facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 94 : อ่าวไทย

ชื่อตอน : ตอนที่ 94 : อ่าวไทย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.1k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2561 16:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 94 : อ่าวไทย
แบบอักษร

ตอนที่ 94 : อ่าวไทย


โฟคยืนมองเพียวเดินลับเข้าไปบริเวณทางเดินอย่างไม่คลาดสายตา

ตอนแรกเขาจงใจจะแกล้งไอ้เพียวแค่เพียงขำๆ แต่จับพลัดจับผลูกลายเป็นว่ามันกลับคิดจริงจังจะจีบเขาเสียอย่างนั้น เขาเห็นความมั่นใจของมันแล้วก็หมั่นไส้ ท้าทายแฟนตัวเองไปเสียเยอะ ไม่รู้ว่าคราวนี้มันจะมาเล่นพิเรนทร์อะไรอีกไหม

แต่พูดตามความจริงแล้ว เขาก็อาจจะเรียกได้ว่าไม่เคยโดนเพียวจีบเลย

เพราะจากวันแรกที่เริ่มต้นความสัมพันธ์มันก็เลยเถิดกันไปถึงไหนต่อไหน ไอ้ความรู้สึกแบบจี๋จ๋าแบบคนจีบกันนี่แทบไม่เคยมี นึกออกอีกทีก็ทะเลาะกัน ปรับความสัมพันธ์จูนความคิดเข้าหากัน แล้วก็เป็นแฟนกันเสียแล้ว

พวกเขาอยู่บ้านเดียวกันมาตั้งแต่หลังเรียนจบ แต่ก็เหมือนอยู่บ้างไม่อยู่บ้าง ชีวิตของเพียวมีครึ่งหนึ่งอยู่กลางท้องทะเล วันบางวัน สำคัญมากแค่ไหน มันก็กลับมาไม่ได้ ถ้าไม่ตรงกับวันหยุดพักของมันพอดี วันเกิดควบวันครบรอบ วันปีใหม่ วันรับปริญญา ไม่ได้ก็คือไม่ได้ อาชีพของมันไม่เคยมีข้อแม้ เขาเคยชินเสียแล้ว หากเลือกจะไปต่อด้วยกันก็คงต้องอาศัยความเข้าใจ

ชีวิตของเขาจะเรียกว่าหวานก็อาจจะพอได้ เพราะไอ้เพียวเป็นคนที่หวานเวลาอยู่กับเขา แต่ความหวานนั้นก็ไม่อาจเรียกได้ว่าน่าพิสมัยนัก ทุก 21 วันที่มันจากไป โลกของเขามันแสนจะเหี่ยวเฉา เขาโคตรเกลียดความรู้สึกตอนขับรถไปส่งมันขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปแท่นขุดเจาะ เขาทำได้แค่ยืนมองมันลับหายสายตาไป เขาอยากจะพูดทุกครั้งว่าพอเถอะ หยุดเถอะ แต่เขาก็ไม่สามารถทำลายชีวิตมันได้

เขานอนร้องไห้ทุกครั้งที่พายุเข้าอ่าวไทย เขากลัวมันจะเป็นอะไรไป เขากลัวไปหมด เขากลัวแต่เขาทำอะไรไม่ได้เลย เขาทำได้แค่เฝ้ารอโทรศัพท์ทางไกลจากวันรุ่งขึ้นที่จะโทรมาบอกเขาด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “ปลอดภัยดี” คิดแล้วก็อดรู้สึกตื้อๆ ขึ้นมาในอกไม่ได้ แต่ก็ช่างเถอะ เขาก็ทำได้ดีแค่นี้

โฟคนั่นเท้าคางมองทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ที่อยู่ออกนอกหน้าต่างกว้างถัดไกลแสนไกลออกไป จิตใจก็หวนประหวัดไปถึงคืนวันอันแสนเลวร้ายหนึ่งซึ่งเขาไม่เคยลืม




เปรี้ยงงงงงงงงงงง

เสียงของวัตถุขนาดใหญ่กระแทกเข้ากับรถยนต์ของเขาจนสะเทือนไปหมดทั้งคัน โฟคในวัย 25 ปีที่กำลังขับรถกลับจากโรงพยาบาลลัดเลาะมาตามทางลัดเพื่อกลับบ้านอุทานออกมาเสียงดังอย่างตกใจ

