โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

03-1 กล่องแห่งความลับ

ชื่อตอน : 03-1 กล่องแห่งความลับ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 816

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 22:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-1 กล่องแห่งความลับ
แบบอักษร

03. กล่องแห่งความลับ

“ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ครับถึงได้ทำแบบนี้”


แม้จะคิดว่าการลดเสียงลงคือการระมัดระวังตัวแล้ว แต่การพูดมันออกมาตั้งแต่ก่อนจะพ้นคฤสหาสน์ก็แสดงให้เห็นถึงความกระวนกระวายของอีกฝ่าย ทว่าฮันจูก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วมองตรงไปเพียงด้านหน้าแล้วเดินไปเท่านั้น รู้สึกได้สายตาของหลายๆ คนด้านหลังของพวกเขาที่มองตามมา จนกระทั่งพวกเขาเลี้ยวตรงทางโค้ง


“ด็อกเตอร์”

“น่าจะรู้ว่ายังอยู่ในคฤหาสน์นะ”


คุณย่อมรู้ดีกว่าแน่ๆ ว่าไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัย การ์ดจึงเงียบปากลงเพราะคำพูดเจ็บแสบของชายหนุ่ม ถึงตอนนี้จะไม่มีสายตาจากคนอื่นๆ มองตามมาแล้ว แต่ข้อควรระวังของทุกคนที่เดินเข้าออกคฤหาสน์หลังนี้ก็คือ ห้ามปล่อยวางความกังวลใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งสำหรับพวกเขาที่กำลังเก็บซ่อนความคิดอื่นอยู่ภายในใจก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

การ์ดของฮันจูรู้สึกสับสน ไม่รู้สิ ตั้งแต่เหตุการณ์ในร้านอาหารครั้งก่อนจนถึงครั้งนี้ เขาอ่านความคิดของด็อกเตอร์ไม่ออกเลย แม้ไม่รู้ว่าเมื่อสักครู่นี้เกิดอะไรขึ้นภายในห้องกันแน่ แต่กลิ่นหอมหวานของโอเมก้าและลักษณะทางพันธุกรรมของอัลฟ่าก็ล้นทะลักออกมานอกประตูจนทำให้วิงเวียน การ์ดที่ยืนอยู่หน้าประตูทุกคนไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรและกระสับกระส่ายไปหมด

พวกเขาควรจะต้องเปิดประตูทันทีและสอดส่องสถานการณ์ตามคำสั่งของคังยองโฮ แต่ยองจีสั่งไว้อย่างชัดเจนเช่นกันว่า ‘ถ้าไม่สั่งก็ห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด’

คำสั่งของทั้งคู่ขัดแย้งกัน ซึ่งถ้าถามว่าต้องทำตามคำสั่งของใคร แน่นอนว่าคำสั่งของคังยองโฮมีอำนาจมากกว่า แต่ก็ไม่มีใครไม่รู้ความจริงที่ว่าในคฤหาสน์หลังนี้ทายาทคนต่อไปคือยองจี และเจ้าของคฤหาสน์ผู้นั้นหวงแหนซูเปอร์อัลฟ่าอย่างยองจีมากขนาดไหน


“ถึงจะผ่านวันนี้ไปได้โดยไม่มีเรื่องอะไร แต่หากถูกจับได้ก็เป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไขนะครับด็อกเตอร์”


ทันทีที่พ้นออกมาจากประตูใหญ่ของคฤหาสน์คำสั่งห้ามพูดก็สิ้นสุดลง การ์ดจึงเริ่มตำหนิเขาราวกับกำลังรออยู่  แม้จะระมัดระวังตัวแล้วแต่มันก็ยังไม่เพียงพอ กลับยิ่งโยนเชื้อไฟเพิ่มความสงสัยขึ้นไปอีกงั้นเหรอ ในเมื่อพวกเขาตัดสินใจลงเรือลำเดียวกันแล้ว การกระทำที่แสนอันตรายเกินไปแม้จะทำเพื่อตัวเองก็เป็นสิ่งต้องห้าม

ถึงพวกที่เฝ้าดูอยู่หน้าประตูห้องคือการ์ดของยองจี แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการ์ดที่คังยองโฮส่งมาให้คอยสังเกต ซึ่งชายหนุ่มย่อมรู้ความจริงข้อนั้นอยู่แล้ว


“ขี้กลัวจังนะครับ ถ้าดูจากที่เคยอยู่ในกองทหารเจ็ดศูนย์เจ็ด”

“…”

“หรือว่าเส้นเอ็นตรงต้นขาถูกตัดขาดไปก็เลยกลัวขึ้นมา แถมช่วงนี้ก็ลำบากเพราะอาการหดเกร็งเล็กๆ น้อยๆ อยู่เหรอครับ ท่านหัวหน้าฝ่ายยอซึงรก”


