Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

ชื่อตอน : บทที่2 : ย้าย

คำค้น : My doctor,รักโหดๆ,มุ้งมิ้ง,หมอตรี,เจแปน,Nc18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2561 21:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่2 : ย้าย
แบบอักษร

​ตอนที่2 : ย้าย

.

.

.

9:40น.


"เห้ยไอ้เจ วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่หรอ?"

"เออ แล้ว?"

"มึงมีนัดกับพ่อแม่มึงไม่ใช่หรอวะ?"

"เออกูรู้แล้ว กูไม่ลืมหรอก ไปหาข้าวแดกกันไอ้ปัน"

"เอาดิ"

วันนี้ก็ปามาวันอาทิตย์แล้วแต่เผลอแป๊ปเดียวเอง ดูท่าวันนี้เจแปนก็ยังคงไม่ลืมนัดกับพ่อแม่แน่นอนและเขาก็จะพยายามเจอหน้าพ่อแม่ให้นานที่สุดแน่นอน เพราะถ้าพลาดโอกาศครั้งนี้อีกหลายเดือนก็จะได้เจอท่านทั้งสองอีกครั้ง ซึ่งเจแปนไม่อยากจะรอนานขนาดนั้นแน่นอนอยู่แล้ว

"ไอ้ปัน"

"ว่าไงจ๊ะน้องเจ?"

"น้อง พ่อ มึง สิ!"

"โห มาโหดอีกละ ฮ่าๆๆ กูไม่เล่นละมึงว่ามาดิ"

"เลี้ยงข้าวกูด้วย"

"ฮะ!?"

"กูเก็บตังค์ไว้กินหนม มึงอ่ะเลี้ยงข้าวกูด้วย"

เจแปนพูดหน้าตายเหมือนไม่ได้รู้สึกร้อนรนอะไร เพียงแต่มันคือเรื่องปกติที่เขามักจะให้ไอ้คู่หูเลี้ยงข้าวเป็นประจำ จนคู่หูก็แอบเอือมระอาอยู่เหมือนกันเพราะเพื่อนของเขาก็มักจะชอบกินขนม มิน่าละ ถึงยังไม่สูงเท่าเขาสักทีเพราะกอนแต่ของไม่มีประโยชน์ แทนที่จะซื้อนมกินดีกว่า

"ได้ยินป้ะเนี้ยไอ้ปัน!?"

"ทำไมกูต้องเลี้ยงตลอดเลยว้าาาา"

"เอ้า! เพื่อนป้ะไอ้ปัน มึงนิ"

"สัส กูเลี้ยงตลอดเลยอ่ะ มึงแม่งเก็บตังค์ไว้แดกหนมจนจะรวยละ แต่กูนี่เริ่มจนลงทุกที!"

เจแปนมองหน้าเพื่อนตัวสูงที่ยืนบ่นยาวจนมาถึงร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ใกล้แถวๆโรงเรียนเขานั่นเอง สุดท้ายทุกอย่างที่คู่หูบ่นมาตลอดทางก็ดูเหมือนจะไม่กระทบอะไรต่อเพื่อนหน้าหวานเลยสักนิด

"หึ! บ่นไปก็เท่านั้นมึงก็เลี้ยงๆกูไปเหอะน่า โอ๊ะ! ป้าครับกระเพราไก่ไข่ดาวสองครับป้า"

"ได้จ่ะ นั่งรอเลยลูก รอป้าแป๊ปนึงนะ"

"ครับป้า มาเร็วไอ้ปัน"

"โอ๊ยยยย ไอ้เจมึงใจเย็น ลากกูช้าๆหน่อยสิวะ!"

