ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ลมหึง! 100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.3k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 15:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลมหึง! 100%
แบบอักษร

“อ้า! ถ้ายังพูดมากอีก ฉันจะทำมากกว่านี้” ถอนริมฝีปากร้อนออกมาก่อนที่จะพูดกับคนในอ้อมแขน

เขมมิกาก็ไม่อาจที่จะทำอะไรได้เพราะแรงรัดของเขามันแน่นนักแถมยังกลัวว่าเขาจะทำดั่งที่ปากว่า สุดท้ายเธอก็ต้องปิดเปลือกตาที่มันเอ่อหน่วงไปด้วยคราบน้ำตาแห้งๆที่ติดเปรอะอยู่นี้ลงเช่นเดียวกับเขา...ที่ล่วงหน้าไปก่อนเสียแล้ว ปิดงับความหดหู่ลงไปที่หัวใจบางๆ

 เขมมิกาตื่นขึ้นมาในช่วงบ่ายของวันเธอรวบรวมสติของตัวเองเพราะรู้สึกมึนๆหัวนี้นัก สายตาแลหาคนร่างสู่แต่ก็ไม่พบ ในยามนี้มันไม่มีร่างของผู้ชายคนนั้นอยู่เคียงข้างเธอแล้ว จะมีก็เพียงแค่ลมที่หัดผ่านเข้ามาในห้องกว้างชวนให้ผ้าม่านเบาบางผืนสีขาวปลิวไสวไปมาตามลม 

เขมมิกาตัดสินใจพาตัวเองเดินออกไประเบียงนอกบ้าน เธอมองเห็นทิวทัศน์ของธรรมชาติ พื้นที่แห่งนี้มันคล้ายกับว่าเป็นเกาะถูกอ้อมล้อมไปด้วยทะเลสีใส  และต้นไม้นานาพันธุ์ภายในสวนหน้าบ้านที่ปลูกเด่นเป็นสง่าให้อากาศร่มรื่น เขมมิกาตัดสินใจเดินไปเด็ดดมดอกไม้ที่อยู่ในสวน เดินชมนกชมไม้ชมทะเลไปเรื่อยอยู่นานสองนานเธอก็ไม่เห็นว่าจะมีวี่แววใครเลย

  “คุณคะ คุณ” เสียงของป้าวันตะโกนเรียกหญิงสาวที่เดินทอดน่องไปไกลตามแนวยาวของริมหาดสีขาว ก่อนที่สายตาที่อยู่ภายใต้แว่นจะมองเห็นลักษณ์เดินเข้าไปหาสาวเจ้าพอดี

 ที่เธอยังสามารถจะเฝ้ามองท้องทะเลได้อย่างปกติเช่นนี้ก็เพระาว่าในยามนี้มันมีเพียงเเค่ลมทะเลเท่านั้นที่กระทบปะทะร่าง หาได้มีลมกระโชกเเรงเฉกเช่นในคืนนั้น ท้องฟ้าสีอร่ามสดใสเมฆคิวมูลัสลอยเด่นเดี่ยวๆแยกเป็นก้อน เเสดงถึงสภาพของบรรยากาศที่ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี ลมพัดโชยส่งผลให้ผมยาวปลิวไสว 

จะว่าเธอฟื้นจากฝันร้ายเเล้วมันก็ไม่วายเพราะเธอยังคงจดจำเหตุการณ์นั้นอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ มันยังคงตราตรึงอยู่ในส่วนลึก ที่เธอไม่อาจจะลบล้างให้มันจางหายไปได้ เเต่ว่าจะให้ทำเช่นไรในเมื่อยามนี้ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มเเข็งเข้าไว้เพราะมันยังมีใครอีกคนที่เธอเฝ้ารอหามาตลอดชีวิตอยู่ ในชาตินี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้พบพานกันบ้างมั้ย?

