โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

03-1 กล่องแห่งความลับ

ชื่อตอน : 03-1 กล่องแห่งความลับ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 706

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2561 16:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-1 กล่องแห่งความลับ
แบบอักษร

03. กล่องแห่งความลับ

“ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ครับถึงได้ทำแบบนี้”


แม้จะคิดว่าการลดเสียงลงนั้นคือการระมัดระวังตัวแล้ว แต่การพูดมันออกมาตั้งแต่ก่อนจะพ้นคฤสหาสน์ก็แสดงให้เห็นถึงความกระวนกระวายของอีกฝ่าย ฮันจูแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน มองตรงไปเพียงด้านหน้าแล้วเดินไป รู้สึกได้สายตาของหลายๆ คนด้านหลังของพวกเขาที่มองตามมา จนกระทั่งพวกเขาเลี้ยวตรงทางโค้ง


“ด็อกเตอร์”

“น่าจะรู้ว่ายังอยู่ในคฤหาสน์นะ”


คุณย่อมรู้ดีกว่าแน่ๆ ว่าไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัย การ์ดเงียบปากไปกับคำพูดเจ็บแสบนั้น ถึงตอนนี้จะไม่มีสายตาจากคนอื่นๆ มองตามมาแล้ว แต่ข้อควรระวังของทุกคนซึ่งเดินเข้าออกคฤหาสน์หลังนี้คือ ห้ามปล่อยวางความกังวลใดทั้งสิ้น ยิ่งสำหรับพวกเขาที่กำลังเก็บซ่อนความคิดอื่นอยู่ภายในใจ ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

การ์ดของฮันจูรู้สึกสับสน ไม่รู้สิ ตั้งแต่เหตุการณ์ในภัตตาคารครั้งก่อนจนถึงครั้งนี้ เขาอ่านความคิดของด็อกเตอร์ไม่ออกเลย แม้ไม่รู้ว่าเมื่อสักครู่นี้เกิดอะไรขึ้นในห้องกันแน่ แต่กลิ่นหอมหวานของโอเมก้าและลักษณะทางพันธุกรรมของอัลฟ่านั้น ล้นทะลักออกมานอกประตูจนทำให้วิงเวียน การ์ดที่ยืนอยู่หน้าประตูทุกคนไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรและกระสับกระส่ายไปหมด

พวกเขาควรจะต้องเปิดประตูทันที และสำรวจสถานการณ์ตามแผนการของคังยองโฮ แต่ยองจีสั่งไว้อย่างชัดเจนว่า ‘ถ้าเขาไม่สั่งก็ห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด’

คำสั่งของทั้งคู่ขัดแย้งกัน ถ้าถามว่าต้องทำตามคำสั่งของใคร แน่นอนว่าคำสั่งของคังยองโฮนั้นมีอำนาจมากกว่า แต่ไม่มีใครไม่รู้ความจริงที่ว่าในคฤหาสน์หลังนี้ ทายาทคนต่อไปของเขาคือยองจี และเจ้าของคฤหาสน์นั้นหวงแหนซูเปอร์อัลฟ่าอย่างยองจีมากขนาดไหน


“ถึงจะผ่านวันนี้ไปได้โดยไม่มีเรื่องอะไร แต่หากถูกจับได้ก็เป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไขนะครับด็อกเตอร์”


ทันทีที่พ้นออกมาจากประตูใหญ่ของคฤหาสน์คำสั่งห้ามพูดก็สิ้นสุดลง การ์ดตำหนิเขาราวกับกำลังรออยู่  แม้จะระมัดระวังตัวแล้วมันก็ยังไม่เพียงพอ แต่กลับโยนเชื้อไฟเพิ่มความสงสัยขึ้นไปอีกงั้นเหรอ พวกเขาตัดสินใจลงเรือลำเดียวกันแล้ว ในการกระทำที่แสนอันตรายเกินไปนั้น แม้จะทำเพื่อตัวเองก็เป็นสิ่งต้องห้าม

ถึงพวกที่เฝ้าดูอยู่หน้าประตูห้องคือการ์ดของยองจี แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการ์ดที่คังยองโฮส่งมาให้คอยสังเกต ชายหนุ่มย่อมรู้ความจริงข้อนั้นอยู่แล้ว


“ขี้กลัวจังนะครับ ถ้าดูจากการเคยอยู่ในกองทหาร 707”

“…”

“หรือว่าเส้นเอ็นตรงต้นขาถูกตัดขาดไปเลยกลัวขึ้นมา ช่วงนี้ก็ลำบากเพราะอาการหดเกร็งเล็กๆ น้อยๆ อยู่เหรอครับ ท่านหัวหน้าฝ่ายยอซึงรก”


การ์ดซึ่งรอเปิดประตูให้ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ฮันจูใช้มือจับตรงที่จับพลางผลักประตูให้เปิดออกด้วยตัวเองแล้วขึ้นรถไป หลังจากนั้นประตูฝั่งคนขับถึงเปิดออก ภายในรถตกอยู่ในความเงียบสงัด


