facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 95 : คูปเปอร์เอ็กซ์เพลส

ชื่อตอน : ตอนที่ 95 : คูปเปอร์เอ็กซ์เพลส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.8k

ความคิดเห็น : 78

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2561 16:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 95 : คูปเปอร์เอ็กซ์เพลส
แบบอักษร

ตอนที่ 95 : คูปเปอร์เอ็กซ์เพลส


“จับกันให้แน่นๆ นะหนุ่มๆ ฮ่าฮ่า”

เสียงของป้าอ้อยร้องขึ้นอย่างอารมณ์ดี ป้าอ้อยคือผู้ควบตำแหน่งทั้งแม่ครัวใหญ่ประจำบ้านและมือวางอันดับหนึ่งด้านการพาชมวิถีชีวิตชุมชนหรือที่เรียกกันติดปากว่า “ลงสวน” ตอนนี้จิ๋กโก๋สาวรุ่นใหญ่ประจำสวนกำลังบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์อย่างชำนาญ ในขณะที่สองหนุ่มที่นั่งอยู่บนส่วนต่อขยายของซาเล้งตรงด้านข้างพากันจับราวเหล็กโดยที่ป้าอ้อยไม่ต้องร้องย้ำกันหลายรอบ หนทางเข้าสวนเต็มไปด้วยร่องด้วยหลุมด้วยบ่อ ซาเล้งก็กระเด้งกระดอนน้อยๆ ไปตามจังหวะลูกคลื่นของถนนบนดิน ป้าอ้อยบิดเครื่องยนต์ไปฮัมเพลงไปอย่างสบายอารมณ์


“ตรงนี้เป็นสวนสมุนไพรคนเมือง พ่อหนุ่มลงจากรถมาชมได้เลยค่ะ คุณหนูโฟคก็ลงมาด้วย เดี๋ยวป้าพาทัวร์ คุณหนูไม่ได้มานาน สวนสมุนไพรของป้าเปลี่ยนไปเยอะแล้วนะ”

หญิงสาววัยใกล้เกษียณจอดรถเข้าร่มใต้เพิงขนาดไม่ใหญ่แห่งหนึ่ง บริเวณรอบๆ ที่ขับรถซาเล้งตัดผ่านสวนเข้ามามีลักษณะคล้ายๆ สวนตัวอย่างหรือแปลงเกษตรตัวอย่าง กวาดตาไปก็เจอสวนสมุนไพรหลายชนิด ลานทำกิจกรรมขนาดเล็กในร่มที่มีโต๊ะตั้งอยู่สองสามตัว ถัดไปก็เป็นกระต๊อบเล็กๆ ที่ปิดอยู่ ส่วนสุดท้ายเป็นบ่อน้ำขนาดประมาณ 10 ตารางเมตรได้ สวนสมุนไพรเปลี่ยนไปมากตามคำของป้าอ้อยจริงๆ ก็อย่างที่ป้าว่า เขาไม่ได้มาที่นี่ก็หลายปีแล้ว

“เมื่อกี้ป้าอ้อยเรียกพนักงานอีกคนว่าอะไรนะครับ” เพียวหันไปถามหญิงกลางคนพร้อมรอยยิ้ม

“โอ๊ย จำชื่อป้าได้ด้วยเหรอลูก” ป้าอ้อยตอบพร้อมกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“จำได้สิครับ ทำไมจะจำไม่ได้หละครับ”

เพียวพูดพร้อมยิ้มกว้าง ดูด้วยหางตายังรู้ว่าจงใจโปรยเสน่ห์ เห็นแล้วขัดลูกตา ป้าอย่าไปหลงกลมัน มันเป็นแอปเปิ้ลอาบยาพิษ

“เรียกว่าคุณหนูหนะสิลูก คุณโฟคไม่ใช่แค่พนักงานนะคะ แต่เป็นลูกชายคนเล็กของเจ้าของสวนเชียวแหละ ป้านี่เห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย” ป้าอ้อยพูดเจื้อยแจ้วอย่างไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่าทั้งสองรู้จักกันมาก่อนแล้ว

“ป้าอ้อย!”