เจแปนรีบลากคู่หูของเขามานั่งที่โต๊ะว่างภายในร้านอาหารตามสั่งที่เขามักมานั่งกินข้าวที่นี่บ่อยๆกับคู่หูของเขาเป็นประจำ

รอไม่นานอาหารตามสั่งที่สั่งไปก็ถูกยกมาเสริฟตรงหน้า ทำให้ท้องทั้งสองที่ร้องโครกครากมานานไม่รอช้ารีบจับช้อนและจ้วงข้าวกระเพราตรงหน้าเข้าปากทันที

"อือ! ไอ้ปันมึงไปกับกูป้ะ?"

"หือ? ไปไหนของมึงวะ มึงมีนัดกับพ่อแม่มึงนะ จะพากูไปไหน?"

"ก็ไปหาพ่อกับแม่กูนี่ไงวะ มึงอย่าโง่ดิ!"

"บ้าหรอ! จะพากูไปไหว้พ่อกับแม่มึงอ่ะนะ บ้า! กูยังไม่พร้อมเป็นผัวใครนะเว้ยยย"

"ผัวแม่มึงสิไอ้สัส!"

ดูท่าว่าเพื่อนตัวสูงของเขามักจะชอบใจใหญ่ที่ได้แกล้งเพื่อนหน้าหวานของเขาให้โมโหขึ้นมาซะแล้ว เจแปนเองก็ถลึงตาใส่คู่หูของเขาทันทีที่เอาแต่หัวเราะเยาะเขาอยู่ได้จนข้าวกระเด็นออกมาจากปากหลายต่อหลายเม็ด

"โอเคๆ กูไม่แกล้งละ"

"เออ ตกลงจะไปมั้ย"

"ไม่ดีกว่าว่ะ มึงควรอยู่กับพ่อแม่มึงดีกว่านานๆทีกว่าจะได้เจอ"

"อืม แล้วแต่มึงอ่ะ ไว้คราวหน้ามึงต้องไปนะไอ้ปัน"

"เออๆ แดกข้าวไปเถอะมึง"

เจแปนพูดจบก็ได้แต่อมยิ้มก่อนจะรีบตักข้าวกินต่อ ในสายตาของคู่หูอย่างปันก็มองว่าคู่หูมือตบของเขานั้นช่างน่ารักเสียจริง หน้าตาจิ้มลิ้มผิวนี่ก็ขาวอย่างกับนํ้านม คู่หูของเขานั้นมันจะรู้บ้างรึเปล่าว่าตัวเองนั้นน่าจับทำเมียแค่ไหน

"ป้าครับเก็บตังค์ด้วยครับ"

"จ่ะๆ สองจานนะลูก เจ็ดสิบบาทจ่ะ"

"นี่ครับป้า"

"ขอบใจจ่ะ"

หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จแล้วเจแปนก็รีบเดินออกมายืดเส้นยืดสายอยู่หน้าร้าน ก่อนจะหันไปก็พบว่าไอ้คู่หูตัวสูงของเขากำลังเดินออกมาพอดี

"ไอ้ปัน"

"ไรอีกล่ะ พอแล้วนะกูไม่มีตังค์แล้วนะเว้ย ช่วงนี้เงินไม่ค่อยลื่นเท่าไหร่"

"กูไม่ได้จะให้มึงซื้ออะไรสักหน่อย จะชวนไปแดกไอติม มาเร็วๆ"

"จริงอ่ะ เอาดิๆ"

จากนั้นทั้งคู่ก็รีบตรงดิ่งไปหาซื้อไอศกรีมแล้วไปหาที่นั่งกินแถวสวนสาธารณะใกล้ๆ 

"ไอ้เชี่ยเจ มึงแดกดีๆดิวะ ดูดิ๊เลอะปากมอมแมมชิบหาย"

"ไอ้เชี่ยนี่! ก็ค่อยเช็ดดิวะ กูแดกอยู่"

'แม่ง เจ้ากี้เจ้าการชิบหาย เพื่อนหรือพ่อกูวะเนี้ย'

เจแปนได้แต่คิดในใจแล้วรีบเบือนหน้าหนีทันทีเมื่อคู่หูของเขาพยายามจะเช็ดมุมปากที่เลอะไอศกรีมออกให้ แต่หน้าหวานก็ยังดื้อดึงแล้วก็เถียงกลับไป

"ไม่เอา กูจะกิน!"

