kimchan108

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ซูลี่ที่ 22 - หูและหาง

ชื่อตอน : ซูลี่ที่ 22 - หูและหาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 872

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2561 16:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซูลี่ที่ 22 - หูและหาง
แบบอักษร

"อือ.."

ร่างกายที่เคยแน่นิ่งราวกับไร้ลมหายใจบัดนี้เริ่มขยับกายทีละน้อย ริมฝีปากซีดเซียวขยับพึมพำอย่างไม่สบายตัว แพขนตายาวขยับไหวก่อนจะลืมขึ้นอย่างเชื่องช้าเผยให้เห็นดวงตากลมโตราวกับกวางน้อยที่เออคลอหนวงไปด้วยน้ำเนื่องจากพิษไข้

นางรู้สึกเจ็บปวดร้าวไปถึงกระดูกเหมือนร่างตัวเองไปกระแทกสิ่งใดที่รุนแรงเข้าสักอย่าง พลันข้าก็จำได้ว่าตนเองผลัดตกจากหน้าผาพร้อมเจ้าจิ้งจอกขาวตัวนั้นนางจึงเผลอเด้งตัวขึ้นมาอย่างลืมตัวแต่แล้วความเจ็บก็แล่นทำงานทั่วร่างกายนางย้ำเตือนว่าไม่สมควรทำเช่นนั้นนางจึงต้องนอนราบไปเช่นเดิมอย่างเลี่ยงไม่ได้

ข้าอยู่ที่ไหน..?

ข้าหันพยายามหันศรีษะตนเองให้เอียงไปอีกด้านเพื่อสำรวจบ้านไม้ที่ตนเองนอนอยู่ ตอนนี้นางอยู่บนเตียงไม้เก่าที่แม้จะไม่สะอาดมากนักแต่ก็ไม่ได้มีกลิ่นอันไม่พึ่งประสงค์ให้ฉุนจมูกและผ้าปูที่นอนก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกระคายเคือง สภาพบ้านหลังนี้เหมือนเป็นบ้านร้างที่พึ่งถูกทำความสะอาดเพราะนอกจากส่วนที่เป็นเตียงและบริเวณใกล้กับนางเท่านั้นที่ไม่มีฝุ่นจับแถมยังมีโดมสีใสกันไว้บางๆ

โดมป้องกันงั้นหรือ? โดมป้องกันของพ่อบ้านใหญ่ใช่หรือไม่? เมื่อคิดได้แบบนั้นนางจึงพยายามกวาดสายตามองรอบด้านให้มากขึ้นเมื่อไม่พบแม้แต่เงาของผู้ใช้มัน แม้โดมนี้จะดูบางกว่าโดมที่พ่อบ้านใหญ่กางออกมาเพื่อป้องกันนางในครั้งนั้นแต่คนใกล้ตัวที่ทำเช่นนี้ได้ก็มีเพียงพ่อบ้านใหญ่ผู้เดียวเท่านั้น

ทันใดนั้นเองประตูไม้ที่ปิดสนิทก็เปิดออก

แกร๊ก

"คุณหนู..."

!!!!

หะ..หู หาง?

เพ่ย! พ่อบ้านใหญ่นอกจากจะใส่เพียงกางเกงแล้วเหตุใดท่านยังมีหูกับหางสีขาวโผล่มาด้วยกัน? ข้าจดจ้องมองพ่อบ้านใหญ่ในสภาพแปลกตา ตอนนี้ร่างสูงอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนจนเห็นกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามเป็นก้อนหกลูกที่หน้าท้องและความแน่นของหน้าอก มีเครื่องประดับที่ไม่เคยเห็นอย่างสร้อยคอลูกปัดและกำไลข้อมือรูปทรงประหลาดสวมอยู่ กางเกงก็เป็นแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน

แต่จะว่าคุ้นมันก็คุ้นอยู่ เหมือนชุดชนเผ่าอะไรสักอย่างที่นางเองก็จำไม่ได้ว่าไปรู้มาตอนไหน

"ฟื้นแล้วหรือขอรับ"

พ่อบ้านใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียงสีหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่ายฉายแววโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด ร่างสูงย่อตัวลงจนคุกเข่าแนบไปกับพื้นยืดมือมาแตะตามบริเวณหน้าผากของข้าเหมือนจะวัดไข้ ถึงจะเจ็บตามตัวอยู่มากแต่ก็ไม่ได้ปวดหัวอะไรนักจึงไม่น่าจะมีไข้มาก