โฟคเริ่มทำท่าโวยวายเมื่อกำลังรู้สึกเหมือนว่าจะถูกเผา แต่ป้าอ้อยก็ดูไม่ได้ตกใจอะไร อย่างที่ป้าอ้อยพูด เธอเห็นเขากับเฟี๊ยตมาตั้งแต่ยังเด็ก ความรู้สึกคงเห็นเป็นลูกๆ หลานๆ มากกว่าจะเป็นนายจ้าง

“คุณหนูอย่าคิดมากสิคะ เราอยู่กันแบบโฮมสเตย์ ป้าไม่ได้ว่าคุณหนูนะ แค่เล่าให้คุณเค้าฟังเฉยๆ” ป้าอ้อยแก้ตัวมาพร้อมรอยยิ้ม

“ผมไม่ได้ว่าอะไรป้าหรอกครับ แต่จะบอกว่าป้าพาชมสวนเถอะ แดดมันร้อน เกรงใจคุณเค้า”

โฟคพูดต่อด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่รู้จักกเพียวด้วยอีกคน ป้าอ้อยได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะเหมือนเพิ่งนึกหน้าที่ตัวเองได้ ก่อนจะผายมือเชิญแขกของรีสอร์ตไปทางสวนสมุนไพรแปลงที่ใกล้ที่สุด เพียวหันมาหรี่ตามองเขาพร้อมรอยยิ้ม แต่ก็ไม่พูดอะไร นอกจากเดินตามหญิงวัยกลางคนไปด้วยดี


“นี่คือต้นไพลค่ะคุณ หัวมันจะอยู่ใต้ดิน เวลาจะใช้ก็ขุดขึ้นเอาหัวมาล้าง หั่นเป็นแว่น ทอดในน้ำมันมะพร้าว น้ำมันจะกลายเป็นสีเหลืองทอง รอให้เย็นก็ใช้ได้ น้ำมันไพลที่ได้มาก็เอามาทาถูนวดตามร่างกาย แก้อาการปวดเมื่อย หรือจะเอาไปผสมทำยาหม่องก็ได้เหมือนกัน”

เสียงของป้าอ้อยพูดเจื้อยแจ้วพร้อมเอามีดพร้าในมือชี้ไปตามลำต้นเหนือดินของพืชตระกูลที่มีเหง้าใต้ดินทั้งหลายทั้งแหล่ที่ปลูกไว้ในสวน ท่าทางของหญิงวัยกลางคนเต็มไปด้วยความอารมณ์ดี ชี้ต้นโน้น ดึงต้นนี้ พลางเล่าสรรพคุณแต่ละต้นไปอย่างสนุกปาก

“ร้อนเหรอคุณหนู”

ระหว่างที่เขากำลังยืนฟังป้าอ้อยพูดเรื่องความแตกต่างระหว่างต้นขิงกับข่าอยู่เพลินๆ ไอ้เพียวที่ได้ชื่อว่าเป็นแขกของวันนี้ก็เคลื่อนที่มาประชิดตัว พร้อมเอากระดาษอธิบายสรรพคุณสมุนไพรในมือพัดให้เขาเบาๆ เหมือนจะเอาใจ

“ผมชื่อโฟค ไม่ได้ชื่อคุณหนู” เขาหันหน้าไปตอบแบบเย็นชา แกล้งมันเสียให้เข็ด

“ผมก็ไม่ได้ชื่อคุณ ผมชื่อว่าเพียว”

อีกฝ่ายยิ้มกว้างจนเขาต้องเบือนหน้าหนี แต่เฉสายตาไปจากวงหน้ามันก็ไปเจอกับวงแขนของมันที่มีกล้ามเป็นรูปทรง ยิ่งได้รอยสักสีสดกับเหงื่อที่ขับออกมาตามอุณหภูมิที่ร้อนในยามบ่ายแบบนี้ ยิ่งทำให้เขาต้องเบือนหน้าหนีไปอีกรอบทีเดียว

