โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

02-14 การกระทำที่ไม่ดี

ชื่อตอน : 02-14 การกระทำที่ไม่ดี

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 656

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2561 16:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-14 การกระทำที่ไม่ดี
แบบอักษร

“จูบ...ถ้าแค่จูบล่ะก็”


ริมฝีปากนั้นกำลังพูดคำที่คาดไม่ถึงซ้ำๆ ราวกับพูดอยู่คนเดียวด้วยน้ำเสียงล่องลอย

ฮันจูเอนหัวแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นกว่าเดิม ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่ตอนนี้เหลือไม่ถึง 5 เซนติเมตร ยองจีหลับตาลงอีกครั้ง เปลือกตาปิดสนิทและสั่นระริก อีกไม่นานจะได้จูบแล้ว

ครั้งแรกอันน่าจดจำ


“…คำตอบล่ะครับ”


แต่สิ่งที่ใกล้เข้ามากลับไม่ใช่ริมฝีปากแต่เป็นคำถามอื่น ฮันจูต้องการคำตอบในครั้งนี้จริงๆ คำถามของเขาต้องการคำตอบที่แน่นอนและชัดเจน เห็นได้ชัดว่าการรักษาศักดิ์ศรีอันแสนดื้อดึงของยองจีไม่อยู่ในความสนใจของฮันจูเลย

เป็นท่าทางอวดดีจนน่าโมโห ในฐานะที่ยองจีไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบนี้สักครั้ง แน่นอนว่าการเรียกร้องอะไรที่มากกว่านี้กับเขา ซึ่งเชื่อว่าเมื่อตอบไปแล้วนั้นช่างเป็นการกระทำที่ไร้ยางอายจริงๆ แต่ในความเป็นจริง อีกฝ่ายดูไม่มีความคิดจะยอมอ่อนข้อลงเลย

สุดท้ายแล้วก็ต้องพูดออกไป


“…เอาสิ”


ไม่น่าเชื่อเลยว่าเสียงที่พูดออกมาผ่านริมฝีปากเป็นเสียงของเขา ยองจีอับอายจนอยากจะร้องไห้เสียตอนนั้น


“เก่งมากครับ”


คำชมนั้นเรียบง่ายและชัดเจน แต่สิ่งที่ชัดเจนกว่านั้นคือริมฝีปากที่ประกบลงมาโดยไม่ให้แม้แต่เวลาโต้แย้งอะไร

ยองจีลืมตาขึ้นโดยอัตโนมัติ การสัมผัสโดยการใช้ปากแตะลงมา ไม่ใช่ผ่านมือนั้นเสียวซ่านเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้ ยองจีไม่สามารถหลับตาลงได้ และจ้องมองเปลือกตาที่ปิดอยู่ตรงหน้าไล่ลงมายังแพขนตาซึ่งอยู่ติดกัน

เมื่อริมฝีปากเปิดออก กล่องแห่งความลับก็เปิดออกพร้อมๆ กัน หลังจากนั้น กลิ่นหอมหวานอย่างไม่น่าเชื่อก็ลอยออกมาจากข้างใน เข่าของเขาอ่อนยวบไปกับกลิ่นอันแสนนุ่มนวล เร่าร้อน และหอมหวาน ไม่ใช่คำถามว่าใครแข็งแรงกว่ากันหรือดีกว่ากัน การแยกแยะข้อดีข้อเสียไม่มีความหมายอะไรไปมากกว่านี้เลย

สำหรับอัลฟ่า กลิ่นของโอเมก้านั้นสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง เรื่องที่เจ้าของกลิ่นนั้นความจริงแล้วก็มีลักษณะทางพันธุกรรมของอัลฟ่าเช่นกันตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว

อยากจูบ อยากบดขยี้ริมฝีปาก อยากบดเบียดทั้งริมฝีปากจนน้ำลายผสมปนเปกัน ยองจียื่นมือไปโอบกอดฮันจู และบดเบียดอีกฝ่ายอย่างสุดแรงด้วยร่างกายที่ใกล้กันมากกว่าเดิม


ร่างกายที่แนบชิดกันยิ่งแนบสนิทอย่างเหมาะเจาะเข้าไปอีก แขนยาวซึ่งโอบล้อมเอวเอาไว้กับมือใหญ่นั้นดึงยองจีเข้ามา ยองจียึดตัวฮันจูไว้แน่นพลางเปิดริมฝีปากออก และเพลิดเพลินไปกับลิ้นที่เข้าๆ ออกๆ ผ่านริมฝีปากของเขาทั้งสองคนด้วยความเต็มใจ ก้อนเนื้อลื่นเกี่ยวกระหวัดกันและลื่นไหลราวกับถูไปบนพื้นผิวลื่นๆ

เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ยองจีหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว หัวเอนเอียงไปทางซ้ายทีแล้วเอนกลับมาทางด้านขวาที เขาคาดผิดไปว่าการถูกครอบงำด้วยจูบอันแสนเร่าร้อนนั้นจะทำให้หายใจลำบาก ทั้งสองคนแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มแล้วสูดลมหายใจที่พ่นออกมาเข้าไป

รู้สึกจั๊กจี้ตรงลิ้นจนอยากจะเกา ยองจีโอบกอดฮันจูแน่นขึ้น เขารู้สึกชาๆ ตรงประสาทสัมผัสทั้งห้า นิ้วเท้าของเขารู้สึกชาไปหมดแล้ว ความรู้สึกอยากจะก้าวถอยหลังและความรู้สึกไม่ต้องการจะออกห่างเกิดขึ้นพร้อมกัน

กลิ่นที่ฟุ้งกระจายออกมาเป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาแก้ กลิ่นของโอเมก้ากับอัลฟ่าผสมปนเปกันจนยุ่งเหยิงราวกับปมของเส้นด้าย บางทีด้านนอกประตูนั้นอาจจะรู้แล้วว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ บานประตูนี้เป็นเกราะกำบังเพียงอย่างเดียวที่แยกโลกฝั่งนี้และโลกฝั่งนู้นไว้ ยองจีสนุกไปกับการแอบจูบกันแบบลับๆ อย่างเสียวซ่านด้านหลังประตูบานนี้

การกระทำที่ไม่ดีนี่อร่อยอย่างที่คิดเลย อยากกินอีกจัง


“อือ...อืม...”


เสียงที่ขาดๆ หายๆ ถูกเปล่งออกมาแล้วก็ถูกกลืนลงไปอีกครั้ง ไม่รู้ว่าร่างเกี่ยวกระหวัดกันตั้งแต่ส่วนไหน ยิ่งกว่านั้นคือการก้าวเท้าของพวกเขานั้นพันกันยุ่งเหยิงไปก่อนแล้ว ฮันจูหมุนตัวของเขาไปทางประตูดังพลั่ก ร่างกายที่จู่ๆ ก็เอนเอียงนั้นคงจะล้มไปแล้ว แต่อ้อมแขนซึ่งโอบกอดตัวของยองจีไว้ไม่มีทางปล่อยให้เป็นแบบนั้นแน่นอน

การจูบนั้นไม่หยุดลงและยังคงต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เขาคิดอยากถอนริมฝีปากออกเพื่อหอบหายใจแต่ฮันจูไม่ยอมปล่อยเขาเลย การจูบอันดูดดื่มดำเนินต่อไป นอกจากการหายใจที่ยากลำบากแล้ว ความรู้สึกไม่อยากแยกออกจากกันก็เป็นสิ่งที่ยองจีรู้สึกเช่นเดียวกัน

การก้าวถอยหลังอย่างลังเลและการก้าวเดินอย่างไม่ลังเลซึ่งดันเขาเข้ามานั้น พัวพันและชนกันไปหมด อือ อืม เสียงน่าอายที่นอกจากจะไม่รู้แล้วยังไม่อยากรู้ด้วยถูกเปล่งออกมาทีละนิด ยองจีถูกดึงไปอย่างง่ายดายโดยไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าตัวเองกำลังไปที่ไหน และฮันจูกำลังพาเขาไปไหน

เขารับรู้ได้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนก็ในตอนที่เข่าของเขางอลง พร้อมกับร่างกายที่เอนลงไปบนเตียง


“…แฮ่ก…”


เขาหายใจอย่างกระหืดกระหอบและในที่สุดก็ถอนริมฝีปากออกจากกัน ริมฝีปากเปียกชื้นเป็นสีแดงจัดเมื่อเทียบกับผิวขาวๆ เป็นสีที่พอเปียกไปด้วยน้ำลายของยองจีแล้วก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น

ความพอใจและความละโมบฉายแววออกมาพร้อมกันในดวงตาของฮันจู ซึ่งกำลังมองริมฝีปากนั้นอยู่ อีกฝ่ายก็กำลังหายใจหอบอยู่เช่นกัน พวกเขาทั้งสองคนต้องการเวลาสักพักใหญ่

เพราะรู้ว่าอีกไม่นานร่างกายคงเกี่ยวพันกันยุ่งเหยิงอีกครั้ง พวกเขาพักแค่เพียงชั่วคราวในตอนนั้นเท่านั้น ทั้งสองคนลูบคลำร่างกายของกันและกันโดยไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อน และเลิกชายเสื้ออันแสนรุ่มร่ามขึ้นในเวลาเดียวกับที่ริมฝีปากบดเบียดกันอย่างไม่มีสติ