รถของเขาชนเข้ากลับอะไรสักอย่าง วัตถุที่ว่านั่นกระเด็นเข้าไปอยู่ตรงริมถนน เขาเดาว่าเป็นสุนัข เหมือนเมื่อครู่จะมีหมาตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้าของเขาไปอย่างรวดเร็ว เร็วเกินกว่าที่เขาจะรู้ตัวและเหยียบเบรคทัน เขาสาบานได้จากใจว่ามันไม่ใช่ความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของเขาแม้แต่นิดเดียวเลย

โฟคหันไปดูรอบตัวก็พบแต่ความเงียบสงัด บ้านที่ริมสองฝั่งปิดมือสนิทกันหมดในเวลาเกือบเที่ยงคืนนั่นแล้ว เขาไม่เห็นใครอยู่ภายในอาณาเขตสายตาตอนนั้นเลย โฟคเอื้อมมือที่สั่นเทาไม่หยุดไปดับเครื่องยนต์รถ ก่อนจะเปิดประตูออกไปดูสิ่งมีชีวิตนั้น เขาก้าวขาไปด้วยความหวาดกลัว ก้อนเนื้อในอกเหมือนจะถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่นจนเจ็บปวดไปหมดเลย

ภาพที่เขาเห็นในเวลานั้นเป็นสุนัขพันธุ์ไทยตัวไม่ใหญ่นอนแผ่อย่างหมดสภาพ ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีเสียงหายใจ ผนังหน้าท้องฉีกขาดจนอวัยวะภายในทะลักออกมาให้ชวนสังเวชใจ น้ำตาของเขาไหลพรากอย่างห้ามไม่ได้ เขาสะอื้นออกมาปานจะขาดใจ ความรู้สึกผิดเกาะกินใจของเขาจนแทบจะทนไม่ได้ ไม่มีแม้แต่เสียงจะอุทธรณ์ร้องขอชีวิตเลย ตัวเขาในฐานะมัจจุราชได้ปลิดเอาชีวิตมันไปแบบที่มันเองก็คงไม่ทันได้ตั้งตัว น้ำตาเขาไหลออกมาไม่หยุดด้วยความรู้สึกผิด โกรธและเกลียดตัวเองจนเกินจะอธิบายไหว

ณ เวลานั้นไม่มีใคร ไม่มีใครเลย เขาร้องไห้และสะอึกสะอื้นอย่างเจ็บปวดอยู่ในความมืดแต่เพียงผู้เดียว

โฟคทิ้งร่างกายที่ไร้ซึ่งวิญญาณของเจ้าหมาผู้เคราะห์ร้ายไว้ตรงนั้น ก่อนจะเดินกลับมาที่รถอย่างไม่ค่อยจะมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์นัก เขาต้องการใครสักคนในเวลาแบบนี้ เมื่อความรู้สึกนั้นเกิดขึ้น นิ้วของเขาก็เผลอกดไปยังเบอร์โทรฉุกเฉิน Emergency Call อันดับแรกของเขาที่ไม่เคยเปลี่ยนมากว่า 10 ปีแล้ว

“เพียว”

“หมายเลยที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

“เพียว”

“หมายเลยที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

“เพียว”

“หมายเลยที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

คนที่เขาต้องการในเวลานี้มากที่สุดกำลังทำงานอยู่กลางอ่าวไทยที่ไกลแสนไกล โฟคซบใบหน้าลงกับพวงมาลัยอย่างหมดแรง ไหล่ของเขายังสั่นน้อยๆ ไปตามแรงสะอื้นของเขา ค่ำคืนนั้นเขาร้องไห้ออกมาเยอะมาก ค่ำคืนที่หัวใจของเขาแหลกสลายด้วยความรู้สึกผิด ค่ำคืนที่ไม่มีอ้อมกอดของคนที่เขารักที่สุดที่เขาแสนจะห่วงหาและต้องการ



“พี่โฟค”

“...”

“พี่โฟค”

“...”

“พี่โฟค!”

