โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

02-13 การกระทำที่ไม่ดี

ชื่อตอน : 02-13 การกระทำที่ไม่ดี

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 807

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 18:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-13 การกระทำที่ไม่ดี
แบบอักษร

​ถึงจะเป็นเรื่องจริงที่เขาปฏิเสธเข้ารับการปรึกษาแต่ไม่รู้เลยว่าฮันจูจะมาหาถึงห้องขนาดนี้ ยองจีเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลง ภายในห้องจึงกลายเป็นพื้นที่ของเขาสองคนอย่างสมบูรณ์


“ถ้าผมไม่อนุญาตก็ไม่มีใครสามารถเข้าห้องนี้ได้”


ยองจีไม่ถามว่ามาทำไม เพราะไม่ได้สงสัยในคำตอบ แต่เพียงแค่อยากต่อว่าอีกฝ่ายที่ไม่แม้แต่จะขออนุญาตตน ไม่อธิบายอะไรทั้งนั้น แล้วบุกรุกเข้ามาตามอำเภอใจ ซึ่งมันเป็นพฤติกรรมที่จำเป็นจะต้องได้รับการตักเตือนอย่างจริงจัง


“แต่ก็เข้ามาแล้วนี่ครับ”


อีกฝ่ายคงเป็นผู้ชายที่ไม่มีแม้แต่ยางอายแน่ๆ เพราะตอนนี้ยองจีก็รู้ ฮันจูทำเพียงแค่หันหน้ามามองพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับจะบอกว่าตัวเองเป็นข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวของยองจี


“ตามลำดับแล้ว ผมขอให้เข้ารับการปรึกษาประมาณสองครั้ง แต่คนที่ไม่ใส่ใจก่อนก็คือคุณชายไม่ใช่เหรอครับ”

“สิ่งที่พวกเราทำด้วยกันมันเรียกว่าการปรึกษาได้ด้วยเหรอ”

“…”

“ผมคิดว่าไม่น่าจะได้นะ”


อาจเรียกได้ว่าการคุกคามทางเพศ

ยองจีพยายามกลืนคำพูดคำหลังลงไป คำพูดแบบตรงไปตรงมาที่พูดออกไปแล้วตัวเองจะต้องเสียศักดิ์ศรีอย่างแน่นอน จนคิดว่าถ้าหากเขาเป็นฝ่ายขืนใจฮันจูแทนก็คงรู้สึกอับอายน้อยกว่านั้น

ฮันจูมองไปทางยองจีที่พูดตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำและยิ้มอย่างนุ่มนวลอีกครั้งแล้วตอบกลับ


“ดีใจนะครับเนี่ย”

“อะไร”

“ก็คุณชายพูดคำว่า ‘พวกเรา’ ออกมานี่ครับ”


ขณะนั้นยองจีถอนหายใจอย่างกระอักกระอ่วน ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าฮันจูเป็นคนหน้าไม่อายจริงๆ แต่ก็ชัดเจนเลยว่าไม่ธรรมดา เป็นผู้ชายแปลกๆ เขาพูดกับอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องเลยสักนิด


“…ช่างมันเถอะ ถ้าจะมาทำการปรึกษาก็ช่วยออกไปได้ไหม ตอนนี้ผมเหนื่อยนิดหน่อย”

“ผมมาหาถึงห้องเลยนะครับ ครั้งนี้ก็จะทำให้ผมมาเสียเที่ยวเหรอครับ”

“ผมบอกให้มาหรือไง คุณมาของคุณเองต่างหาก ผมไม่ชอบพูดยาวๆ นะ ออกไปได้แล้ว”


ท่าทางเฉียบขาดกว่าตอนอื่นๆ และแตกต่างกับก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน นั่นหมายความว่ายองจีกำลังปฏิเสธฮันจูจากใจจริง แต่ดวงตาของอีกฝ่ายกลับสื่อความหมายตรงกันข้าม

พูดได้ว่าเป็นการป้องกันตัวเองชนิดหนึ่งเพื่อปิดบังจิตใจที่สับสน แล้วก็อาจจะเป็นเพราะต้องการปิดกั้นความเป็นไปได้ทั้งหมดก็ได้ ถ้าเผลอก็คงนึกถึงแต่ความเป็นชายของฮันจูแล้วก็จะเอาแต่วิตกกังวลที่ตกหลุมพราง ยองจีได้รับบทเรียนมาจากสองครั้งก่อนแล้ว

