก

“เพราะงอนอยู่ล่ะสิถึงเจ็บน่ะ ไปเดินเล่นกันดีกว่า ฉันไม่มีแรงเถียงเธอหรอกนะรู้มั้ย”

“คนแก่!”



ลมหายใจหอบกระชั้นจากปลายจมูกโด่งน่าเอ็นดูที่ปะทะแผงอกกว้างเปลือยเปล่าของ‘คนแก่’ที่ศมนเอ่ยถึงเมื่อตอนกลางวันนั้นทำให้คนที่ถูกสบประมาทนั้นยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ในขณะที่มือหนาลูบไปตามแผ่นหลังนวลเนียนของคนที่นอนตะแคงเข้าหาอ้อมกอดของเขาใต้ผ้าห่มผืนหนาเล่นอย่างผ่อนคลาย หญ้าอ่อนแสนหวานของเขากำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งหลังจากบทเพลงรักจังหวะหนักสลับเบาที่เขาใช้ขับกล่อมเธอตั้งแต่เย็นย่ำผ่านพ้นไป เขารู้ว่าศมนหวานแค่ไหนจึงอดใจไม่ได้ที่จะเชยชิมเธอทุกค่ำคืนทว่าคืนนี้พิเศษกว่าทุกคืน...

“อื้อ คุณสิงห์”เพราะเขาจะไม่ปล่อยให้เธอได้พักง่ายๆจนกว่าเธอจะเลิกคิดว่าอายุที่มากของเขาจะทำให้เขาเสื่อมสมรรถภาพไปด้วย เธอไม่รู้หรืออย่างไรว่าวัยอย่างเขามันกลัดมันแค่ไหน....

“ไม่เอาแล้วนะ บัวไม่ไหว”

“ไม่ไหวได้ยังไงฮึ ฉันยังไม่อิ่มเลยนะ”เขาเย้าพลางเลื่อนมือมาลูบวนหัวไหล่มนของเจ้าหล่อน

“คุณแกล้งกันนี่คะ บัว...ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆสักหน่อย”

ศมนเอ่ยเสียงแผ่วเพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่มันเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เธอสารภาพความจริงนี้กับสิงหเรศ นอกจากจะได้สารภาพจนหมดเปลือกแล้ว เธอยังสำนึกดีที่เดียวว่าไม่ควรจะเย้าสามีหนุ่มเช่นนั้น ในเมื่อเขาเอาจริง! เธอแทบจะสลบอยู่บนอกของสิงหเรศอยู่แล้วหากเขาไม่หยุดทุกอย่างลงเสียก่อน

“บัวเหนื่อย อยากนอน...นี่มันก็หลายชั่วโมงแล้วนะคะ”เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภายใต้ความมืดนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว แต่รู้ทีเดียวว่ามันแสนจะยาวนานในเมื่อสิงหเรศรักเธอตั้งแต่พลบค่ำที่ยังพอมีแสงสลัวให้เห็นสรรพสิ่งรอบกายจนกระทั่งตอนนี้ที่รอบกายนั้นมืดสนิทและแสนจะหนาวเหน็บ

“ฉันยังไม่อยากนอนเลยนี่”

“อุ้ย! อืม คุณสิงห์”

ศมนทั้งตกใจและซ่านเสียวไปในเวลาเดียวกันเมื่อมือหนาจับขาข้างหนึ่งของเธอให้พาดลงบนสะโพกสอบของเขาพลางขยับกายเข้ามาชิดเธอจนเธอสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนแสนร้อนผ่าวของบางสิ่งที่แนบชิดอยู่ด้านในของต้นขาเรียว เขาขยับความร้อนผ่าวนั้นสัมผัสจุดอ่อนไหวของเธออย่างช่ำชองในขณะที่มือหนาเลือนมาคลึงหน้าอกข้างหนึ่งของเธออย่างไม่เบานัก

