deeppublishing

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 1 [50%]

ชื่อตอน : ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 1 [50%]

คำค้น : “ใครเป็นคนของนายกัน”

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2561 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 1 [50%]
แบบอักษร

ชวนขึ้นเตียงครั้งที่ 1

กงจื่อเปยชุย : เขียน,  เฟินเถา : แปล

**ต้นฉบับนี้ยังไม่ผ่านการพิสูจน์อักษร จึงอาจมีคำผิดปรากฏอยู่บ้าง**


...


“ลุง ทำไมผิวถึงดีแบบนี้ เวลาลูบไล้สัมผัสมือ มันช่าง...จุ๊ๆ เนียนยิ่งกว่าผิวผู้หญิงซะอีก”

“ไอ้ระยำ! จะทำอะไรก็เร็วหน่อย มัวพูดพล่ามอยู่ได้...อ๊า!”

หม่าเจายังพูดไม่จบ ก็ถูกท่อนลำแข็งขึงที่ฝังลึกในร่องบั้นท้ายเร่งเครื่องชนอย่างจัง ส่วนนูนที่ไวต่อความรู้สึกถูกกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรง ความรู้สึกชาวาบแล่นจากบั้นท้ายพุ่งถึงห้วงสมอง หม่าเจาเปล่งเสียงครางจนแม้แต่ตนเองยังรู้สึกอับอาย

“ลุง พูดคำหยาบไม่เพราะเลยนะ!”

วังไห่ลูบคลึงแก้มก้นเนียนนุ่มเด้งกระชับของหม่าเจาไปพลาง กระซิบเตือนข้างหูไปพลาง

“อา...ฉันอยากพูด...อา...อยากพูดอะไรก็พูดแบบนั้น...เกี่ยวห่าอะไรกับนาย...อุ๊บ!”

วังไห่ใช้จุมพิตอุดปากหม่าเจา บดเบียดเร่าร้อนจนหม่าเจาหอบกระชั้น อย่าว่าแต่พูดอะไรเลย กระทั่งหายใจยังลำบาก ช่องทางอันแห้งผากผ่านการเสียดสีจนค่อยๆ แฉะชื้น ท่อนกำยำถูกผนังร่องสวาทอบอุ่นลื่นปลาบบีบเค้นกระตุ้นประสาทในสมองวังไห่ไม่หยุด เขาไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป ยกสองขาของหม่าเจาขึ้นพาดบ่า สาวบั้นเอวรุนแรงไปที่ร่องหฤหรรษ์นั้น

“อูย...ช้าหน่อย...ไอ้ระยำ!...อาห์...”

“ช้าหน่อยจะทำให้ร่างกายที่หื่นกระหายของคุณพอใจได้ยังไงล่ะ”

วังไห่พูดจบก็เสือกแทงรุนแรงอีกครั้ง ต่อมลูกหมากอันไวต่อความรู้สึกถูกชนกระหน่ำจนหม่าเจาครางกระเส่าไม่หยุด สติว้าวุ่น อารมณ์ลอยละล่อง สายตาพร่าเลือน สองขาสั่นเทิ้มไม่หยุด บั้นท้ายให้ความร่วมมือปัดป่ายซ้ายขวากระดอนขึ้นลงตามจังหวะชักเข้าชักออกของวังไห่โดยไม่รู้ตัว

“ลุง บั้นท้ายคุณยั่วยวนดีจริง ทั้งแฉะทั้งร้อน มีน้ำหล่อลื่นเหมือนของผู้หญิงอีก ตอดผมจนเสียวจะตายอยู่แล้ว”

“อา...หุบปาก...นายจะ...นายจะเอาฉันให้ตายรึไง...ช้าหน่อย...อูย...ทนไม่ไหวแล้ว อ๊า!”

