OM.G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 2 พบเจอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 351

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2561 16:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 พบเจอ
แบบอักษร

​บทที่  2  พบเจอ

เสียงหัวเราะดังมาจากริมชายน้ำ  ทำให้เชนชายหนุ่มร่างสูง ต้องเดินตามเสียงนั้นมา  ก่อนจะยืนมองน้ำที่กระเพื่อมขึ้นลงแต่ปราศจากผู้คน  เขายืนรออยู่พักใหญ่จนกระทั่งมีเสียงฝีเท้าที่วิ่งมาตามริมน้ำเป็นเสียงของหญิงสาวสองคน   เซฟี่น่าหญิงสาวตัวสูงร่างโปร่งจนดูผอมราวกับถ้าลมพัดมานางคงลอยลิ่วราวกับว่าวเลยที่เดียว  นางตะโกนป้องปาก 

“ได้แล้ว  ได้แล้ว” 

โอมา คนตัวเล็กแต่รูปร่างเพียว หน้าตาสวยสง่าตามแบบหญิงสาวของชนเผ่ามังกรวิ่งตามหลังร่างสูงเก้งก้าง  กระหยองกระเหยงตามมาในมือถือตะกร้ามาด้วย

“เร็วซิ”  เสียงเร่งให้คนข้างหลังตามให้ทัน  ก่อนจะชนปุเข้ากับชายหนุ่ม 

”อ้าว”  เสียงร้องประสานกันสองเสียงก่อนจะเงียบไป  ยังไม่ทันจะตอบอะไร  ที่กลางน้ำมีปลาตัวโตลอยอยู่แต่ถ้ามองให้ดีที่กลางลำตัวมีมือจับมันเอาไว้และแล้ว จี  หญิงสาวใบหน้ากลม ดวงตาโต ที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียวบนใบหน้านั้น ก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากน้ำ

“ฮ่ะ  ฮ่ะ  ตัวใหญ่  ฉิบหายเลย”  จีลอยคอขึ้นมาส่งปลาให้เพื่อนก่อนจะมองชายหนุ่มและเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี 

“ว่าไง  ลมอะไรพัดมา”  เชนยิ้มก่อนเอ่ยขึ้น 

“ลมคิดถึงละมั้ง”  จียิ้ม

“อย่ามาปากดีเลย  ถ้าไม่มีปัญหามีหรือว่าผู้พิทักษ์อย่างเจ้าจะลงจากเขามาหา”  เชนแกล้งถอนหายใจ 

“สงสัยจะปิดเจ้าไม่ได้จริงๆ”  จีจึงหันมายิ้มก่อนจะยืนบิดชายผ้าให้หมาด 

“มีอะไรก็ว่ามา”   

“นี้ข้านำข่าวดีมาบอกเจ้า  เจ้าน่าจะตอบแทนข้าบ้างนะ”  สองสาวที่อยู่ข้างหลังจึงยื่นหน้าออกมา 

“ข่าวดีอะไร  หรือว่าเจ้าจะแต่งงานกัน”  จีจึงหันไปมองหน้าเชนบ้างเพื่อรอฟังคำตอบ 

“ไม่ใช่เรื่องนั้น  แต่เป็นเรื่องที่เจ้าสอบเพื่อจะไปเป็นอาจารย์สอนพวกเหล่าเด็ดๆในวังไง”  หญิงสาวกระโดดตัวลอยโดยที่ยังไม่ทันฟังคำตอบ 

“ไชโย  ข้าทำได้  ข้าทำได้”  แต่ก่อนจะหยุดกระโดดและเหลืบมองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าส่งสายตาเคลือบแคลงไปให้ และเอ่ยออกมาพร้อมกับนิ้วที่ชี้มาทางชายหนุ่ม

“เจ้าไม่ได้ใช้ เส้นสายของการเป็นเพื่อนกับข้า  ช่วยข้าใช่หรือไม่” ชายหนุ่มขำพรืดกับการเอ่ยออกมาราวกับนางคือผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่ปาน  พร้อมกับสายหน้า  และ ชายหนุ่มหันมามองเพื่อนอีกสองคนก่อนยักไหล่