“แล้วไง” โฟคตอบออกไปแบบเฉไฉ

“ก็ไม่แล้วไงหรอก ผมก็แค่บอกคุณเอาไว้ ตอนที่ผมได้เบอร์โทรศัพท์คุณแล้วผมโทรไปหา คุณจะได้เมมเบอร์เป็นชื่อผมได้ถูกไง”

เพียวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินหลบฉากตามป้าอ้อยที่ตอนนี้ชวนให้พวกเดินตามเข้าไปในส่วนของลานกิจกรรมในร่ม โฟคหันไปมองตามก็ได้แต่บ่นกระปอดกระแปด แต่ก็เดินตามไปอย่างเสียไม่ได้


“คุณหนูของป้านี่มีแฟนหรือยังครับ หล่อขนาดนี้ท่าทางสาวๆ จะมาติดกันเยอะ”

เสียงของเพียวโพล่งถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย ขณะที่ป้าอ้อยกำลังกวนยาหม่องอยู่ในหม้อต้มขนาดกะทัดรัดเป็นสาธิตการปรุงสมุนไพร ป้าอ้อยหัวเราะร่วนทันทีเมื่อได้ยินคำถามดังกล่าว ราวกับว่าตัวป้าเองก็จะชอบคุยเรื่องซุบซิบอะไรแบบนี้ มากกว่ามานั่งบรรยายสรรพคุณของไอ้พวกต้นไม้ที่มีเหง้าอยู่ใต้ดินแบบนี้

“โอ๊ยยย อย่าให้ป้าพูด เรื่องความฮอตของคุณหนู เล่าสามวันสามคืนก็ไม่จบหรอกค่ะ” ป้าอ้อยเริ่มต้นพูดพร้อมเสียงตื่นเต้น แต่ก็เบาเสียงลงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเขาจ้องมาเหมือนจะไม่ให้เล่า

“ยังไงครับป้า ป้าเกริ่นเสียผมอยากรู้เลย คุณหนูของป้าไม่ว่าอะไรหรอกครับ เล่าเถอะ”

เพียวทำหน้าตาอ้อนหญิงวัยกลางคนอย่างรู้งาน ป้าอ้อยมองสีหน้าเรียบของเขาที มองหน้าอ้อนของเพียวที สลับกันไปมาอย่างตัดสินใจไม่ถูก

“โอ๊ย เอาเป็นว่าป้าก็ไม่รู้หรอกค่ะ ป้าแก่จนป่านนี้ยังไม่เห็นแฟนคุณหนูเป็นตัวเป็นตนสักที ไม่รู้ว่าป้าจะมีบุญได้เห็นแฟนคุณหนูก่อนป้าตายไหม” ป้าอ้อยพูดออกมาอย่างจะไม่เลือกข้าง

“ป้าอ้อย ไม่พูดแบบนี้นะครับ จะมาพูดเรื่องความเป็นความตายแบบนี้ได้ยังไง” โฟคบ่นโวยวายขึ้นทันที

“โถ่ คุณหนูก็ ป้าแก่ป่านนี้แล้วนะคะ ความตายมันเรื่องธรรมดา ฮ่าฮ่า” ป้าอ้อยพูดออกมาอย่างไม่ยี่หระ

“ไม่เอานะครับป้าอ้อย อย่างน้อยก็อย่าพูดต่อหน้าผมเลย” โฟคบ่นเบาๆ เขาไม่ชอบคิดเรื่องความสูญเสียอะไรแบบนี้เลย บางทีเขาอาจจะไม่เข้มแข็งพอที่จะทำความเข้าใจได้