ความเสียวซ่านถึงขีดสุดส่งผ่านจากต่อมลูกหมากจนหม่าเจาสะกดกลั้นจุดสุขสมของตนเองไม่อยู่อีกต่อไป โอบกุมท่อนล่างที่ลุกชูชันสยิวสุดทานทน กระตุกรูดอย่างหยาบกร้านสองครั้ง ท้องน้อยหดเกร็ง บั้นท้ายขมิบสั่น พลันของเหลวสีขาวพุ่งออกจากมือ

“อ๊า!”

ช่องสวาทตอดรัดท่อนลำขนาดเขื่องในร่างไว้แน่น วังไห่ถูกบีบกระชับโดยไม่ทันตั้งตัว ขาหนีบชาวูบวาบ ทำนบพังทลายลง ของเหลวข้นฉีดทะลักในบั้นท้ายของหม่าเจาจนสิ้นไม่เหลือสักหยด

คืนนี้หลั่งเป็นครั้งที่สี่แล้ว หลังผ่อนคลายลง วังไห่ออกจะเหนื่อยล้าอยู่บ้าง จึงทาบทับบนร่างของหม่าเจา จูบไล้ไปตามผิวหนังราบเรียบเนียนลื่น ละเลียดเลียเม็ดเหงื่อเล็กละเอียดที่ผุดซึมบนร่างของหม่าเจา หอมบนร่องสะดือน่ารักฟอดหนึ่ง ยิ้มพลางบอกเสียงกระเส่า

“คุณยอดเยี่ยมจริงๆ เหมือนว่าผมจะยิ่งชอบคุณเข้าไปทุกทีแล้ว”

หม่าเจาจมอยู่ในห้วงแห่งความสุขสมกระทั่งแรงขยับนิ้วมือยังไม่มี ได้ยินดังนั้นได้แต่เบิกตาโพลง เปล่งเสียงแหบแห้งเพราะร้องครางมาทั้งคืนก่นด่า

“ไสหัวไป ฉันไม่สนนายสักนิด”

“หึๆ” วังไห่หัวเราะเบาๆ

ร่างของหม่าเจาแข็งขืนขึ้นฉับพลัน วินาทีต่อไปไม่แยแสความปวดเมื่อยของร่างกายและความระบมของบั้นท้าย กระเสือกกระสนลนลานลงจากเตียง อยู่มาเกือบสี่สิบปี ไม่เคยพบเคยเจอเสียงหัวเราะของใครน่าขนลุกขนพองแบบนี้ วังไห่เป็นคนแรก

น่าเสียดาย ขายังไม่ทันแตะพื้นก็ถูกลากกลับมาดื้อๆ

“ลุงจะหนีไปไหน”

“คืนนี้ทำสี่ครั้งแล้ว” หม่าเจาเอามือบังก้นขณะจ้องคนที่ยิ้มหน้าตาอ่อนโยนตรงหน้าอย่างโกรธขึ้ง “นายยังหนุ่มยังแน่น เรี่ยวแรงดีไม่มีตก แต่ฉันเข้าวัยกลางคนแล้ว เทียบนายไม่ได้ ปล่อยฉันไปเถอะ พรุ่งนี้ฉันยังต้องทำงาน!”

“เหนื่อยมากเหรอ”

วังไห่ถามพลางบีบนวดให้หม่าเจา ฝ่ามืออุ่นร้อนนวดด้วยแรงกำลังพอดีบนบั้นเอว

“พูดมาก”

ฝีมือนวดของวังไห่มีดีพอตัว ถูกเขานวดไม่กี่ที ทั้งเนื้อทั้งตัวรู้สึกสบายไปหมด

“ขึ้นมาอีกนิด อืม สบายจัง อา...”

