Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 19 แตกต่างที่ลงตัว (25%)

ชื่อตอน : บทที่ 19 แตกต่างที่ลงตัว (25%)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2561 18:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 แตกต่างที่ลงตัว (25%)
แบบอักษร

บทที่สิบเก้า

หลังจากการผจญภัยหลายวันในแอล อาร์ ออฟฟิศ เสร็จสิ้นก็ถึงเวลาที่ทุกคนจะได้กลับบ้าน มิเกลล่วงหน้าไปก่อนเนื่องจากมีธุระบางอย่างต้องไปจัดการ น่ากรีดร้องเหลือเกินที่ครั้งนี้เขาเอาฮาฟิซเพื่อนคนใหม่ของเธอไปและเหลือยะตีมเอาไว้แทน ถึงแม้ทั้งสองคนจะหน้าตาเหมือนกันราวกับแกะแต่ยังไงก็ไม่ใช่คนเดียวกัน อีกอย่างความรู้สึกของเธอก็ยังแปลกพิกลอยู่บ้าง มองหน้ายะตีมทีไรเธอก็เห็นแต่นิ้วคนลอยมา ความคิดนี้ติดค้างในหัวจนเธอไม่กล้าพูดคุยเล่นกับเขามาก ภายในรถจึงมีแต่ความเงียบเป็นส่วนใหญ่ 

เธอขอร้องให้ยะตีมแวะซื้อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่ซุปเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่ง รูปร่างสูงกำยำในชุดสูทสีดำสุดเนี้ยบและเสื้อโค้ตสีเดียวกัน บวกใบหน้านุ่มนวลและผมสีน้ำตาลเข้มซึ่งเซตอย่างดีทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจจากผู้คนได้ไม่ยาก เธอเหลือบมองยะตีมผู้ซึ่งกำลังเข็นรถเข็นให้เธอด้วยใบหน้านิ่งสนิท จะแย่งจากมืออีกฝ่ายมาเข็นเองยังไม่กล้าเลย ขอค้านที่ฮาฟิซเคยบอกว่ามีน้อยคนที่แยกพวกเขาออก ทั้งสองอาจจะลักษณะภายนอกเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วแต่บุคลิกกลับไม่เหมือนกันแม้แต่นิดเดียว หากฮาฟิซผู้อ่อนโยนอบอุ่นเสมือนแสงแดดพี่ชายฝาแฝดของเขาก็เหมือนก้อนน้ำแข็งดีๆนี่เอง  

“เอ่อ...คุณยะตีมรออยู่ตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เธอกล่าวอย่างขลาดๆเมื่อมาถึงหน้าโซนสินค้าแห่งหนึ่ง กลอกตามองซ้ายขวาดูประหม่าชอบกล

“เชิญคุณเลือกตามสบายครับ ผมได้รับคำสั่งให้ดูแลคุณไม่ให้คลาดสายตา” ร่างสูงตระหง่านไม่ขยับเขยื้อนดุจขุนเขา แม้แต่เสียงพูดยังนิ่งสนิท

“ฉันหนีไปไหนไม่ได้หรอกค่ะ ขอแค่เวลาส่วนตัวห้านาทีเท่านั้น” พูดไปนิ้วทั้งสิบก็สั่นระริกเป็นระยะ หากเป็นฮาฟิซมิตรสหายคงเข้าใจกันง่ายกว่านี้

“ผมทำเพื่อความปลอดภัยของคุณนะครับ ไม่อยากให้เกิดเหตุไม่คาดฝันเหมือนครั้งที่แล้ว” 

เธอไม่กล้าต่อรองอะไรอีก ร่างแข็งทื่อเดินเข้าไปเลือก ‘ผ้าอนามัย’ อย่างเงอะงะ หลากยี่ห้อละลานตาตรงหน้ายิ่งสร้างความกระอักกระอ่วน แม้ว่าของอื่นๆจะหยิบโยนใส่รถเข็นให้จบๆไปได้แต่ของส่วนตัวแบบนี้กลับเลือกส่งๆไม่ได้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่กำลังอ่านฉลากบนซองเซื่องซึมเหมือนลูกกวาง คิดแค้นตัวการใหญ่ที่คอยสร้างแต่ปัญหา คนโปรดบ้าบออะไรกัน...นักโทษละสิไม่ว่า

ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาไร้หนวดเคราอันนิ่งสงบคงมีแต่ตัวเขาเท่านั้นที่รู้ว่าภายในใจไม่ได้สงบราบเรียบเหมือนดังที่ภายนอกแสดง สินค้าที่หญิงสาวกำลังเลือกสรรอย่างตั้งอกตั้งใจทิ่มแทงสายตายิ่งนัก ตั้งแต่เกิดจนโตไม่เคยต้องเฉียดกรายเข้าใกล้สินค้าประเภทนี้ ขณะนึกถึงน้องชายผู้ซึ่งเก่งกาจในการปรับตัวทุกสถานการณ์ในใจก็ท่องซ้ำไปซ้ำมาว่า ‘หน้าที่คือหน้าที่’

