ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไม่มีสิทธิ์ 100%

ชื่อตอน : ไม่มีสิทธิ์ 100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 15:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่มีสิทธิ์ 100%
แบบอักษร

(ไม่เป็นไร ถ้าตื่นแล้วก็รีบให้หนูเขมติดต่อคุณวลาพรด่วน บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ถ้าอย่างนั้นแค่นี้นะ แล้วดูแลกันดีๆ ทิฐิอะไรที่มีก็ปล่อยวางมันบ้างก็ได้นะวิน)

“ครับ” เขาวางสายจากมารดาไปแล้ว แต่คำพูสุดท้ายที่แม่เขาพูดเขาควรที่จะทำอย่างนั้นจริงหรือ สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นทำมันสมควรจะให้อภัยและปล่อยลงแล้วหรอ? หัวสมองและหัวใจมันดีวนสับสนกันไปหมด มันแสนยากที่จะทำได้จริงๆ

“ฉันต้องทำกับเธอยังไงขมมิกา...”

   ตั้งแต่วันนั้นมา กานต์นิภาก็แวะเวียนเข้ามาที่บริษัทของอัครินบ่อยครั้งแล้วทุกครั้งเธอก็จะเผชิญหน้าเจอกับปานธิดา ไม่เว้นแม้กระทั่งวันนี้ แม้ว่าจะพร่ำบอกแล้วว่าชายหนุ่มไม่อยากให้เข้าพบ หญิงสาวก็ยังดันทุรังอยู่ได้

  “เชิญคุณกานต์นิภากลับไปเถอะนะคะ คุณรินไม่อนุญาตให้คุณเข้าพบ”

  “แต่ฉันจะเข้าไปปานธิดา” เธอเน้นเสียงไปที่ชื่อของสาวเจ้าหนักเป็นเชิงว่าชื่อนี้เธอรู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นใคร

 “ไม่ได้ก็คือไม่ได้ค่ะ เชิญคุณกานต์นิภากลับไปเถอะนะคะ” เธอยังคงยืนยันคำเดิม ถ้าหากว่าเธอกันผู้หญิงคนนี้ออกไปไม่ได้คนที่เดือดร้อนก็จะเป็นเธอเอง

 “หลีกไป!” มือของกานต์นิภาปัดให้ปานธิดาหลีกทางไปอีกทาง จนปานธิดาเสียหลักเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวกับการกระทำนี้ แล้วเธอก็เดินผลักประตุเข้าไปข้างในทันที ในห้องทำงานนั้นกำลังมีร่างหนาของอัครินนั่งเคลียเอกสารอยู่ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองหรือสนใจต่อคนที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทีที่ กระฟัดกระเฟียด

 “ริน กานต์ต้องคุยกับคุณนะคะ เรื่องในครั้งนั้น”

 “คุณกานต์นิภา!” ปานธิดาที่วิ่งหน้าตาตื่นตามมาลากหญิงสาวคนนี้ออกไปจากห้องของอัคริน แต่ทว่าเมื่อเห็นสายตาของอัครินที่มองมาที่เธอแล้วก็ต้องหยุดเสีย ก่อนที่เรียวเท้าจะหันหลังกลับ

 “ไม่ต้องไปปานธิดา มานี่” เสียงทุ้มของอัครินดังขึ้น

 “คุณมีเรื่องอะไรก็บอกกับเลขาผมไว้แล้วกันนะ ผมไม่มีเวลามาคุยเรื่องไร้สาระ”

 “กานต์มีเรื่องจะคุยกับรินไม่ได้มีเรื่องมาคุยกับลูกอินังเมียน้อยนั่น!” ประวัติที่เธอให้นักสืบเอกชนไปสืบมาว่าผู้หญิงคนนั้นมันเป็นใครกันตามสิ่งที่มันสงสัยอยู่ในหัว และแล้วทุกอย่างมันก็ไม่ผิดคาดในเมื่อคนที่มันยืนอยู่ตรงนี้เป็นลูกของอินังเมียน้อยที่พ่อของเธอคอยส่งเสียให้เกือบหลายปี แถมยังซื้อสร้อยคอเส้นแพงให้กับมัน! แต่ก่อนเคยพร่ำเพียงได้ยินเพียงแค่ชื่อไม่รู้ว่าตัวตนเป็นอย่างไรแต่พอมาเจอตัวจริงเข้ามันกลับทำให้ความริษยาเมื่อครั้งยังเยาว์วัยมันก็ตีตื้นขึ้นมาอีกครา

 “กรุณาพูดถึงฉันให้มันดีๆหน่อยนะคะ” เธอไม่อาจจะยอมให้ใครมากล่าวหาแม่เธอได้ว่าเป็นเมียน้อยของใครเพราะในครั้งนั้นเป็นพ่อของเธอเสียเองหรอกที่ไม่เคยบอกอะไรเลย ยอมให้แม่ของเอเข้าใจผิดเรื่อยมา

 “เเล้วฉันพูดผิดตรงไหน แกมันก็แค่อิลูกเมียน้อยที่เกาะแข้งเกาะขาพ่อฉัน!”