วังไห่ขบเบาๆ ที่ติ่งหูสีชมพูซึ่งอยู่ใกล้เพียงลัดนิ้วมือ กระซิบเสียงทุ้มข้างหูหม่าเจาว่า

“อย่าครางยั่วแบบนี้สิ ผมกลัวว่าจะอดกลั้นไม่อยู่ อยากทำอีกครั้ง”

หม่าเจารีบหุบปาก ทำอีกครั้ง เขาคงตายคาเตียงหลังนี้เป็นแน่

“ว่าง่ายดีมากเลย ถ้าปกติว่าง่ายแบบนี้ ผมคงยิ่งรักยิ่งหลงคุณแน่”

วังไห่ยิ้มพลางจูบหม่าเจา จากนั้นก็ช้อนอุ้มตัวเขาขึ้น

“ไอ้บ้า ปล่อยฉันลงเลย เคารพผู้อาวุโสเมตตาเด็กเล็กน่ะรู้จักไหม นาย อ๊า!...”

“ลุง ถ้าไม่เชื่อฟัง ผมจะใช้ของที่คุณชอบที่สุดสั่งสอนนะ!”

วังไห่ดุนบั้นท้ายหม่าเจาด้วยช่วงล่างที่ผงาดผึงขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

หม่าเจาขมิบก้นแล้วรีบอุดปากแน่น สัตว์ป่าตัวนี้พูดได้ทำได้แน่

ทว่าคราวนี้วังไห่ถือว่ามีมนุษยธรรมอยู่บ้าง นอกจากแอบหาเศษหาเลยลูบไล้ช่วงขาแก้มก้นตอนอาบน้ำแล้ว ก็ไม่มีเรื่องเกินเลยอื่นใดอีก

ออกมาหลังอาบน้ำแล้วเสร็จ วังไห่ก็วางเขาลงบนเตียง ห่มผ้าห่มให้อย่างดี จากนั้นไปห้องรับแขก รินน้ำอุ่นแก้วหนึ่งมาป้อนเขา แล้วเริ่มสวมเสื้อผ้า

“ลุง ราตรีสวัสดิ์ รีบพักผ่อน ผมยังมีธุระ อยู่เป็นเพื่อนคุณไม่ได้ อย่าให้ผมรู้นะว่าคุณเที่ยววิ่งมั่วไปทั่ว ไม่งั้นผมจะทำให้คุณวิ่งไม่ได้อีกเลย!”

การตอบสนองของหม่าเจาต่อคำพูดนี้คือ ดึงผ้าห่มมาคลุมโปงมิดหัว ตะแคงข้างหันหลังใส่วังไห่

วังไห่หัวเราะอย่างจนใจ ทำไมเขาถึงได้หลงรักลุงเอาใจยากขี้งอนแบบนี้ได้นะ

ได้ยินเสียงประตูถูกปิดลง หม่าเจาถึงได้ปล่อยผ้าห่มลง พอลืมตา ตรงหน้ามืดมิดเป็นแผ่นผืน ภายในห้องยังอวลตลบด้วยกลิ่นอายแห่งความอ่อนโยนละมุนละไม ความเจ็บแปลบด้านหลังและร่องรอยบนร่างกายพิสูจน์ถึงเรื่องพิศวาสอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่

แต่หลังจากอารมณ์พลุ่งพล่านผ่านพ้น เหลือเขาอยู่ภายในห้องตามลำพัง ความรู้สึกเหลื่อมล้ำประเภทนี้ยิ่งทำให้อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว บัดนี้ในที่สุดเขาก็รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของหญิงที่ถูกเขาทอดทิ้งหลังร่วมอภิรมย์สมรักเพียงหนเดียวแล้ว

เตียงกว้างขวางอ่อนนุ่มอุ่นสบายประดุจไม้กระดานแข็งทื่อก็ไม่ปาน พลิกตัวไปมาอยู่บนนั้นเนิ่นนานกลับไม่อาจเข้าสู่นิทรา

วันถัดมา ได้แต่ไปทำงานทั้งขอบตาดำเป็นวง จิตใจหงอยเหงาเศร้าซึม

“หม่าเจา มาที่ห้องทำงานฉันหน่อย”

