โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

02-9 การกระทำที่ไม่ดี

ชื่อตอน : 02-9 การกระทำที่ไม่ดี

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 829

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2561 16:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-9 การกระทำที่ไม่ดี
แบบอักษร

​“ผมเชื่อว่าคงไม่ได้เรียกมาเพื่อพูดอวดตัวเองให้ฟังหรอกนะ”

“ถ้าฟังดูเหมือนโอ้อวดผมก็เสียใจแย่เลยครับ ก็มันไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีแบบที่คนอื่นเห็นนี่”


เด็กชายโทรมาเกาหลี ถึงแม้ตอนนั้นปลายสายจะยังไม่สามารถเป็นหมอเต็มตัวได้ แต่ช่วงหนึ่งก็มีอำนาจและร่ำรวยขึ้นมาจนเป็นแพทย์ประจำตัวของตระกูลคัง แพทย์ประจำตัวของอัลฟ่าหนุ่ม


“ถ้าดูจากมุมมองแบบนั้น... ก็เป็นจุดที่เหมือนกันระหว่างคุณชายกับผมนะครับ”


ฮันจูเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองตายองจี สายตามั่นคงสแกนสีหน้าของอีกฝ่าย ซึ่งเอียงหัวเพื่อตีความความหมายของคำพูดของตนเองอย่างไม่ตกหล่น ยองจีกำลังกระสับกระส่ายและสับสน แพทย์ประจำตัวพูดแทงใจดำหรือไม่ก็พูดอะไรที่ตัวเขาไม่สามารถเข้าใจได้เลย ยองจีมีสิ่งที่ไม่รู้เยอะเกินไปในการทำความเข้าใจคำพูดนั้น

อย่างเช่นเรื่องที่ใครคือคนปิดหูปิดตาเขาจริงๆ ยองจีไม่รู้เลย


“…จุดที่เหมือนกันงั้นเหรอ”


สิ่งที่ทำได้ตอนนี้มีเพียงแค่การยืดเวลา แม้จะแค่ครู่เดียวก็ตาม โดยการเปลี่ยนไปถามฮันจูแทน


“ครับ ไม่ใช่เหรอ ตอนนี้พอใจกับชีวิตของตัวเองเหรอครับ”


ไม่หรอกน่า เขามั่นใจในคำตอบของคำถามนั้นแล้ว มุมปากของฮันจูยกยิ้มประหลาด


“จู่ๆ ก็พูดเรื่องอะไรเนี่ย แน่นอนว่า...”


ถึงจะไม่รู้ว่าครั้งเดียวจะเป็นไปได้ไหมแต่สองครั้งไม่ได้แน่ๆ ริมฝีปากของยองจีอ้าพะงาบๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไร จริงๆ มีคำที่อยากพูดอยู่ ‘ไม่มีทางจะไม่พอใจเลยไม่ใช่หรือไง’


“ไม่สินะครับ เพราะอย่างนั้นถึงมีใจจะทำ ‘การกระทำที่ไม่ดี’ ด้วยกัน”

“อะไร...! ไม่สิ ยิ่งกว่านั้นผมพูดไว้แล้วนะคุณยังจะ...”


ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่ยองจีวางมีดกับส้อมลงแล้วกำหมัดแน่น ราวกับการทำให้มึนงงคือการปฏิเสธอย่างสุภาพ ริมฝีปากที่ปิดแน่นตอบอย่างเฉียบขาด


“ไม่ตอบ”


รู้ว่าจริงจังมากแต่ก็เป็นการขัดขืนที่น่ารักไปในขณะเดียวกัน


“นั่นคำตอบเหรอครับ”


แม้จะน่าเสียดายแต่อีกฝ่ายก็ข้ามผ่านความเฉียบขาดของเขาไปอย่างง่ายดาย เครื่องหมายคำถามที่ขึ้นท้ายประโยคถามกลับไปยังยองจีอีกครั้ง