การ์ดที่รอเปิดประตูรถให้ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ฮันจูใช้มือจับตรงที่จับพลางผลักประตูให้เปิดออกด้วยตัวเองก่อนจะขึ้นรถไป หลังจากนั้นประตูฝั่งคนขับถึงเปิดออก แต่ภายในรถตกอยู่ในความเงียบสงัด


“ทำอะไรอยู่น่ะครับ ทำไมไม่ออกรถ”

“…คุณสืบเรื่องเกี่ยวกับตัวผมเหรอครับ”

“ใช่ครับ”


อีกฝ่ายตัวแข็งทื่อไปกับการตอบอย่างไม่ลังเลและทำได้แค่ตกใจเท่านั้น การสืบค้นประวัติส่วนตัวของพลทหารหน่วยรบพิเศษปราบปรามการก่อการร้าย หรือก็คือกองทหารที่เขาเคยอยู่มันยากมาก แน่นอนว่าฮันจูรู้ชื่อจริงของเขาทั้งที่ตัวเขาไม่เคยพูดออกมาเลยสักครั้ง แถมยังรู้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานอยู่ที่ไหนด้วย รู้แม้กระทั่งเรื่องสภาพต้นขาที่ผิดปกติ


“อย่าเครียดไปเลยครับ เพราะผมไม่ได้รู้แค่ประวัติส่วนตัวของท่านหัวหน้าฝ่ายเท่านั้น”

“…”

“เรื่องที่ท่านประธานคังส่งใครติดตามไปดูแลบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร”


คนเป็นการ์ดฟังแล้วขนลุกไปทั่วแผ่นหลังในชั่วพริบตาเดียว เขาสตาร์ทรถนิ่งๆ แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความตึงเครียดไว้ได้

หมายความว่าประวัติส่วนตัวของการ์ดทุกคนในคฤหาสน์มาอยู่ในมือของด็อกเตอร์แล้วงั้นเหรอ หมายถึงก่อนหน้านี้ก็รู้ด้วยว่าตนถูกส่งให้มาสังเกตการณ์ ถ้ารู้แล้วทำไมยังมาที่คฤหาสน์นี้อีกนะ ตอนนี้อย่าว่าแต่ความสงสัยจะสงบลงเลย มันกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เสียอีก


“อ้อ ผมฝากเงินเข้าบัญชีที่คุณบอกแล้วนะครับ”

“… ครับ ขอบคุณครับ”

“ด้วยจำนวนเงินทั้งหมด”


ยอซึงรกเกือบจะเหยียบเบรกในทันที จำนวนเงินทั้งหมดเหรอ มันเท่าไรกันนะ พวกเขายังไม่แม้แต่จะเริ่มทำเรื่องที่ตรงกับจุดประสงค์ในการแลกเปลี่ยนของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายโอนเงินทั้งหมดให้ทั้งที่งานยังไม่สำเร็จเนี่ยนะ ไม่รู้ว่าใจกล้าหรือโง่กันแน่ การ์ดกลืนน้ำลายอึกใหญ่


“ถ้าพูดให้ชัดๆ มันคือเงินที่ผมได้รับมากจากท่านประธานคัง ถึงผมจะยังได้ไม่ถึงครึ่งก็เถอะ”

“…”

“แต่ตอนนี้จำเป็นต้องใช้เงินมากนี่ครับ ในการต่อลมหายใจของคุณแม่”


สายตาที่จับจ้องไปยังวิวนอกหน้าต่างมาตลอดทางดูเฉยเมย ตอนนี้ชายหนุ่มเลิกมองกระจกแล้ว

ในหัวของฮันจูกำลังคิดเรื่องอื่นเพราะอยู่ๆ เขาก็นึกถึงแม่ของตัวเองขึ้นมา ชื่อของแม่ที่จากกันไปเมื่อยี่สิบปีก่อนหมุนวนอยู่รอบๆ ตัวเขา แม่สติฟั่นเฟืองตั้งแต่ตอนที่เขาเกิดและไม่สามารถฟื้นคือสติได้จนกระทั่งจากโลกนี้ไป

คิดอยู่นานก็ไม่มีเรื่องอะไรดีๆ เลย พอนึกถึงแม่ขึ้นมาทีไรเขาจะรู้สึกเหมือนอยากอาเจียนทุกที


“ได้ยินมาว่าฮโยรยองกรุ๊ปกำลังดำเนินการแต่งตั้งโยกย้ายใช่ไหมครับ”


บรรยากาศภายในรถนิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่งจนต้องหาหัวข้อสนทนาเรื่องอื่นมาทำให้บรรยากาศดีขึ้น  ชายที่จับพวงมาลัยจึงตอบกลับมาแบบนิ่งๆ


“ใช่ครับ”


