โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

02-13 การกระทำที่ไม่ดี

ชื่อตอน : 02-13 การกระทำที่ไม่ดี

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 715

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2561 14:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-13 การกระทำที่ไม่ดี
แบบอักษร

​ถึงจะเป็นเรื่องจริงที่เขาปฏิเสธเข้ารับการปรึกษาแต่ไม่รู้เลยว่าฮันจูจะมาหาถึงห้องนี้ ยองจีเข้ามาในห้องแล้วปิดประตู ภายในห้องกลายเป็นพื้นที่ของเขาสองคนอย่างสมบูรณ์


“ถ้าผมไม่อนุญาตก็ไม่มีใครสามารถเข้ามาในห้องนี้ได้”


ยองจีไม่ถามว่ามาทำไม เพราะไม่ได้สงสัยในคำตอบ แต่เพียงแค่อยากต่อว่าอีกฝ่ายที่ไม่แม้แต่จะขออนุญาตตน ไม่อธิบายอะไรเลยแล้วบุกรุกเข้ามาในนี้ตามอำเภอใจ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตักเตือนอย่างจริงจัง


“แต่ก็เข้ามาแล้วนี่ครับ”


อีกฝ่ายคงเป็นผู้ชายที่ไม่มีแม้แต่ยางอายแน่ๆ เพราะตอนนี้ยองจีก็รู้ ฮันจูทำเพียงแค่หันหน้ามามองยองจีแล้วยิ้มแพรวพรายราวกับจะบอกว่าตัวเองเป็นข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวของยองจี


“ตามลำดับแล้ว ผมขอให้เข้ารับการปรึกษาประมาณสองครั้ง แต่คนที่ไม่ใส่ใจก่อนก็คือคุณชายไม่ใช่เหรอครับ”

“สิ่งที่พวกเราทำด้วยกันมันเรียกว่าการปรึกษาได้ด้วยเหรอ”

“…”

“ผมคิดว่าไม่น่าจะได้นะ”


อาจเรียกได้ว่าการคุกคามทางเพศ

ยองจีพยายามกลืนคำพูดคำหลังลงไป เป็นคำพูดแบบตรงไปตรงมาที่พูดออกไปแล้วตัวเองจะต้องเสียศักดิ์ศรีอย่างแน่นอน จนคิดว่าถ้าเขาเป็นฝ่ายขืนใจฮันจูก็คงรู้สึกอับอายน้อยกว่านั้น

ฮันจูจ้องมองไปยังยองจีที่พูดต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำและยิ้มอย่างนุ่มนวลอีกครั้งแล้วตอบกลับ


“ดีใจนะครับเนี่ย”

“อะไร”

“ก็คุณชายพูดคำว่า ‘พวกเรา’ ออกมานี่ครับ”


เป็นตอนนั้นเองที่ยองจีถอนหายใจอย่างกระอักกระอ่วน ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอีกคนเป็นคนหน้าไม่อายจริงๆ นั่นแหละ อย่างน้อยก็ชัดเจนเลยว่าไม่ธรรมดา เป็นผู้ชายแปลกๆ เขาพูดกับผู้ชายคนนั้นไม่รู้เรื่องเลยสักนิด


“…ช่างมันเถอะ ถ้าจะมาทำการปรึกษาก็ช่วยออกไปได้ไหม ตอนนี้ผมเหนื่อยนิดหน่อย”

“ผมมาหาถึงห้องเลยนะครับ ครั้งนี้ก็จะทำให้ผมมาเสียเที่ยวเหรอครับ”

“ผมบอกให้มาหรือไง คุณมาของคุณเองต่างหาก ผมไม่ชอบพูดยาวๆ นะ ออกไปได้แล้ว”


ท่าทางเฉียบขาดกว่าตอนอื่นๆ แตกต่างกับก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน นั่นหมายความว่ายองจีกำลังปฏิเสธฮันจูจากใจจริง แต่จริงๆ แล้วดวงตาของอีกฝ่ายกลับสื่อความหมายตรงกันข้าม

พูดได้ว่าเป็นการป้องกันตัวเองชนิดหนึ่งเพื่อปิดบังจิตใจที่สับสน อาจจะเพราะต้องการปิดกั้นความเป็นไปได้ทั้งหมดก็ได้ ถ้าเผลอไปก็คงนึกถึงแต่ความเป็นชายของฮันจูแล้วก็จะวิตกกังวลที่ตกหลุมพรางนั้น เขาได้รับบทเรียนมาจากทั้งสองครั้งก่อนแล้ว