เสียงเรียกดังตรงหน้าปลุกเขาจากภวังค์เรื่องความสัมพันธ์อันแสนจะน่าปวดหัวของเขา โฟคเงยหน้ามองขึ้นก็เห็นหน่อยกลับมาเกาะเคานเตอร์อยู่ตรงหน้าแล้ว เหลือบดูเวลาก็แค่ประมาณ 12.45 น. เท่านั้น

“มีไรเปล่าหน่อย เรียกพี่ซะดังเลย” โฟคถามแบบงงๆ

“หนูสิต้องถามว่าพี่นั่นแหละใจลอยไปถึงไหนแล้ว หนูเรียกพี่ 3 รอบ พี่ยังไม่รู้สึกตัวเลย” หน่อยพูดกลับด้วยรอยยิ้ม

“อ้าวเหรอ ไม่มีอะไรหรอก พี่ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” โฟคตอบ

“พี่โฟค พี่เฟี๊ยตฝากมาบอกว่าจะเข้าบ้านใหญ่นะ พาไซน์คอสแทนไปด้วย แล้วก็บอกให้พี่โฟคนอนที่นี่ไป เพราะห้องนอนที่โน้นมีห้องเดียว” หน่อยพูดตามคำสั่ง

“อ้าว ไหงงั้นหละ” โฟคตอบอย่างงงๆ ถึงว่า เขามานั่งที่ล็อบบี้ตั้งนาน ไม่เจอทั้งพี่ชาย ไม่เจอทั้งหมาของตัวเองเลย

“พี่เฟี๊ยตฝากมาบอกว่าคิดถึงเจ้าสามตัวนั้นหนะพี่ จะยืมไปนอนกอดก่อน แต่ถ้าพี่มีอะไรก็โทรคุยกับพี่เฟี๊ยตเองเลย พี่เขาก็ฝากหนูมาแค่นี้” หญิงสาวพูด

“แล้วพ่อกับแม่หละ อยู่บ้านใหญ่เหมือนกันเหรอ” เขาถามต่อ

“โอ๊ย พ่อกับแม่พี่โฟคขึ้นเชียงรายไปตั้งหลายวันแล้ว เห็นว่าจะไปดูงานไร่ชาที่โน้น คงไปนานเลยนะพี่ เห็นว่าจะไปดูเรื่องที่ดินอะไรด้วย หนูยังงงเลยว่าพี่ทั้งสองคนทำไมถึงกลับบ้านมาตอนคุณลุงคุณป้าไม่อยู่” หน่อยตอบเหมือนกับโฟคจะถามในประเด็นที่ตัวเองสงสัยพอดี

“อ้าว ตอนแรกพี่ไม่ได้ตั้งใจกลับ พี่เห็นเฟี๊ยตกลับก็เลยติดมาด้วย ไม่คิดว่าพ่อกับแม่จะไม่อยู่นะเนี่ย” โฟคพูดแบบเซ็งๆ อุตส่าห์ถ่อมาครึ่งประเทศ พ่อกับแม่ตัวเองดันไม่อยู่บ้านเสียอย่างนั้น

“นั่นแหละพี่ มีไรก็ถามพี่เฟี๊ยตเอานะ” อีกฝ่ายตอบ

“แล้วนี่ทำไมรีบกลับมาจังเลยหละ พักถึงบ่ายโมงไม่ใช่เหรอ เหลืออีกตั้ง 15 นาที” โฟคถามต่อเหมือนชวนคุย ตอนนี้ในล็อบบี้มีแต่ความเงียบเหงาและพวกเขาแค่สองคน

“ป้าอ้อยโทรตามหนะพี่ เห็นพี่เฟี๊ยตแจ้งว่าแขกวันนี้จะลงสวน หนูเลยต้องรีบกลับมาช่วยดู”

คำตอบอีกฝ่ายทำเอาโฟคขมวดคิ้ว ลงสวนในที่นี้เป็นศัพท์ที่พนักงานในรีสอร์ตเรียกกัน หมายถึงพาแขกชมสวนกุหลาบและสวนสมุนไพรซึ่งถือเป็นแพกเกจที่รวมอยู่ในราคาที่พักอยู่แล้ว ไม่คิดเงินเพิ่ม

“ก็ให้ป้าอ้อยไปสิ พี่ก็เฝ้าล็อบบี้ หน่อยก็ไม่ต้องรีบกลับมาก็ได้” เขาพูดต่อแบบไม่เข้าใจ