“นั้นแหละเรื่องดี”  เพื่อนจึงหัวเราะชอบใจ  ทำให้จีเอ่ยขึ้น 

“ไปบ้านข้าเลยวันนี้ข้าจะเลี้ยงเจ้า”  แล้วทั้งสี่เดินมุ่งหน้าไปยังบ้านของหญิงสาว

ปลาส่งกลิ่นหอมมาจากครัวจนชายหนุ่มเอ่ยขึ้น 

“นี้ทำไมไม่ไปช่วยท่านแม่ของเจ้าทำกับข้าวล่ะ”  จีหันมาส่ายหน้า 

“เข้าไม่ได้หรอกไปก็เกะกะเปล่าๆ  ข้านะเหมาะกับงานกลางแจ้งมากกว่านะ”  เชนพยักหน้า 

“ว่าแต่ท่านพ่อกับท่านแม่รู้หรือเปล่าว่าเจ้าจะต้องไปทำงานในวัง”  จีส่ายหน้า 

“รู้แล้ว  ทำไม  ข้าไม่ใช่ ลูกแหง่นะ ที่ห่างท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ได้” 

“ไม่ใช่อย่างนั้น  ก็ถ้าลูกต้องออกจากบ้านก็ต้องแต่งงาน  แต่เจ้ายังไม่ได้แต่งงานจะออกไปอยู่นอกบ้านได้ยังไง”  จีหน้างอพลอยทำให้เพื่อนสาวสองคนที่นั่งฟังอยู่หัวเราะ 

“พูดอย่างนี้  เจ้าจะว่าข้าไม่มีชายใดมามองใช่ไหม” เชนขำ

“เจ้าพูดเองนะ”  แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะโต้ตอบปลาก็ถูก แม่ยกออกมาทำให้จีหันไปรับแต่กับเอ่ยขึ้น 

“ข้าไม่ให้เจ้ากินแล้ว  พูดมากปากเสีย”  เชนส่ายศีรษะ ร้องออกมา 

“อ้าว!!!!  ทำไมงั้นล่ะ” พร้อมกับหันไปฟ้องหญิงชรา

“ท่านป้าดูลูกของท่านซิ” คนเป็นแม่จึงหันไปหาลูกสาว 

“เฮ้อ  เพื่อนหยอกเย้าเล่น  เจ้าก็อย่าจริงจังนักเลย”

“โธ่แม่จ๋า ข้าก็ล้อเล่นเหมือนกัน  พวกเจ้าทำซีเรียสไปได้  เอ้า  กินๆ” 

เมื่อกินเสร็จทั้งสี่คนก็ออกมานั่งที่ชานหน้าบ้าน เซฟีน่าเอ่ยขึ้น

“นี้เมื่อไหร่เราจะได้มานั่งกันแบบนี้อีก”  โอมา จึงเอ่ยขึ้น

“เมื่อไหร่ที่ต้องการก็ได้เสมอจริงไหม” โอมา หันไปหาจี  จีพยักหน้า

“นั่นซิกลัวอะไร  เราไม่ได้ตายจากกันซักหน่อยก็แค่ไปทำงาน”  ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้น 

“นี้ข้ามารับตัวจีไปทำงานนะไม่ได้เอาไปลงโทษ หรือต้มยำทำแกงซะหน่อย  ถ้าเหงาก็ขึ้นไปเยี่ยมซิ  จดหมายก็ส่งไปได้”  เซฟีน่ายังหน้าเศร้า 

“เพื่อนไปทำหน้าที่ของตัวเองที่ละคนสองคน  เศร้าชะมัดที่ข้าต้องอยู่แต่ที่นี้รับช่วงต่อจากพ่อกับแม่” 

“ไม่เอาน่าเอาเป็นว่าข้าสัญญานะว่าจะลงมาหาทุกเดือนเลยดีมั้ย”จีเอ่ยขึ้น  เซฟีน่าจึงยิ้มได้ ก่อนที่ทั้งสี่จะพูดคุยและร่วมกันรำลึกถึงความหลัง  พร้อมกับเงยหน้าเฝ้ามองดวงดาวที่ลอยเกลื่อนกลาดท้องนภา โอมา เอ่ยออกมา

“ข้าเองก็  ใฝ่ฝันอยากที่จะออกเดินทางไปตามดินแดนต่างๆ  เพื่อศึกษาวัฒนธรรมของชนเผ่าบนโลกนี้” เซฟีน่า หันมามองสบตากับโอมา

