facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 96 : แคร่ไม้และหม้อดิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 96 : แคร่ไม้และหม้อดิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.7k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2561 16:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 96 : แคร่ไม้และหม้อดิน
แบบอักษร

ตอนที่ 96 : แคร่ไม้และหม้อดิน


“ห้องอบสมุนไพรพร้อมแล้วค่า”

เสียงของป้าอ้อยดังขึ้นขัดบรรยากาศที่ยังอบอวลไปด้วยความรู้สึกอิ่มเอมที่อธิบายได้ยากของโฟคไปจนหมดสิ้น เขากะจังหวะที่เพียวหันไปคุยกับหญิงวัยกลางคนพอดี เพื่อเงยหน้าขึ้นและปรับสีหน้าให้เป็นปรกติที่สุด

“ครับผม ไปชมส่วนไหนต่อดีครับ” เพียวพูดพร้อมยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

“เดี๋ยวไปดูห้องอบตัวสมุนไพรกันค่ะ ทางนี้ค่ะคุณ คุณโฟคคะ ไปดูด้วยกันไหมคะ” ป้าอ้อยหันมาพยักหน้าทางเขาเป็นทางชักชวน ป้าอ้อยเดินนำไปยังกระต๊อบหลังเล็กอีกหลังของบริเวณแล้ว เขาก็ไม่พูดอะไรนอกจากลุกตามขึ้นไปอย่างเงียบๆ


“ชอบไหม” เพียวพูดขึ้นเสียงนุ่ม ในจังหวะที่เดินตามไปยังห้องอบตัวสมุนไพรด้วยกัน

“ชอบอะไร” โฟคแกล้งตอบ

“แถวนี้อะไรให้น่าชอบบ้างหละ” เพียวพูดยิ้มๆ พลางทำหน้าหันซ้ายหันขวาแบบสนใจ

“ไม่ตลก” โฟคตอบแบบไว้ฟอร์ม

“ตอนแรกก็จะถามว่าชอบของขวัญไหม” เพียวเกริ่น

“แล้ว?” โฟคพูดเชิงถาม

“ตอนนี้เปลี่ยนใจมาถามว่าชอบคนให้ของขวัญไหมดีกว่า”

เพียวยื่นหน้ามาใกล้พร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์ หน้าเรียวคมในระยะประชิดนั่นทำเอาเขาลุกซู่ไปหมด ดวงตาคมร้ายกาจนั่นทำเอาเขาหายใจไม่ค่อยจะเป็นจังหวะ

“ออกไปเลย อย่ามาทำรุ่มร่าม” โฟคดันไหล่เพียวออกไป ไม่บอกก็รู้ตัวเขาในเวลานี้จะมีสีหน้าแดงก่ำระดับไหน

“หน้าแดงแบบนี้ ตามทฤษฎีเขาบอกว่าคนถูกจีบมีใจให้นะ” เพียวพูดซุบซิบพลางหัวเราะ

“มั่ว”

โฟคส่ายหน้า ก่อนจะรีบเดินหนีไปก่อนจะแสดงอาการเขินไปมากกว่านี้ เขารักงานเขียนมาก เขาจึงแพ้ทางเสมอถ้าใครจำรายละเอียดในงานเขียนเขาได้ เขาคิดมาตลอดว่าเพียวจะไม่เคยสนใจงานเขียนของเขา แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด พอเจอมันมาไม้นี้ เขาก็เหมือนโดนปล่อยหมัดเข้าที่ปลายคาง ใจที่ว่าอ่อนอยู่แล้วยิ่งอ่อนเป็นเทียนลนไปจนแทบจะหมดแรงต้านทาน




“ห้องนี้เป็นห้องอบสมุนไพรนะคะ เราก็จะนำสมุนไพรที่เก็บจากสวนมาเมื่อกี้มาทำความสะอาด ต้มในหม้อน้ำร้อน เอาไอมันมาอบ ขับเหงื่อ บำรุงผิวพรรณ คนไทยสมัยโบราณก็ใช้เพื่ออยู่ไฟหลังคลอดบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยทำกันแล้ว ส่วนใหญ่ก็อบเหมือนอบซาวน่า ช่วยคลายกล้ามเนื้อสำหรับคนที่กล้ามเนื้อตึงหรือเกร็งได้ด้วย”