“เอ่อ...ไปกันเถอะค่ะ” เธอเรียกเบาๆเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนนิ่งเหมือนกำลังเหม่อลอย ไม่สิ...เธอคงเข้าใจผิดไปเอง บุรุษเคร่งขรึมจริงจังเช่นนี้คงมองหาทางหนีทีไล่เตรียมพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉินมากกว่า

ยะตีมพลันได้สติ ไม่พูดไม่จารีบเข็นรถออกจากโซนสินค้าทันที

เมื่อเสร็จสิ้นการซื้อของก็รีบตรงกลับบ้าน ศีรษะได้รูปพิงกระจกเหม่อมองออกไปริมฝั่งถนนที่เริ่มประดับประดาหลอดไฟระยิบระยับสวยงามจนไม่อาจละสายตา พักร้อนครั้งนี้ยาวนานเหมือนฝัน น่าตลกตรงที่เธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าอยากตื่นหรือนอนต่อไปเรื่อยๆ กว่าครึ่งทางที่จมอยู่กับความคิดสับสนของตนเองจึงพึ่งตระหนักถึงความเงียบชวนอึดอัด ในที่สุดผู้นั่งจึงเป็นฝ่ายเปิดปากชวนสารถีคุยก่อน

“คุณมีแผนทำอะไรในวันหยุดยาวคะ” เธอหมายถึงช่วงคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง

“นายท่านทำอะไรพวกผมก็ทำแบบนั้นครับ” น้ำเสียงปกติราวกับสิ่งที่ตอบเป็นเรื่องอันสมควร 

“พวกคุณไม่มีวันหยุดเหรอคะ”

“นายท่านหยุดเมื่อไหร่พวกผมก็หยุดเมื่อนั้นครับ” 

คำตอบไม่ต่างจากก่อนหน้าทำเอาคิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ คิดว่าฮาฟิซก็คงตอบไม่ต่างกัน ธรรมเนียมของคนที่นี่พวกเขาควรหยุดยาวพักผ่อนช่วงคริสต์มาสถึงจะถูก ดูเหมือนเจ้านายเช่นมิเกลจะใช้แรงงานฝาแฝดคู่นี้หนักไปแล้ว

“ค่ะ” เธอครุ่นคิดว่าเคยเห็นมิเกลหยุดบ้างรึเปล่า ดูเหมือนว่าเขาใช้เวลาอย่างคุ้มค่าสำหรับทั้งงานถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แบบนี้ผู้ติดตามจะมีวันหยุดจริงๆจังๆดังเช่นคนอื่นแน่หรือ 

หญิงสาวพิจารณาถึงสถานะของทั้งสองอีกครั้ง รถสปอร์ตราคาแพงที่พวกเขาเปลี่ยนเป็นว่าเล่นกับการพักอาศัยร่วมกับเจ้านาย ไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องรายงาน ความสนิทสนมและความไว้วางใจทำให้พวกเขาสามคนเหมือนมีสายใยบางอย่างเกื้อกูลกันมากกว่าความสัมพันธ์แบบเจ้านายลูกน้อง สงสัยว่าอะไรที่สามารถซื้อใจคนมีฝีมืออย่างสองฝาแฝดเอาไว้ได้

“คุณอยู่กับมิเกลมานานแล้วเหรอคะ” เป็นคำถามที่ผ่านการไตร่ตรองสามชั้นมาแล้วว่าไม่น่าเกลียด เหมือนชวนคุยเรื่องงานทั่วไป

“พวกผมเป็นเด็กกำพร้าที่นายท่านกาเอลอุปการะไว้ครับ ให้อยู่ติดตามนายท่าน” ยะตีมตอบเหมือนคำถามปกติ ไม่มีความเสียใจอาลัยอาวรณ์ในน้ำเสียงแม้แต่น้อย

“เอ่อ...ขอโทษที่ละลาบละล้วงค่ะ” กลับเป็นเธอเองที่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ คำพูดทำนอง ‘เสียใจด้วยนะคะ’ ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับชายหนุ่มตรงหน้า นอกจากก้มมองฝ่ามือเย็นเฉียบของตนอย่างรู้สึกผิดก็ได้แต่ปล่อยความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง 

หลังจากผ่านไประยะหนึ่งสารถีหนุ่มจึงเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง

“แล้วคุณล่ะครับ ปกติทำอะไรในวันหยุด”