เสื้อเชิ้ตซึ่งเคยเรียบสนิทนั้น ตอนนี้ยับยู่ยี่และถูกดึงออกมาจากขอบกางเกง มือของฮันจูสอดเข้าไปในเสื้อของยองจีอย่างไม่ลังเลแล้วลูบไล้ผิวเปลือยเปล่าของเขา มือใหญ่นั้นไม่เย็นเลยสักนิดต่างกับที่คิดไว้กลับร้อนมากเสียอีก


“…ฮึ…อือ…”


ยองจีไม่คุ้นเคยกับเสียงครางแบบนี้เลย เขากัดปากและอดกลั้นความรู้สึกดีเอาไว้ เขาไม่รู้จริงๆ แต่เพราะคิดว่าต้องทำแบบนั้นเท่านั้น

ยองจีเองก็สอดมือเข้าไปในเสื้อของฮันจูแล้วลูบไล้ร่างกายแน่นหนานั้น เพราะเขาก็ต้องการจะสัมผัสอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน ร่างกายของฮันจูแน่นหนาเหมือนสร้างขึ้นมาด้วยกล้ามเนื้อไปเสียทุกส่วน ทุกครั้งที่แตะลงไปก็จะคิดไปเองว่าเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายถูกสัมผัส ไหล่ของเขาห่อลงโดยอัตโนมัติ

แต่ถึงแม้ว่าจะมีเหตุผลอะไรเพิ่มเข้ามาก็รู้สึกได้ว่าไม่สามารถปฏิเสธได้ เป็นความรู้สึกดีที่ดุเดือดราวกับสัตว์เดรัจฉานบ้าคลั่งสองตัวกำลังต่อสู้กัน เขาสัมผัสอีกฝ่ายอย่างไร้สติ มัวแต่ขบกัดและดูดดุนจนไม่สามารถคิดสิ่งอื่นได้ ยองจีลูบไล้แผ่นหลังแน่นและกว้างนั้นไม่หยุด และต้องการจะลูบคลำทุกส่วนที่เขาแตะลงไป

ไม่มีช่องว่างให้พูดเลย มือของฮันจูบีบเค้นหน้าอกอันแบนราบของยองจีราวกับจะกำมันไว้ แน่นอนว่าถึงทำอย่างนั้นก็จับอะไรไม่ได้ แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่ถึงจะต้องปล่อยหน้าอก ซึ่งสามารถบีบขยำได้ตามอำเภอใจด้วยมือเพียงข้างเดียวไป ยอดอกของยองจีแข็งเป็นไตอยู่ใต้ฝ่ามือของฮันจูและถูกบิดคลึงอย่างแรง ความรู้สึกเสียวซ่านนั้นยิ่งเข้าใกล้ความเจ็บปวดมากเท่าไร ยองจีก็ยิ่งตอบสนองมากขึ้นเท่านั้น

เพราะว่าถูกกระตุ้น ร่างกายของยองจีถูกมือของอีกฝ่ายลากวนอยู่ตรงหน้าท้อง ลากต่อไปยังกระดูกเชิงกรานและขยับเข้าไปใกล้ตรงสะโพกอีกครั้ง เขาไม่สามารถขยับร่างกายขึ้นลงได้และรู้สึกร้อนรุ่มใจ แม้ตอนนี้ภายในหัวเต็มไปด้วยความรู้สึกดีแต่ก็รู้สึกเหมือนใจจะขาดเช่นกัน

ยองจีเอนหัวไปด้านหลังและแอ่นร่างกายส่วนล่างมาด้านหน้าหลายต่อหลายครั้ง ใจของเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ และส่วนอ่อนไหวอันแข็งขืนก็เรียกร้องที่จะปลดปล่อย เขาขยับเอวหน้าหลังสลับกันไปมาอย่างสุดแรง


“เหมือนใจจะ...ขาดเลย...ไม่ชอบ... หายใจไม่...ทันแล้ว...”


กลิ่นหอมหวานจนขึ้นสมองยิ่งปลุกเร้ายองจีมากขึ้น ตอนนั้นเขามั่นใจแล้วว่าชายผู้ซึ่งกดเขาลงกับเตียงนั้นไม่ใช่โอเมก้าแน่นอน ไม่มีทางเป็นโอเมก้าได้

ถ้าอย่างนั้น ตัวตนที่แท้จริงของกลิ่นนี้คืออะไรกันแน่ ไม่มีช่องว่างให้ถามอีกเช่นกัน ฮันจูมุดลงไปแล้วใช้ฟันขบกัดตรงต้นคอของยองจี แม้จะเจ็บแต่ก็ทำให้ลุ่มหลงมัวเมามากขึ้นไปอีก และพอฮันจูทำแบบนั้นถึงนึกขึ้นมาได้ว่าครั้งก่อนอีกฝ่ายก็ทิ้งรอยฟันไว้ตรงที่เดียวกัน

คืนนั้น ยองจีเห็นรอยฟันของฮันจูซึ่งหลงเหลืออยู่บนคอของเขา แล้วก็มีอารมณ์ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น