  เขมมิกาเหลียวหลังมามองตามเสียงเรียก แต่ทว่าด้วยจังหวะที่มันเร็วจนเกินไปเลยทำให้รู้สึกหน้ามืดขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอเกือบจะทรงตัวไม่อยู่จะล้มลงไปกองที่พื้นทราย แต่ทว่ายังดีที่มีมือของใครบางคนมารองรับไว้เสียก่อน สายตาเหลียวมองขึ้นไปยังบุคคลนั้น เธอชั่งไม่คุ้นหน้าเขาเสียเลย

 “เดินระวังๆหน่อยนะครับ คุณเขมยังไม่หายดี” ลักษณ์ที่วิ่งมาทันเข้าประคองร่างนี้ไว้ในอ้อมเขนก่อนที่เธอจะร่วงหล่นลงพื้นทรายละเอียด

 “ขอบคุณค่ะ คุณรู้ชื่อฉันได้ยังไงคะ?” นึกสงสัยที่เขารู้จักชื่อเธอได้อย่างไรทั้งๆที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน

 “ผมเป็นเพื่อนไอวินมันครับ แถมยังเป็นหมอเจ้าของไข้คุณด้วย” คุณหมอหนุ่มบอกเขมมิกาที่เริ่มจะยืนทรงตัวได้ด้วยตัวเองแล้ว

 “เพื่อนหรอคะ?” นึกไม่ถึงว่าคนเลวๆอย่างอัศวินจะมีเพื่อนเป็นหมอกับเขาด้วย

 “ใช่ครับ เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายน่ะครับ”

 “อ้อค่ะ” เขมมิกาพยักหน้าเป็นว่าเข้าใจ

 “ไม่ทราบคุณชื่ออะไรหรอค่ะ”

 “ผมชื่อลักษณ์ครับ”

 “รักที่แปลว่าความรักหรือค่ะ” ถ้าเป็นเช่นนั้นความหมายมันชั่งดีเหลือเกินแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่พยางค์สั้นๆแต่ความหมายมันกลับมากล้น

 “อ้อ ไม่ใช่ครับ ลักษณ์ คล้ายกับเอกลักษณ์น่ะครับ ชื่อผมเขียนแบบนั้น”

 “หรอค่ะ ฉันก็คิดว่าเป็นรักที่แปลว่าความรัก ขอโทษนะคะ”

 “ไม่เป็นอะไรหรอกครับ มีคนเข้าใจผิดเยอะแยะไป”

 “แต่ถ้าเป็นแบบนั้น คุณลักษณ์ก็ลองเปลี่ยนมาใช่รักจริงๆสิค่ะ” เธอส่งยิ้มหวานใสๆให้กับเขา

 “ถ้าอย่างนั้นผมคงจะเป็นคนโรแมนติกน่าดูเลย”

 “แบบนั้นก็ดีค่ะ สาวจะได้ติดตรึม” เธอพูดความจริง ชายหนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรแย่ นิสัยก็ดี บุคลิกภาพก็ดี หน้าตาก็ยังดีแถมยังเป็นถึงคุณหมอแล้วมันจะมีใครกันที่ไม่อยากจะครอบครองผู้ชายคนนี้กัน เธอชักอยากจะรู้แล้วสิว่าจะเป็นใครกันที่จะได้กอบกุมหัวใจดวงนั้น

 “รวมคุณเขมด้วยมั้ยครับ”

 “อะ...อะไรนะคะ”

 “อ้อ ผมแค่พูดเล่นอย่าสนใจเลยครับ” เขาจงใจที่จะแหย่สาวเจ้าเล่นจริงๆเพราะสายตาคมมันเหลือบเห็นคนที่ยืนหลบอยู่ใต้ต้นไม้ไกลออกไป อีกทั้งยังเดินเข้าไปใกล้ถือวิสาสะยกมือของตัวเองขึ้นแตะที่หน้าผากของเขมมิกา จนหญิงสาวนึกตกใจ

 “คะ...คุณลักษณ์จะทำอะไรคะ”

 “อย่ากังวลอะไรเลยครับ ผมแค่จะตรวจวัดอุณหภูมิเท่านั้น” เมื่อรู้ว่าเขาจะทำอะไรก็นึกโล่งอก เธอยอมยืนอยู่นิ่งๆให้เขาได้ทำตามที่พูด ลักษณ์เอามือแตะอังที่หน้าผากของสาวเจ้าอยู่นานสองนานจนสีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง

 “ผมว่าคุณเขมเข้าบ้านเถอะครับ ดูเหมือนว่าไข้จะกลับมาอีกแล้ว” สงสัยจะเป็นเพราะไข้ยังลดไม่มากพอแล้วยิ่งมาเดินตากแดดตากลมแบบนี้อีก ไข้ของเขมมิกาจึงกลับมาอีกครั้ง