นั่งบนเก้าอี้ยังไม่ทันก้นอุ่น ก็ได้รับสายจากเจ้านาย หม่าเจากินอาหารเช้าอย่างเอ้อระเหยเสร็จแล้ว ถึงไปห้องทำงานท่านประธาน

“ฉินเหยียน เรียกหาฉันแต่เช้ามีธุระอะไรหรือ” มาถึงห้องทำงานท่านประธาน ไม่รอให้เลขานุการหน้าห้องรายงานและไม่เคาะประตู เปิดประตูเข้าไปโดยตรง

เมิ่งฉินเหยียน [1]ผู้มีความรักหล่อเลี้ยงสีหน้าสดใสมีเลือดฝาด ลมวสันต์ฉาบทั่วหน้า ราวกับหนุ่มขึ้นมาสิบปี ช่างน่าอิจฉานัก ทำไมเขาไม่ยักเจอลูกเขยแบบนี้บ้าง คนเหมือนกันแต่ต่างบุญวาสนาโดยแท้!

“นั่งสิ” เมิ่งฉินเหยียนวางเอกสารลง เงยหน้ามองหม่าเจาแวบหนึ่ง

ลากเก้าอี้ออกเพิ่งนั่งลง พลันนึกถึงแผลที่บั้นท้ายขึ้นมาได้ จึงโบกมือ

“ฉันยืนก็แล้วกัน นั่งนานเกินไปจะปวดหลังได้”

เมิ่งฉินเหยียนล้วงเอกสารชิ้นหนึ่งออกจากลิ้นชัก

“เมื่อคืนสิงเทียนเกิดอุบัติรถยนต์ โครงการบุกเบิกครั้งนี้มอบให้นายจัดการ”

“อะไรนะ เกิดอุบัติเหตุรึ ตายไหม”

“ไม่ตาย”

“ฉันต้องเป็นตัวแทนบริษัทไปเยี่ยมปลอบขวัญหมอนั่นหน่อยไหม”

“ถ้านายว่างขนาดนั้น ไม่สู้รีบกลับไปเก็บกระเป๋า ตั๋วเครื่องบินจองให้นายแล้ว ตอนบ่ายสองโมง”

“กระชั้นขนาดนั้นเลย?”

“สิงเทียนเกิดอุบัติเหตุตอนเดินทางไปสนามบิน”

“แล้วนายยังจะให้ฉันไปอีก ผลประโยชน์นำหน้าจริงๆ ด้วย พี่น้องมีไว้เพื่อหักหลัง”

เมิ่งฉินเหยียนเปิดเอกสารเมื่อสักครู่ พลิกอ่านอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เซ็นชื่อด้วยลายมือมังกรเหินหงส์ร่ายที่มุมขวาล่างของหน้าสุดท้าย ประทับตราเสียงดังตุบ แล้วหยิบเอกสารอีกฉบับมาเปิดอ่าน...

พอมีคู่ชู้ชื่นก็ลืมพี่ลืมน้อง ผู้ชายนี่นะ เห็นรักรัญจวนดีกว่าสหายจริงดังคาด

หม่าเจาหมุนตัวจากมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ทำงานนอกสถานที่ก็ดีไปอย่าง จะได้ไม่ถูกวังไห่เด็กเหลือขอขนยังขึ้นไม่ครบนั่นตามเกาะแกะ

เมิ่งฉินเหยียนมองตามเงาหลังของหม่าเจาก่อนส่ายหน้า โตขนาดนี้แล้วยังมีพฤติกรรมแบบนี้อีก ทั้งวี่ทั้งวันแทบไม่มีอะไรน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเลย

โครงการบุกเบิกครั้งนี้สิงเทียนรับผิดชอบมาตลอด จู่ๆ หม่าเจามารับเรื่องต่อย่อมมีบางแห่งไม่กระจ่างชัดแจ้ง ได้แต่พาเลขาฯของสิงเทียนไปด้วย ทั้งคู่เก็บสัมภาระเรียบร้อยก็นั่งเครื่องบินมุ่งสู่เมือง N โดยตรง