ยิ่งกว่านั้น ก่อนหน้านี้ไม่นานยองจีรู้สึกถึงความรู้สึกดีซึ่ง ‘การกระทำที่ไม่ดี’ นั้นมอบให้ สถานการณ์ไม่ดีขึ้นเลยเพราะคาดหวังความเป็นไปได้ที่น่าจะก้าวข้ามไปยังครั้งที่สามอย่างสบายๆ


“ไม่ได้ยินที่ผมพูดเหรอ”


ยองจีใจร้อนไปหมดแล้ว แต่ในความเป็นจริงฮันจูไม่แม้แต่จะขยับจากจุดที่เขายืนอยู่เลย ไม่ทั้งตอบโต้หรือพูดอะไรออกมา เขาไม่ได้บังคับให้ฮันจูนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย อีกฝ่ายทำเพียงแค่มองมาเท่านั้น

ถึงแม้จะไม่ได้อารมณ์ไม่ดีแต่ก็เป็นสายตาที่น่าอึดอัด มันไม่ใช่แค่เพียงข้อแก้ตัว สำหรับยองจีที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแล้ว เขารู้สึกเหนื่อยจริงๆ ในหนึ่งวันมีผู้ชายทำให้เขารู้สึกเหนื่อยถึงสองคน การได้เจอกับอะไรแบบนั้นอย่างต่อเนื่อง มันเป็นเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจของเขาเลย


“ถ้างั้นผมจะออกไปเอง”


ไม่ใช่ที่อื่นแต่กลับต้องหนีออกจากห้องของตน  แม้จะคิดขึ้นกับตัวเองแต่ก็เป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริงๆ ไม่หรอก ไม่ได้หนี ถึงรีบแก้ไขอย่างรวดเร็วแต่ความคิดที่หลุดออกไปแล้วก็จบลงด้วยแบบนั้น

อยากหนี อยากออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับแล้ว เขาจับที่กลอนประตูอย่างแรง

แล้วดึงมันออก


“ไม่อยากปรึกษาเหรอครับ”


แต่ประตูไม่เปิด

เมื่อไรกันที่เข้ามาใกล้ขนาดนี้ ฮันจูยืนอยู่ตรงข้างหลังของเขา กลิ่นหอมหวานฟุ้งกระจาย จนเขาเวียนหัวไปชั่วขณะราวกับโดนวางยา

ประตูที่ตั้งใจจะเปิดนั้นถูกขัดขวางอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการกดมือลงมาอย่างแผ่วเบา


“…ถ้าอย่างนั้น ถ้าผมบอกว่ามาเพื่อทำการกระทำที่ไม่ดีล่ะครับ”


ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หัวแต่สั่นสะเทือนไปถึงสมอง เป็นความเสียหายอย่างรุนแรง มาทำการกระทำที่ไม่ดีงั้นเหรอ ฮันจูไม่แม้แต่จะปิดบังและสารภาพออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ เป็นประโยคที่ชัดเจนมากเกินกว่าจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ มือของยองจีจับลูกบิดแล้วกำแน่นอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ก็ไม่สามารถดึงได้ เพราะมือใหญ่ของอีกฝ่ายกำลังกดอยู่ตรงบานประตู

ขนหัวลุก เป็นความรู้สึกที่ไม่เพียงแค่เส้นผมเท่านั้น แต่เส้นขนทั้งร่างกายลุกชันขึ้น ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกไฟดูดและไร้ความสามารถในการทำอะไรทั้งสิ้น แขนขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงไปหมด เปลือกตาปรือลงแต่ไม่กล้าแม้จะหลับตา

เหมือนกับว่าถ้าหลับตาลงคงจะร่วงลงไปตรงไหนสักที่ข้างล่างนั้น จู่ๆ พื้นที่เหยียบอยู่ก็แปลกไป มันสั่นไปหมด ตอนที่คิดว่าจะสั่นไม่ได้นั้นตัวเองก็อยู่ตรงกลางของความสั่นไหวไปแล้ว

เพราะอะไรกันนะ เพราะอะไร จะถูกผู้ชายคนนี้ทำให้เขาสั่นคลอนไปซะทุกครั้งเลยเหรอ

เขายอมรับไม่ได้กับสิ่งที่ตัวเองคาดหวังไว้ภายในหัว ว่าครั้งนี้จะได้ทำการกระทำที่ไม่ดีแบบไหนกัน