 “ค่ะ” เธอหันไปยิ้มให้กับลักษณ์อย่างสดใสแต่ทว่าแววตาของเธอกลับวูบไหวรู้สึกแปลกๆ

 “แล้วแผลที่หัวเป็นยังไงบ้างครับ”

 “ยังเจ็บๆมึนๆอยู่ค่ะ”

 “เรากลับกันเถอะครับ”

  จากนั้นเธอและเขาก็พากันเดินกลับไปที่บ้านหลังใหญ่ที่ตั้งเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของทะเลสวย สองร่างเดินเคียงข้างกันไปโดยที่ไม่รู้เลยว่ามันมีสายตาของอัศวินจ้องมองอยู่อย่างโกรธเคือง 

เขาเห็นสองร่างนั้นอยู่เคียงข้างกันตั้งแต่ที่เขมมิกามีท่าทีเสียหลักการทรงตัว เขาหมายที่จะเข้าไปช่วยประคองไว้แต่ทว่ามันกลับไม่ทันเพราะลักษณ์ดันเข้าไปถึงตัวสาวเจ้าก่อน เขาจึงได้แต่ยืนหลบอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่ที่ไกลออกมาพอสมควร

 “ตื่นขึ้นมาได้ก็ร่านได้ไม่เลือกที่จริงๆ!!!”


เขมมิกาเดินเข้ามาในบ้านหลังเดิมที่เพิ่งเดินออกไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมง เธอเดินเข้ามาก็พบกับป้าคนหนึ่งที่ดูคล้ายว่าวัยน่าจะเท่าๆกันกับป้าสมร ซึ่งในขณะนี้ป้าคนนั้นกำลังจัดเตรียมวางอาหารลงโต๊ะอาหาร ป้าวันที่เห็นหญิงสาวคนนั้นกับลักษณ์ที่กำลังเดินเข้ามาข้างในก็เอ่ยทักทายเสียหน่อย


 “อ้าว กลับมาแล้วหรือคะ”


 “ค่ะ/ครับ” สองเสียงประสานขานรับคำทักทายของป้ารุ่นแม่


 “ป้ากำลังเตรียมตั้งโต๊ะอยู่พอดีเลย เชิญ...เอ่อ...คุณ...”


 “เขมค่ะ เรียกว่าเขมเฉยๆเถอะค่ะ”


 “อ้อ เชิญหนูเขมทานอาหารด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายหนักเข้าไปอีก” แม้ว่าจะเพียงพบหน้าได้ไม่ถึงวัน แต่ก็นึกเอ็นดูสาวเจ้าคนนี้เหลือเกิน


 “ขอบคุณป้ามากๆเลยนะคะ เดี๋ยวเขมจะทานให้พุงแตกไปเลยค่ะ” เขมมิกาส่งยิ้มหวานให้กับป้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า


 “ได้เลยจ๊ะ เชิญคุณลักษณ์ด้วยนะ”


 “โถ่ ผมนึกว่าป้าวันจะไม่ชวนผมซะแล้วสิ นึกน้อยใจอยู่นะเนี่ย” คุณหมอหนุ่มทำท่าทางเง่องอนกับป้าวันที่แม้ว่าจะโตจนขนาดนี้แล้วก็มักจะชอบน้อยใจนัก


 “ป้าจะไม่ชวนคุณลักษณ์ได้ยังไงล่ะคะ”


 “ว่าแต่ว่าหนูเขมเป็นอะไรกับคุณวินเขาล่ะ เมื่อวานที่ป้าเห็นนะตกใจแทบแย่”


 “เอ่อ...คือ...” เธอไม่รู้ว่าจะต้องตอบออกไปเช่นไรดี ถ้าเธอบอกไปว่าเป็นภรรยาของผู้ชายคนนั้น เขาจะเคืองโกรธกันมั้ย เพราะสถานะนี้ชายหนุ่มไม่อาจยกให้เธอเป็นได้หรอก เขามีเพียงแค่มอบมันไว้ให้กับวิชุดดาเพียงคนเดียวเท่านั้นคนอื่นไม่อาจเอื้อมได้


