นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

15. วิมานหลังใหม่

ชื่อตอน : 15. วิมานหลังใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 236

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2561 20:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
15. วิมานหลังใหม่
แบบอักษร

​“ผมไม่เคยทำอะไรผิด” ราเมศรสวนกลับเร็ว คนอย่างเขาไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าเคยทำผิด เพราะสิ่งที่เคยทำไว้เขาได้ชดใช้ไปอย่างสมน้ำสมเนื้อแล้ว ฉะนั้นจึงไม่ถือว่ามีความผิดติดตัว และสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับความสำนึกผิดแน่ๆ 

“ถ้าคุณคิดว่าผมทำแบบนี้เพราะรู้สึกผิดเรื่องที่เคยข่มขืนคุณ ขอบอกว่าไม่ใช่ เรื่องนั้นจบไปแล้วตั้งแต่ตอนที่คุณรับเงินห้าแสนจากผม แต่ตอนนี้ผมทำเพราะความสบายใจส่วนตัว”

จลิตาสะอึก แต่ทิฐิมานะชั่ววูบทำให้โต้กลับไป 

“แล้วถ้าไม่ได้ทำแบบนี้ คุณจะไม่สบายใจเรื่องอะไรล่ะคะ”

นั่นสิ...ราเมศรขมวดคิ้ว คำถามของเธอตรงประเด็นมาก แต่เป็นประเด็นที่เขาไม่เคยมองและไม่อยากมองด้วย ก็ในเมื่อเขาบอกว่าทำเพราะความสบายใจ นั่นก็เท่ากับว่าถ้าไม่ได้ทำแบบนี้เขาจะไม่สบายใจ... แล้วเขาไม่สบายใจเรื่องอะไร

“เรื่องที่คุณยังไม่มีใครล่ะมั้ง ผมเกรงว่าสิ่งที่ผมทำวันนั้นจะทำให้คุณกลัวผู้ชายขึ้นสมอง” น้ำเสียงขบขันปนประชดกลายๆ ของเขาได้รับรอยยิ้มเยือกเย็นของจลิตาตอบกลับมา

“หมายความว่าถ้าจูนมีคนรักและไม่ได้กลัวผู้ชายขึ้นสมอง คุณก็จะให้จูนไป” จลิตาสวนตามเนื้อผ้าด้วยน้ำเสียงเย็นๆ   

“ก็คงใช่” ราเมศรก็ตอบตามเนื้อผ้าด้วยน้ำเสียงเหยียดๆ

จลิตาขบฟัน นี่เธอต้องหาแฟนสักคนและยอมให้ผู้ชายคนนั้นแตะเนื้อต้องตัวให้เขาเห็นหรือไง เขาถึงจะยอมปล่อยเธอไป บ้าจังเลย...เขากลัวว่าเธอจะฝังใจกับการถูกข่มขืน ทั้งที่เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่านั่นคือการข่มขืน เอาเถอะ จะเรียกว่าการขืนใจก็ได้แต่ก็แค่...นิดหน่อย

ตอนนั้นจลิตาสู้แรงราเมศรไม่ได้ก็จริง แต่เขาก็ไม่ได้ทำร้ายร่างกายให้เธอเจ็บจนหมดแรงสู้เหมือนอย่างที่ลุงเขยเคยชกหน้าท้องจนเธอขยับตัวแทบไม่ไหว แม้จะถูกมัดมือแต่เธอยังมีสติตลอดเวลาที่อยู่ใต้ร่างเขา คิดว่าถ้าเป็นคนอื่นทำแบบนั้นกับเธอก็คงสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง...

แต่ทำไมเธอถึงไม่พยายามต่อสู้เขาให้มากกว่านั้น ความรู้สึกส่วนลึกมันเหมือนจะยินยอม อ่อนให้ อยากเรียนรู้ อยากลิ้มลองทุกสัมผัส ความรุนแรง หนักหน่วงและรัญจวนใจ ทุกสิ่งทุกอย่างจากผู้ชายคนนี้ยังจดจำได้ไม่ลืม เขาไม่ได้ทำให้เธอเกลียดสัมผัสแบบนั้น แต่แค่ไม่อยากให้ใครอื่นมาสัมผัสเธอแบบนั้นอีก เท่านั้นเอง... ถ้าจะเรียกว่าฝังใจ เธอก็ฝังใจกับผู้ชายคนนี้ต่างหาก

“นี่กุญแจห้อง คุณกล้าอยู่คนเดียวหรือเปล่า บนชั้นนี่มีห้องนี้ห้องเดียว” ราเมศรยื่นพวงกุญแจที่มีลูกกุญแจสี่ดอกมาให้

“ค่ะ” จลิตาคิดว่ามันคงเป็นกุญแจประตูใหญ่และประตูเล็กทั้งสามบานด้านในจึงรับมาพร้อมคำรับคำเพียงคำเดียว

“มีห้องนอนสามห้อง คุณชอบห้องไหนก็อยู่ห้องนั้น ผมไม่ค่อยได้มาพักที่นี่บ่อยนัก อีกสักพักคงมีคนขึ้นมาทำความสะอาดและเอาของสดมาใส่ตู้เย็นให้ ขาดเหลืออะไรก็บอกแม่บ้านได้ คุณทำอาหารทานเองได้ไหม”

“ได้ค่ะ” คนฟังกระตุกมุมปากให้คำรับคำที่ยาวขึ้นมาอีกนิด

“ถ้าจะออกไปข้างนอกก็เรียกรถจากพนักงานข้างล่างนะ ผมจะสั่งไว้ให้ วันนี้พักให้สบายก่อน พรุ่งนี้ผมจะพาไปรู้จัก คุณรนิดา น้องสาวผม มีอะไรก็โทรหาผมได้ตลอด” ราเมศรคว้ากระเป๋าหยิบนามบัตรมายื่นให้

