โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

02-9 การกระทำที่ไม่ดี

ชื่อตอน : 02-9 การกระทำที่ไม่ดี

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 925

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 16:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-9 การกระทำที่ไม่ดี
แบบอักษร

​“ผมเชื่อว่าคงไม่ได้เรียกมาเพื่อพูดอวดตัวเองให้ฟังหรอกนะ”

“ถ้าฟังดูเหมือนโอ้อวดผมก็เสียใจแย่เลยครับ ก็มันไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีแบบที่คนอื่นเห็นนี่นา”


เด็กชายโทรมาที่เกาหลี ถึงแม้ตอนนั้นปลายสายจะยังไม่สามารถเป็นแพทย์ได้เต็มตัว แต่ช่วงหนึ่งก็มีอำนาจและร่ำรวยขึ้นมาจนกลายเป็นแพทย์ประจำตัวของตระกูลคัง แพทย์ประจำตัวของอัลฟ่าหนุ่ม


“ถ้าดูจากมุมมองแบบนั้น... ก็เป็นจุดที่เหมือนกันระหว่างคุณชายกับผมนะครับ”


ฮันจูเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองตายองจี สายตามั่นคงสแกนสีหน้าของอีกฝ่ายที่กำลังเอียงหัวเพื่อตีความความหมายของคำพูดของเขาอย่างไม่ตกหล่น ยองจีกำลังกระสับกระส่ายและสับสน คนเป็นแพทย์ประจำตัวชอบพูดแทงใจดำหรือไม่ก็พูดอะไรที่ตัวเขาไม่เข้าใจ ยองจีมีสิ่งที่ไม่รู้เยอะเกินกว่าจะทำความเข้าใจคำพูดนั้นได้

อย่างเช่นเรื่องที่ใครคือคนปิดหูปิดตาเขาจริงๆ ยองจีไม่รู้เลย


“…จุดที่เหมือนกันงั้นเหรอ”


สิ่งที่ทำได้ตอนนี้มีเพียงแค่การยืดเวลา แม้จะแค่ครู่เดียวก็ตาม โดยการเปลี่ยนไปย้อนถามฮันจูแทน


“ครับ ไม่ใช่เหรอ หรือตอนนี้พอใจกับชีวิตของตัวเองเหรอครับ”


ไม่หรอกน่า เขามั่นใจในคำตอบของคำถามแล้ว มุมปากของฮันจูยกยิ้มประหลาด


“จู่ๆ ก็พูดเรื่องอะไรเนี่ย แน่นอนว่า...”


ถึงจะไม่รู้ว่าครั้งเดียวจะเป็นไปได้ไหมแต่สองครั้งไม่ได้แน่ๆ ริมฝีปากของยองจีอ้าพะงาบๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไร จริงๆ มีคำที่อยากพูดอยู่ก็คือ ‘ไม่มีทางจะไม่พอใจเลยไม่ใช่หรือไง’


“ไม่สินะครับ เพราะอย่างนั้นถึงมีใจจะทำ ‘การกระทำที่ไม่ดี’ ด้วยกัน”

“อะไร...! ไม่สิ ผมพูดไว้แล้วนะคุณยังจะ...”


ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่ยองจีวางมีดกับส้อมลงแล้วกำหมัดแน่นราวกับการทำให้มึนงงคือการปฏิเสธอย่างสุภาพ ริมฝีปากที่ปิดแน่นตอบอย่างเฉียบขาด


“ไม่ตอบ”


รู้ว่าจริงจังมากแต่ก็เป็นการขัดขืนที่น่าเอ็นดูในขณะเดียวกัน


“นั่นคำตอบเหรอครับ”


แม้จะน่าเสียดายแต่อีกฝ่ายก็มองข้ามความเฉียบขาดของเขาไปอย่างง่ายดาย เครื่องหมายคำถามที่ขึ้นท้ายประโยคคำถามย้อนกลับไปที่ยองจีอีกครั้ง

