นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

13. ยิ่งหนียิ่งเจอ

ชื่อตอน : 13. ยิ่งหนียิ่งเจอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 330

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2561 16:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
13. ยิ่งหนียิ่งเจอ
แบบอักษร

​“ก็แค่เงินสดในธนาคาร สิบล้าน” จุฬาจักรเหยียดเสียงไม่อยากบอกว่ามันเป็นจำนวนเงินสดที่มากกว่าที่เขามีอยู่ในธนาคารส่วนตัวตั้งหลายเท่า

กฤษรีตาโตแต่แอบเก็บความรู้สึกไว้มิดชิด “เกรซจะลองตามเด็กคนนั้นมาพบคุณก็แล้วกัน”

“ฝากด้วยนะ”

กฤษรีเหยียดยิ้มรับคำแล้วกลับไปนั่งโต๊ะหน้าห้อง... เงินสดตั้งสิบล้าน ยัยเด็กบ้านั่นมีสิทธิ์อะไรมาชุบมือเบิบ แล้วยังเงินอีกห้าหมื่นที่มันทิ้งไว้ให้แม่ของเธอพร้อมจดหมายลานั่นอีก จลิตาเอาเงินนั่นมาจากไหน กฤษรีเข่นเขี้ยวเมื่อนึกถึงที่มาของเงินได้วิธีเดียว

คืนนั้น หลังกลับจากเซฟเฮ้าส์ของราเมศรเธอนั่งรอจลิตาจนเกือบสว่าง เด็กนั่นกลับมาในสภาพดูไม่ได้ นอนซมไข้อยู่เป็นวันก่อนจะหนีออกจากบ้านไป มันจะเอาเงินมากขนาดนั้นมาจากไหนถ้าไม่ใช่จากราเมศร แล้วทำไมเขาต้องให้เงินมัน วิธีเดียวที่ผู้หญิงจะเรียกเงินจากผู้ชายอย่างราเมศรได้ก็คือเอาตัวเข้าแลก...

เจ็บใจนัก ยิ่งรู้ว่าตอนนี้จลิตามีสิทธิ์รับเงินสิบล้านทั้งที่เป็นแค่ลูกเมียน้อยและแอร์ฯกระจอกของสายการบินที่เกือบล่มเท่านั้น

จริงสินะ...จลิตาเป็นแอร์ที่นี่ แล้วถ้าได้เจอกับราเมศรอีกครั้ง อะไรจะเกิดขึ้น... ไม่มีวัน เธอจะไม่ยอมให้เด็กนั่นได้ดีกว่าเธอ... กฤษรียกโทรศัพท์หาฝ่ายบุคคลเพื่อขอเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของแอร์ฯที่ชื่อจลิตา ณุเวช นึกชมความงี่เงาเต่าตุ่นของจุฬาจักรอยู่ในใจ อุตส่าห์ได้ชื่อได้นามสกุลมาแล้ว จะตรวจสอบต่ออีกสักนิดก็ไม่ได้ว่ายัยเด็กนั่นทำงานอยู่ที่ไหน... ผู้ชายหน้าโง่

จลิตากลับห้องพัก หลังฟังเรื่องเล่าจากกฤษรีด้วยความสับสน กฤษรีโทรศัพท์มานัดพบเธอไปหาที่คอฟฟี่ช็อปแห่งหนึ่ง ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่คุยกันเธอได้รับรู้เรื่องราวมากมาย เริ่มจากเรื่องที่ตัวเองเป็นน้องสาวต่างมารดาของ คุณจุฬาจักร พิลาสร แต่เป็นลูกเมียน้อย เธอเชื่อเรื่องนี้เพราะเมื่อกลับมารื้อดูในสูติบัตรที่เก็บจนลืมไปแล้วก็พบว่าชื่อสกุลเดิมของตัวเองคือพิลาสร และมีบิดาชื่อ จุลจักร พิลาสร แต่ที่ไม่เคยสืบหาเขาเพราะแม่บอกว่าพ่อตายไปแล้ว ส่วนเรื่องเปลี่ยนนามสกุลนั่นก็แทบจำไม่ได้ ชื่อสกุลของท่านประธานบอร์ดนูรีแอร์จึงไม่เคยอยู่ในความสนใจของเธอ

ตอนนี้ได้รู้ว่าบิดาผู้ให้กำเนิดเพิ่งตายจากไปจริงๆ ไม่นาน แต่ท่านยังทิ้งสมบัติมหาศาลไว้ให้เธอ และนั่นก็นำมาซึ่งข่าวร้าย กฤษรีบอกว่าคุณพิมรัตน์ภรรยาหลวงของพ่อโกรธมาก และกำลังจ้างมือปืนมาเก็บเธอเพื่อจะยึดสมบัติส่วนนั้นไว้เสียเอง กฤษรีเสนอให้เธอลาออกจากนูรีแอร์แล้วหนีไปให้ไกลที่สุด

‘ถ้าไม่อยากตายก็ไปซะให้พ้นๆ เปลี่ยนชื่อนามสกุลซะเลยยิ่งดี หรือจะไปเสนอตัวขอรับสมบัติในฐานะลูกเมียน้อยก็ได้นะ แต่คิดหรือว่าจะได้อะไรกลับมานอกจากกระสุนปืน’ กฤษรีทิ้งคำนั้นไว้ให้สะเทือนขวัญ...