"ไอ้สัส ดื้อชิบหาย เช็ดออกก่อน"

"ไม่!"

"ไอ้เชี้ยดื้อ แล้วแต่มึง"

"เอออออออ"

สุดท้ายคู่หูอย่างปันก็ยอมปล่อยให้อีกคนกินจนปากมอมแมมจนหนำใจก่อนจะให้ทิชชู่ไปไว้เช็ดปาก สิ่งที่ต้องรู้ถึงนิสัยของเจแปนข้อนี้ก็ควรรู้ไว้คือ'กินห้ามขัด!'

"อื้อ! ขอบใจนะมึง"

"เออ เช็ดปากเถอะไอ้สัส โคตรมอมแมม"

เจแปนพยักหน้ารับก่อนจะรีบใช้ทิชชู่เช็ดปากที่มีคราบไอศกรีมเลอะอยู่จนเสร็จเรียบร้อย ก่อนที่ทั้งคู่จะปล่อยเวลาให้มันเดินไปเองเรื่อยๆ จนกระทั่งหน้าหวานเป็นคนทำลายความเงียบซะเอง

"เงียบจังวะ ไอ้ปันชวนกูคุยดิ๊"

"โธ่! ไอ้เวรมึงอยู่เงียบๆบ้างเหอะ สัส! ทุกวันนี้ก็คุยจนปากจะฉีกแล้ว"

"เอ้า! ก็กูเหงาอ่ะ!"

"มึงเหงา แต่กูไม่มีเรื่องจะคุย"

เจแปนเบะปากกลอกตามองบนทันทีเมื่อไม่มีบทสนทนาอะไรที่จะได้ชวนคุย หน้าหวานไม่ชอบความเงียบต่างหาก ไม่ชอบการที่จะอยู่นิ่งๆ มันน่าเบื่อจะตาย

"เออ มึงว่าพ่อเขาจะมีเรื่องอะไรคุยกับกูวะ?"

"หาผัวให้มึงไง"

"ไอ้ปัน! ต้องโดนตีนกูจริงๆใช่มั้ยมึง?"

"หยอกๆ"

'แม่ง...หยอกตลอดไอ้เพื่อนแล้วแม่ง เอะอะก็จะให้กูมีผัว แม่งบ้าป้ะวะ'

"เอาดีๆดิวะ"

"กูก็ไม่รู้ว่ะ เขาคงคิดถึงแล้วก็มีเรื่องคุยกะมึงเยอะแยะอ่ะ"

"หรอวะ?"

หน้าหวานขมวดคิ้วเป็นปมพร้อมกับใช้นิ้วชี้เกาแก้มกลมยุ้ยของตัวเองเบาๆ เพราะเวลาที่มักจะต้องใช้ความคิดหรือแก้เก้อหน้าหวานก็มักชอบทำแบบนี้

"ก็ดีแล้วมั้ยวะ?"

"แปลกๆนะกูว่า พ่อกูเขานานๆทีจะมีเรื่องคุยอ่ะ ปกติมาเยี่ยมกูกินข้าวเย็นด้วยกันนอนคืนเดียวและก็ไปต่างประเทศต่อเลยอ่ะ"

"เออน่า มันจะแปลกไม่แปลกก็ช่างมันดิ มึงควรอยู่กับพ่อแม่ให้นานๆเว้ย จะได้ไม่ร้องตามเขาเหมือนแต่ก่อน"

"ไอ้ ปัน"

หน้าหวานกัดฟันพูดอย่างเหลืออด พูดแบบนี้มันกำลังจะล้อกันชัดๆ เจแปนคิดแล้วในใจแต่ก่อนไม่น่านั่งร้องไห้แล้วบอกไอ้คู่หูเขาเลยว่าอยากเจอหน้าพ่อกับแม่บอกว่าคิดถึงอย่างนู้น! อยากเจออย่างนี้! 