“ว่าแต่คุณหนูไม่มีแฟนจริงๆ เหรอคะ ป้าว่าคุณหนูต้องมีที่กรุงเทพแน่เลย พามาให้ป้ารู้จักบ้างสิคะ ป้าจะช่วยดูให้ ป้าดูคนเก่งน้า คนไหนดีไม่ดี ป้าดูออกหมด” หญิงวัยกลางคนพูดต่อแบบติดพัน

“ป้าอ้อยครับ อย่างผมนี่คนดีไหมครับ” เพียวชิงถามสวนขึ้นมาทันที ก่อนที่โฟคจะได้ทันพูดอะไรบอกไป

“โอ๊ย คุณ คนอย่างคุณป้าดูแว็บเดียวก็รู้เลยว่านิสัยดี พูดจาดี นอบน้อมกับผู้ใหญ่ ผู้หญิงแบบไหนได้เป็นแฟนไปนี่สบาย ท่าทางจะขี้เอาอกเอาใจนะคุณหนะ ป้าดูออก แฟนป้าตอนหนุ่มๆ ก็เหมือนหนูเนี่ยแหละ ปากหวานที่หนึ่ง อยู่แล้วเพลินดี เสียดายพอแก่แล้วขี้บ่นไปหน่อย บางทีป้าก็เบื่อ ฮ่าฮ่า” ป้าอ้อยพูดจาไปเรื่อยเปื่อยตามนิสัยปากไวของตน

“โถ่ ป้าอ้อยก็ไปชมคุณเค้าซะตัวลอยแล้วเนี่ย” โฟคขัดขึ้นเบาๆ อย่างหมั่นไส้

“โอ๊ย ป้าพูดจริงนะคุณหนู นี่ป้ายังอยากจะถามเลยว่าคุณเค้ามีแฟนหรือยัง ถ้ายังจะแนะนำหลานสาวให้คน เจ้าหน่อยหนะ ที่อยู่ตรงเคานเตอร์ ยังโสดอยู่เลยคุณ ขยันขันแข็ง เอาไปเป็นเมีย รับรองไม่มีผิดหวัง” ป้าอ้อยทำท่าทีซุบซิบขายหลานสาวอย่างออกหน้าออกตา

“ฮ่าฮ่า ไม่ไหวหรอกครับป้า ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ตามจีบเขาอยู่ครับ” เพียวพูดพร้อมทำท่าเสียดาย แต่สายตากลับมองมาที่เขาอย่างเป็นประกายจนรู้สึกได้

“โถ่ หน้าหล่อๆ อย่างคุณยังต้องตามจีบอีกเหรอเนี่ย ผู้หญิงนี่ก็ใจแข็งจริงๆ นี่ถ้าสาวๆ มีหน้าอย่างคุณมาจีบป้าเนี่ยนะ ป้าจะรีบตกลงเลย กลัวจะเปลี่ยนใจ ฮ่าฮ่า”

ป้าอ้อยพูดอย่างติดตลกมากกว่าจะคิดจริงจัง พลางเอื้อมมือไปปิดไฟแล้วค่อยๆ เทยาหม่องที่ยังเหลวด้วยความร้อนอยู่ลงขวดแบบคุ้นเคย

“นั่นสิครับ ใจแข็งจนผมหวั่นใจไปหมดแล้ว”

เพียวทำท่าเป็นพูดเปรยกับหญิงวัยกลางคน แต่สายตาก็ทอดมาหาเขาอย่างมีความหมาย ก้อนเนื้อในอกของเขาสั่นขึ้นอย่างห้ามปรามไม่ได้ แต่โฟคก็เลือกจะไม่พูดอะไรออกไปให้เรื่องวกกลับมาเข้าตัว




ครืดดดดดดดดด ครืดดดดดดดดด

โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาสั่นขึ้นอย่างมีคนโทรเข้า เขาหยิบขึ้นมาดูก็เป็นเบอร์ที่ไม่มีการระบุชื่อผู้โทรอยู่ในบัญชีรายชื่อ เขากดรับสายพร้อมเอ่ยทักทาย