ถามว่าคุณจะสามารถปฏิเสธข้อเสนอของผมได้ยังไง


ยังมีเมนูเหลืออยู่รวมทั้งของหวาน แต่ตอนนี้อาหารไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป สุดท้ายก็เป็นเพียงของประดับเพื่อจัดตำแหน่งให้มีครบทุกอย่าง ฮันจูวางมีดและส้อมลงเช่นกัน หลังจากเขาประสานมือทั้งสองข้างก็พาดคางลงไปบนนั้นอย่างสบายใจ สายตาจ้องเขม็งไปยังยองจีอย่างไม่คลาดสายตา

แล้วยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นกระจ่างชัด ตอนนั้นยองจีรู้สึกเหมือนอะไรพังทลายลงมาอยู่ข้างใน ยองจีวางกำปั้นไว้บนโต๊ะแล้วกำแน่นอีกครั้ง แม้ว่ากลิ่นหอมหวานที่มากขึ้นของอีกฝ่ายจะฟุ้งออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว


“ที่ผมไม่บังคับให้ตอบก็เพื่อคุณเองนะครับ”


ในตอนที่รับรู้ว่าปลายเท้าแข็งๆ ที่สัมผัสตรงหัวเข่าของตัวเองเป็นของใคร


“ถ้าจะพูดให้ชัดก็เพื่อการรักษาศักดิ์ศรีอันแสนดื้อดึงของคุณ”


ยองจีปฏิเสธการขยับร่างกายที่เกร็งขึ้น เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ราวกับเป็นเรื่องโกหก รูม่านตาขยายใหญ่ขึ้นด้วยความตกใจ แต่ปากกลับถูกปิดสนิท เพราะเหมือนว่าถ้าไม่ทำเช่นนั้นเขาก็คงลุกพรวดพราดขึ้นเสียตอนนั้นแล้วแผดเสียงออกมา

ที่นี่ไม่ใช่ห้องสำหรับการปรึกษา ถึงจะมีระยะห่างกับโต๊ะมากพอสมควรแต่การ์ด 3 คนซึ่งติดตามไปนู่นมานี่ราวกับเป็นหางนั้นก็คอยเฝ้าดูโต๊ะของยองจีอยู่ พวกเขาคงจะจินตนาการไม่ออกแน่ๆ ว่าตอนนี้ภายใต้ผ้าคลุมโต๊ะกำลังเกิดเรื่องอะไรอยู่ เพราะจนก่อนหน้านี้แค่ครู่เดียวแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถจินตนาการได้


“หรือว่าคิดจะปฏิเสธเหรอครับ”


ยองจีไม่สามารถเปิดปากได้เลย เท้าของฮันจูเลื่อนไปวางบนเข่าแล้วกดลงไปอย่างแนบแน่นตรงด้านในของต้นขาและค่อยๆ ขยับเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ

ใบหน้าที่มองเห็นบนโต๊ะนั้นไม่สะทกสะท้านเหมือนกับไม่รู้สึกเขินอาย


“…พอได้แล้ว หยุด”


คำพูดเพียงหนึ่งคำซึ่งพูดออกมาราวกับอ้อนวอนไม่แตกต่างกับครั้งก่อนเลย ยองจีกำมือแน่นขึ้น ฮันจูยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้แตกต่างจากครั้งก่อนเช่นกัน


“ถ้าไม่ชอบจะหนีไปก็ได้นะครับ ผมไม่มีความคิดจะบังคับอยู่แล้ว”

“…”

“ถึงจะบอกการ์ดของคุณชายที่ยืนกันอยู่ตรงนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่เป็นอะไรครับ ถ้าบอกไปเรื่องนี้ก็น่าจะถึงหูท่านประธานคังในทันที ผมก็คงต้องโดนไล่ออกสินะครับ”


หรืออาจโดนจัดการแบบไร้ร่องรอย จะเป็นแบบแรกหรือแบบที่สองก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่รู้ว่าสำหรับคุณชายผู้ใสซื่อไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยนั้นจะเป็นคำพูดที่เข้าใจยากหรือเปล่า