ป้าอ้อยพูดจาเจื้อยแจ้วตามหน้าที่ที่ได้รับมา ปากพูดไป มือก็ไปจัดแจงเทสมุนไพรที่เก็บมาตอนพาชมสวนเมื่อกี้ใส่หม้อดินเล็กๆ ฝาหม้อมีรูให้ไอน้ำออกมาได้ ห้องที่ว่าเป็นห้องเล็กๆ ขนาดสามคูณสามเมตรได้ หน้าต่างเล็กๆ หนึ่งบานถูกปิดไว้สนิท ตรงกลางมีแคร่ไม้แผ่สำหรับนั่งหรือนอนได้เพียงหนึ่งอัน หม้อดินต้มเอาไออยู่ใต้แคร่ ส่วนที่เหลือก็เป็นเพียงห้องเปล่าๆ ไม่ได้มีลักษณะเป็นกระโจมหรืออะไรเป็นพิเศษเหมือนอุปกรณ์อบตัวสมัยนี้

“ดีเลยครับ ผมกำลังเมื่อยอยู่พอดี อบตัวสักหน่อยน่าจะสบาย”

เพียวพูดพร้อมรอยยิ้ม ท่าทางของไอ้เพียวทำเอาป้าอ้อยอารมณ์ดีที่แขกของรีสอร์ตวันนี้ดูว่าง่ายและอัธยาศัยดี ป้าอ้อยจัดแจงอธิบายวิธีการใช้ห้องอบสมุนไพรอย่างละเอียดและกระตือรือร้น

“เดี๋ยวอบสักสิบนาทีก็ได้ค่ะ ผ้าขนหนูบนแคร่นี่ป้าเตรียมไว้ให้ผลัดเสื้อผ้าตอนอบค่ะ เสื้อผ้าจะได้ไม่เปื้อนเหงื่อ เดี๋ยวคุณเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็อบตัวได้ตามสบายเลยค่ะ เดี๋ยวป้าเอาน้ำมาเสิร์ฟให้แล้วจะเอาตะกร้ามาเก็บเสื้อผ้าไปไว้ข้างนอกก่อนจะได้ไม่เปื้อนไอน้ำ แล้วเดี๋ยวครบเวลา 15 นาที ป้ามาเคาะประตูเรียกอีกที”

ป้าอ้อยจัดแจงชี้ไปทางผ้าขนหนูขนาดอาบน้ำหนึ่งผืน และผ้าขนหนูขนาดเช็ดผมหนึ่งผืนที่วางไว้ขอบแคร่ พลางอธิบายวิธีการใช้ตู้อบสมุนไพร เพียวพยักหน้าอย่างเข้าใจ ป้าอ้อยเห็นดังนั้นจึงชวนเขาออกไปรอด้านนอกเพื่อให้เพียวได้เปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่ขัดเขิน




“คุณเขาเรียกให้เข้าไปหรือยังคะคุณหนู”

ป้าอ้อยเอ่ยถามขึ้น ขณะที่เดินมาพร้อมตะกร้าใส่เสื้อผ้า และน้ำเปล่าเย็นอีกหนึ่งแก้วที่จะต้องนำเข้าไปแขกของรีสอร์ตที่น่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วในเวลานี้

“ยังเลยป้า”

โฟคตอบ เขารับหน้าที่ยืนเฝ้าห้องอบสมุนไพร ตอนที่ป้าอ้อยไปหยิบตะกร้าและเตรียมน้ำดื่ม แต่เพียวก็ไม่ได้ทำท่าจะร้องเรียกให้เข้าไปแต่อย่างใด

“งั้นเดี๋ยวป้าเอาตะกร้าเข้าไปให้คุณเค้าเดี๋ยวนะคะ” ป้าอ้อยพูดพร้อมเอื้อมมือจะไปบิดลูกบิดประตู

“เดี๋ยวผมเข้าไปให้ก็ได้ครับ ผู้ชายเหมือนกัน”