“ทำอะไรอยู่น่ะครับ ทำไมไม่ออกรถ”

“…คุณสืบเรื่องเกี่ยวกับตัวผมเหรอครับ”

“ใช่ครับ”


อีกฝ่ายตัวแข็งทื่อไปกับการตอบอย่างไม่ลังเลและทำได้แค่ตกใจเท่านั้น การสืบค้นประวัติส่วนตัวของพลทหารหน่วยรบพิเศษปราบปรามการก่อการร้าย ซึ่งก็คือกองทหารที่เขาเคยอยู่นั้นยากมาก แน่นอนว่าฮันจูรู้ชื่อของเขาทั้งที่ตัวเขาไม่เคยพูดออกมาก่อนเลยสักครั้ง และรู้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานอยู่ที่ไหนด้วย รู้แม้กระทั่งเรื่องสภาพต้นขาของเขาที่ผิดปกติ


“อย่าเครียดไปเลยครับ เพราะผมไม่ได้รู้แค่ประวัติส่วนตัวของท่านหัวหน้าฝ่ายเท่านั้น”

“…”

“เรื่องที่ท่านประธานคังส่งใครติดตามไปดูแลบ้างนั้น ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ผมจะไม่สามารถรับรู้ได้”


การ์ดของฮันจูฟังแล้วขนลุกไปทั่วแผ่นหลังในชั่วพริบตาเดียว เขาสตาร์ทรถนิ่งๆ แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความตึงเครียดไว้ได้

หมายความว่าประวัติส่วนตัวของการ์ดทุกคนในคฤหาสน์มาอยู่ในมือของด็อกเตอร์แล้วเหรอ หมายถึงก่อนหน้านี้ก็รู้ด้วยว่าตนถูกส่งให้มาสังเกตการณ์ ถ้ารู้แล้วทำไมยังมาที่คฤหาสน์นี้อีกนะ อย่างว่าแต่ความสงสัยจะสงบลงเลย มันกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เสียอีก


“อ้อ ผมฝากเงินเข้าบัญชีที่คุณบอกแล้วนะครับ”

“… ครับ ขอบคุณครับ”

“ด้วยจำนวนเงินทั้งหมด”


ยอซึงรกเกือบจะเหยียบเบรกในทันที จำนวนเงินทั้งหมดเหรอ มันเท่าไรกันนะ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังไม่แม้แต่จะเริ่มทำเรื่องที่ตรงกันกับจุดประสงค์ในการแลกเปลี่ยนของพวกเขา เขาโอนเงินทั้งหมดให้ทั้งที่งานยังไม่สำเร็จเนี่ยนะ ไม่รู้ว่าใจกล้าหรือโง่กันแน่ การ์ดกลืนน้ำลายอึกใหญ่


“ถ้าพูดให้ชัดๆ มันคือเงินที่ผมได้รับมากจากท่านประธานคัง ถึงผมจะยังได้ไม่ถึงครึ่งก็เถอะ”

“…”

“แต่ตอนนี้จำเป็นต้องใช้เงินมากนี่ครับ ในการต่อลมหายใจของคุณแม่”


สายตาที่จับจ้องไปยังวิวนอกหน้าต่างมาตลอดทางนั้นดูเฉยเมย ตอนนี้ชายหนุ่มเลิกมองกระจกแล้ว

ในหัวของฮันจูกำลังคิดอย่างอื่นอยู่ จู่ๆ เขาก็นึกถึงแม่ของตัวเองขึ้นมา ชื่อของแม่ผู้ซึ่งตายจากไปเมื่อ 20 ปีก่อนหมุนวนอยู่รอบๆ แม่ของเขาสติฟั่นเฟืองตั้งแต่ตอนที่เขาเกิดและไม่สามารถฟื้นคือสติได้จนกระทั่งจากโลกนี้ไป

คิดอยู่นานก็ไม่มีเรื่องอะไรดีๆ เลย พอนึกถึงแม่ขึ้นมาทีไรเขาจะรู้สึกเหมือนอยากอาเจียนทุกที


“ได้ยินมาว่าฮโยรยองกรุ๊ปกำลังดำเนินการแต่งตั้งโยกย้ายใช่ไหมครับ”


บรรยากาศภายในรถนิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง จนต้องหาหัวข้อสนทนาเรื่องอื่นมาทำให้บรรยากาศดีขึ้น  ชายที่จับพวงมาลัยตอบกลับมาแบบนิ่งๆ


“ใช่ครับ”