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับ คุณรัฐภูมิหรือเปล่าครับ” ปลายสายทักกลับมา พร้อมเอ่ยชื่อจริงของเขาเป็นคำถาม

“ครับใช่ครับ ผมรัฐภูมิ ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่าครับ” เขาตอบไปอย่างงงๆ ไม่น่ามีใครรู้นี่ว่าเขาใช้เบอร์นี้

“ผมเป็นพนักงานส่งของจากคูปเปอร์เอ็กซ์เพลสนะครับ มีพัสดุด่วนพิเศษส่งมาถึงคุณรัฐภูมิ ผมโทรตามเบอร์โทรที่ต้นทางให้ไว้ ไปติดที่รีสอร์ตเลยขอเบอร์มือถือคุณรัฐภูมิมา คุณรัฐภูมิอยู่ที่สวนที่มีรถซาเล้งทะเบียน 1642 จอดอยู่ใช่ไหมครับ พอดีผมขับมอเตอร์ไซค์ตามเข้ามา จะได้เดินเข้าไปส่งให้ครับ” อีกฝ่ายพูดอธิบายมายาวเหยียด

“ห๊ะ ทำไมไม่ฝากไว้ที่ล็อบบี้หละครับ ตามเข้ามาถึงในสวนทำไม ความจริงฝากไว้ก็ได้นะครับ” โฟคตอบกลับไปแบบไม่เข้าใจ

“ผู้ส่งกำชับว่าของที่ส่งมีมูลค่าสูงครับ บริษัทจำเป็นต้องส่งให้ถึงมือผู้รับเพื่อป้องกันปัญหาการสูญหาย ขอโทษด้วยนะครับ ถ้ารบกวนคุณลูกค้าจนมากเกินไป ผมขออนุญาตเดินเข้าไปส่งนะครับ”

ปลายสายพูดมาด้วยน้ำเสียงขอโทษขอโพย เขาฟังแล้วก็โกรธไม่ลง นอกจากเอ่ยอนุญาตให้เดินเข้ามาส่งในบริเวณที่พวกเขานั่งอยู่อย่างจำยอม


พนักงานในชุดสีส้มสดเดินมาพร้อมกล่องพัสดุขนาดเล็ก ในมือยื่นเอกสารให้เขาเซ็นรับของ พร้อมขออนุญาตดูบัตรประชาชนเขาเป็นการยืนยันตัวตน เมื่อมั่นใจว่าถูกเรียบร้อย พนักงานหนุ่มก็ส่งมอบพัสดุให้เขา พร้อมขอโทษในความวุ่นวายอีกครั้ง ก่อนจะขอตัวเดินจากไป เขาขมวดคิ้วดูกล่องพัสดุปริศนานั่นงงๆ พร้อมกับลงมือแกะอย่างสงสัยว่าอะไรอยู่ข้างใน ชื่อจ่าหน้าก็เป็นใครที่เขาไม่รู้จัก เพียวนั่งมองเขาด้วยสีหน้าเรียบสงบ ในขณะที่ป้าอ้อยขอตัวไปเตรียมงานอีกส่วนของสวน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะพาแขกของรีสอร์ตเข้าไปดู


โฟคแกะพัสดุที่ห่อมาอย่างแน่นหนาด้วยความสนใจ

นานไม่เกินกี่อึดใจ กล่องพัสดุปริศนากล่องนั้นก็เปิดเผยของที่ซ่อนอยู่ภายในออกมา ของที่อยู่ในนั้นเป็นสมุดโน้ตเล่มหนึ่ง หน้าปกเป็นสีขาวเรียบและมีรูปวาดดอกไม้ดอกหนึ่งอยู่กลางปก ดอก forget me not ที่ประกอบขึ้นด้วยลายเส้นชวนหลงใหล ดอกไม้สีขาวบนปกสมุดสีขาวล้วน