ยิ่งกว่านั้น ก่อนหน้านี้ไม่นานยองจีสัมผัสได้ถึงความรู้สึกดีที่ได้จาก ‘การกระทำที่ไม่ดี’ ดังนั้นมันอาจจะทำให้ก้าวสามไปสู่ครั้งที่สามได้อย่างสบายๆ ถ้าหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น


“ไม่ได้ยินที่ผมพูดเหรอ”


ยองจีร้อนใจไปหมดแล้ว แต่ในความเป็นจริงฮันจูไม่แม้แต่จะขยับจากจุดที่ยืนปักหลักอยู่เลย ไม่ทั้งตอบโต้หรือพูดอะไรออกมา แล้วเขาก็ไม่ได้บังคับให้ฮันจูนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย อีกฝ่ายทำเพียงแค่มองมาเท่านั้น

ถึงแม้จะไม่ได้อารมณ์เสียแต่ก็เป็นสายตาที่น่าอึดอัด มันไม่ใช่แค่ข้อแก้ตัวสำหรับยองจีที่ไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว เขารู้สึกเหนื่อยจริงๆ ในหนึ่งวันมีผู้ชายทำให้เขารู้สึกเหนื่อยถึงสองคน พอเจอกับอะไรแบบนี้อย่างต่อเนื่อง มันก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจของเขาเลย


“ถ้างั้นผมจะออกไปเอง”


ไม่ใช่ที่อื่นแต่กลับต้องหนีออกจากห้องของตัวเอง  แม้จะแค่คิดแต่ก็เป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริงๆ ...ไม่หรอก เขาไม่ได้หนี ถึงรีบแก้ไขอย่างรวดเร็วแต่ความคิดที่หลุดออกไปแล้วก็จบลงแบบนั้น

อยากหนี อยากออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับแล้ว ยองจีจับที่กลอนประตูอย่างแรง

แล้วดึงมันออก


“ไม่อยากปรึกษาเหรอครับ”


แต่ประตูกลับไม่เปิด

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อีกเข้ามาใกล้ขนาดนี้ ฮันจูยืนอยู่ข้างหลังเขา กลิ่นหอมหวานฟุ้งกระจายจนเขาเวียนหัวไปชั่วขณะราวกับโดนวางยา

ประตูที่ตั้งใจจะเปิดก็ถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการกดมือลงมาอย่างแผ่วเบา


“…ถ้าอย่างนั้น ถ้าผมบอกว่ามาเพื่อทำการกระทำที่ไม่ดีล่ะครับ”


ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หัวแต่สั่นสะเทือนไปถึงสมอง เป็นความเสียหายอย่างรุนแรง มาทำการกระทำที่ไม่ดีงั้นเหรอ ฮันจูไม่แม้แต่จะปิดบังและสารภาพออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยประโยคที่ชัดเจนมากเกินกว่าจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ มือของยองจีจับลูกบิดแล้วกำแน่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ก็ไม่สามารถดึงได้อยู่ดีเพราะมือใหญ่ของอีกฝ่ายกำลังกดบานประตูไว้

ขนหัวลุก เป็นความรู้สึกที่ไม่เพียงแค่เส้นผมเท่านั้น แต่เส้นขนทั้งร่างกายลุกชันขึ้น ตัวเขาแข็งทื่อราวกับถูกไฟดูดและไร้ความสามารถในการทำอะไรทั้งสิ้น แขนขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงไปหมด เปลือกตาปรือลงแต่ไม่กล้าแม้จะหลับตา

เหมือนกับว่าถ้าหลับตาลงคงจะร่วงลงไปตรงไหนสักที่ จู่ๆ พื้นที่เหยียบอยู่ก็แปลกไป มันสั่นไปหมด ระหว่างที่คิดว่าจะสั่นไม่ได้ตัวเองก็อยู่ตรงใจกลางของความสั่นไหวไปแล้ว

เพราะอะไรกันนะ เพราะอะไร จะถูกผู้ชายคนนี้ทำให้สั่นคลอนไปซะทุกครั้งเลยเหรอ

ยองจียอมรับไม่ได้กับสิ่งที่ตัวเองคาดหวังไว้ภายในหัว ว่าครั้งนี้จะได้ทำการกระทำที่ไม่ดีแบบไหนกัน