ก็แค่ทำเป็นพูดว่าเป็นการแต่งตั้งโยกย้าย จริงๆ แล้วเป็นการถอนรากถอนโคน เพื่อตัดพวกเส้นสายของท่านประธานกรรมการคังยองกุกออกไปต่างหาก ถ้าตั้งใจจะทำให้ยองจีเป็นใหญ่ที่สุด ก่อนอื่นต้องหาตำแหน่งที่มั่นคงไว้ก่อน แผนงานแรกเพื่อส่งมอบงานทั้งหลายที่คังยองกุกทำมาจนถึงตอนนี้ให้กับลูกชายของเขานั้นกำลังดำเนินการอยู่

เมื่อลองพิจารณาจากนิสัยของคังยองโฮ ผู้ไร้ความเมตตาในเรื่องการกวาดคนทิ้ง การหลงเหลือคนที่สนิทสนมกับคังยองกุกไว้ในบริษัทมากกว่านี้แม้แต่นิดเดียวก็คงเป็นเรื่องลำบาก หรือไม่ก็คงโดนบังคับให้ออกไปแล้ว


“ถึงเป็นการ์ดของคฤหาสน์ แต่ก็ไม่รู้ความจริงนั้นใช่ไหมครับ”

“แน่นอนครับ นานมากแล้วกับข่าวลือที่กระจายไปทั่วว่าวันที่คังยองกุกจะโดนไล่ออกเหลืออีกไม่นานแล้ว เป็นช่วงที่พวกแถวหน้ากับพวกผมมัวแต่แข่งขันกันจนยุ่งวุ่นวายไปหมด”


การแต่งตั้งโยกย้ายแห่งอำนาจ ฮันจูหัวเราะและพยักหน้า ถ้าเดือนเดียวก็คงพอ คังยองโฮปูทางเรื่องทั้งหมดไว้แล้วเพื่อทายาทที่แท้จริงซึ่งตนเองเป็นคนเลือก


“อ้อ แล้วก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะทุกอย่างกำลังเป็นไปตามที่วางไว้”

“…ตามที่วางไว้เหรอครับ”


ไม่เข้าใจเลย การทำให้คังยองโฮคลางแคลงใจคือแผนการที่วางไว้เหรอ การ์ดสงสัยพร้อมกับหักพวงมาลัยไปทางขวา

ตอนที่ฮันจูบินจากอเมริกามาที่นี่ มายังประเทศเกาหลี เขาก็ได้ทำตามแผนการทั้งหมดเพื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการล้างแค้นคังยองโฮ ชายชราอายุมากกว่า 80 ปีผู้แข็งแรงที่แสนจะน่ารังเกียจ ไม่ใช่แค่ยังไม่ตายแต่ไม่แก่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ ไม่มีวิธีที่จะจบชีวิตแสนยาวนานนั้นเลยแม้อีกฝ่ายจะมีศัตรูอยู่มากมาย

คนจำนวนมากปรารถนาให้คังยองโฮพินาศย่อยยับ บางคนปรารถนาแม้กระทั่งให้เขาตาย ชีวิตของเขาสร้างความเจ็บแค้นแก่ผู้อื่นมากมาย แค่เขามีชีวิตอยู่มาได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งแล้ว


“ถ้าอย่างนั้นก็...เข้าใจแล้วครับ”


คำตอบของการ์ดนั้นถูกกำหนดไว้อยู่แล้ว โอกาสที่จะตอบคำตอบอื่นได้ผ่านไปแล้ว ตอนฮันจูพูดเนื้อหาของการแลกเปลี่ยนให้ฟัง เขาควรต้องตรงไปหาคังยองโฮแล้วสารภาพความจริงทั้งหมดนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ทำแบบนั้น ไม่สามารถทำแบบนั้น หว่างขาของเขาเจ็บแปลบไปกับกลิ่นอันหอมหวาน ขณะเดียวกันแม้จะแค่ครู่เดียวพลังที่เหนือกว่าก็กอบกุมเข้าตรงความเป็นชาย พร้อมกับคุมคามเข้ามาราวกับจะทำให้มันระเบิดออก

ยิ่งกว่านั้นคือ โลกนี้ยากแค้นมากเกินกว่าจะการปฏิเสธพลังของเงินทอง


“ถ้างั้น ช่วยเร่งความเร็วให้หน่อยได้ไหมครับ”


คำพูดที่ไม่ทันคาดคิดทำให้การ์ดหันไปมองฮันจู รถติดไฟแดงพอดี ระหว่างนั้นใบหน้าที่เหมือนจะถามว่าทำไมจู่ๆ ถึงพูดออกมาแบบนั้นก็เริ่มคุ้นเคยกับสถานการณ์นี้ขึ้นมา ฮันจูมองกลับ ยิ้มกว้างขึ้นแล้วพูดออกมา


“เพราะตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนจะอาเจียนเลยครับ”


การมีอาการคลื่นไส้เพียงเพราะว่าความคิดเก่าๆ แวบขึ้นมามันเป็นโรคเรื้อรังหรือเปล่านะ

สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี การ์ดเหยียบคันเร่งแทนคำตอบ

* * *

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น