“เดี๋ยวก็ตื่นไปทำงานสายหรอกค่ะ”เธอยังไม่ละความพยายามที่จะหว่านล้อมสามีหนุ่ม ทว่าดูเหมือนมันจะเปล่าประโยชน์มนเมื่อร่างกายของเธอก็พร้อมที่จะโอนอ่อนไปตามสัมผัสของเขาเช่นกัน

“ไม่สายหรอก ฉันขอนะคนดี”

“อ๊ะ อือ”เธอไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธเลยด้วยซ้ำเพราะสิงหเรศเติมเต็มเข้าหาเอด้วยจังหวะที่รวดเร็วและหนักหน่วงจนเธอเกือบจะเสร็จสมอยู่อีกไม่กี่อึดใจ เขาขยับเติมเต็มเธอด้วยความเร่าร้อนไม่ต่างจากทุกครั้ง ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่บนซอกคอของเธออย่างแนบชิดในขณะที่ขาข้างหนึ่งของเธอถูกพับและพาดลงบนสะโพกแกร่งที่ตอกตรึงสาดซัดความหวามไหวแก่เธอครั้งแล้วครั้งเล่า

“อื้อ อ๊ะ อ๊ะ”ความเสียวซ่านหวานล้ำที่ประเดประดังเข้าหาระลอกแล้วระลอกเล่าทำให้เธอต้องโผเข้าหาอ้อมกอดสิงหเรศอย่างต้องการที่พักพิง ทว่านี่กลับเป็นช่วงเวลาเดียวที่สิงหเรศไม่เคยสนใจคำอ้อนวอนจากเธอและตรงกันข้าม...เขาไม่คิดแม้แต่ที่จะปราณีเธอ

ร่างงามที่สุขสมครั้งแล้วครั้งเล่าในอ้อมกอดทำให้เขาหมดความอดทน ศมนทั้งแสนหวานและตอบรับเขาด้วยจังหวะเร่าร้อน เธอคับแน่นและร้อนแรงจนเขาต้องยึดสะโพกงอนงามของเจ้าหล่อนเอาไว้กับเตียงก่อนจะกระชั้นกายเข้าหาด้วยจังหวะรักที่รุนแรงเร่งเร้าจนศมนสุขสมเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน

“อ๊ะ คุณสิงห์ ฮึก...”

“อืม...บัว”และเขาเองก็สุขไม่ต่างกัน สุขทั้งจากการได้ครอบครองร่างงามแสนหวานนี้และสุขที่ได้โอบกอดเธอเอาไว้ชิดกายเช่นนี้ เขาผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆเมื่อร่างกายกำลังเกร็งกระตุกปลดปล่อยความเร่าร้อนและรักใคร่ทั้งหมดไว้ในกายบางของภรรยาสาว และอดคิดไม่ได้ว่าร่างกายของศมนคงจะกำลังชื้นไปด้วยคราบรักจากเขาไม่ต่างจากที่กำลังชื้นไปด้วยเหงื่อ

“เมื่อไหร่เจ้าตัวเล็กของฉันจะมาสักทีนะบัว”

“แกอาจจะมาแล้วก็ได้ค่ะ”เขาจูบลงบนหน้าผากมนของคนน่ารักอย่างอ่อนโยน... 

ลูกของเขาและศมน




..................................................................................

กลับมาแล้วจ้าาาาาาาาา ฮือ หายไปนานมาก รอบนี้ปางตาย จะจบแล้วเด้อเหลืออีกตอนเดียวเท่าน้าน เค้าอัพให้อ่านพรุ่งนี้นะ อย่าลืมแวะเข้ามาอ่านเน้อ ตั้งใจแต่งมากเลยจริงๆ คิดว่าจะลงไว้ให้อ่านถึงวันที่18 พฤศจิกา หลังจากนั้นจะลงเนื้อหารีไรท์ให้ถึงตอนที่สิบกว่าๆเนาะ ไว้ให้รีดอ่านเผื่อคิดถึงกัน ฮือ ใจหายจริงๆ

พรุ่งนี้เจอกันนะคะ ตอนจบแล้วนะ

รักมากๆ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น