 “หยุดเดี๋ยวนี้นะกานต์!” ครั้งนี้เป็นอัครินที่ตะโกนกร้าวอย่างร้ายกาจใส่ผู้หญิงที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่เขารักที่สุด

 “ทำไมคะ! รินจะปกป้องมันหรอ มันเป็นแค่เลขา กานต์จะด่าว่ามันยังไงก็ได้! มันทำให้กานต์กับแม่ต้องเจ็บ! ทุกครั้งที่พ่อไปหาแม่ของมันแม่กานต์ต้องนอนจมน้ำตาแทบทุกคืน!” แม้ว่าจะยังเด็กมากในครานั้นแต่เธอก็เฝ้ารับรู้ความรู้สึกนี้ได้ เธอเห็นน้ำตาที่มันไหลนองของแม่เธอแทบทุกคืนวัน

 “แต่แม่ฉันก็ไม่ได้ต่างไปจากแม่คุณ ท่านไม่เคยรู้อะไรเลยว่าพ่อของคุณมีลูกมีเมียอยู่แล้ว จะมารู้อีกทีก็ตอนที่สายไปแล้ว จะให้ทำอย่างไรได้ ท่านไม่เคยผิด แล้วมันก็จะไม่มีทางผิด!” 

เธอก็ไม่ลดราวาศอกเหมือนกัน แม่ของเธอไม่ผิด แล้วก็ไม่มีวันผิด! คนที่ผิดคือพ่อของเธอกับกานต์นิภา คนที่เธอเคยเชื่อว่าเป็นเสมือนดังเทพบุตรสุดแสนใจดี 

แต่สุดท้ายพอรู้ความจริงทุกอย่างความคิดที่เคยมีให้ท่านมันก็แปรผันเปลี่ยนแปลงไป ความรู้สึกนี้มันพล่านให้น้ำตาใสทั้งสองข้างไหลรินออกมาอย่างห้ามมิได้ ยามที่เธอเฝ้าฟังความจริงนั้นสายตาของแม่เธอก็พล่านมีน้ำตาไหลหน่วงที่ขอบดวงตา

“เพลี๊ยะ!”

 มือบางๆของกานต์นิภาลอยมากระทบเข้ากับใบหน้าของปานิดาอย่างจัง จนเจ้าตัวต้องตัวสะดุ้งโย้ง! ตกใจที่ผู้หญิงคนนี้กล้าทำได้ถึงขนาดนี้! แต่เธอก็คงไม่อาจจะยอมให้เป็นฝ่ายโดนกระทำเพียงฝ่ายเดียวหรอกหนา ปานธิดาง้างมือขึ้นหมายจะฟาดหน้านั้นบ้างแต่ทว่า...!

 “หยุดได้แล้วปานธิดา!”

 “คุณอัคริน!” ทำไม! ทำไมต้องเข้ามาห้าม เธอไม่ใช่คนที่จะเจ็บจะแค้นไม่เป็นนะและยังไม่ใช่คนไม่มีความรู้สึกด้วย เธอเจ็บ ผู้หญิงคนนั้นมันก็ต้องเจ็บบ้าง!

 “เพลี๊ยะ!” ปานธิดาไม่ฟังเสียงห้ามของอัครินเพียงนิด ผู้หญิงคนนั้นมันไม่มีสิทธิ์มากล่าวถึงแม่เธอเสียๆหายๆแบบนี้

 “ทำอะไรของเธอ!”

 “ปานธิดา!” เสียงของกานต์นิภาเคืองโกรธผู้หญิงคนนี้อย่างหนัก กล้าดียังไงเอามือสกปรกๆของตัวเองมาตบหน้าเธอ

 “กานต์กลับไปก่อนเถอะ”

 “ทำไม!”