 “เป็นเมีย!ผมเองครับ” เสียงกร้าวเข้มของเจ้าของชีวิตผู้หญิงตรงหน้าดังขึ้น มือทั้งสองข้างของเขามันกำลังเข้าหากันแน่นกลบเกลื้อนอารมณ์ที่มันรุ่มร้อนแบบสุดๆไว้ในอก เมื่อเดินเข้ามาแล้วยังเห็นเขมมิกายืนอยู่เคียงข้างกบลักษณ์อยู่ในยามนี้ไม่ห่างกายออกจากกัน


 “คุณวินว่าอะไรนะคะ”


 “แกก็ลองบอกป้าวันเขาสิไอลักษณ์ ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับฉัน” อัศวินหันไปมองที่ลักษณ์ที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ สายตาคมนึกสะใจเมื่อเขาสามารถประกาศกร้าวได้ว่าผู้หญิงคนนี้มีเาคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ โดยที่ก็ไม่อาจจะรู้สาเหตุเลยว่าจะนึกหวงเธอกับลักษณ์ไปทำไม เเต่ยามที่เห็นกระหนุงกระหนิงใกล้ชิดกันมันเเสนจะขัดหูขัดตา


 “คุณเขมเธอเป็นเมียไอวินมันครับ แต่งงานกันมาได้สักพักแล้ว” เขารู้ดีว่าท่าีของอัศวินในยามนี้มันก็คงจะมีลมหึงอยู่ประปราย โดยที่ตัวเจ้าของคงะไม่รู้ เเต่ทว่าเขากับรับรู้มันเต็มๆ


 “มะ...เมียหรอคะ?”


  เขมมิกาที่เสมือนว่ากำลังยืนโดดเดียวอยู่คนเดียวภายในบ้านหลังใหญ่ เธอกังวลใจเมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าอารมณ์ของเขามันไม่ได้อยู่ในหมวดที่ปกติ


 “ใช่ครับ”


 “ว๊าย!” ก่อนที่มือหนาจะกระชากร่างนั้นมาซุกลงในอ้อมแขนแกร่งอย่างแรงไม่คำนึงถึงความบาดเจ็บที่สาวเจ้าเพิ่งจะเจอมา


 “คุณวิน ปล่อยฉันนะ” มือของเขมมิกาพยายามผลักดันหน้าอกแกร่งของอัศวินให้ออกห่างจากกายของเธอ แต่ทว่าเขายิ่งกดเธอลงแนบไปที่อกแรงยิ่งขึ้น แน่นยิ่งขึ้น


 "อย่าดิ้น" กระซิบเสียงลงที่ข้างใบหูของหญิงสาวก่อนที่จะสูดฟอดเต็มปอดเข้าที่ข้างเเก้มนวล


 "อื้อ!" คนก็ยืนอยู่ตั้งสองคนไม่รู้จักอายบ้างหรือ เเล้วยามนี้มันใช่เวลามั้ยห๊ะ! ที่จะมาฉกหอมแก้มของเธอ


 “ผมว่าป้าวันออกไปก่อนเถอะครับ” ครั้งนี้เป็นลักษณ์ที่เอื้อนเอ่ยพูดกับป้าวันที่ยังงงงวยอยู่ไม่หาย หากจะอธบายออกไปมันก็คงจะยาวสู้ให้ป้าวันออกไปก่อนมันคงจะดีที่สุด


 “เอ่อ...ค่ะๆๆ” เพราะเจ้านายสั่งเธอคงไม่อาจที่จะต้องยืนอยู่ต่อไป


 เมื่อลับร่างของป้าวันเรียบร้อยแล้ว ลักษณ์ก็หันมามองที่อัศวินที่ยังคงกดร่างของเขมมิกาแน่บแน่นอยู่กับอกของตนเองอยู่ 


“ปล่อยคุณเขมเถอะไอวิน เธอยังไม่หายดี” ลักษณ์บอกเพื่อนหนุ่มเสียงเรียบ แล้วตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าสาวเจ้าจะเริ่มเจ็บแผลขึ้นเสียแล้ว แผลที่มันยังไม่ทันได้หายดีของเขมมิกาก็ดูเหมือนว่าตอนนี้มันจะเริ่มมีเลือดซึมไหลออกมา สร้างรอยเลือดสีแดงให้กับผ้าก็อตที่พันอยู่รอบหัวของเธอ