รสนิยมของสิงเทียนนั้นย่ำแย่พอๆ กับรูปลักษณ์ภายนอกของเขา เลขานุการ...อาชีพที่ต้องพาออกไปพบปะลูกค้าบ่อยครั้ง ที่จะช่วยสร้างเสริมบรรยากาศย่อมต้องเป็นสาวสวยทรงโต ก้นงอน หน้าตาจิ้มลิ้มงดงามราวบุปผาถึงจะถูก สิงเทียนดันเลือกผู้ชายที่แผงอกแบนราบตรงหว่างขาโป่งนูน เย็นชาเสียยิ่งกว่าเกล็ดน้ำค้างแข็ง

ว่ากันว่าตัวคนสมดั่งชื่อเสียงเรียงนาม แต่คนแซ่เวิน (อบอุ่น) ทำไมถึงได้เย็นชาขนาดนั้นเล่า

“ขอผ้าห่มให้ผมสักผืน หนาวนิดหน่อย”

“ได้ค่ะ กรุณารอสักครู่”

เด่นชัดว่าเป็นวันในเดือนพฤษภาคม ทว่าหม่าเจาสัมผัสได้ถึงแรงกดอากาศต่ำที่เวียนวนอยู่บริเวณโดยรอบ หนาวเหลือเกิน...

เขาไม่ใช่คนอยู่เงียบๆ คิดเอ่ยปากสนทนากับเวินเหวินหลายหน แต่พอเห็นใบหน้าด้านข้างที่เย็นชามึนตึงของเวินเหวินก็ได้แต่หุบปากโดยดี อย่างนั้นนอนดีกว่า เมื่อคืนไม่ได้หลับทั้งคืน นอนชดเชยให้เพียงพอจะได้มีแรงเจรจาธุรกิจ

นอนหลับไปหนึ่งตื่น เครื่องบินก็ลงจอดแล้ว หม่าเจารีบลากกระเป๋าสัมภาระลงจากเครื่อง เวินเหวินติดตามอยู่ด้านหลังห่างไปไม่ถึงสองก้าว

เคราะห์ดีมีเวินเหวินเป็นเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่อยู่ด้วย นอกสนามบินดวงอาทิตย์ร้อนแรงแผดกล้าส่องเหนือกระหม่อม หม่าเจากลับไม่รู้สึกร้อนสักนิด

รออยู่สักพักใหญ่ รถถึงเคลื่อนเข้ามา ทั้งสองคนนั่งในรถ แล่นตรงสู่โรงแรม

“ฉันกลับห้องไปพักผ่อนก่อน อาหารเย็นไม่ต้องเรียกฉัน นายไปกินเองก็แล้วกัน”

หม่าเจาพูดจบก็ปิดประตูดังปัง

เวินเหวินยืนนิ่ง จ้องมองประตูที่ปิดสนิทแน่นบานนั้น ผ่านไปเป็นครู่ถึงใช้คีย์การ์ดเปิดประตู

หม่าเจาเปลือยท่อนบน พันท่อนล่างด้วยผ้าเช็ดตัวออกจากห้องอาบน้ำ พอเงยหน้าก็เห็นเวินเหวินนั่งหลังตรงแน่วอยู่บนโซฟา ถือถ้วยชาเย็นชืดจิบอย่างใจเย็น อดสะดุ้งตกใจไม่ได้

“นายเข้ามาได้ไง”

“ที่นี่ก็เป็นห้องของผม” เวินเหวินวางถ้วยชาลง

“อะไรนะ บริษัทเราจนขนาดห้องในโรงแรมก็จองไม่ไหวแล้วหรือ” หม่าเจาแทบคลั่ง

“ห้องเต็มครับ” เวินเหวินตอบเสียงสุขุม

“เปลี่ยนไปโรงแรมอื่นไม่ได้หรือไง”

