โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

02-14 การกระทำที่ไม่ดี

ชื่อตอน : 02-14 การกระทำที่ไม่ดี

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 801

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 21:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-14 การกระทำที่ไม่ดี
แบบอักษร

“จูบ...ถ้าแค่จูบล่ะก็”


ริมฝีปากยองจีกำลังพูดคำที่คาดไม่ถึงซ้ำๆ ราวกับพูดพึมพำอยู่คนเดียวด้วยน้ำเสียงล่องลอย

ฮันจูเอนหัวแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นกว่าเดิม ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่ตอนนี้เหลือไม่ถึงห้าเซนติเมตร ยองจีจึงหลับตาลงอีกครั้ง เปลือกตาปิดสนิทและสั่นระริก อีกไม่นานก็จะได้จูบแล้ว

ครั้งแรกอันน่าจดจำ


“…คำตอบล่ะครับ”


แต่สิ่งที่ใกล้เข้ามากลับไม่ใช่ริมฝีปากแต่เป็นอีกหนึ่งคำถาม ฮันจูต้องการคำตอบในครั้งนี้จริงๆ คำถามของเขาต้องการคำตอบที่แน่นอนและชัดเจนจนการรักษาศักดิ์ศรีอันแสนดื้อรั้นของยองจีไม่อยู่ในความสนใจของฮันจูเลย

เป็นท่าทางอวดดีจนน่าโมโหในฐานะที่ยองจีไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบนี้เลยสักครั้ง แน่นอนว่าการเรียกร้องอะไรที่มากกว่านี้กับเขา ซึ่งเชื่อการตอบคำถามแบบนี้ช่างไร้ยางอายจริงๆ แต่ในความเป็นจริง อีกฝ่ายดูไม่มีความคิดจะยอมอ่อนข้อลงเลย

สุดท้ายแล้วก็ต้องพูดออกไป


“…เอาสิ”


ไม่อยากเชื่อเลยว่าเสียงที่พูดผ่านริมฝีปากจะเป็นเสียงของเขา ยองจีอับอายจนอยากจะร้องไห้ออกมาซะตอนนั้น


“เก่งมากครับ”


คำชมที่เรียบง่ายและชัดเจน แต่สิ่งที่ชัดเจนกว่าคือริมฝีปากที่ประกบลงมาโดยไม่ให้เวลาได้โต้แย้งอะไร

ยองจีลืมตาขึ้นโดยอัตโนมัติ การสัมผัสโดยการใช้ปากแตะลงมา ไม่ใช่ผ่านฝ่ามือเหมือนวันก่อน เสียวซ่านเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้จนไม่สามารถหลับตาลงได้ พลางจ้องมองเปลือกตาที่ปิดอยู่ตรงหน้าไล่ลงมายังแพขนตาที่อยู่ติดกัน

เมื่อริมฝีปากเปิดออก กล่องแห่งความลับก็ถูกเปิดออกพร้อมๆ กัน หลังจากนั้นกลิ่นหอมหวานอย่างไม่น่าเชื่อก็ลอยออกมาจากข้างใน เข่าของเขาอ่อนยวบไปกับกลิ่นอันแสนนุ่มนวล เร่าร้อนและหอมหวาน ไม่ใช่คำถามว่าใครแข็งแรงกว่ากันหรือดีกว่ากัน การแยกแยะข้อดีข้อเสียก็ไม่มีความหมายอะไรมากกว่านี้เลย

สำหรับอัลฟ่า กลิ่นของโอเมก้าสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ส่วนเรื่องที่เจ้าของกลิ่นความจริงแล้วก็มีลักษณะทางพันธุกรรมของอัลฟ่าเช่นกันตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว

อยากจูบ อยากบดขยี้ริมฝีปาก อยากบดเบียดจนน้ำลายผสมปนเปกัน ยองจียื่นมือไปโอบกอดฮันจูพร้อมดับเบียดอีกฝ่ายอย่างสุดแรงด้วยร่างกายที่ใกล้กันมากกว่าเดิม


ร่างกายที่แนบชิดกันยิ่งแนบสนิทอย่างเหมาะเจาะเข้าไปอีก แขนยาวที่โอบล้อมเอวเอาไว้กับมือใหญ่ดึงยองจีเข้ามา ยองจียึดตัวฮันจูไว้แน่นพลางเผยอริมฝีปากออกและเพลิดเพลินไปกับลิ้นที่เข้าๆ ออกๆ ผ่านริมฝีปากของพวกเขาทั้งสองคนด้วยความเต็มใจ ก้อนเนื้อลื่นเกี่ยวกระหวัดกันอย่างลื่นไหลราวกับถูไปบนพื้นผิวลื่นๆ

เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ยองจีหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว หัวเอนไปทางซ้ายทีแล้วเอนกลับมาทางด้านขวาที เขาคาดผิดไปว่าการถูกครอบงำด้วยจูบอันแสนเร่าร้อนจะทำให้หายใจลำบาก ทว่าทั้งสองคนแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มพลางสูดลมหายใจที่พ่นออกมาเข้าไป

รู้สึกจั๊กจี้ตรงลิ้นจนอยากจะเกา ยองจีโอบกอดฮันจูแน่นขึ้น เขารู้สึกชาๆ ตรงประสาทสัมผัสทั้งห้า นิ้วเท้าของเขาชาไปหมดแล้ว ความต้องการก้าวถอยหลังและความไม่ต้องการจะออกห่างเกิดขึ้นพร้อมกัน

กลิ่นที่ฟุ้งกระจายออกมาเป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาแก้ กลิ่นของโอเมก้ากับอัลฟ่าผสมปนเปกันจนยุ่งเหยิงราวกับปมของเส้นด้าย บางทีด้านนอกประตูอาจจะรู้แล้วว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ บานประตูนี้เป็นเกราะกำบังเพียงอย่างเดียวที่แยกโลกฝั่งนี้และโลกฝั่งนู้นเอาไว้ ยองจีสนุกไปกับการแอบจูบกันแบบลับๆ อย่างเสียวซ่านด้านหลังประตู

การกระทำที่ไม่ดีนี่อร่อยอย่างที่คิดเลย อยากกินอีกจัง


“อือ...อืม...”


เสียงที่ขาดๆ หายๆ ถูกเปล่งออกมาแล้วก็ถูกกลืนลงไปอีกครั้ง ไม่รู้ว่าร่างกายเกี่ยวกระหวัดกันตั้งแต่ส่วนไหน การก้าวเท้าของพวกเขาพันกันยุ่งเหยิงไปก่อนแล้วด้วยซ้ำ ฮันจูหมุนตัวของยองจีไปทางประตูดังพลั่ก ร่างกายที่อยู่ๆ ก็เอนเอียงคงจะล้มไปแล้ว แต่อ้อมแขนที่โอบกอดตัวของยองจีไว้ไม่มีทางปล่อยให้เป็นแบบนั้นแน่นอน

การจูบไม่หยุดลงและยังคงต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เขาอยากถอนริมฝีปากออกเพื่อหอบหายใจแต่ฮันจูไม่ยอมปล่อยเขาเลย การจูบอันดูดดื่มจึงดำเนินต่อไป นอกจากการหายใจที่ยากลำบากแล้ว ความรู้สึกไม่อยากแยกออกจากกันก็เป็นสิ่งที่ยองจีรู้สึกเช่นเดียวกัน

การก้าวถอยหลังอย่างลังเลและการก้าวเดินอย่างไม่ลังเลที่ดันตังเขาเข้ามาพัวพันและชนกันไปหมด อือ อืม เสียงน่าอายที่นอกจากจะไม่รู้แล้วยังไม่อยากรู้ด้วยถูกเปล่งออกมาทีละนิด ยองจีถูกดึงไปอย่างง่ายดายโดยไม่รับรู้เลยว่าตัวเองกำลังจะถูกพาไปที่ไหน

แต่ก็รับรู้ได้ขณะที่เข่าของเขางอลงพร้อมกับร่างกายที่เอนลงไปบนเตียง


“…แฮ่ก…”


หายใจอย่างกระหืดกระหอบจนสุดท้ายก็ถอนริมฝีปากออกจากกัน ริมฝีปากเปียกชื้นเป็นสีแดงจัดเมื่อเทียบกับผิวขาวๆ เป็นสีที่พอเปียกด้วยน้ำลายของยองจีแล้วก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น

ความพอใจและความละโมบฉายแววออกมาพร้อมกันในดวงตาของฮันจูที่กำลังมองริมฝีปากยองจีอยู่ อีกฝ่ายก็กำลังหายใจหอบอยู่เช่นกัน พวกเขาทั้งสองคนต้องการเวลาสักพักใหญ่

เพราะรู้ว่าอีกไม่นานร่างกายคงเกี่ยวพันกันยุ่งเหยิงอีกครั้ง พวกเขาพักแค่เพียงชั่วคราวระหว่างนี้เท่านั้น ก่อนที่จะเริ่มลูบคลำร่างกายของกันและกันโดยไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อน จากนั้นก็เลิกชายเสื้ออันแสนรุ่มร่ามขึ้นในเวลาเดียวกับที่ริมฝีปากบดเบียดกันอย่างไม่มีสติ