ถามว่าคุณจะสามารถปฏิเสธข้อเสนอของผมได้ยังไง


ยังมีเมนูเหลืออยู่รวมทั้งของหวาน แต่ตอนนี้อาหารไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป สุดท้ายก็เป็นเพียงของประดับเพื่อจัดตำแหน่งให้มีครบทุกอย่างเท่านั้น ฮันจูวางมีดและส้อมลงเช่นกัน หลังจากเขาประสานมือทั้งสองข้างไว้ด้วยกันก็พาดคางลงไปบนนั้นอย่างสบายใจโดยที่จ้องเขม็งไปทางยองจีอย่างไม่คลาดสายตา

แล้วยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มที่กระจ่างชัด ขณะนั้นยองจีรู้สึกเหมือนมีอะไรพังทลายอยู่ข้างในตัวเขา ก่อนจะวางกำปั้นไว้บนโต๊ะแล้วกำมันแน่นอีกครั้ง แม้ว่ากลิ่นหอมหวานที่มากขึ้นของอีกฝ่ายจะฟุ้งออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว


“ที่ผมไม่บังคับให้ตอบก็เพื่อตัวคุณเองนะครับ”


เมื่อรับรู้ว่าปลายเท้าแข็งๆ ที่สัมผัสตรงหัวเข่าของตัวเองเป็นของใคร


“ถ้าจะพูดให้ชัด ก็เพื่อการรักษาศักดิ์ศรีแสนดื้อรั้นของคุณ”


ยองจีปฏิเสธการขยับร่างกายที่เกร็งขึ้น เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ราวกับเป็นเรื่องโกหกพร้อมกับรูม่านตาที่ขยายใหญ่ขึ้นด้วยความตกใจ แต่ริมฝีปากกลับปิดสนิท เพราะถ้าไม่ทำเช่นนั้นเขาก็คงลุกพรวดพราดขึ้นเสียตอนนั้นแล้วแผดเสียงออกมา

ที่นี่ไม่ใช่ห้องสำหรับการปรึกษา ถึงจะมีระยะห่างกับโต๊ะมากพอสมควร แต่การ์ดสามคนที่คอยติดตามไปนู่นมานี่ราวกับเป็นหางก็เฝ้ามองโต๊ะของยองจีอยู่ พวกเขาคงจะจินตนาการไม่ออกแน่ๆ ว่าตอนนี้ภายใต้ผ้าคลุมโต๊ะกำลังเกิดเรื่องอะไรขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แค่ครู่เดียวแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถจินตนาการได้


“หรือว่าคิดจะปฏิเสธเหรอครับ”


ยองจีเปิดปากไม่ได้เลย จากนั้นเท้าของฮันจูก็เลื่อนไปวางบนเข่าแล้วกดลงไปอย่างแนบแน่นตรงด้านในของต้นขาก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ

ว่าใบหน้าที่มองเห็นบนโต๊ะกลับไม่สะทกสะท้านเหมือนไม่รู้สึกเขินอายเลย


“…พอได้แล้ว หยุด”


คำพูดเพียงหนึ่งคำที่พูดออกมาราวกับอ้อนวอนไม่แตกต่างกับครั้งก่อน ยองจีกำมือแน่นขึ้น แต่ฮันจูยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้แตกต่างจากครั้งก่อนเช่นกัน


“ถ้าไม่ชอบจะหนีไปก็ได้นะครับ ผมไม่มีความคิดจะบังคับอยู่แล้ว”

“…”

“ถึงจะบอกการ์ดของคุณชายที่ยืนกันอยู่ตรงนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่เป็นอะไรครับ ถ้าบอกไปเรื่องนี้ก็น่าจะถึงหูท่านประธานคังในทันที ผมก็คงต้องโดนไล่ออกสินะครับ”


หรืออาจจะโดนจัดการแบบไร้ร่องรอย จะเป็นแบบแรกหรือแบบที่สองมันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่รู้ว่าสำหรับคุณชายผู้ใสซื่อไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยจะเป็นคำพูดที่เข้าใจยากหรือเปล่า