“ขอบคุณค่ะ” คนฟังกระตุกมุมปาก...ยาวขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว

“ส่วนของพวกนั้นวางไว้ก่อนก็แล้วกัน จะจัดการยังไงค่อยว่ากันอีกที”

จลิตาไม่พูดแต่หันไปถอนใจใส่ของพวกนั้นที่วางอยู่มุมห้อง ก็ทั้งโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้าและของใช้ไฟฟ้าอื่นๆ พวกนั้นมันไม่เข้ากับสถานที่นี่เลยสักนิด และของพวกนั้นที่เข้ากับสถานที่ก็มีอยู่เต็มห้องแล้ว

“ผมไปนะ” ราเมศรแกล้งหยอกด้วยการยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แต่คนถูกหยอกผงะถอยออกห่าง ก่อนจะรับคำสั้นๆ

“ค่ะ”

คนฟังหัวเราะหึครั้งเดียวแล้วก็หันหลังจากไป จลิตาเป่าปากอย่าง โล่งอก ก้มมองกระดาษสีน้ำตาลอ่อนในมือ โลโก้และตัวอักษรสายการบินอมิร่าแอร์ สำนักงานประเทศไทยพร้อมสถานที่และเบอร์ติดต่อของสำนักงาน ชื่อราเมศร  ธีปกรณารัม ระบุตำแหน่งประธานบริหาร ซึ่งทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ตัวอักษรสกรีนสีน้ำตาลเข้ม ที่เพิ่มมาใหม่คือหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำ

จลิตาถอนใจเบาๆ แล้วเริ่มเดินสำรวจห้องที่กว้างอย่างเหลือเชื่อเพราะมันคือพื้นที่เกือบทั้งชั้น ภายในห้องแยกเขต ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องออกกำลังกาย ห้องทำงาน ห้องหนังสือ และห้องทานอาหาร ทุกห้องถูกแบ่งแยกด้วยพื้นพรม เสาหินอ่อนทรงกลม ฉากกั้นมีสไตล์เฉพาะตัวเช่น เดียวกับเฟอร์นิเจอร์ ภาพโดยรวมของห้องจึงสว่างโล่งสบายตา มีเพียงห้องครัว ห้องนอน ห้องเก็บของและห้องน้ำเท่านั้นที่กั้นผนังห้องไว้เป็นสัดส่วน

หลังสำรวจห้องนอนทั้งสามแล้วเธอตัดสินใจเลือกห้องเล็กหนึ่งในสอง มั่นใจว่าห้องใหญ่นั่นน่าจะเป็นห้องของเจ้าบ้านเพราะมีเสื้อผ้าบางส่วนของเขาอยู่ในตู้ ขนาดห้องนอนเล็กก็ยังใหญ่กว่าหอพักที่เธอเคยอยู่เกือบเท่าตัว จลิตาจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ไม่นานเสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้น มองผ่านตาแมวเห็นหญิงวัยทำงานสองคนในชุดพนักงานทำความสะอาด ทั้งสองแนะนำตัวและขออนุญาตทำความสะอาดห้องทั้งหมด จลิตาจึงขอให้ทำความสะอาดห้องนอนของเธอก่อนเพื่อเธอจะได้ใช้ห้อง

“ธรรมดาก็เข้ามาทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งค่ะ แต่ต่อไปจะให้มาทำวันเว้นวันหรือว่าทุกวันดีคะ” พนักงานคนหนึ่งถามระหว่างทำความสะอาดห้องของเธอ

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวจูนทำเองได้”

“จะดีหรือคะ มันเป็นหน้าที่ของพวกเรา”

“เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นก็สัปดาห์ละครั้งเหมือนเดิมก็ได้ค่ะ” จลิตาไม่กล้าเรียกร้องหรือเปลี่ยนแปลงอะไรจากที่เคยเป็นอยู่ เพราะเธอยังไม่รู้เลยว่าต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน

โทรทัศน์ขนาดยี่สิบเอ็ดนิ้วของตัวเองถูกยกเข้าห้องนอน จลิตาต้องการสร้างโลกส่วนตัวในที่แคบ คนโดดเดี่ยวอย่างเธอไม่ชินกับสถานที่กว้างๆ แบบนี้ จวนค่ำกว่าพนักงานทำความสะอาดจะเสร็จงานและลากลับไป แต่ยังถามไถ่เรื่องอาหารเย็นของเธอ โดยบอกว่ามีฝ่ายห้องครัวบริการทำอาหารขึ้นมาส่งถ้าเธอต้องการ จลิตาบอกว่าเธอจัดการเองได้เพราะทั้งสองก็ได้ขนของสดมากมายมาใส่ตู้เย็นไว้แล้ว

“ต้องการอะไรเพิ่มเติมกดดอกจันศูนย์ศูนย์สามนะคะ เป็นเบอร์แผนกแม่บ้านค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ เอ่อ ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” จลิตาอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม

“ได้ค่ะ คุณอยากทราบอะไรคะ”

“ตึกนี้เป็นที่พักของพนักงานหรือคะ”

“ไม่เชิงค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นระดับผู้บริหารหรือหัวหน้างาน พนักงานทั่วไปพักอีกตึกด้านหลังค่ะ ส่วนชั้นบนสุดทั้งชั้นเป็นของคุณราเมศร”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น