ตอนนึ้เสื้อเชิ้ตที่เคยเรียบสนิทกลับยับยู่ยี่และถูกดึงออกมาจากขอบกางเกง ฮันจูสอดมือเข้าไปในเสื้อของยองจีอย่างไม่ลังเลแล้วลูบไล้ผิวเปลือยเปล่า มือใหญ่ไม่เย็นเลยสักนิดกลับร้อนมากด้วยซ้ำต่างกับที่คิดไว้


“…ฮึ…อือ…”


ยองจีไม่คุ้นเคยกับเสียงครางแบบนี้เลย เขากัดปากและอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ เขาไม่รู้อะไรเลยจริงๆ แต่คิดว่าต้องทำแบบนี้เท่านั้น

ยองจีเองก็สอดมือเข้าไปในเสื้อของฮันจูแล้วลูบไล้ร่างกายแน่นหนา เพราะต้องการจะสัมผัสอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน ร่างกายของฮันจูหนาเหมือนสร้างขึ้นมาด้วยกล้ามเนื้อไปเสียทุกส่วน ทุกครั้งที่แตะลงไปก็จะคิดไปเองว่าเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายถูกสัมผัสจนไหล่ห่อลงโดยอัตโนมัติ

แต่ถึงแม้ว่าจะมีเหตุผลอะไรเพิ่มเข้ามาอีกก็รู้สึกว่าไม่สามารถปฏิเสธได้แล้ว เป็นความดุเดือดราวกับสัตว์เดรัจฉานบ้าคลั่งสองตัวกำลังต่อสู้กัน เขาสัมผัสอีกฝ่ายอย่างไร้สติ มัวแต่ขบกัดและดูดดุนจนไม่สามารถคิดอะไรอย่างอื่นได้ ยองจีลูบไล้แผ่นหลังแน่นกว้างไม่หยุด แถมยังต้องการจะลูบคลำทุกส่วนที่ตัวเองแตะลงไป

ไม่มีช่องว่างให้พูดเลย มือของฮันจูบีบเค้นหน้าอกอันแบนราบของยองจีราวกับจะขยำมันไว้ แน่นอนว่าถึงทำอย่างนั้นก็จับอะไรไม่ได้ แต่ก็ไม่มีเหตุผลจะต้องปล่อยหน้าอกที่สามารถบีบขยำได้ตามอำเภอใจด้วยมือเพียงข้างเดียวไป ยอดอกของยองจีแข็งเป็นไตอยู่ใต้ฝ่ามือของฮันจูและถูกบิดคลึงอย่างแรง ความเสียวซ่านยิ่งเข้าใกล้ความเจ็บปวดมากเท่าไร ยองจีก็ยิ่งตอบสนองมากขึ้นเท่านั้น

เพราะถูกกระตุ้น ร่างกายของยองจีถูกมือของฮันจูลากวนอยู่ตรงหน้าท้อง ลากต่อไปยังกระดูกเชิงกรานและขยับเข้าไปใกล้สะโพกอีกครั้ง เขารู้สึกร้อนรุ่มใจที่ไม่สามารถขยับร่างกายขึ้นลงได้ แม้ตอนนี้ภายในหัวเต็มไปด้วยความรู้สึกดีแต่ก็รู้สึกเหมือนใจจะขาดเช่นกัน

ยองจีเอนหัวไปด้านหลังพลางแอ่นร่างกายส่วนล่างมาด้านหน้าหลายต่อหลายครั้ง ใจของเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆส่วนอ่อนไหวอันแข็งขืนก็เรียกร้องที่จะปลดปล่อยจนต้องขยับเอวหน้าหลังสลับกันไปมาอย่างสุดแรง


“เหมือนใจจะ...ขาดเลย...ไม่ชอบ... หายใจไม่...ทันแล้ว...”


กลิ่นหอมหวานจนขึ้นสมองยิ่งปลุกเร้ายองจีมากขึ้น ขณะนั้นเขามั่นใจแล้วว่าชายหนุ่มที่กดเขาลงกับเตียงไม่ใช่โอเมก้าแน่นอน ไม่มีทางเป็นโอเมก้าได้

ถ้าอย่างนั้นความจริงของกลิ่นหอมหวานนี้คืออะไรกันแน่ แต่ก็ไม่มีช่องว่างให้ถามอีกเช่นกัน ฮันจูมุดลงไปแล้วใช้ฟันขบกัดตรงต้นคอของยองจี แม้จะเจ็บแต่ก็ทำให้ลุ่มหลงมัวเมามากขึ้นไปอีก แล้วพอฮันจูทำแบบนั้นถึงนึกขึ้นมาได้ว่าครั้งก่อนอีกฝ่ายก็เคยทิ้งรอยฟันไว้ตรงที่เดียวกัน

คืนนั้น ยองจีเห็นรอยฟันของฮันจูที่หลงเหลืออยู่บนคอของเขา แล้วก็มีอารมณ์ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ความคิดเห็น