 “ทำไมจะยังไม่หายดีวะ ฉันยังเห็นไปเดินอ่อยผู้ชายให้ทั่วหาด!” เขาผลักเขมมิกาให้ออกห่างราวกับเป็นไส้เดือนกิ้งกือ


 “โอ๊ย!” เธอกระเด็นออกมาอย่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เซจนจวนจะล้มลงที่พื้นบ้าน แต่มันก็มีลักษณ์เข้ามาประคองไว้เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเขาจะโกรธเกลียดอะไรกันนักกันหนา ในยามที่เธอเจ็บไข้เขาก็ไม่เว้นว่างให้ร่างนี้ได้พักผ่อนบ้างเลยหรือ?


 “เป็นอะไรมั้ยครับ” ลักษณ์ก้มหน้าลงมาถามเขมมิกาที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา โดยไม่สนสายตาของอัศวินแม้แต่น้อยว่ามันจะมองมาที่เขาอย่างไร มันมีที่ไหนกันเมียตัวเองเจ็บขนาดนี้แล้วยังตอกย้ำซ้ำเดิมไม่เลิกรา


 “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณลักษณ์มากนะคะ” เขมมิกายันตัวเองให้ยืนทรงตัวได้ หันไปเอ่ยขอบคุณผู้ชายอีกคน จนทำให้อัศวินรู้สึกไม่พอใจนักเมื่อสาวเจ้าส่งสายตาหวานหยดย้อย


 “มารยาเหลือเกินนะ! ทำไมอยากได้ผัวเพิ่มหรอ!”


 “เพลี๊ยะ!”


 “ก่อนที่จะพูดคุณได้ใช่สมองของตัวเองไตร่ตรองออกมาก่อนหรือเปล่า ฉันไม่ใช่อย่างที่คุณกล่าวหาเลยสักนิด!” จากนั้นเขมมิกาก็จะเดินออกไปจากจุดนี้ จุดที่มีผู้ชายใจร้ายอยู่ คนอย่างเขามันก็ดีกับเธอได้ไม่ถึงชั่วโมงปีศาจร้ายมันก็เข้าสิงอีก


 “ไอวิน! เบาๆ” ลักษณ์บอกอัศวินเมื่อเพื่อนมันกำลังดึงรั้งร่างเมียตัวเองอย่างแรง


  เขมมิกากำลังจะเดินหนีหายออกมาจากตรงนั้นแต่ทว่ามือของอัศวินเข้ามาดึงเธอไว้อย่างแรง ทำให้ร่างกายที่มันไม่อาจจะแข็งแรงได้มากพอมันกลับทำให้เธอหน้ามืด เริ่มที่จะทรงตัวไม่อยู่กับที่ สิ่งของที่ว่างอยู่นิ่งๆตอนนี้มันมันกำลังหมุนเวียนไปหมด ตาลายจนจวนเจียนอยากจะอาเจียนออกมา 


จนสุดท้ายเธอก็ไม่อาจที่จะฝืนตัวเองได้อีกแล้ว...ร่างของเขมมิกาที่มันกำลังจะร่วงหล่นลงที่พื้นมีมือหนาๆของคนใจร้ายเข้ามาโอบอุ้มประคองไว้


 “เขมมิกา!” อัศวินตกใจที่อยู่ดีๆคนที่เขาดึงรั้งไว้ก็ร่วงหล่นลงทรงตัวไม่อยู่ จึงรีบดึงแขนของเขมมิกาที่มันยังอยู่คามือของเขาดึงเข้าหาตัวเอง แล้วช้อนร่างนั้นขึ้นมาทันที คล้ายว่าหัวใจมันร่วงลงไปที่ตาตุ่ม หายใจติดขัดไม่ทั่วท้อง นึกกังวลไปอีกว่าเธอจเป็นอะไรไป


 “ไอวิน! รีบพาคุณเขมไปในห้องเร็ว! เดี๋ยวฉันจะไปเอากระเป๋าปฐมพยาบาลก่อน” ลักษณ์ก็นึกอยากจะยืนด่าเพื่อนมันซักฉอดสองฉอดหน่อยหรอก แต่ทว่ามันไม่มีเวลามากเพราะเขมมิกาดูเหมือนว่าจะไม่ไหวขึ้นมาเสียแล้ว


 “เอ่อ! รู้แล้ว!” อัศวินเร่งรีบพาร่างของเขมมิกาตรงเข้าไปในห้องของเขาที่หญิงสาวเคยอิงกายนอนอยู่ก่อนหน้า...