ต้องบอกไปว่าไม่ ห้ามทำ ถ้าเป็นการกระทำไม่ดีล่ะก็ มันก็เพียงพอแล้วที่จะไม่ทำอีก ยิ่งกว่านั้นเมื่อสักครู่นี้เขาก็เพิ่งจะโกหกคุณปู่ไปเป็นครั้งแรก คงต้องบอกท่านว่าแพทย์ประจำตัวทำอะไรกับเขาบ้าง ถึงแม้ว่าจะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนลักษณะทางพันธุกรรมอันดีเลิศของตน ถึงแม้ว่าจะทำให้ต้องโดนสายเลือดของเพียงคนเดียวของตัวเองดุด่าก็ต้องบอกออกไปให้ได้

แต่ยองจีทำอย่างนั้นไม่ได้ ไม่สิ เขาไม่ทำ ยองจีหลับตาแน่น และในขณะนั้นเอง


“มีเซ็กซ์กับผมไหมครับ”


ยองจีลืมตาพรึบอีกครั้ง เมื่อกี้เขาว่าไงนะ... เขาตกใจมากแล้วหันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว


“นี่คุณยังมีสติอยู่ไหม ตอนนี้พูดเรื่องบ้าอะไรอยู่รู้หรือ...”

“ถ้าไม่อยากมีเซ็กซ์...”


ฮันจูไม่รอให้ยองจีพูดจบ เขายืนค้ำประตูด้วยมือทั้งสองข้างและโอบล้อมยองจีไว้อย่างสมบูรณ์ เพียงแค่สัมผัสแต่ยองจีก็ไม่ต่างอะไรกับถูกฮันจูโอบกอดจนรู้สึกว่ารูปร่างที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ตอนนี้กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว

ยองจีทำอะไรไม่ได้นอกจากเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย เขาลืมแม้กระทั่งการกลืนน้ำลาย


“งั้นจูบเป็นไงครับ”


ชายหนุ่มยิ้ม ยูฮันจูยิ้มออกมา ยองจีกังวลกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนไม่รู้สึกรู้สาเลยเมื่อเทียบกับตัวเองที่กำลังสับสน ริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกได้แต่อ้าพะงาบๆ จนไม่สามารถพูดคำพูดที่เตรียมไว้ออกมาได้ ทำอะไรน่ะ บอกให้ออกมาเดี๋ยวนี้ บอกให้เลิกพูดอะไรบ้าๆ สักที คำพูดแข็งกระด้างติดอยู่ตรงปากแต่เอ่ยปากออกไปไม่ได้

ต้องพูด ยองจีรู้แต่ในหัวกลับวุ่นวายด้วยความคิดที่คาดไม่ถึง อย่างเช่น

‘การจูบ’ นี่เป็นการกระทำที่ไม่ดีมากแค่ไหนกันนะ จะให้ความรู้สึกเสียวซ่านมากไหมนะ

การจูบที่ถูกอีกฝ่ายขัดขวางมาตลอดจนถึงตอนนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่คำพูดเกินจริงที่บอกว่าเขาไม่มีความทรงจำเรื่องจูบพอๆ กับไม่มีความทรงจำเรื่องเซ็กซ์ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาอยากจะทำ แต่ร่างกายกลับกำลังต้องการอย่างไม่รู้ตัว ตอนนี้แม้กระทั่งเรื่องการจูบจะมีความหมายแบบไหนก็ไม่สำคัญเลย

ความอยากรู้อยากเห็นทางเพศเล็กๆ น้อยๆ และกำลังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ช่างอันตรายอย่างหาได้ยาก ความอยากรู้อยากเห็นกำลังดึงดูดยองจีอยู่

มือที่ค้ำประตูอยู่ดันแรงขึ้น เนื่องจากเป็นประตูที่ต้องดึงเท่านัั้นถึงจะเปิดออกได้ แล้วก็รู้อยู่แล้วว่ายิ่งผลักประตูก็ยิ่งเปิดไม่ออก แต่ยองจีก็กำลังใช้แรงทั้งหมดที่มีดันประตู

พร้อมกับความรู้สึกว่าโลกด้านในประตูกับโลกภายนอกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น