จะทำยังไงดี เชื่อว่าอีกไม่นานสามแม่ลูกนั่นต้องตามตัวเธอพบ เพราะชื่อของเธอก็ปรากฎอยู่ในฝ่ายบุคคลของบริษัท นักสืบยังสืบมาจนรู้ว่าเธอเปลี่ยนชื่อสกุลได้ เรื่องแค่นี้ทำไมจะสืบต่อไม่ได้

พ่อที่ไม่เคยยอมรับเธอกับแม่ จลิตาก็ไม่ต้องการสมบัติจากเขาเช่นกัน เธออยากรักษาชีวิตไว้ อย่างน้อยก็ไม่ควรตายด้วยสาเหตุนี้ จลิตาตัดสินใจเข้าไปยื่นใบลาออกทันทีและหาหอพักใหม่ ตั้งใจจะรีบย้ายไปอยู่แถวชานเมือง จะทำอย่างไรต่อไปก็ค่อยคิดอีกที

สมบัติที่ขยันสร้างเพิ่มมาทีละชิ้นสองชิ้น ทั้งโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้จิปาถะต่างๆ รวมไปถึงของกระจุกกระจิกประสาผู้หญิงตัวคนเดียวทำให้เธอต้องว่าจ้างรถบรรทุกหกล้อเพื่อขนย้ายข้าวของ จากัวร์สีสนิมแล่นมาจอดต่อท้ายรถบรรทุกในตอนที่จลิตากำลังกำกับให้คนยกของระวังกล่องบรรจุตุ๊กตาเซรามิกซึ่งเป็นของสะสมน้อยชิ้นที่เธอรัก จลิตาใจหายวาบเมื่อบุรุษร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้มอมแดงก้าวลงจากรถแล้วเดินมุ่งตรงมายืนข้างกายเธอ

“จะไปไหน” ราเมศรผิดสังเกตตั้งแต่ตรวจสอบทะเบียนฝ่ายบุคคลและได้รู้ว่าแอร์ฯที่ชื่อ จลิตา ณุเวช ยื่นใบลาออกเมื่อวาน เขารีบออกจากสำนักงานด้วยความร้อนใจว่าจะไม่พบเธอ และไม่อยากคิดว่าทำไมเธอต้องทำเหมือนกำลังจะหนีอะไรบางอย่าง... หนีเขาหรือ ความคิดนั้นทำให้ชายหนุ่มที่เคยแต่วิ่งหนีผู้หญิงรู้สึกหงุดหงิด ซึ่งเป็นความหงุดหงิดในรูปแบบที่เขาไม่เคยเป็น

“ย้ายหอพักค่ะ” จลิตาจำต้องตอบตามความจริง จะให้โกหกอะไรได้ในเมื่อเห็นหลักฐานอยู่ตำตา

“ทำไม” ราเมศรชะงักคำเรื่องการลาออกของเธอไว้ ไม่อยากให้   จลิตารู้ว่าเขาเกี่ยวข้องกับนูรีแอร์ อันที่จริงการที่เธอลาออกจากที่นั่นก็ดีไปอย่าง แต่คงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าจะออกไปจากชีวิตเขาด้วย

“เหตุผลส่วนตัวค่ะ” เรื่องนี้คงไม่จำเป็นต้องบอก เพราะตอนนี้เธอกับเขารู้จักกันในฐานะอะไรก็ไม่แน่ใจ จลิตาไม่กล้าคิดว่าที่เขามาหา แสดงออกเหมือนจะตอแยนั้นเป็นเพราะต้องการสิ่งใดจากเธอกันแน่

ราเมศรชักสีหน้า เหตุผลปิดกั้นของเธอทำให้เขาหงุดหงิดอีกแล้ว และยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้นเมื่อตอบตัวเองไม่ได้สักทีว่าทำไมเขาจะต้องสนใจผู้หญิงคนนี้ด้วย... แต่ก็นั่นแหล่ะ เขาสน

คนขับรถบรรจุเข้ามาถามความเรียบร้อย จลิตาบอกว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับการเดินทางจึงหันไปขอตัวจากราเมศร

“ฉันไปก่อนนะคะ” คราวนี้ไม่คิดจะยกมือไหว้ แต่ทันทีที่ทำท่าจะผละจาก ข้อมือของเธอก็ถูกมือใหญ่คว้าไว้

“คุณจะไปกับรถคันนี้งั้นเหรอ” ชายหนุ่มเอียงหน้าลงถามเสียงเบา ก่อนกวาดตามองคนขับรถหกล้อวัยราวห้าสิบกว่า ร่างกายสูงใหญ่พุงยื่นนิดๆ ผิวดำแดง ใบหน้าเป็นหลุมเป็นบ่อจากรอยสิว ส่วนลูกน้องวัยรุ่นใบหน้าละม้ายคล้ายกันแต่ผอมบางกว่า ซึ่งตอนนี้กระโดดขึ้นไปหาที่ว่างท้ายรถเรียบร้อยแล้ว

“ค่ะ” จลิตารับคำแล้วบิดข้อมือออก แต่ถูกคนขบฟันบีบไว้แน่น

ราเมศรส่งสายตาดุๆ ให้หญิงสาวก่อนจะหันไปทางคนขับรถ

“คุณโชเฟอร์ขับตามรถผมไปก็แล้วกัน” เขาบอกแล้วลากจลิตาไปยัดใส่รถหรูที่ปิดประทุนไว้อย่างดีเพราะเป็นเวลาบ่ายจัด

คุณโชเฟอร์ได้แต่อ้าปากตะลึงงัน ก่อนจะรีบลนลานไปขึ้นรถพร้อมตะโกนเรียกลูกชายให้ลงมานั่งข้างหน้าเพื่อจะได้ช่วยกันดูว่ารถหรูคันนั้นขับไปทางไหน

“อย่าซิ่งนักสิพ่อคู้ณ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น