“เจ้าสามารถทำได้  แต่เจ้าไม่ทำเองต่างหาก  ความฝันของเจ้า  เจ้าก็ต้องคว้าเอาเอง”  พูดจบก็เอื้อมมือหันไปคว้าไหล่ของจีที่ยังคงเงยหน้ามองท้องฟ้า 

“ดูอย่างจี  ตอนนี้นางทำตามความฝันได้แล้ว  ใครจะไปคิดว่า หน้ากลมๆตาโตๆ ดูซื่อๆ  จะสอบผ่านจนได้ไปเป็นอาจารย์ในรั้วในวัง  ที่ผ่านมาข้าเห็นแต่ท่าทางกระโดกกระเดก  ของนางยังคิดว่าคงต้องจับปลาไปชั่วชีวิต”  จีหันมามองเพื่อนร่างสูงของตนเองที่เอ่ยออกมาด้วยเสียงคำราม

“เซ  ฟี่  น่า  เจ้ากำลังชมข้าใช่หรือไม่”  เซฟี่น่า  แอบขำก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แน่ซิ  ข้ากำลังชมเจ้าอยู่นะ”  จีส่งเสียงฮึ 

พร้อมกับเหลือบมองชายหนุ่ม  เพื่อนผู้สูงศักดิ์ของพวกนาง  ยามที่อยู่ด้วยกันสี่คนพวกนางจะพูดคุยกันปกติ  แต่เมื่อไหร่ที่ต้องอยู่ในที่ๆ  มีผู้คนมากมาย  พวกนางและเพื่อนผู้สูงศักดิ์ต่างจะ พยายามไม่ทำท่าทางสนิทกันมากนัก  ไม่ใช่เพราะว่ากลัวจะเกิดคำนินทา แต่เกรงว่าหญิงสาวในเผ่าทั้งหลายจะพยามหาทาง  เข้าทางพวกนาง  ให้พวกนางเป็นแม่สื่อให้กับเพื่อนผู้สูงศักดิ์ผู้นี้  ถ้าให้บอกแล้ว  เชนมิเพียงเป็นชายหนุ่มรูปงาม  ยังดำรงศักดิ์เป็นหลานของนางพญาแห่งเผ่ามังกร  และยังควบคู่ไปกับตำแหน่งของผู้พิพักษ์เผ่าอีก 

“แล้วเจ้า  ทำไหมถึงยอมเดินทางมาบอกข้าด้วยตนเองละ  เชน”  เชนหันมาสบตาก่อนจะเอ่ยออกมา

“ข้าเบื่อ  เลยหนีท่านย่า ลงมาหาอะไรสนุกๆเล่นกับพวกเจ้า”  จีขำออกมา นางนึกแล้วไม่ผิด ต่อให้ท่าทางดูเป็นผู้ใหญ่ต่อหน้าขุนนางมากมายแค่ไหน  เชนก็ยังคงเป็นเชน  ขี้เบื่อ เอาแต่ใจ  และยังเป็นจอมเรียกร้อง  อารมณ์หุนหัน  เหมือนเดิม

############################################

“ช่วยด้วย  ช่วยด้วย” จีส่งเสียงขึ้นกลางดึกด้วยความหวาดกลัว  พร้อมกับมือที่ปัดปายไปมา  “  ฮือ  ช่วยหนูด้วย  ช่วยหนูด้วย”  จีส่งเสียงคร่ำครวญ จนพ่อกับแม่ต้องวิ่งเข้ามาปลุก

จีสะดุ้งตื่นพร้อมกับเหงื่อที่แตกพลั่กเต็มหน้าและหลัง  จีหอบจนตัวโยนก่อนจะหันมองรอบๆ  “ท่านแม่ท่านพ่อ  ข้าฝันเห็นไฟอีกแล้วมันล้อมข้าเอาไว้  ข้าหาทางออกไม่ได้  มองไม่เห็นใครเลย”  คนเป็นแม่ต้องมานั่งข้างๆพร้อมกับปลอบโยน

“มันก็แค่ฝันเท่านั้น  เจ้าอย่าคิดมากเลยนะหลับซะ” 

“เอาอย่างนี้เดี๋ยวพ่อจะไปชงชาร้อนๆให้เจ้าดื่มดีกว่า  เจ้าจะได้หลับสบาย”  จียังเอาหน้าซุกอยู่กับอกของแม่  อย่างหวาดกลัวมันไม่ใช่แค่ความฝันแต่มันเหมือนจริงมากจนจีกลัว  กลัวว่ามันจะเกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัว

            #################################################################

ชายหนุ่มผวาขึ้นมาอย่างแรง  ความฝันซ้ำซากกับเหตุการณ์เดิมๆ  วนเวียนหลอกหลอนเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  ชายหนุ่มลุกยืนขึ้นริมหน้าต่างอย่างเหนื่อยล้า  เหม่อมองไปที่ฟากฟ้าสุดสายตา  ดวงดาวกระพริบราวกับจะปลอบประโลมชายหนุ่ม  เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ทำให้คนสนิทที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเข้ามาถามว่าต้องการสิ่งใด  ชายหนุ่มโบกมือไล่เป็นคำตอบ  ตอนนี้เขาอยากใช้ความคิดคนเดียวเขาพยายามมาตลอดในช่วงสิบกว่าปีมานี้  ไต่เต้าจากเด็กรับใช้จนกลายเป็นอสูรเต็มตัวต่อสู้และขึ้นมาถึงจุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต  แต่เขาไม่มีความสุขเลย   สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือฆ่าคนที่ทำลายครอบครัวของเขา   แต่เขาไม่สามารถเรียกครอบครัวกลับคืนมาได้  เขาร้อนรุ่มใจ   เขาไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้การแก้แค้นของเขาไม่ได้ทำให้เขาดีขึ้น  แต่กลับทำให้จมลึกไปกับอดีตที่ไม่อาจเรียกคืนได้  จนกระทั่งเขาเจอคัมภีร์ชุบชีวิตของเจ้าอสูรผู้ที่เคยเป็นทั้งศัตรูที่ฆ่าพ่อแม่  เป็นเจ้านาย  เป็นอาจารย์  และสุดท้ายศัตรูที่ต้องล้างแค้น  เขาฆ่ามันสำเร็จและพบกับคัมภีร์นี้  มันทำให้เขามีความหวังแต่ว่าสิ่งที่จะชุบชีวิตคนตายได้คืออัญมณีของทั้งหกเผ่าพันธุ์  แต่ตัวเขาเองมีเพียงแค่อัญมณีของเผ่าอสูร  และเผ่าปักษาเท่านั้น      เขาตัดสินใจที่จะรวบรวมอัญมณีทั้งหกให้ได้  ชายหนุ่มเดินไปที่วางโถกระดูกของพ่อกับแม่ที่เขาพยายามหาจนเจอ  ชายหนุ่มเงยหน้ามองก่อนจะเอ่ยขึ้น  “ท่านวางใจเถอะข้าจะพยายามหาน้องให้พบ  และช่วยพวกท่านตอนนี้ท่านคงพักผ่อนไปก่อนนะ”

#####################################

คนเป็นแม่ยังคงโอบกอดจีเอาไว้พร้อมกับร้องไห้ จนคนเป็นพ่ออดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น 

“โธ่ แม่ลูกก็แค่ไปทำงานไม่ได้ตายจากซักหน่อยอย่าคร่ำครวญนักเลย”  คนเป็นแม่เงยหน้าขึ้นพร้อมกับปาดน้ำตา  

“มันใจหายนี้พ่อ  ดูซิอยู่กันมาตั้งนานอยู่ๆก็จะไปทำงานบนเขา  มันอดจะคิดถึงไม่ได้นี้”  จีขำ

“เอาน่าท่านแม่  ข้าจะแอบมาหาท่านบ่อยๆ ดีมั้ย” 

“จริงๆ นะ” คนเป็นแม่เอ่ยอย่างมีความหวัง จีพยักหน้า พร้อมกับลุกขึ้น

“ถ้าท่านแม่เหงาเมื่อไหร่  ก็ชวนท่านพ่อเล่นก็ได้”  คนเป็นพ่อหันมาพยักหน้าเห็นด้วยกับลูก  จนจียิ้มขำ  คนเป็นแม่ค้อนให้ทั้งพ่อและลูก

“พ่อของเจ้าจะมาเหมือนกับเจ้าได้ยังไง” 

“โธ่  ท่านแม่ตอนข้ายังไม่เกิดท่านแม่ก็อยู่กับท่านพ่อได้ตั้งนานสองนาน” 