ก็แค่ทำเป็นพูดว่าเป็นการแต่งตั้งโยกย้าย จริงๆ แล้วเป็นการถอนรากถอนโคนเพื่อตัดพวกเส้นสายของท่านประธานกรรมการคังยองกุกออกไปต่างหาก ถ้าตั้งใจจะทำให้ยองจีเป็นใหญ่ที่สุด อย่างแรกก็ต้องหาตำแหน่งที่มั่นคงไว้ก่อน แผนงานแรกเพื่อส่งมอบงานทั้งหลายที่คังยองกุกทำมาจนถึงตอนนี้ให้กับลูกชายของเขากำลังดำเนินการอยู่

เมื่อลองพิจารณาจากนิสัยของคังยองโฮผู้ไร้ความเมตตาในเรื่องการกวาดคนทิ้ง การหลงเหลือคนที่สนิทสนมกับคังยองกุกไว้ในบริษัทมากกว่านี้แม้แต่คนเดียวก็คงเป็นเรื่องลำบาก หรือไม่ก็คนๆ นั้นคงโดนบังคับให้ออกไปแล้ว


“ถึงเป็นการ์ดของคฤหาสน์ แต่ก็ไม่รู้ความจริงใช่ไหมครับ”

“แน่นอนครับ นานมากแล้วที่ข่าวลือกระจายไปทั่วว่าวันที่คังยองกุกจะโดนไล่ออกเหลืออีกไม่นาน เป็นช่วงที่พวกแถวหน้ากับพวกผมมัวแต่แข่งขันกันจนยุ่งวุ่นวายไปหมด”


การแต่งตั้งโยกย้ายแห่งอำนาจ ฮันจูหัวเราะพลางพยักหน้า ถ้าเดือนเดียวก็คงพอ คังยองโฮปูทางเรื่องทั้งหมดไว้แล้วสำหรับทายาทตัวจริงที่ตนเองเป็นคนเลือก


“อ้อ แล้วก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะทุกอย่างกำลังเป็นไปตามที่วางไว้”

“…ตามที่วางไว้เหรอครับ”


ไม่เข้าใจเลย การทำให้คังยองโฮคลางแคลงใจคือแผนการที่วางไว้เหรอ การ์ดสงสัยพร้อมกับหักพวงมาลัยไปทางขวา

ขณะที่ฮันจูบินจากอเมริกามาที่นี่ มายังประเทศเกาหลี เขาก็ได้ทำตามแผนการทั้งหมดเพื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการล้างแค้นคังยองโฮ ชายชราอายุมากกว่าแปดสิบปีที่แข็งแกร่งและน่ารังเกียจ ไม่ใช่แค่ยังไม่ตาย แต่ไม่แก่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ ไม่มีวิธีที่จะจบชีวิตแสนยาวนานเลยแม้อีกฝ่ายจะมีศัตรูอยู่มากมาย

คนจำนวนมากปรารถนาให้คังยองโฮพินาศย่อยยับ บางคนปรารถนาแม้กระทั่งความตาย ชีวิตของอัลฟ่าชราสร้างความเจ็บแค้นแก่ผู้อื่นมากมาย แค่มีชีวิตอยู่มาได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งแล้ว


“ถ้าอย่างนั้นก็...เข้าใจแล้วครับ”


คำตอบของการ์ดถูกกำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่มีโอกาสที่จะตอบคำตอบอื่น เพราะขณะที่ฮันจูพูดเนื้อหาของการแลกเปลี่ยนให้ฟัง เขาควรต้องตรงไปหาคังยองโฮแล้วสารภาพความจริงทั้งหมดนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ทำแบบนั้น ไม่สามารถทำแบบนั้น หว่างขาของเขาเจ็บแปลบไปกับกลิ่นอันหอมหวาน ขณะเดียวกันแม้จะแค่ครู่เดียวพลังที่เหนือกว่าก็กอบกุมเข้าตรงความเป็นชายพร้อมกับคุมคามเข้ามาราวกับจะทำให้มันระเบิดออก

ยิ่งกว่านั้นคือ โลกนี้ยากแค้นมากเกินกว่าจะการปฏิเสธพลังของเงินทอง


“ถ้างั้น ช่วยเร่งความเร็วให้หน่อยได้ไหมครับ”


คำพูดที่ไม่ทันคาดคิดจนทำให้การ์ดหันไปมองฮันจูเนื่องจากรถติดไฟแดงพอดี ระหว่างนั้นใบหน้าที่เหมือนจะถามว่าทำไมอยู่ๆ ถึงพูดออกมาแบบนั้นก็เริ่มคุ้นเคยกับสถานการณ์นี้ขึ้นมา ฮันจูจ้องกลับพร้อมกับยิ้มกว้างขึ้นแล้วพูดออกมา


“เพราะตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนจะอาเจียนเลยครับ”


อาการคลื่นไส้เพียงเพราะว่าความคิดเก่าๆ แวบขึ้นมานี่มันเป็นโรคเรื้อรังหรือเปล่านะ

สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี การ์ดจึฝเหยียบคันเร่งแทนคำตอบ

* * *

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น