หม่าเจายกแขนก่ายหน้าผาก ให้เขาอยู่ห้องเดียวกับเวินเหวิน เขาจะถูกแช่แข็งจนกลายเป็นแท่งไอติมตอนดึกดื่นเที่ยงคืนหรือไม่

“ตาผมแล้ว”

เวินเหวินพูดจบก็ล้วงกางเกงในสะอาดตัวหนึ่งจากกระเป๋าเดินทาง เดินผ่านหม่าเจาไปเข้าห้องน้ำ

หม่าเจาประหลาดใจที่พบว่า แท้จริงแล้วบนโลกนี้ยังมีคนปากหนักเสียยิ่งกว่าเมิ่งฉินเหยียนอยู่อีก

ภายในห้องมีสองเตียง หม่าเจาเผด็จการครอบครองเตียงที่ชิดกระจกบานยาวเกือบระพื้น

พอแหงนหน้าก็มองเห็นนภากาศประดับด้วยดวงจันทร์สุกกระจ่างและหมู่ดาวระยิบระยับราวอณูเม็ดทรายดารดาษกลาดเกลื่อนบนท้องฟ้าที่ถูกย้อมด้วยหมึกสีนิล กะพริบวิบวับส่องประกายพร่างพราว

หม่าเจาชื่นชอบท้องฟ้าเช่นนี้ งดงามจนทำให้ผู้คนเคลิบเคลิ้มมัวเมา

เมื่อเวินเหวินเช็ดผมเดินออกมา หม่าเจาก็หลับไปแล้ว จึงปิดไฟ นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือตรงข้างเตียง รอจนผมแห้งแล้วก็เข้านอน

กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงกริ่งนาฬิกาปลุกที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเปลี่ยนของหม่าเจาดังขึ้นตอนแปดโมงตรง ปลุกสองคนที่ยังหลับใหลให้ทยอยตื่นขึ้น

เมื่อคืนหลับผล็อยไป เอกสารอยู่ในกระเป๋าเดินทาง ไม่ได้แตะต้องแม้แต่น้อย หม่าเจาได้แต่ใช้เวลาอย่างเต็มที่ระหว่างเข้าห้องน้ำและรับประทานอาหารเช้าอ่านเอกสารข้อมูลอย่างละเอียดหนึ่งเที่ยว กระทั่งเครื่องหมายวรรคตอนก็ไม่ตกหล่น

เคราะห์ดีที่เขากอดขาพระพุทธเมื่อจวนตัว [2] ผนวกกับคารมเป็นเลิศ พูดเป็นน้ำไหลไฟดับของเวินเหวิน การเจรจานัดแรกจึงผ่านไปอย่างราบรื่น

หม่าเจายิ้มระรื่นหน้าบานกลับโรงแรม ทันทีที่เดินเข้าโถงรับรองก็ได้กลิ่นอายอันคุ้นเคย เสียงดังก้องในใจ หันขวับไปมองสี่ทิศอย่างตื่นตัว เคราะห์ดีที่ไม่เห็นเงาร่างน่ารังเกียจนั่น

อยากกินข้าวกลางวันพร้อมเวินเหวิน แต่หาเจ้าตัวไม่พบ หม่าเจาคร้านจะวิ่งออกไปสักเที่ยว จึงโทรศัพท์เรียกบริการลูกค้าของโรงแรม

ติ๊งต่อง!