 อัศวินวางร่างของสาวเจ้าที่หมดสติหลับนิ่งอยู่ในลำแขนแกร่งลงที่เตียงหนาอย่างแผ่วเบา มือหนาเอื้อมหยิบผ้าห่มที่มันถูกวางอยู่ที่ปลายเท้าขึ้นมาคุมกายให้กับเขมมิกา สายตาของอัศวินกำลังจ้องมองไปที่หญิงสาวด้วยความรู้สึกที่มันหลากหลาย ไม่เข้าว่าทำไมทุกครั้งที่เห็นสาวเจ้าอยู่ใกล้ชายอื่นหัวใจเขามันต้องร้อนรุ่มขึ้นมาทุกที รู้สึกขัดใจทุกครั้งที่มีคนเข้าใกล้หญิงสาว

 “มะ...แม่ ฮึก แม่อย่าทิ้งหนู” คนที่หลับสนิทเอ่ยในประโยคที่คนร่าหนาไมเข้าใจว่าเธอกำลังหมายถึงสิ่งใดกันแน่

 “ฮึก แม่จ้า หนูคิดถึงแม่ กลับมาหาหนูได้มั้ย” กลับมาหา? มันคืออะไรกันแน่ก็ในเมื่อแม่ของสาวเจ้าก็อยู่ที่บ้านไม่ใช่หรือ...?

 “เขมมิกา! เขม!” อัศวินเขย่าตัวคนที่ไม่ได้สติเบาๆเพราะเธอนั้นกำลังพร่ำเพ้อเรื่องบ้าบออะไรอยู่

 “มะ...แม่ ได้โปรด...ฮึก” น้ำตามันไหลรินออกมาจากดวงตาคู่หวานที่ปิดสนิทอยู่ เขมมิกายังคงพร่ำเพ้อเรียกร้องหาแม่ด้วยน้ำเสียงที่สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจเสียให้ได้

 อัศวินเมื่อเห็นอาการที่มันพร้ำเพ้อของเขมมิกาที่มันเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น น้ำใสของสาวเจ้ารินไหลออกมาจากดวงตา เขาไม่อาจที่จะทนดูน้ำตานั้นได้ต่อไป 

มือหนาช้อนร่างของเขมมิกาเข้ามาโอบกอดไว้ที่อกแกร่งเพิ่มความอบอุ่นให้กับสาวเจ้า ที่ในยามนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าจะหยุดเพ้อถึงแม่อยู่เลย ไม่เข้าใจว่าเธอพูดถึงเรื่องอะไรกัน แต่ก็ไม่อาจจะคาดเข็ญเอาคำตอบได้

 “ฮึก แม่จ้า หนูคิดถึง...”

 “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร” มืออัศวินลูบหัวปลอมประโลมภรรยาสาวเบาๆใช่น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของตัวเอง เผื่อว่าเธออาการละเมอนี้มันจะลดลงได้บ้าง 

อัศวินกอดร่างของสาวเจ้าอยู่เนิ่นนานจนเสียงสะอื้นมันเริ่มแผ่วเบาไป เขาจึงก้มมองดูที่ใบหน้าของหญิงสาวที่ในเวลานี้มันเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบของรอยน้ำตาเต็มไปหมด เขาค่อยๆใช่มือปาดน้ำตาของสาวเจ้าที่มันเลอะเปื้อนทิ้งไป

  “คุณเขมเป็นไงบ้าง” ลักษณ์ที่มาจากไปเอาอุปกรณ์ทำแผลก็เข้ามาทักถามอัศวินที่นั่งโอบกอดร่างสาวเจ้าอยู่อย่างเร่งรีบตรงมาที่เตียงกว้างทันที

 “ก็เป็นอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ” เขาค่อยๆวางร่างนั้นลงไปบนที่นอนอีกครั้งอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะลุกให้ลักษณ์ได้เดินเข้ามาทำแผลที่หัวของสาวเจ้าที่ตอนนี้เลือดมันก็ยังไหลซึมออกมาไม่หยุด

 ลักษณ์เร่งรีบเปลี่ยนผ้าพันแผลอันใหม่ให้กับเขมมิกา เลือดมันไหลออกมาซึมมาพอสมควร ส่วนคนที่เป็นต้นเหตุก็ยืนดูอยู่ข้างๆกัน ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาเพียงสักนิดนึง

 “ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!”