ข้าคงไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของเขาเสียแล้วในเมื่อเขาเห็นเต็มตาว่านางฟื้นแล้ว

“ข้ากังวลแทบแย่เมื่อฟื้นมาแล้วพบว่าท่านมีแผล”หูสีขาวนุ่มฟูของเขาลู่ลงอย่างน่าสงสาร

“แค่ก.. ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“นั้นสินะ.. พวกต้นหญ้าคงไม่ยอมให้นางเจ็บหนักแต่คงเป็นเพราะรอยขีดข่วนจากหนามพวกนั้นเสียมากกว่า”

“ท่านกล่าวว่าอย่างไรนะ”

“ไม่มีอะไรขอรับ”

ข้าขมวดคิ้วอย่างฉงนเมื่อครู่พ่อบ้านใหญ่พูดพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา แต่อย่าลืมไปว่านี้มันชีวิตจริงมิใช่ละครหลังข่าวระยะใกล้กันเพียงนี้อย่างไรข้าก็ต้องได้ยิน

พวกต้นหญ้า? คงไม่ยอมให้ข้าเจ็บหนักงั้นหรือ

แล้วเจ้าพวกต้นหญ้าที่เขากล่าวมาเป็นใครมาจากไหนแล้วเหตุใดจึงจะไม่ยอมให้ข้าเจ็บหนัก แล้วหนามอะไรกันที่ท่านพ่อบ้านใหญ่กล่าวถึง หากข้าโดนหนามนั้นก็หมายความว่าผู้ที่หล่นมากับข้าก็ต้องโดนมันด้วยเช่นกัน… เจ้าจิ้งจอกขาว!

“ท่านพ่อบ้าน”

“ขอรับคุณหนู”

“เจ้าจิ้งจอกไปอยู่ทีไหนเสียละ แล้วข้ามาอยู่ที่ไหนหรือ”

“........”

ไร้เสียงตอบรับจากพ่อบ้านใหญ่เขาเงียบเฉย ส่วนข้าเองก็พยายามมองหาร่องรอยของเจ้าจิ้งจอกขาวแต่มองอย่างไรก็ไม่เห็น เพ่ย! มันตัวใหญ่ออกเพียงนั้นคงไม่มีทางยัดตัวเองเข้ามาในบ้านได้อาจจะอยู่ข้างนอกกระมั้ง แต่เมื่อพ่อบ้านใหญ่ไม่ตอบคำถามของข้าเสียทีสายตาของข้าก็เบนกลับมาที่เขาแล้วครุ่นคิดอะไรบ้างอย่างได้ขึ้นมายามมองหูกับหางของเขา

สีขาวเหมือนเจ้าจิ้งจอกงั้นหรือ

ครานั้นก่อนตกลงมาผู้ที่ช่วยข้าไว้จากพวกควันประหลาดแสนน่ากลัวสีดำนั้นย่อมเป็นเจ้าสัตว์เลี้ยงพระราชทานอย่างจิ้งจอกขาวเป็นแน่ แต่พ่อบ้านเล่าโผล่มาที่นี้ได้อย่างไร? แล้วหูกับหางสีขาวที่มองอย่างไรก็เหมือนของเจ้าจิ้งจอกขาวไม่มีผิดเพี้ยนจะกล่าวว่ามารส่วนใหญ่เป็นสัตว์และพ่อบ้านใหญ่ก็เป็นจิ้งจอกที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับเจ้าจิ้งจอกขาวมันก็คงจะบังเอิญไปเสียหน่อยใช่หรือไม่

“ท่าน… คือเจ้าจิ้งจอกขาวใช่หรือไม่”ข้าถามออกไปอย่างไม่แน่ใจนัก

พลันคำตอบที่ได้จากเขาคือการพยักหน้าทุกอย่างก็กระจ่างในใจทันที ที่แท้คนผู้นี้ไม่ได้หลับเพียงแกล้งหลับเท่านั้น! ถึงจะสงสัยว่าเหตุใดจึงไปช่วยข้าได้ช้านักแต่ทว่าพ่อบ้านใหญ่กลับเอ่ยขัดความคิดของข้าคิดมาเสียก่อน

“ขอรับข้าคือจิ้งจอกขาวตนนั้น”

“แล้ว..”