ไม่ถึงห้านาที กริ่งประตูก็ดังขึ้น จะเร็วเกินไปหน่อยกระมัง

“ทำไมเป็นนายล่ะ”

พอเปิดประตูก็เห็นว่าไม่ใช่บริกร แต่เป็นวังไห่ที่ทำให้เขาหวาดกลัวจนหลบแทบไม่ทัน หม่าเจาสะดุ้งโหยง ถอยกรูดต่อเนื่อง กระทั่งประตูก็ลืมปิด

วังไห่ยิ้มเข้าประตูมา ยังไม่ลืมลงกลอนประตูเสียด้วย สาวเท้ายาวสองสามก้าวตามติดรวบหม่าเจาเข้าสู่อ้อมอก

หม่าเจาดิ้นรนสุดกำลังในแผงอกวังไห่

“อย่าคิดว่านายแรงเยอะแล้วฉันจะกลัวนายนะ ปล่อยฉัน”

“ไม่เจอกันสองวัน คุณไม่เชื่อฟังแล้ว” วังไห่ยิ้มพลางตบลูบบั้นท้ายหม่าเจา

“ไอ้อุบาทว์! ใครให้สิทธิ์นายแตะต้องฉัน” หม่าเจาน้ำตาตกใน ทำไมอายุมากกว่าวังไห่หนึ่งรอบ แต่พละกำลังดันน้อยกว่าหมอนี่ไม่ต่ำกว่าสองเท่า มักถูกกอดรัดเสียแน่นหนา ไม่มีแรงต้านทานสักนิด

“ผมแตะต้องคนของผมยังต้องขอคนอื่นให้สิทธิ์อีกหรือ” วังไห่ถามยิ้มๆ

“ใครเป็นคนของนายกัน”

“เราเปลือยกายเปลือยใจต่อกันบนเตียงตั้งหลายครั้ง คุณยังเหนียมอะไรกันอีก”

“เพราะนายบีบบังคับฉัน นี่...ปล่อยฉันลงนะ นายจะอุ้มฉันไปไหน”

“ยืนแล้วคุยไม่สะดวก ผมชอบคุยกับคุณบนเตียงมากกว่า”

วังไห่พูดแล้วโยนหม่าเจาลงบนเตียง จากนั้นจับขอบกางเกงตัวเองออกแรงดึงออก สองขาขาวโพลนตรงแน่วและแก้มก้นแน่นกระชับที่ห่อหุ้มอยู่ใต้กางเกงในสีเทารัดรึง บัดนี้เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด

ไม่สนใจแล้วว่าช่วงล่างไม่ได้สวมกางเกง หม่าเจาถลันลงจากเตียง ยังไม่ทันออกจากห้องก็ถูกรวบตัวกลับมา

วังไห่ปลดเน็กไทบนลำคอออก นำมามัดสองมือและหนีบตัวหม่าเจาไว้ตรงหว่างขา ควบคุมร่างกายท่อนล่างของหม่าเจาไว้อยู่หมัด มือหนึ่งกดทาบบนลำตัวทำให้เขาขยับเขยื้อนไม่ได้  อีกมือหนึ่งลูบไล้อย่างเสน่หาบนต้นขาอันกระตุ้นอารมณ์กำหนัดของหม่าเจา รับรู้ถึงสัมผัสอันลื่นเรียบเนียนมือพลางทอดถอนใจ

“ไม่เจอคุณแค่วันเดียว ผมก็อยู่ไม่เป็นสุข งานการก็ทำไม่เสร็จ คุณว่าควรทำยังไงดี”

“ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ รีบปล่อยฉันเร็วๆ เข้า!”

หม่าเจาดิ้นรนอย่างคลุ้มคลั่ง ปากก็แผดร้องไม่หยุด ราวปลาที่ถูกพันธนาการตรึงแน่น ดิ้นรนจนเฮือกสุดท้ายยามใกล้ตาย

----------------

**เชิงอรรถ

[1] จากเรื่อง เยวี่ยฟู้โกวซั่งฉวง โดยผู้แต่งคนเดียวกัน เมิ่งฉินเหยียนเพิ่งได้หลินโม่ลูกเขยกำมะลอเป็นคู่รัก

[2] ปกติไม่เคยเตรียมตัว พอเวลากระชั้นชิดถึงได้เริ่มตระเตรียม


[50%]

HASHTAG TWITTER

#วังไห่หม่าเจา #ท่านประธานชวนขึ้นเตียง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น