“ก็หาอะไรทำเรื่อยเปื่อยค่ะ” เนื่องจากสมัยเรียนวันหยุดหมายถึงชั่วโมงทำงานเพิ่ม ส่วนตอนอยู่ไคโรก็เอาแต่นอนไม่ได้ออกไปไหน หรือตั้งแต่ย้ายกลับไทยก็ชอบไปนั่งอ่านหนังสือสนุกๆให้บ้านพักคนชราหรือโรงเรียนผู้บกพร่องทางสายตาฟัง ดังนั้นจึงตอบกว้างๆไม่เจาะจง

“กับครอบครัวเหรอครับ”

“อืม...ครอบครัวฉันมีแค่คุณแม่กับคุณน้าค่ะ คุณแม่เสียจากอุบัติเหตุได้ประมาณสิบปีแล้ว ส่วนคุณน้าก็แต่งงานอยู่ต่างประเทศ” น้ำเสียงหวานยังปกติซ้ำยังมีรอยยิ้มประดับมุมปากน้อยๆ ความเศร้าที่ฉายผ่านดวงตาสีเข้มปรากฏเพียงเสี้ยววิก่อนจะจางหายไปเหมือนหมอกควัน

“เสียใจด้วยนะครับ” ก่อนหน้านี้ไม่ได้ใส่ใจจึงหลงลืมประวัติข้อนี้ของหญิงสาวไป แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้สึกตามที่พูดจริงๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงฉันก็ยังระลึกถึงท่านอยู่ในใจตลอด” 

“นายท่านใหญ่กับนายหญิงก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งคู่ครับ” ประโยคบอกเล่าอันน่าตื่นตะลึงพูดขึ้นมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ราวกับปลอบใจว่าความสูญเสียมีอยู่ทุกที่บนโลก 

“หมายถึง...” ความตกใจฉายเกลื่อนใบหน้า 

“อย่างที่คุณเข้าใจครับ” เขาเพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้แจงรายละเอียดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญทั้งสองรอบ

“เสียใจด้วยนะคะ” เสียงพูดเบาลงกว่าเดิมหลายส่วน ถึงแม้จะเป็นเด็กที่ได้รับอุปการะมาแต่การที่ผู้มีพระคุณทั้งสองจากไปคงสร้างความเสียใจไม่น้อย 

อยู่ๆเธอก็นึกถึงใบหน้าแข็งกร้าวโอหังของคนผู้หนึ่ง เธอแทบไม่รู้เรื่องส่วนตัวอะไรเกี่ยวกับเขา ไม่เคยเห็นรูปถ่ายหรือการกล่าวถึงบุคคลในครอบครัว ใครจะคาดคิดว่าความเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบของ ‘มิเกล ลูเซียส’ จะมีเบื้องหลังอันโดดเดี่ยวเช่นกัน

คนเรามีหลากวิธีในการรับมือกับความสูญเสีย บางทีสิ่งนั้นอาจจะหล่อหลอมให้เขาเป็นดังเช่นทุกวันนี้ เมื่อความเกลียดชังละลายไปความเห็นใจก็เข้ามาแทนที่ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

“ครับ พวกผมก็ยังระลึกถึงนายท่านทั้งสองอยู่ตลอด” หากไม่ได้รับโอกาสจากนายท่านใหญ่พวกเขาสองพี่น้องคงไม่มีโอกาสดีๆในชีวิต สิ่งที่จะตอบแทนได้คืออุทิศตนอย่างซื่อสัตย์ตอบแทนทายาทเพียงหนึ่งเดียว

หลังจากนั้นก็มีเพียงบทสนทนาสัพเพเหระประปราย เธอเองก็คิดไม่ถึงว่าจะได้มารวมตัวกับคนโดดเดี่ยวพร้อมกันมากมายขนาดนี้ 

ไม่ว่าจะเป็นความโชคร้ายหรือเรื่องบังเอิญ อยู่ๆเธอก็นึกถึงคำพูดที่ว่า

‘สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วล้วนดีเสมอ’

​_________________________________________________________________________________

มิเกลขี้อิจฉาสุดๆ เห็นฮาฟิซสนิทกับนาราหน่อยก็วางแผนโยกย้าย เรียกร้องความสนใจมาก แต่ก็ทำให้นาราได้เห็นอีกด้านของยะตีมและเบื้องหลังชีวิตของวายร้ายอย่างมิเกล ในที่สุดคนใจแข็งก็เริ่มมีความรู้สึกอื่นบ้างแล้ว 55555555 

คอมเม้นต์พูดคุยกันเข้ามาได้น้าาาาา ไรท์เฝ้ารอความเห็นจากทุกคนน 

ขอบคุณที่ติดตามนะค้าาาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น