โฟคตอบออกไปแบบอัตโนมัติ โดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าทำไมถึงขันอาสา ความรู้สึกมันออกจะ เรียกว่าอะไรดีนะ อาจจะเรียกว่าหวงก็คงได้มั้ง

“จริงสิคะ ป้าก็ลืมคิดไป ปรกติคนไทยขี้ร้อน ไม่ค่อยอบกันหรอกค่ะ มีแต่แขกฝรั่งที่ชอบอบตัวกัน แต่พวกฝรั่งนี่เขาไม่ถือ คุณโฟคเข้าไปก็ดีค่ะ เดี๋ยวป้าเข้าไปแล้วเค้าจะตกใจ”

ป้าอ้อยพูดพร้อมยื่นอุปกรณ์ในมือให้ พร้อมกับชี้มือบุ้ยใบ้ว่าตัวเองจะขอไปนั่งพักรอตรงโต๊ะที่เพิ่งทำยาหม่องเมื่อครู่ เขาก็พยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ แม่บ้านคนเก่งของรีสอร์ตจึงเดินจากไปอย่างไม่มีท่าทีจะติดใจอะไร




มือของเขาเลื่อนไปเปิดประตู หลังจากเคาะเบาๆ ให้สัญญาณไปสองครั้ง อีกฟากไม่มีเสียงใดตอบกลับมา เขาจึงถือวิสาสะเปิดเข้าไปอย่างคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเรียบร้อยแล้ว

ภาพที่ปรากฎกลับคลองสายตาทำเอาทันตแพทย์ต้องกลืนน้ำลายลงคอก้อนใหญ่

เพียวในขณะเวลานี้นอนหลับตาเปลือยท่อนบนอยู่บนแคร่ไม้อย่างไม่รู้ตัวว่าเขาได้ก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตแล้ว ร่างกายท่อนบนปราศจากอาภรณ์ใดปกคลุม รอยสักสีแดงสดเรียกเร้าสายตาของผู้มาใหม่ได้เป็นอย่างดี เนินหน้าอกที่มีร่องตรงกลางเป็นรอยจางน้อยๆ อย่างคนออกกำลังกายจนรูปร่างเข้ารูป รอยคอดของใต้แผ่นอกสอดรับกับหน้าท้องเป็นลอนที่มีรอยเรียบปนลึกเรียงสลับอวดก้อนกล้ามเนื้อขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ได้รูปทั้งหกก้อน

แทนที่ชายหนุ่มจะเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่มาห่มร่างกายท่อนล่างให้มิดชิด แต่เพียวกลับนำไปม้วนรองคอสำหรับหนุนนอนเท่านั้น วิศวกรหนุ่มปล่อยร่างกายท่อนล่างให้มีเพียงผ้าขนหนูขนาดเช็ดผมผืนน้อยคอยปกคลุมที่แทบจะปิดบังอะไรมิดไปไม่ได้เลย ผ้าขนหนูผืนเล็กปิดร่างกายได้เพียงส่วนของหน้าท้องท่อนล่างและพื้นผิวของร่างกายที่ควรสงวนไว้เท่านั้น เพียวยกขาข้างที่อยู่ฝั่งนอกตั้งขึ้นจนผ้าขนหนูผืนเล็กเลื่อนออก เผยให้เห็นส่วนของกล้ามเนื้อไล่ตั้งแต่บั้นเอว สะโพก โคนขา ไปสุดปลายปลีน่องที่กลมกลึง และเป็นรูปทรงได้รูปรอยตามประสาผู้ชายหุ่นดีที่ดูแลรูปร่างอยู่เป็นนิจ