“ฮัลโหล สวัสดีครับ”

เสียงของเพียวเอ่ยดังขึ้นเรียกความสนใจเขาให้เงยหน้าขึ้นมาจากสมุดโน้ตปริศนาเล่มนั้น ไอ้เพียวเหมือนจะรับสายจากใครสักคนที่โทรเข้ามา

“โอเค ส่งเรียบร้อยแล้วนะครับ ถึงมือเรียบร้อยใช่ไหมครับ” เสียงของเพียวคุยกับปลายสาย ในขณะที่หันมายิ้มมุมปากกับเขา

“อ้าว ผู้รับเปลี่ยนเบอร์เหรอครับ งั้นผมขอเบอร์ใหม่ไว้หน่อย เดี๋ยวจะได้โทรไปคอนเฟิร์มว่าของข้างในไม่มีการแตกหักเสียหาย ครับ บอกเบอร์มาได้เลยครับ”

เพียวพูดพร้อมกับเปลี่ยนโหมดโทรศัพท์ให้เสียงมาออกทางลำโพง พร้อมกับกดเบอร์บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือตามที่ปลายสายบอก แน่นอนว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ว่าก็ไม่ใช่ของใครอื่น แต่เป็นเบอร์ที่เขาเพิ่งเปลี่ยนมาใช้เพื่อแกล้งมันในวันนี้นี่เอง!




โฟคถลึงตามองไอ้เพียวอย่างตกใจ เมื่อค้นพบว่าตัวเองเสียรู้เปิดเผยเบอร์โทรศัพท์ให้กับอีกฝ่ายจนได้ เขาก้มไปมองสมุดโน้ตเล่มที่เป็นนกต่อของเรื่อง แล้วก็พบว่าสมุดโน้ตเล่มนั้นมีที่คั่นหนังสือคั่นอยู่ มือของเขาจึงเอื้อมไปหยิบขึ้นมาอ่านตัวอักษรบนนั้นอย่างสนใจ


“In chapter 4, paragraph 2, and line 6 of NEED YOU NOW the fictional story, you said that the red rose had never been your fascinating one, so please give my white a chance to appreciate you instead.”

(ในบทที่ 4 ย่อหน้าที่ 2 บรรทัดที่ 6 ของหนังสือนิยาย NEED YOU NOW คุณกล่าวว่าดอกกุหลาบสีแดงไม่เคยทำให้คุณหลงใหล ดังนั้น ได้โปรดให้โอกาสดอกไม้สีขาวของผมได้สร้างความประทับใจให้กับคุณแทน)




โฟคอ่านประโยคนั้นจบก็หน้าแดงเข้มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เพียวในเวอร์ชันนี้ทำเอาเขาแทบหาทางไปไม่เป็น เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองอีกฝ่าย เพราะรู้ตัวดีว่าอาการของตนตอนนี้กำลังขัดเขินระดับไหน แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจทำอะไรออกไป โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นข้อความ SMS ที่ถูกส่งเข้ามา


“Don’t forget to memorize my number as your first emergency call. As you know, for every request, I’m always in charge for you.”

(อย่าลืมตั้งเบอร์โทรของผมเป็นเบอร์โทรฉุกเฉินอันดับแรกของคุณ อย่างที่คุณก็รู้ ผมถือว่าทุกความต้องการของคุณเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผมเสมอ)






นายพินต้า

ฝากเฟสและทวีตนายพินต้า ninepinta ด้วยเด้อ มามะ มาหวีด #อิฐไป๋ กัน

ทยอยปั่นให้อยู่ จะได้ลงเรื่อยๆ ไม่ขาดตอนอีก แต่ขอคอมเมนต์หน่อยจิ ฮืออออ ขอแรงใจไปปั่นนิยายหน่อยนะ นะนะนะ เมนต์ให้หนูหน่อยนะ แล้วหนูจะมาลงให้บ่อยบ่อยเลย >///<

ความคิดเห็น