โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

02-8 การกระทำที่ไม่ดี

ชื่อตอน : 02-8 การกระทำที่ไม่ดี

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 734

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2561 16:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-8 การกระทำที่ไม่ดี
แบบอักษร

​ยองจีไม่จำเป็นที่จะต้องออกมาข้างนอกเลย แค่ไม่ต้องไปใส่ใจกับข้อความที่ไร้ความเป็นมิตรและไม่เกี่ยวข้องกับตัวเขาก็จบแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นยองจีก็ตัดสินใจออกมา เพราะการออกมาข้างนอกเพื่อเจอกับใครไม่รู้ด้วยเรื่องส่วนตัวนั้น มันก็เหมือนจะเป็นเรื่องที่แทบไม่เกิดขึ้นเลยในชีวิตของเขา

ไม่ใช่ว่าไม่สามารถออกไปข้างนอกได้เลย เขาสามารถออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ สามารถช็อปปิ้งหรือกินข้าวอะไรก็ได้ แต่ต้องมีการ์ดรูปร่างใหญ่โตสามคนคอยดูแล

แต่นี่คนเดียว ยองจีค่อยๆ คุ้นเคยกับการทำอะไรก็ตามคนเดียวมากขึ้น ถึงจะมีผู้ติดตามหลายคนตามติดมาเหมือนเงาอยู่ข้างหลังเขาก็เถอะ


สถานที่นัดหมายคือภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสซึ่งยองจีเองก็รู้จักชื่อ ที่ถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้แนบแผนที่มาให้ก็เป็นสถานที่ที่เขาสามารถไปเองได้ แม้จะเป็นเวลาอาหารเที่ยงแต่ภัตตาคารกลับเงียบสงบกว่าปกติ โต๊ะริมหน้าต่างซึ่งปกติจะเต็มเสมอตอนนี้กลับว่าง และชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงนั้น

เส้มผมสีสว่างซึ่งสะท้อนแสงเมื่อแสงอาทิตย์ส่องลงมานั้นสะดุดตามาก ยองจีชำเลืองมองไปยังผมหน้าม้ายาวเกินคิ้วซึ่งถูกตัดอย่างบรรจงบ่อยๆ ชายหนุ่มผู้มีสีผมต่างกับตน ในคฤหาสน์ไม่มีใครย้อมผมสีทอง พวกเขาทั้งหมดเป็นอัลฟ่า ซึ่งไม่มีทางที่จะตั้งใจซุกซ่อนหลักฐานของการมีลักษณะทางพันธุกรรมชั้นสูง ยิ่งกว่านั้นคือคังยองโฮก็ไม่อนุญาต


“ทำไมชอบสั่งให้คนไปๆ มาๆ”


ยองจีตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติกับมือที่ขยับเก้าอี้ออกให้แล้วนั่งลง วันนี้คำพูดแรกของเขาก็แข็งกระด้างเป็นอย่างมาก ฮันจูมองเขาพลางยิ้มบางๆ แล้วยื่นเมนูให้แทนคำตอบ เป็นขั้นตอนที่เป็นธรรมชาติทแต่สำหรับยองจีนั้น เขาไม่คุ้นเคยเลยกับการนั่งรวมโต๊ะกับคนอื่นในภัตตาคารตอนเที่ยงวัน


“นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการปรึกษาด้วยเหรอ”

“ไม่ครับ แค่นัดมาเท่านั้น”


เป็นปกติมาก ฮันจูแย้มยิ้ม คิ้วของยองจีขมวดโดยอัตโนมัติ บอกว่าไม่ใช่การรักษางั้นเหรอ


“เหมือนว่าผมกับด็อกเตอร์ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่จะมานั่งกินข้าวด้วยกันข้างนอกนะ”

“ถ้างั้นเรียกว่าเดทดีไหมครับ”

“ว่าไงนะ...”


ยองจีมึนงงไปชั่วขณะกับคำพูดของอีกฝ่ายซึ่งตอบกลับมาอย่างไร้ยางอาย เดทเหรอ ถ้าดูความหมายในพจนานุกรมตามที่ตัวเองรู้ มันเป็นคำที่ไม่สามารถใช้ได้กับความสัมพันธ์ระหว่างเขาสองคน ยองจีขมวดคิ้วและเบ้ปาก แก้มทั้งสองร้อนวูบวาบต่างกับสีหน้าที่ตั้งใจทำให้บูดเบี้ยว จริงๆ แล้วเขาวุ่นวายใจไม่น้อยเลย