ไม่น่าเลยไอ้เจแปน!...

"แหม่ มึงก็ไม่ร้องไห้คิดถึงแล้วนิ จะกัดฟันเรียกชื่อกูทำไม?"

"สัส! มันสะเทือนใจกู เลิกพูดเลยนะมึง"

"คร้าบๆ รับทราบแล้วคร้าบ"

"เออมึงกูกลับแล้วนะ ป่านี้พ่อกับแม่กูคงมาถึงบ้านแล้ว"

"เออๆ ไว้เจอกันนะมึง"

"ไว้เจอกัน"

.

.

.

.

.


หลังจากเจแปนรีบกล่าวรํ่าลาคู่หูของเขาก่อนจะรีบมุ่งตรงกลับบ้านทันที ไม่ช้าไม่นานก็มาถึงที่หมาย

บ้านสองชั้นขนาดพอดีที่เขาเริ่มอยู่คนเดียวมาตั้งแต่อายุสิบห้าเพราะหน้าที่การงานของพ่อและแม่ต่างต้องไปต่างประเทศยาวหลายเดือน กว่าจะได้เจอกันก็นานๆทีครั้ง แม้กระทั่งถึงตอนนี้เจแปนก็เคยชินกับการอยู่คนเดียวไปแล้วด้วยสิ

"อ่าว เจแปนลูก หนูไปไหนมา?"

"อ่าวแม่ สวัสดีครับ คือพอดีเจไปกินข้าวกับเพื่อนมาครับ แล้วแม่กลับมานานแล้วหรอ?"

"สักพักเองลูก เข้าบ้านกันเถอะพ่อเขารออยู่ข้างในน่ะจ่ะ"

"ครับแม่"

หญิงสาววัยกลางคนที่ยังคงสาวและสะสวยอยู่ก็ส่งยิ้มต้อนรับบุตรชายของตนอย่างคิดถึงพลางจับมือของลูกชายแสนน่ารักคนนี้แล้วเข้าบ้านไปหาหาผู้เป็นบิดาพร้อมกัน

"คุณคะ ลูกมาแล้วค่ะ"

"สวัสดีครับพ่อ เจคิดถึงจังเลย"

เมื่อเปิดตูบ้านเข้าไปได้ร่างบางก็รีบโผเข้าไปกอดผู้เป็พ่อทันที

"โอ้! ฮ่าๆๆ ลูกคนนี้ทำไมมันขี้อ้อนจังฮึ! ไม่น่าเชื่อว่าแกจะอยู่คนเดียวได้เนี่ย"

"โห่พ่อ ดูถูกเจแปนคนเก่งแบบนี้ได้ไงอ่ะ เจเก่งจะตายย"

"หืม แต่ว่าตอนแรก ใครกันนะที่โทรมาร้องไห้ บอกให้พ่อกับแม่รีบกลับมาไวๆ?"

เมื่อผู้เป็นมารดาพูดแบบนี้ คนเป็นลูกก็ยู่ปากใส่ทันทีก่อนจะกอดผู้เป็นพ่อแน่นด้วยความคิดถึง ก่อนจะร้องอู้อี้อยู่ที่อกพ่อของตน

"เจเปล่าร้องนะแม่ ไม่ได้ร้องสักหน่อย"

"หึๆ ลูกคนนี้นี่มันยังไงกัน แล้วอย่ามาร้องตามอีกนะไอ้ดื้อของพ่อ"

"งื้อออ พ่ออย่าพึ่งรีบกลับน้า เจคิดถึงพ่อกับแม่อ่า"

เห็นทีว่าคราวนี้ความคิดถึงของหน้าหวานก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมาหลายเท่า เขาก็แค่อยากจะอยู่ด้วยกันเหมือนครอบครัวอื่นๆที่อยู่กันพร้อมหน้าก็เท่านั้น แต่มันติดตรงงานการของพวกท่านนี่สิ

วันนี้ทั้งวันตั้งแต่บ่ายเรื่อยมาเจแปนก็รีบใช้เวลานี้อยู่กับพ่อแม่ให้นานที่สุดพยายามชวนท่านทั้งสองคุยเรื่องทั่วๆไปรวมถึงการเป็นอยู่ ซึ่งเจแปนอยู่คนเดียวได้แบบนี้ถือว่ามันก็เป็นเรื่องชิลๆของเขาเสียไปแล้ว

18:14น.