แต่จนถึงตอนนี้ยองจีก็ยังเปิดปากพูดไม่ได้ เขาเกร็งตั้งแต่ขาอ่อนส่วนในมาจนถึงหน้าท้องส่วนล่างเพราะตั้งใจจะหยุดอาการสั่นระริก ถึงจะเกร็งร่างกายเพื่อควบคุมการสั่นแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านั้น แม้จะไม่ใช่การสัมผัสอย่างรุนแรง แต่คอด้านหลังก็แข็งเกร็งขึ้นมาจากฝ่าเท้าที่อยู่ภายในรองเท้าของใครบางคนที่กำลังลูบคลำใกล้ๆ ส่วนอ่อนไหวของตน

ตอนนี้แม้แต่กำปั้นที่วางไว้บนโต๊ะก็กำลังสั่น มีฮันจูเพียงคนเดียวที่มองเห็นการสั่นเบาๆ ฮันจูคนเดียวที่สามารถรู้สึกถึงมันได้


“…แข็งแล้วนี่ครับ”


ครั้งนี้เขากดลงไปตรงส่วนอ่อนไหวที่แข็งตัวขึ้นภายในกางเกงอย่างแรงราวกับตอบแทนที่มันตื่นตัวขึ้นมา

แววตาแฝงรอยยิ้มอ่อนโยนทำให้ยองจีขนลุก แค่ความรู้สึกรังเกียจก็ไม่พอ ถ้าทำได้ เขาคงไม่ได้ทำแค่เพียงกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย แต่อยากปล่อยหมัดเข้าใส่ใบหน้ายิ้มแย้มนั่นด้วยซ้ำ

ระหว่างที่กำลังคิด ส่วนปลายของรองเท้าก็กดย้ำๆ ลงไปตรงแกนกลางของส่วนอ่อนไหวก่อนจะเลื่อนขึ้นมาด้านบนอย่างชำนาญ กางเกงคับแน่นและช่องทางด้านหลังแคบลงเพราะความเกร็งตรงหว่างขา ยองจีกัดปากแน่นไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกมา

เพื่อไม่ให้ถูกคนอื่นจับได้


“ค่อยๆ ...แข็งขึ้นเรื่อยๆ เลยนะครับ”


ถึงแม้ไม่ได้แสดงออกมาแต่ก็เป็นความจริงที่รู้ดีอยู่แล้ว ทันทีที่เขาเกร็งไปทั่วร่างกายส่วนล่าง พลังที่แม้กระทั่งตัวเองก็ควบคุมไม่ได้เปลี่ยนเป็นกลิ่นและเริ่มฟุ้งกระจายไปรอบๆ เขาขยำผ้าปูโต๊ะจนรอยยับที่หลงเหลือไว้ราวกับแผลเป็นปรากฎขึ้นด้านบนผ้า ยิ่งค่อยๆ กำแน่นขึ้น รอยยับก็ยิ่งหลงเหลือไว้มากขึ้น

เท้าของฮันจูคลายแรงกดลงครู่หนึ่งแล้วตบลงไปด้านบนอย่างถือดี ก่อนจะถูเบาๆ รอบๆ ฮันจูกำลังหยอกล้ออย่างเอาแต่ใจตัวเองกับส่วนอ่อนไหวของยองจีเหมือนมันเป็นแค่ของเล่น ยองจีก้มหน้าลงต่ำพลางกัดริมฝีปากด้านในเอาไว้จนรู้สึกได้ถึงรสชาติคาวๆ แต่ก็หยุดไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะหยุดใช้เท้าตัวเองหยอกล้อเขาเลย

เสียงยิ่งกระซิบมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งดูเร้นลับมากขึ้น ช่ำชองมากขึ้นเท่านั้น


“…คงจะอยากปลดปล่อยแล้วใช่ไหมครับ”


การปลดปล่อยเป็นสัญชาตญาณอย่างแรกสุดสำหรับอัลฟ่า ใบหน้าที่ดูตกอกตกใจกับคำพูดของฮันจูเงยขึ้นมาและสายตาของทั้งคู่ก็ประสานกันราวกับกำลังรอคอยจังหวะนี้อยู่

ใช่แล้ว ยองจีอยากปลดปล่อยแล้ว อยากให้มันไหลทะลักออกมา น้ำกามที่มีอยู่เต็มด้านในทำให้เขาทรมาน และเพราะอย่างนั้นท้องน้อยของเขาก็เริ่มปวดขึ้นมาทีละนิดๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น