เพราะอย่างนั้นจึงตะคอกไม่ออก ยองจีเหลือบมองการ์ดซึ่งยืนเหมือนหินอยู่ด้านหลังฮันจูด้วยสีหน้าเหลือทน ใบหน้าของการ์ดซึ่งครั้งก่อนก็เฝ้าดูอยู่กลับเริ่มคุ้นเคยมากขึ้น คงเป็นแบบนั้นเพราะเขาเป็นพยานบุคคลเพียงคนเดียวผู้เฝ้าดูสถานการณ์ที่น่าอับอายทั้งหมดนั้น

ทันทีที่เห็นใบหน้าของเขา ยองจีก็ค่อยๆ กัดปากพลางเปิดสมุดเมนูแล้วกวาดสายตาดูอย่างร้อนรน เป็นเรื่องที่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากนึกถึง


“สั่งอะไรก็ได้”


ทำอย่างนั้นได้ไม่นาน ยองจีก็โยนเมนูไปบนโต๊ะเบาๆ


“อะไรก็ได้ไม่มีในเมนูครับ”

“หมายถึงจะกินอะไรก็ได้ จะสั่งแบบคุณก็ได้”

“ที่ว่ากินน้อยนั่นก็เป็นความจริงสินะครับ”


ยองจีไม่มีความสนใจในของกินตามที่ฮันจูพูด นับเป็นเรื่องหายากในบรรดาอัลฟ่าทั้งหมด อัลฟ่าส่วนใหญ่มีความอยากอาหารค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่แค่เพียงความอยากอาหารแต่ความอยากนอนและความต้องการทางเพศก็เช่นกัน พวกเขามีร่างกายและความสามารถซึ่งเหมาะสมที่สุดกับการขยายพันธุ์ติดตัวมาตั้งแต่เกิด จึงมีการย่อยอาหารและการดูดซึมค่อนข้างรวดเร็ว อัลฟ่าที่มีรูปร่างกำยำตั้งแต่เกิดมีเยอะมาก ยองจีก็เป็นเช่นนั้นและฮันจูเองก็เช่นเดียวกัน

แค่เพียงถูกซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเท่านั้น ฮันจูลอบยิ้ม


“ทำการบ้านมาหรือเปล่าครับ”


ฮันจูสั่งอาหารอย่างคร่าวๆ เสร็จก็โพล่งถามถึงการบ้าน เป็นจังหวะที่ไม่คาดคิด ยองจีตกใจอย่างใจหายใจคว่ำแล้วมองเขา ด้วยการเจอกันแค่เพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถรับรู้ได้เลยว่าฮันจูเป็นคนที่ยองจีไม่สามารถปกปิดความคิดในใจได้ แม้แต่เรื่องนี้เขาก็คิดว่ายองจีเหมือนเด็ก ฮันจูดื่มน้ำ 1 อึกให้คอชุ่ม


“ผมทำอะไรแบบนั้นไม่ได้อยู่แล้วนี่”

“น่าจะลองทำสักหน่อยนะครับ”


เขาพูดอย่างมั่นใจราวกับเห็นทุกอย่างด้วยตัวเองโดยตรง เป็นท่าทางซึ่งทำให้ยองจีพูดไม่ออกแต่เพราะไม่ใช่คำพูดที่ผิด ยองจีจึงทำอะไรไม่ถูกราวกับรอคำพูดนั้นอยู่


“แค่เห็นสีหน้าแบบนั้นก็พอรู้แล้วครับ”


ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ทำเป็นไม่รู้หรือข้ามเรื่องนี้ไป


“จนกว่าจะทำการบ้านมานะครับ”


อีกฝ่ายพูดเหมือนเป็นครูมากกว่าหมอ คิ้วของยองจีขมวดกับความขัดแย้งอันน่าประหลาด ฮันจูไม่ได้ขู่เข็ญแต่ลักษณะการพูดที่เหมือนกับคำสั่งนั้น เขาก็ยังคงไม่คุ้นชิน ท่าทางของครูสอนพิเศษที่เคยเจอตอนสิบขวบก็ไม่ใช่แบบนั้น พวกเขาจะคอยสังเกตความรู้สึกของยองจีก่อนเสมอ คนอื่นๆ ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน

อาหารเรียกน้ำย่อยและซุปตามคอร์สที่สั่งไปมาเสิร์ฟ เทียบกับยองจีที่กินบ้างไม่กิบ้างเพราะยังไม่หิว ฮันจูนำอาหารทั้งหมดเข้าปากทีละอย่างแล้วเคี้ยวราวกับประเมินรสชาติ ยองจีมองดูท่าทางนั้นอย่างนิ่งๆ

มองดูการขยับมืออย่างเรียบง่ายในขอบเขตพื้นที่ของตัวเอง หรือนิ้วมือเรียวขาวที่มองเห็นข้อนิ้วได้อย่างชัดเจนซึ่งกำลังจับส้อมและมีด