"ทั้งสองคนพ่อลูกมากินข้าวเย็นกันได้แล้วนะ มัวแต่คุยกันอยู่นั่นแหละ"

"คร้าบแม่ ไปครับพ่อเจหิวข้าวแล้ว"

"เอาๆ รีบๆไปสิ"

มื้อเย็นวันนี้คงไม่พ้นฝีมือผู้เป็นมารดาเป็นแน่ ทันทีที่เจแปนเดินมาพร้อมกับพ่อทั้งสองก็ต้องตาวาวเมื่อเห็นอาหารกับข้าวจานโปรดที่ถูกใจกันทั้งนั้น ไม่รอช้าสองพ่อลูกก็นั่งลงที่เก้าอี้และลงมือทานข้าวมื้อเย็นทันที

ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่อมยิ้มแล้วมองสองพ่อลูกที่เหมือนกันไม่มีผิด เพียงแต่ลูกชายของเธอนั้นช่างน่ารักราวกับเด็กผู้หญิง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นทำให้เธออดยิ้มไม่ได้ ว่าทำไมลูกชายของเธอนั้นช่างน่าหยิกน่ากอดขนาดนี้

"อื้อออออ แม่คร้าบเจแปนเจ็บ"

"ค่อยๆกินสิเจแปน หนูกินมูมมามเกินไปแล้วนะลูก"

"ก็มันอร่อยนี่ครับแม่ เจก็อยาก.."

"เดี๋ยวเถอะ! แม่บอกว่าอะไรครับ?"

ผู้เป็นแม่กดเสียงเข้มเอ็ดลูกชายสุดน่าหยิกของเธอที่เวลากินข้าวแล้วมักจะอมข้าวไว้ที่กระพุ้งแก้มย้วยๆนั่นแล้วก็พูดขึ้นแทนที่จะกินข้าวให้หมดซะก่อน มันช่างน่าตีนักสอนแล้วไม่เคยจำเลยสักที

"อึก! ห้ามอมข้าวเวลากินข้าวคร้าบบ แต่เจพูดจริงๆนะแม่ มันอร่อยนิ"

"จ้าๆ ขี้อ้อนจริงๆนะเรา"

"เจแปน ช่วงนี้วอลเลย์เป็นไงบ้างลูก?"

"ก็ดีครับพ่อ เจก็พยายามฝึกซ้อมบ่อยๆครับ เจจะได้เอาแชมป์มาให้พ่อกับแม่ครับ"

"ตั้งใจไว้นะเจ แต่ก็อย่าหักโหมมากนักนะ เป็นอะไรขึ้นมามันจะแย่เอา"

"ครับพ่อ ไม่ต้องเป็นห่วง เจเก่งอยู่แล้ว"

"จ่ะๆ ทั้งพ่อทั้งลูกก็กินข้าวต่อกันได้แล้ว"

"คร้าบบบผม!"