มือซ้ายของผู้ที่นอนอยู่ทาบปิดใบหน้าไว้ไม่เผยให้เห็นสีหน้าใดให้จับสังเกตได้ มือขวาของเพียววางราบไปตามลำตัว ผิวกายของมันเคลือบด้วยไอน้ำผสมกับรอยเหงื่อที่ถูกขับออกมาจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงภายในห้องอบสมุนไพร ยิ่งชุ่มไปด้วยของเหลว สัดส่วนของกล้ามเนื้อแต่ละองคาพยพของชายหนุ่มยิ่งชัดเจนและยั่วเย้ากับแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดเข้ามาจากช่องประตูยิ่งขึ้น ภาพตรงหน้าทำเอาผู้พบเห็นเพียงหนึ่งเดียวรู้สึกราวกับมีกระแสไฟร้อนแผดเผาไปทั่วทุกองคุลีเนื้อ ร่างกายของโฟคร้อนขึ้นด้วยความรู้สึกที่สุดแสนจะต้านทาน


“เพียว”

เสียงของโฟคเอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงไม่ดังไปกว่ากระซิบ ราวกับจะเรียกเป็นพิธีและไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงการเข้ามาของเขาอย่างใดอย่างนั้น โฟคก้าวขาไปอย่างระมัดระวังจนประชิดกับขอบแคร่ที่ร่างกายของงดงามราวกับรูปปั้นชายหนุ่มในยุคโรมันนั้นทอดกายอยู่ เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะเอื้อมมือที่สั่นน้อยพยายามจะไปเก็บเสื้อผ้าของอีกฝ่ายที่วางไว้อีกด้านของแท่นนอน


“หยิบของคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตก่อนนี่มีความผิดฐานลักทรัพย์นะครับคุณลูกชายเจ้าของสวน”

ยังไม่ทันที่มือของเขาจะเอื้อมไปถึงเสื้อผ้าที่ไอ้เพียวได้กองไว้ มือข้างซ้ายของคนที่นอนอยู่ก็ลอบมาตะครุบแขนของเขาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัวจนเขาเกือบจะร้องเสียงหลง ตาของโฟคเบิกโพลงด้วยความตกใจ แววตาของเพียวในเวลานี้ราวกับจะสูบเอาแรงขัดขืนของเขาให้หายไปจนหมดสิ้น โฟครีบเบือนหน้าหนีแววตาคมคู่นั้น แต่ก็ต้องตกใจอีกรอบเมื่อหันมาเจอกับท่อนล่างของร่างกายที่ถูกบังไว้ด้วยผ้าผืนน้อยอย่างหมิ่นเหม่ เรียกได้ว่าหากเขาบิดองศาการมองอีกนิดเดียวก็คงจะได้เห็นกับไปถึงไหนต่อไหน

“ไม่ได้ขโมย แค่จะเก็บเอาไว้ให้ข้างนอกเฉยๆ”

โฟคตอบพลางเสสายตาไปมองผนังกำแพงที่ปราศจากชีวิตอีกข้าง เพียวเห็นทีท่าของเขาก็หัวเราะออกมาอย่างถูกใจ

“เวลาพูด คุณกวางน้อยต้องสบตาคู่สนทนาด้วยสิครับ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการเจรจากับสิงโตที่คุณปรามาสไว้มาชราภาพมากก็ตาม”

เพียวพูดกลับมาอย่างยั่วเย้า เวลานี้ไอ้เพียวช่างปราศจากท่าทางของคนขี้ทื่อพูดน้อยอย่างที่ผ่านมา มันกลายเป็นคนหูตาแพรวพราว พูดจาสองแง่สองง่าม แล้วก็ขยันหยอดจนเขาตามแทบไม่ทัน สงสัยนี่จะเป็นไอ้เพียวภาคร้ายเรนเจอร์ที่มันเคยอวดสรรพคุณไว้

“ไม่”

โฟคตอบเสียงเบา พร้อมกับฝืนมือไปหยิบเสื้อผ้าที่หมายตาไว้มาใส่ในตะกร้าในมือจนสำเร็จ ใบหน้าของเขาเอียงไปทางแก้วน้ำที่วางไว้อีกริมหนึ่งของแคร่เป็นเชิงบอกว่ามีวัตถุอีกชิ้นวางตรงนั้น

“จะรีบไปไหนหละคุณลูกชายสุดหล่อประจำสวน สมุนไพรนี่ดีนะ บรรเทาอาการปวดเมื่อย ไม่ผลัดเสื้อผ้ามาคลายกล้ามเนื้อเป็นเพื่อนผมหน่อยเหรอ”

เพียวพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ใบหน้าของมันก็พยายามเลื่อนตามสายตาของเขาที่พยายามจะหลบหนีไปเรื่อยๆ จากทั้งแววตาเจ้าชู้ร้ายกาจ และร่างกายอันหมิ่นเหม่ชวนให้รู้สึกสั่นไหวอย่างอธิบายไม่ถูก เขารู้สึกเหมือนขาทั้งสองข้างจะอ่อนแรงไปเฉยๆ เสียอย่างนั้น ราวกับแรงสัมผัสของมันจะมีมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ดูดเอาเรี่ยวแรงของเขาไปจนหมดได้

“ไม่หละ ผมขอตัวดีกว่า ขอบคุณ”

โฟคพูดพร้อมเลื่อนมือหนีออกจากการเกาะกุม ซึ่งคราวนี้เพียวก็ยอมปล่อยไปแต่โดยดี เขารีบหมุนตัวหนีภาพอันชวนใจเต้นนั่นไปอีกฝั่งเป็นอันดับแรก จริงอยู่ว่าเขาเห็นภาพร่างกายอันเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายมานับครั้งต่อครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ในสภาพแบบนี้ สภาพที่อีกฝ่ายจงใจยั่วเย้าเขาจนมือเขาแทบจะหมดแรงจะประคองตะกร้าเสื้อผ้าเอาไว้ ยิ่งเป็นคนที่ปรกติก็ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจของเขามากอยู่แล้ว ยิ่งมันมาทำแบบนี้ เขายิ่งจะกลายเป็นเทียนไขโดนไฟเผาให้ละลายไปเสียหมดได้โดยง่าย หัวใจของเขาอ่อนยวบอยากจะยกธงยอมแพ้และไร้แรงต้านทาน

“ดูแลให้ดีนะ” เจ้าของร่างกายบนแคร่ไม้ร้องออกมาเบาๆ เมื่อเขากำลังจะก้าวผ่านธรณีประตูออกไปจากบริเวณนั้น

“ไม่ทันได้เปื้อนหรอก เสื้อผ้าเพิ่งจะโดนไอน้ำไปได้แค่แป๊บเดียว” โฟคตอบออกไปโดยที่ไม่หันไปมองอีกฝ่าย




“ผมไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้า แต่ผมหมายถึงหัวใจคุณหนะ ดูแลให้ดีนะ”

“...”

“มาทำให้ผมหลงรักแล้วจะหนีจากไปง่ายๆ เห็นทีว่าผมคงจะไม่ยอม”

เสียงของเพียวยั่วเย้าจนสีหน้าของเขาแดงก่ำจนแทบจะระเบิดออกมาด้วยความร้อน โฟครีบเดินฉับๆ ออกจากห้องอบสมุนไพรและรีบปิดประตูหนีภาพอีกฝ่ายไปเสียโดยไว ชายหนุ่มยืนเอามือกุมไปที่หน้าอกข้างซ้ายที่เจ้าก้อนในข้างในยังคงสั่นไหวไม่หยุด


‘ไอ้เพียวมันร้าย ร้ายต่อหัวใจของเขามากมายจริงๆ’






นายพินต้า

ฝากเฟสและทวีตหน่อยนะ คนดีย์ นายพินต้า ninepinta นะ ค้นหามานะ จะรอนะ อิอิ

ครบ 100 ตอนแล้ว เลยมาลงเร็วหน่อย ชดเชยที่อาทิตย์ก่อนป่วยไป ครบ 100 ตอนแล้ว ขอคอมเมนต์เป็นกำลังใจหน่อยนะ ใครยังไม่เคยเมนต์ให้เราอะ เมนต์เลยนะ อิอิ

นับถอยหลังสู่ 25 ตอนสุดท้ายของ #ไป๋อิฐโฟคเพียวว่าน ไปด้วยกันนะคนดี อยู่ด้วยกัน ไปส่งพวกเขาจนถึงเรื่องราวตอนสุดท้ายของพวกเขาด้วยกันนะ : )

ความคิดเห็น