 “ผมบอกให้กลับไปยังไงล่ะ!” หากขืนยังจะอยู่ต่อไป มันจะไม่ได้มีเพียงแค่ผู้หญิงสองคนนี้ที่สติระเบิดมันจะรวมถึงเขาด้วยที่ไม่อาจจะทานทนได้! ยิ่งได้ยืนมองหน้าของกานต์นิภานานๆเรื่องราวในอดีตมันก็ตีกลับหวนคืนเข้ามาในสมอง ความรักที่เคยมีให้กันมันเริ่มตอกย้ำหัวใจให้ต้องเจ็บอีกครา

 “ก็ได้ค่ะ ฉันฝากเธอไว้ก่อนนะปานธิดา!” จากนั้นเธอก็เร่งรีบกระแทกเท้าออกจากห้องทำงานนี้ไป

 จนในห้องนี้มันก็เหลืออยู่เพียงแค่ปานธิดาและอัคริน เขาจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่เคืองโกรธหนักหนา ปานธิดาก็คิดว่ายังไงแล้วเธอก็คงไม่อาจที่จะต้องทนอยู่ในห้องนี้อีกต่อไป 

เรียวเท้าจึงหมายที่จะเดินออกไปเสียด้วยดวงตาที่แดงก่ำทั้งสองข้าง แต่อัครินกลับดึงฉุดมือเธอไว้เสียก่อนและกระชากเข้าบีบที่หัวไหล่อย่างแรงจนหน้านิ่วด้วยความระทม

 “อะ...โอ๊ย!”

 “คุณอะ...อัคริน ปล่อยฉัน”

 “ไม่! เธอกล้าดียังไงไปทำแบบนั้นกับกานต์ ห๊ะ!”

 “ทำไม!”

 “ฉันถามเธอ ไม่ได้ให้เธอถามฉัน!”

 “แล้วคุณไม่ชอบหรอ ที่ฉันตบล้างแค้นแทนคุณไง!” ทั้งที่ก็มองเห็นอยู่ว่าทะเลาะกันเรื่องอะไรแล้วจะมาถามให้มันเสียเวลาทำไมกัน

 “เธอไม่มีสิทธิ์แตะต้องผู้หญิงคนนั้น!”

 “ก็มันเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่หรอที่ต้องทำให้ฉันต้องเจอเรื่องอัปยศในตอนนี้ แล้วมันไม่ใช่เธอหรอกหรอ ที่ทำให้คุณเลวได้ขนาดนี้!!!” ถ้าเธอตบกานต์นิภาแล้วมันผิดมากมายขนาดนั้น แล้วเขาจะโกรธเคืองแค้นกานต์นิภาไปทำไมกันเพราะแค่เนื้อตัวก็ไม่อาจจะแตะต้องได้! ดวงใจที่คิดว่าเขานึกห่วงใยผู้หญิงคนนั้นมันแสนจะกระตุกวูบ ไม่ใช่เธอไม่นึกรู้สึก แต่เธอไม่อาจจะเปิดเผยมันได้ แม้ว่าจะเจ็บจนแทบเจียนตายก็ไม่อาจจะแสดงความเจ็บปวดออกมาได้สุด

 “ปานธิดา!”


 “ในเมื่อเธอกลับมาแล้ว ดะ...ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ เธอกลับมาแล้ว...คุณริน” เธอคนที่ทำให้เขาได้ต้องโกรธแค้นนั้นได้หวนคืนมาแล้ว ได้โปรดปล่อยเธออกจากบ่วงพันธะนี้เถิดหนา เธอไม่อาจจะทนอยู่ต่อไปแล้ว...ขอร้องเถิด


 “......” อัครินมองหน้าของปานธิดาที่มันเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา นัยน์ตาสาวเจ้าแดงก่ำ หัวไหล่สั่นสะท้านพล่านลามทั้งตัว


 “ยะ...ยกเลิกสัญญานั้นเถอะนะคะ...” เธอร้องขอเขาทั้งน้ำตาให้ยกเลิกสัญญาที่มันเป็นพันธะไม่ให้เธอไปเถอะ เธอไม่ได้แค่เจ็บแค่กายแต่ตอนนี้มันลุกลามไปจนทั่วหัวใจบางๆนี้แล้ว


 เธออยากจะร้องไห้ให้มันไหลรินออกมาให้สุด ได้โปรดให้เขายังเลิกสัญญาบ้าๆนั้นไปเสียเถอะนะ เธอไม่อาจจะต้องทนอยู่อย่างคนไร้สิ้นหนทางอีกแล้วไม่อยากจะอยู่เพื่อความแค้นของใคร ที่เธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยสักนิด ได้โปรด...ปล่อยเธอเถอะ


 อัครินไม่อาจจะตอบในสิ่งที่หญิงสาวกำลังร้องขอเขาได้ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นเพราะอะไร เพียงแค่เขาไม่อยากจะปล่อยคนคนนี้ไป แม้ว่าจะดึงรั้งเธอเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งๆที่ไม่ได้รู้เช่นเห็นชอบกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นเลยสักนิดก็ตาม ไม่! ไม่มีทางเด็ดขาด!