จู่ๆ ยองจีก็หน้าร้อนขึ้นมาเพราะนึกถึงตอนที่มือคู่นั้นทำอะไรบางอย่างกับตน


“ผมได้ยินมาว่าเดี๋ยวจะยุ่งมากขึ้น เห็นคนอื่นพูดกันว่าเพราะปัญหาการรับช่วงต่อของบริษัท... ไม่มีปัญหาอื่นเป็นพิเศษใช่ไหมครับ”

“รู้ทุกอย่างเลยนะ ข้างนอกจะพูดอะไรกันก็ไม่เกี่ยวกับผม ยังไงซะคุณปู่ก็คงจะรู้ทุกเรื่องอยู่แล้ว”


จะชวนคุยแม้แต่เรื่องการเมืองหรือการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาของวงการธุกิจที่ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาเลยหรือเปล่านะ ยองจีตอบอย่างไม่แยแสกับหัวข้อเรื่องที่คาดไม่ถึง


“ยิ่งกว่านั้น ท่านประธานดูจะใส่ใจกับเรื่องการนัดดูตัวที่จะมีขึ้นหลังจากนี้ 1 เดือนมากนี่ครับ แต่ยังไงก็ตามการกระชับความสัมพันธ์กับฮันซองกรุ๊ปให้แน่นแฟ้นก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างดี ได้ยินมาว่าเพราะอย่างนั้น สิ่งที่ท่านประธานคังให้ความสนใจในช่วงนี้เลยไม่ได้มีแค่อย่างสองอย่างสินะครับ”


การนัดดูตัว ยองจีมีปฏิกิริยาตอบสนองกับคำนั้น เขาหยุดหั่นสเต็กที่ถูกนำมาเสิร์ฟเป็นอาหารจานหลักแล้วจ้องมองฮันจู สเต็กที่คงจะไม่กินต่อถูกหั่นเป็นชิ้นๆ กระจัดกระจายไปทั่วทั้งจาน ดูน่าเกลียดราวกับโดนสับอย่างรุนแรง


“คุณดูสนใจเกี่ยวกับเรื่องภายในครอบครัวผมจังนะ”


จานของฮันจูนั้นดูสะอาดเมื่อเทียบกับเขา ฮันจูหั่นเนื้อขนาดใหญ่เท่าที่จะกินและเอาเข้าปาก ในจานยังคงเหลือสเต็กที่น่าอร่อยอยู่

ฮันจูยิ้มเล็กน้อย ‘จะไม่ให้สนใจได้ไง’


“เพราะการดูตัวนั้นผมถึงได้มาเจอคุณชายยังไงล่ะครับ กำหนดการล่วงหน้าก็ถูกกำหนดไว้ตอนนั้นด้วย... ถึงจะไม่ใช่แต่ก็มีคนรู้จักอยู่ที่เกาหลี 2 - 3 คน ประเทศนี้เองก็มีโอเมก้าและอัลฟ่าที่ต้องการยาหรือความช่วยเหลือมากมาย”


เขาไม่ได้โกหก แม้จะไม่ใช่ประเทศนี้แต่เส้นสายของฮันจูก็กว้างและซับซ้อนมาก ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ เขาก็ทำการค้าขายกับผู้คนระดับสูงในแต่ละประเทศมาแล้ว เพียงแค่ไม่ได้เปิดเผยใบหน้าหรือปรากฏตัวโดยตรงเท่านั้น

แม้จะเรียกได้ว่าเป็นคนที่มีอะไรมากมาย แต่ก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่แบบมนุษย์ผู้มีอิสระ ตั้งแต่การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของตัวเอง

เขารับรู้จากสิ่งนั้นว่าอำนาจได้มาโดยโครงสร้างที่ง่ายกว่าที่คิด อำนาจส่วนมากเกิดขึ้นโดยผ่านอุปสงค์และอุปทาน การก้มหัวให้กับผู้ที่กุมสิ่งที่ต้องการไว้ในมือนั้นเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

ความจริงฮันจูรับรู้ถึงโครงสร้างนั้นมาตั้งนานแล้ว เพราะอย่างนั้นเขาจึงรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรและต้องใช้ชีวิตยังไง

เป็นเหตุผลที่ 15 ปีก่อนหน้านี้ สิ่งที่เด็กชายผู้ซึ่งแม้แต่งานศพของพ่อก็จัดให้ไม่ได้ นำเงินเงิน 5 ดอลลาร์สุดท้ายที่เหลืออยู่ในมือไปซื้อนั้น ไม่ใช่ขนมปัง แต่เป็นบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น