“ข้าได้รับคำสั่งจากท่านราชาให้ไปคุ้มครองคุณหนูแต่ด้วยร่างจิ้งจอกไม่อาจทำได้จึงต้องกลายร่างเป็นมนุษย์ในภายหลัง ฟางฟางเองก็ได้รับคำสั่งให้ไปติดตามดูแลท่านอย่างใกล้ชิดจากราชาเช่นกันแต่เพราะความรักโง่งมที่มีให้ต่อคนผู้นั้นทำให้ท่านต้องบาดเจ็บข้าเองก็ผิดพลาดที่ไว้วางใจคนของราชาผู้แบกธรรมมะไว้บนหลังมากเกินไป ข้าสมควรได้รับบทลงโทษยิ่งนัก”น้ำเสียงที่พูดเต็มไปด้วยความสุขุมในช่วงแรกแต่ท่อนหลังกลับเต็มไปด้วยความโกรธและขุ่นเคือง ท่อนที่บอกว่าตนเองสมควรได้รับการลงโทษเขาก็โน้มตัวลงเอาหัวโขกพื้นเหมือนทหารที่อยากรับผิดชอบกับการกระทำในหนังจีน

“อย่าท่านพ่อบ้าน!”ข้าที่นอนนิ่งอยู่ก็เผลอจะลุกขึ้นมาห้ามเขาแต่ก็เกิดอาการหน้ามืดขึ้นมากะทันหันหักห้ามการกระทำกลางคันจนร่างเซถลาเกือบหน้าทิ่มลงไปกับพื้น

หมับ

“ขะ...ขอบคุณ”แต่โชคดีที่ท่านพ่อบ้านรับร่างข้าไว้ได้ทันจากที่จะหน้าทิ่มลงพื้นแข็งด้านล่างจึงเป็นอ้อมอกแกร่งของเขาแทนที่ พ่อบ้านใหญ่พยุงข้าขึ้นกลับมานอนราบกลับเตียงอีกหนแต่ข้าที่ไม่ยอมปล่อยเขาแถมยังรั้งไหล่เขาไว้จนร่างของเราแทบไม่มีระยะห่างจากกัน

ถึงจะไม่รู้ก็เถอะว่าราชานั้นเป็นใครแต่เรื่องอะไรนางจะยอมให้พ่อบ้านใหญ่ที่ดูแลนางอย่างดีต้องมาโขกหัวกระแทกพื้นเหมือนในหนังเช่นนั้นกันข้าไม่ยอมด้วยหรอก หากเขาโขกหัวจนเสียสติไปเล่าใครจะดูแลนางที่ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดได้แถมสภาพนางตอนนี้ก็นอนเป็นผักเหี่ยวร่างซีดเซียวเช่นนี้ด้วยแล้วเขาสมควรอยู่กับนางก่อน

ส่วนเรื่องที่ราชานั้นจะทำโทษอะไรเขาหรือเปล่าในอนาคตข้าก็ไม่มีวันให้เกิดขึ้นเช่นกันเพราะอย่างไรเขาก็ช่วยชีวิตนางไว้หลายหน

“ปล่อยข้าเถอะขอรับ”

“ไม่”

“คุณหนูขอรับ...”

“หากอยากให้ข้าปล่อยท่านก็ต้องสัญญากับข้ามาก่อนว่าจะไม่ทำร้ายตนเองเช่นเมื่อครู่อีก”ข้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพยายามใช้แรงอันไม่ค่อยจะมีของตนเองรั้งไหล่ของเขาไว้อย่างมาดมั่น พ่อบ้านใหญ่มีสีหน้าลำบากใจแต่ข้าก็ไม่ปล่อยมือจากไหล่ของเขาระยะที่ไม่ห่างกันมากนักทำให้ข้าได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังในอกของเขาที่เต้นแรงจนน่ากลัว

ราชาผู้นั้นน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ

“ข้า..”

“แล้วท่านไม่ต้องคิดเลยว่าราชาผู้นั้นจะทำโทษอะไรท่านได้หากเขาส่งมาเพื่อคุ้มครองข้า ผู้ที่จะสามารถสั่งท่านให้ได้รับโทษได้คือข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น และตอนนี้ข้าขอสั่งให้ท่านหยุดการกระทำโง่ๆที่ท่านกำลังเสีย”ข้าว่าแล้วก็โน้มคอของเขาเข้ามาใกล้จนจมูกของเราทั้งสองชนกันข้าเพียงตั้งใจจะให้เขาสบตากับข้าและให้เห็นแววตาจริงจังเพียงเท่านั้นแต่เหตุใดคนผู้นี้ต้องใจเต้นแรงจนเหงื่อไหล่ตามกรอบหน้าเช่นนี้

ข้ามิใช่สตรีน่ากลัวเสียหน่อย!

ความคิดเห็น