ยองจีเปิดปากพูดไม่ได้จนถึงตอนนี้ เขาเกร็งตั้งแต่ขาอ่อนส่วนในจนถึงหน้าท้องส่วนล่าง เพราะตั้งใจจะหยุดร่างที่สั่นระริก ถึงจะเกร็งร่างกายเพื่อควบคุมการสั่น เขาก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านั้น แม้จะไม่ใช่การสัมผัสอย่างรุนแรง แต่คอด้านหลังก็แข็งเกร็งขึ้นมาจากเท้าด้านในรองเท้าของใครบางคนที่กำลังลูบคลำใกล้ๆ ส่วนอ่อนไหวของตน

ตอนนี้แม้แต่กำปั้นที่วางไว้บนโต๊ะก็กำลังสั่น มีฮันจูเพียงคนเดียวที่เห็นการสั่นเบาๆ นั้น ฮันจูคนเดียวที่สามารถรู้สึกถึงมันได้


“…แข็งแล้วนี่ครับ”


ครั้งนี้เขากดลงไปตรงส่วนอ่อนไหวซึ่งแข็งตัวขึ้นในกางเกงอย่างแรง ราวกับตอบแทนที่มันตื่นตัวขึ้นมา

แววตาแฝงรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนทำให้ยองจีขนลุก แค่ความรู้สึกรังเกียจก็ไม่พอ ถ้าทำได้ เขาคงไม่ได้ทำแค่เพียงดึงคอเสื้ออีกฝ่าย แต่อยากปล่อยหมัดเข้าใส่ใบหน้ายิ้มแย้มนั่นแทน

ระหว่างที่คิดอยู่ ส่วนปลายของรองเท้าก็กดย้ำๆ ลงไปตรงแกนกลางของส่วนอ่อนไหวและเลื่อนขึ้นด้านบนอย่างชำนาญ กางเกงคับแน่นและช่องทางด้านหลังแคบลงเพราะความเกร็งตรงระหว่างขา ยองจีกัดปากแน่นเพื่อไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกมา

เพื่อไม่ให้ถูกคนอื่นจับได้


“ค่อยๆ ...แข็งขึ้นเรื่อยๆ เลยนะครับ”


ถึงแม้ไม่ได้แสดงออกมาแต่ก็เป็นความจริงที่รู้ดีอยู่แล้ว ทันทีที่เขาเกร็งไปทั่วร่างกายส่วนล่าง พลังซึ่งแม้กระทั่งตัวเองก็ควบคุมไม่ได้เปลี่ยนเป็นกลิ่นและเริ่มฟุ้งกระจายไปรอบๆ เขาขยำผ้าปูโต๊ะ รอยยับที่หลงเหลือไว้ราวกับแผลเป็นปรากฎขึ้นด้านบนผ้า เขาค่อยๆ กำแน่นขึ้น รอยยับก็ยิ่งหลงเหลือไว้มากขึ้น

เท้าของฮันจูคลายแรงกดลงครู่หนึ่งแล้วตบลงไปด้านบนอย่างถือดี ถูเบาๆ รอบๆ นั้น ฮันจูกำลังหยอกล้ออย่างเอาแต่ใจตัวเองกับส่วนอ่อนไหวของยองจีราวกับมันเป็นแค่ของเล่น ยองจีก้มหน้าลงต่ำ เขากัดริมฝีปากด้านในเอาไว้ รู้สึกได้ถึงรสชาติคาวๆ แต่ก็หยุดไม่ได้ อีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะหยุดใช้เท้าตัวเองหยอกล้อเขาเลย

เสียงยิ่งกระซิบมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งดูเร้นลับมากขึ้น และช่ำชองมากขึ้นเท่านั้น


“…คงจะ อยากปลดปล่อยแล้วใช่ไหมครับ”


การปลดปล่อยเป็นสัญชาตญาณอย่างแรกสุดสำหรับอัลฟ่า ใบหน้าที่ดูตกอกตกใจกับคำพูดของฮันจูเงยขึ้นมาและสายตาของทั้งคู่ก็สบกันราวกับกำลังรอคอยจังหวะนี้อยู่

ใช่แล้ว ยองจีอยากปลดปล่อยแล้ว อยากให้มันไหลทะลักออกมา น้ำกามที่มีอยู่เต็มด้านในนั้นทำให้เขาทรมาน และเพราะอย่างนั้นท้องน้อยของเขาก็เริ่มปวดขึ้นมาทีละนิดๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น