ต้องบอกไปว่าไม่ ห้ามทำ ถ้าเป็นการกระทำไม่ดีก็เพียงพอแล้วที่จะไม่ทำ ยิ่งกว่านั้นเมื่อสักครู่นี้ก็เพิ่งจะโกหกคุณปู่ไปเป็นครั้งแรก ต้องบอกเขาว่าแพทย์ประจำตัวทำอะไรกับตน ถึงแม้ว่าจะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนลักษณะทางพันธุกรรมอันดีเลิศของตน ถึงแม้ว่าเรื่องนั้นจะทำให้ต้องโดนสายเลือดของตนดุด่าก็ต้องบอกออกไปให้ได้

แต่ยองจีทำอย่างนั้นไม่ได้ ไม่สิ เขาไม่ทำ ยองจีหลับตาแน่น เป็นตอนนั้นเอง


“มีเซ็กซ์กับผมไหมครับ”


ยองจีลืมตาพรึบอีกครั้ง เมื่อกี้เขาว่าไงนะ... ยองจีตกใจมากแล้วหันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว


“นี่คุณยังมีสติอยู่ไหม ตอนนี้พูดเรื่องบ้าอะไรอยู่รู้หรือ...”

“ถ้าไม่อยากมีเซ็กซ์...”


ฮันจูไม่รอแม้แต่ให้ยองจีพูดจบ เขายืนค้ำประตูด้วยมือทั้งสองข้างและโอบล้อมยองจีไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงแค่สัมผัสแต่ยองจีก็ไม่ต่างอะไรกับถูกฮันจูโอบกอด รู้สึกว่ารูปร่างที่เคยไม่ต่างอะไรกันมากนั้นตอนนี้กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว

ยองจีทำอะไรไม่ได้นอกจากเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายและลืมแม้กระทั่งการกลืนน้ำลาย


“งั้นจูบเป็นไงครับ”


ชายหนุ่มยิ้ม ยูฮันจูยิ้มออกมา ยองจีกังวลกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยเมื่อเทียบกับยองจีที่กำลังสับสน ริมฝีปากซึ่งกำลังสั่นระริกได้แต่อ้าพะงาบๆ และไม่สามารถพูดคำพูดที่เตรียมไว้ออกมาได้ ทำอะไรน่ะ บอกให้ออกมาเดี๋ยวนี้ บอกให้เลิกพูดอะไรบ้าๆ สักที คำพูดอันแข็งกระด้างอย่างเฉียบขาดนั้นติดอยู่ตรงปากแต่ไม่สามารถพูดออกมาได้

ต้องพูด ยองจีรู้แต่ในหัวกลับวุ่นวายไปด้วยความคิดที่คาดไม่ถึงเลย อย่างเช่น

‘การจูบ’ นี่เป็นการกระทำที่ไม่ดีมากแค่ไหนกันนะ จะให้ความรู้สึกเสียวซ่านมากไหมนะ

การจูบซึ่งถูกขัดขวางทุกครั้งจากอีกฝ่ายจนถึงตอนนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่คำพูดเกินจริงที่บอกว่าเขาไม่มีความทรงจำเรื่องจูบเลย พอๆ กับไม่มีความทรงจำเรื่องเซ็กซ์ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาอยากจะทำ แต่ร่างกายกลับกำลังต้องการอย่างไม่รู้ตัว แม้กระทั่งเรื่องการจูบมีความหมายแบบไหนนั้นตอนนี้ก็ไม่สำคัญเลย

ความอยากรู้อยากเห็นทางเพศเล็กๆ น้อยๆ และจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนั้น เป็นเรื่องที่อันตรายที่หาได้ยาก ความอยากรู้อยากเห็นซึ่งกำลังดึงดูดยองจีอยู่ตอนนี้

มือที่ค้ำประตูดันแรงขึ้น ประตูที่ต้องดึงเท่านัั้นถึงจะเปิดออกได้ ถึงแม้จะรู้ว่ายิ่งผลักประตูก็ยิ่งเปิดไม่ออก แต่ยองจีก็กำลังดันประตูด้วยแรงจากทั้งร่างกาย

เขารู้สึกได้ว่าโลกของด้านในประตูกับโลกของด้านนอกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น