ช่วงเวลาอันมีค่าก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งทั้งสามทานข้าวมื้อเย็นกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็ยังคงไม่แยกย้ายปันไปไหนในเมื่อผู้เป็นบิดายังต้องมีเรื่องคุยกับลูกชายของเขาอีกเรื่องนึง

"พ่อมีอะไรรึเปล่าครับ เห็นแม่บอกเจไว้แล้วว่าพ่อมีเรื่องจะคุยด้วย"

"คือพ่อตกลงกับแม่เขาไว้แล้วน่ะเจ ว่าบ้านหลังนี้มันอาจจะอยู่ไกลโรงเรียนลูก พ่อเลยอยากให้เจย้ายน่ะ"

"ย้าย? เอ่อ...แต่มันก็ไกลจริงๆแหละครับ แต่เจเล่นดันไปสอบติดที่ไกลๆเองซะด้วยสิ เจว่าไม่เป็นไรหรอก"

ผู้เป็นลูกชายยิ้มแป้น เมื่อในความเป็นจริงแล้วถึงบ้านหลังนี้มันจะไกลจากโรงเรียนก็จริง แต่เขาก็เป็นคนมีระเบียบพอ การตื่นเช้าเลยไม่ได้แย่อะไรมากมาย

"ย้ายเถอะ พ่อว่าเจไปอยู่ที่อื่นก็น่าจะดีกว่า บ้านหลังนี้ก็เอาไว้ตอนเรากลับมาพร้อมหน้าพร้อมตาไว้เจอกัน"

"จะดีหรอครับพ่อ เจว่ามันเปลืองตังค์อ่ะ"

"ไม่หรอก พ่อหาที่ไว้แล้วน่ะ ลูกต้องชอบแน่นอน"

"จะให้เจไปอยู่ที่ไหนหรอครับพ่อ"

"ไม่ต้องกังวลนะเจ ถ้าลูกไปอยู่ลูกก็มีคนช่วยดูแลอยู่เป็นเพื่อนแทนพ่อกับแม่ด้วยล่ะ"

"ฮะ!?"

"ก็นั่นแหละ อย่างที่แม่เขาว่า"

เจแปนเริ่มงงอีกครั้งพร้อมกับความข้องใจมากมาย อะไรกันก็อยู่แบบนี้ก็โอเครแล้วด้วยซํ้าไป แล้วจะให้ย้ายอันนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่จะมีคนมาดูแลแทนพ่อกับแม่ไม่อยู่ ให้ตายเถอะ! 

"ไม่เอาอ่ะ! เจไม่อยากอยู่กับคนอื่น!"

"พี่เขาไว้ใจได้ แล้วเขาก็เต็มใจดูแลลูกด้วยนะ"

"งึ! พ่อกับแม่ทิ้งเจอ่า!!!"

"เดี๋ยวๆ พ่อกับแม่ทิ้งซะที่ไหนเล่า ที่จะให้ไปก็เพราะเป็นห่วงแกนั่นแหละ ดูสิอยู่คนเดียวแบบนี้อันตราย ยิ่งน่ารักๆอยู่"

"พ่อ! แล้วคนที่จะให้เจไปอยู่ด้วย ใครอ่ะ เจรู้จักมั้ยเนี้ย ไว้ใจได้แน่หรอ!?"

"หึๆ"

เจแปนเบะปากทันทีเหมือนกับตอนนี้เขากำลังถูกบังคับ ไม่สิ กำลังถูกโบ้ยไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ที่พ่อแม่บอกว่าเชื่อใจได้ ตอนนี้ตัวเขาเองกำลังตกอยู่ในสภาวะเครียดอย่างหนัก จนต้องหยิบแก้วนํ้ามายกดื่มเพื่อให้สมองเย็นลง

"ไว้ใจได้สิ คนที่พ่อฝากแกไว้น่ะเขาเป็นลูกชายเพื่อพ่อเอง"

"ใช่จ่ะ พี่เขาใจดีมากๆเลยนะลูก"

"หือ?"

"ตกลงตามนี้ อีกสองวันเก็บของได้เลยนะเจ"

พรวดดดดดดดดดดดด!!

"ฮะ!!! จะรีบไปไหนเนี้ยพ่อ!?"








ติดตามตอนต่อไป

มาแล้วนะตอนที่สอง อย่าลืมเม้นให้กำลังใจไรท์ด้วยน้าาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}