 “ฮัลโหลครับ” ลักษณ์กรอกเสียงลงไปตามสายหลังจากเสร็จสับจากการทำแผลให้เขมมิกาแล้ว

 “ครับ มันอยู่ที่นี่ครับ”

 “ได้ครับ” เขาพูดกับคนในสนทนาก่อนที่จะยื่นโทรศัพท์ให้กับอัศวิน

 “แม่โทรมา” ยื่นโทรศัพท์ให้อัศวินเสร็จเท่านั้นเขาก็เดินออกไปจากห้องนั้นไปทันที

 “ฮัลโหลครับคุณแม่” อัศวินรับสายนั้นมาก็พูดคุยกับมารดาทันที

 (วินอยู่ไหน) น้ำเสียงร้อนรนเมื่อบุตรชายคนโตรับสาย

 “ผมอยู่ที่เกาะครับ” บอกออกไปตามความจริง

 (แล้วหนูเขมอยู่ด้วยใช่มั้ย)

 “ครับ อยู่กับผมที่นี่”

 (รู้บ้างรึเปล่าว่ามีคนตามหาให้วุ่น ทำไมเราชอบทำอะไรให้คนอื่นคอยเป็นห่วง ฮึ ตาวิน เมื่อวันก่อนพายุมันเข้า เราไม่ได้เอาเรือออกไปเองใช่มั้ย) ในตอนแรกก็ถามซักไซ้กับลูกน้องของไอลูกชายตัวแสบ แต่กลับไม่ได้คำตอบก็คงจะเป็นเพราะสั่งไว้ว่าห้ามบอกนั้นแหละ นึกแล้วมันน่าโมโหนัก!

 “ขอโทษครับ ผมเอาเรือออกมา” สารภาพสิ่งที่ทำคล้ายกำลังสารภาพบาปอย่างไงอย่างนั้น

 (ทำไมทำแบบนั้น ถ้าควบคุมเรือไม่อยู่ขึ้นมามันจะเกิดอะไรขึ้นรู้บ้างรึเปล่า)

 “แต่คุณแม่ก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่ๆ”

 (แต่ก็อย่าประมาท เรื่องบางเรื่องมันก็เกิดขึ้นได้โดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้นะ อย่าคิดประมาทกับสิ่งที่แม้เราจะคิดว่าเก่งนักเก่งหนาเพราะเดี๋ยวจะตกม้าตายเสียเอง)

 “ครับ เข้าใจแล้วครับ”

 (แล้วหนูเขมอยู่ไหนคุณเวลาพรเขาก็ติดต่อไม่ได้แม่ขอสายน้องหน่อย)

 “ตอนนี้กำลังหลับอยู่ครับ คงนานกว่าจะตื่น”

 (ไม่เป็นไร ถ้าตื่นแล้วก็รีบให้หนูเขมติดต่อคุณวลาพรด่วน บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ถ้าอย่างนั้นแค่นี้นะ แล้วดูแลกันดีๆ ทิฐิอะไรที่มีก็ปล่อยวางมันบ้างก็ได้นะวิน)

 “ครับ” 

เขาวางสายจากมารดาไปแล้ว แต่คำพูสุดท้ายที่แม่เขาพูดเขาควรที่จะทำอย่างนั้นจริงหรือ สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นทำมันสมควรจะให้อภัยและปล่อยลงแล้วหรอ? หัวสมองและหัวใจมันดีวนสับสนกันไปหมด มันแสนยากที่จะทำได้จริงๆ

 “ฉันต้องทำกับเธอยังไงขมมิกา...”



มาเเล้วจ้าา

ถึงจะร้ายเเต่ก็ห่วงนะจ๊ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น