“นั้นซิ  พ่อก็ว่างั้น  แต่พอมีเจ้า  แม่เจ้าก็ลืมพ่อไปเลย”  คนเป็นแม่จึงหันมาแหว

“ไหนว่าจะไปไม่ไปแล้วเหรอ” จีทำหน้าเหวอก่อนเอ่ยขึ้น 

“ไปซิ  ยิ่งแม่ไล่ก็ยิ่งต้องไป  เดี๋ยวมีคนขี้แยอีก”  คนเป็นแม่อมยิ้มก่อนเอ่ยขึ้น

“เจ้าลูกคนนี้”  จีเดินโบกมือลาไปตลอดทางจนลับสายตาของพ่อกับแม่ก่อนจะหยุดโบกมือพร้อมกับหันเดินไปตามทางขึ้นเขา

เสียงร้องโหวกเหวกดังขึ้น จนทำให้จีต้องหยุดหันมามองและยิ่งเมื่อได้ยินเสียงของสองสาวที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก  รอยยิ้มของจีก็ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก  โอมาหอบจนตัวโยนก่อนเอ่ยขึ้น 

“โอ๊ย  นึกว่าจะตามไม่ทันแล้วซิ”  เซพี่น่าวิ่งตามมาข้างๆ ยังหายใจแรงอยู่เอ่ยขึ้นบ้าง 

“นั่นซิ  ทำไหมเดินทางแต่เช้าอย่างนี้ละ” จีมองไปข้างหน้าก่อนเอ่ยขึ้น 

“รีบไปให้ถึงเพราะกลัวว่าจะเข้าที่พักเย็นนะซิ” 

“ไม่ใช่ว่าอยากจะพบใครเร็วๆ  หรอกเหรอ” โฮมาเอ่ยแซ็วเพราะรู้ว่าจีนั่นแอบชอบผู้พิทักษ์ที่เป็นเพื่อนกัน  จีหันมาส่ายหน้ากลบเกลื่อนก่อนเอ่ยขึ้น 

“เปล่าไม่ใช่หรอก  เอาล่ะมีอะไรก็ว่ามาเสียเวลา”  

“ตัดบทเลยนะ” เซฟี่น่า เอ่ยขึ้น ก่อนจะยื่นสร้อยคอให้  เป็นสร้อยที่ทำจากพวกลูกไม้และขนนก  จีรับมามองอย่างชอบใจ 

“ขอบใจนะ”  เซฟี่น่าพยักหน้า 

“ไม่เป็นไรหรอก  เพราะว่าข้าทำเอาไว้เพื่อทุกคนทั้งข้า  โอมา  และก็เชน  ฝากเจ้าไปให้ด้วย” จีมองก่อนจะพยักหน้า 

“เพื่อนยังไง  ก็ดีกว่าจะเป็นอย่างอื่นนะ” เซฟี่น่าเอ่ยขึ้นลอยๆ  เหมือนเตือนจี  จีหันมายิ้มก่อนเอ่ยขึ้น

“รู้แล้วน่า  เตือนจนจำได้ขึ้นใจอยู่แล้ว  ข้ารู้หรอกว่าตัวเองนะ  เป็นแค่ดอกหญ้าไม่ใช่ดอกฟ้าที่ เขาจะหมายปอง” โอมาส่ายหน้า

“ไม่เอาน่าถึงจะเป็นดอกหญ้า  แต่เมื่ออยู่ในทุ่งหญ้าก็สวยงามได้นะ”  จีพยักหน้า

“ใช่  สวยงามในหมู่พวกเดียวกันไง  แต่ไม่ได้สวยงามในสายตาของเขา”  เซฟี่น่าเห็นว่าจะต่อกันยาวเลยตัดบทขึ้น 

“เอาล่ะไปเถอะและก็ขอให้โชคดีนะ  ลงมาเยี่ยมพวกเราบ้างละ”  จีพยักหน้าก่อนโบกมือลา

#######################################

ขบวนแห่ยาวเหยียดจนทำให้ชาวบ้านเผ่าต่างๆ  เยี่ยมหน้าออกมามอง  ขบวนเต็มไปด้วยทหารคุมกันมากมาย  และรถลากที่มีผ้าม่านปิดคุมมิดชิดเห็นเพียงเงาลางๆของคนนั่งแต่ก็ทำให้คนภายนอกรู้ว่าคนข้างในคงเป็นหญิงสาวที่งดงามแน่ๆ  และคงเป็นบุตรของขุนนางในเผ่าใดเผ่าหนึ่ง  ระหว่างการเดินทางออกจากหมู่บ้านเสียงบนรถม้าก็เอ่ยขึ้นน้ำเสียงกังวานหวานจนคนฟังแทบจะเคลิ้ม 