 “ไม่! ปานธิดา!” จากนั้นแล้วเขาก็ผลักไหล่ที่กอบกุมอยู่ให้ออกห่างไปแรงๆจนร่างนั้นกระเด็นไถลลงไปกองที่พื้นห้อง


 “มันไม่มีวันนั้นปานธิดา!” จากนั้นเขาก็ก้าวเท้าหนักๆออกไปจากในห้องนี้ทันที แม้ว่าอยากจะปล่อยเธอไปดั่งคำอ้อนวอนขอของปานธิดา แต่เขาไม่อาจที่จะทำได้ดั่งความคิด ทั้งๆที่คนที่เขาโกรธแค้นก็หวนคืนกลับมาให้ขย้ำถึงที่ แต่เขาไม่อาจจะปล่อยผู้หญิงคนนั้นไปได้จริงๆ สมองและหัวใจมันกำลังสับสนตีวนกันจนวุ่นไปเสียหมด


  “ฮึก ฮือ ฮือ” เสียงสะอื้นไห้ลอยมาเมื่ออัครินกระทำกับเธอราวกับว่าร่างนี้มันไม่มีความรู้สึกอะไรเลย...


  สายตาเศร้าเฝ้ามองคนใจร้ายกำลังเดินห่างออกไปไกล ทำไมกัน ทำไมไม่ปล่อยเธอหลุดออกไปจากวังวนนี้เสียที ทั้งๆเรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยสักนิด ถ้าโกรธเกลียดใครก็ไปลงที่เขาคนนั้นสิ! อย่ามาดึงเข้าไปเกี่ยวข้องอีกเลย หัวใจมันทั้งเจ็บและปวดทุกครั้ง ยามเมื่อที่แตะต้องร่างนั้นเขาก็ทำท่าทีราวกับว่าเธอกำลังจะฆ่าผู้หญิงคนนั้นหาได้มีความโกรธแค้นที่เคยพร่ำบอก


  “ในเมื่อเธอกลับมาแล้ว ฮึก! ปล่อยฉันไปเถิดหนา ฮึก! อย่าให้ต้องทรมานทั้งกายและใจอีกเลย มะ...มันเจ็บ ฮึก ฮือ” เสียงนี้แม้ว่ามันจะไม่มีใครมาได้ยินหรือนั่งฟังแต่เธอก็อยากจะระบายมันออกไปจนสุดใจ 


หัวใจเธอมันหวั่นไหวกับเขามากโขทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่สิ่งที่เขาทำมันเกินที่เธอคนนี้จะรับมือไหวได้ แม้ว่าอยากจะค้านจิตใจเหลือเกินว่าอยากไปรักคนประเภทนั้น แต่สุดท้ายมันก็ไม่ยอมรักดี ไม่รู้ว่าจะโง่งมจมอยู่ไปทำไมกัน? ทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันจะไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลยสักนิดหนึ่ง...


เธอค่อยๆยันกายล้าของตนเองขึ้นยืน มือยกขึ้นมาเสร็จน้ำตาที่มันหลั่งรินอย่างลวกๆ พยายามสลัดความอ่อนแอนี้ออกไปจากใจให้ได้มากที่สุดเท่าที่เธอในยามนี้จะสามารถทำมันได้ เเล้วก็เดินทรงตัวพาตนเองออกไปประจำที่อยู่ตรงตำแหน่งของตนเอง ในตอนนี้อัครินหนีหายไปไหนเเล้วเธอก็ไม่อาจทราบได้ ความขุ่นมัวที่มันเกิดขึ้นระหว่างเขาเเละเธอเมื่อไหร่กันที่จะหมดลงไปเสียที การทนทุกข์อยู่กับสิ่งที่ไม่ได้มีส่วนผิดด้วยเลยมันเเสนจะทรมานไม่ต่างจากเขา...




วันนี้มาน้อยหน่อยนะคะ

ฝาก "ในรอยร้าว In the crack" ด้วยเด้อจ้าา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น