“เดี๋ยวพอพ้นหมู่บ้านแล้ว  พวกเราน่าจะพักสักหน่อยนะ”  ทหารองค์รักษ์พยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะส่งคำสั่งต่อทุกคนในขบวน

ขบวนหลบมาพักได้ไม่นาน เสียงของเผ่าอสูรก็เข้ามาล้อมเอาไว้พร้อมกับปล้นสะดมภ์ ข้าวของจนเกิดความโกลาหลวุ่นวาย  หญิงสาวที่นั่งบนรถม้ากลับไม่ได้หวาดวิตกเพียงแต่นั่งนิ่งๆ อย่างรอคอย  ผ้าม่านที่ถูกปิดคลุมถูกแต่งแต้มด้วยรอยเลือดที่สาดกระเซ็น แต่หญิงสาวยังคงนั่งนิ่ง เสียงร้องอย่างโหยหวนดังขึ้น  จนกระทั่งมีลมหอบใหญ่พัดมาพวกอสูรจึงส่งเสียงร้องและหลบหนีไป  ผ้าม่านถูกเปิดออก  แต่กลายเป็นว่าเมื่อสบตากัน   คนที่เปิดผ้าม่านกับตกตะลึงเสียเอง  หญิงสาวยังคงจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าจนชายหนุ่มต้องเอ่ยขึ้นเพื่อแก้เก้อ

“ข้าขอโทษ ข้าเห็นว่าเผ่าอสูรจะโจมตี ข้าก็เลยเข้ามาช่วย  ไม่คิดว่าจะทำให้เจ้าตกใจ”  หญิงสาวตรงหน้ายิ้มจนทำให้ชายหนุ่มแทบจะล้มทั้งยืนกับรอยยิ้มที่ตราตรึงของนาง 

“ข้าควรจะขอบใจท่านมากกว่าที่มาช่วยเอาไว้ได้ทัน”  ชายหนุ่มก้มศีรษะลงเพื่อหลบซ่อนสายตาลุ่มหลงของตนเองและใบหน้าที่แดงก่ำ

“เอ่อทหารของเจ้าคงบาดเจ็บ   ล้มตายมากมาย  คงไม่มีใครคุ้มครองเจ้าได้แน่  ไม่ทราบว่าเจ้าจะไปที่ใดกันข้าจะได้อาสาพาเจ้าไปส่ง”  หญิงสาวมองก่อนเอ่ยขึ้น 

“ขอบใจท่านจริงๆ  แต่ว่าข้ามาธุระให้ท่านพ่อ  ท่านให้ข้ามาคาราวะนางพญาแห่งเผ่ามังกร”  ชายหนุ่มตาโตก่อนจะทวนคำออกมา

“ท่านจะไปหานางพญางั้นเหรอ”  หญิงสาวพยักหน้า 

“ดีซะงั้นข้าจะไปส่งเจ้าเอง  ข้าเองก็กำลังจะไปหานางพญาเหมือนกัน”  หญิงสาวมองอย่างแปลกใจก่อนเอ่ยขึ้น

“ท่านเป็นคนของเผ่ามังกรงั้นเหรอ”  ชายหนุ่มคิดในใจแล้วขำที่หญิงสาวไม่รู้เลยว่ากำลังคุยอยู่กับผู้พิทักษ์เผ่ามังกรและเป็นหลายชายของนางพญา 

“ใช่ เอ่อ  ข้าเป็นคนเผ่ามังกร  กำลังจะนำของไปให้นางพญา”  หญิงสาวยิ้มอีกครั้ง  คราวนี้หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวราวกับตีกลอง 

“ดีจริง  งั้นเราควรจะทำยังไงกับทหารของข้าที่บาดเจ็บ”  ชายหนุ่มมองก่อนเอ่ยขึ้น 

“ไม่ต้องห่วงไป  เดี๋ยวเมื่อถึงวังคนของนางพญาจะมาพาไปรักษาตัวเอง”  หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะค่อยลุกขึ้นและเดินออกมาจากรถม้าโดยมีชายหนุ่มประคอง

             ########################################

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น