“กฎตอนนี้ห้ามพนักงานลงสวนกับแขก 2 ต่อ 2 แล้วพี่ เคยมีปัญหาของแขกหาย พอไปกันสองคนก็เลยไม่รู้ใครพูดจริงพูดไม่จริง คุณลุงคุณป้าเลยออกกฎห้ามไปกันสองคนเลย หนูก็ไม่คิดว่าวันนี้จะมีแขก ไม่งั้นจะเรียกคนอื่นมาเพิ่มแล้ว คนที่อยู่คู่กับหนูวันนี้ก็ลาป่วยด้วย” หญิงสาวตอบ

“อ้าวเหรอ งั้นเดี๋ยวพี่เฝ้าให้ก็ได้ หน่อยไปแล้วกัน” โฟคตอบแบบง่ายๆ

“คือพี่โฟค ถ้าหนูจะรบกวนพี่ไปแทนหนู พี่จะโอเคไหม ความจริงห้องน้ำกลางยังไม่ได้คลีนเลยพี่ หนูกลัวแขกมาเห็นมันจะไม่ดี ป้าอ้อยไม่อยู่ หนูว่าจะจัดการเอง”

อีกฝ่ายพูดด้วยท่าทีเกรงใจ โฟคเองก็ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความที่รู้สึกว่าอะไรต่ออะไรก็ช่างดูจะเป็นใจให้เขาอยู่กับไอ้เพียวเสียเหลือเกิน แต่เหตุผลที่หน่อยพูดมาก็ฟังได้ การจะให้เขาอยู่ล้างห้องน้ำเอง เขาก็คงจะไม่ไหวเหมือนกัน

“ได้หน่อย เดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อนป้าอ้อยให้แล้วกัน”




“โฟค”

เสียงเรียกเขาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากคนที่คุ้นเคย ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นไอ้เพียว เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ไปทางต้นเสียงนั่น ติดจะยียวนนิดหน่อยแบบถือสนุก

“ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมช่วยครับ” เขาตอบเหมือนกับตัวเองเป็นพนักงานคนหนึ่งเท่านั้น

“นี่หมายความว่าอะไร”

เพียวถามขึ้นเป็นคำถามพร้อมกับหรี่ตา และหันโทรศัพท์มือถือในมือมาให้เขาเห็น ไอ้เพียวกำลังโทรเข้าเบอร์ของเขานั่นเอง แต่เขาที่นั่งอยู่ตรงนี้และเพิ่งลุกขึ้นมายืนมองหน้าอีกฝ่ายอยู่นี่ ไม่มีท่าทีว่าจะรู้ตัวเลยว่ากำลังโดนติดต่อมา

“จะจีบก็อย่าโกงสิครับ จีบแบบมีโพยได้เบอร์มาก่อนแบบนี้ มันจะสนุกเหรอ เขาเรียกว่าขี้โกงเสียมากกว่า”

โฟคพูดพร้อมอมยิ้มตรงมุมปาก พอรู้ว่าเพียวเหมือนจะจงใจขอชมสวนสมุนไพรเพื่อจะให้เขาไปด้วย เขาก็แกล้งกลับโดยการเอาโทรศัพท์สำรองของรีสอร์ตมาใช้ และปล่อยให้เบอร์เก่าของตนนอนอยู่ในห้องต่อไปเสีย อยากจีบนักก็ต้องหาเบอร์เขาให้ได้ แต่ถ้าจะหวังจากปากเขาหละก็ ท่าทางจะเป็นไปไม่ได้แน่นอน แถมเขาก็กำชับหน่อยไว้เป็นอย่างดีแล้วว่าห้ามบอกเบอร์เขากับแขกเด็ดขาด

“เล่นแบบนี้เหรอโฟค หืม”

เพียวมองกลับมาด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์ ไอ้เพียวตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อแขนกุดอวดแทนแขนที่มีรอยสักสีสด กางเกงยีนส์ทรงกระบอกเล็กเข้ารูปอวดขาเรียวยาวที่สวยได้รูป ในมืออีกข้างถือแว่นกันแดดยี่ห้อดัง นี่มันคงแต่งหล่อมาเขย่าใจเขาเต็มที่ โอเค ยอมรับว่ามองหน้ามันแล้วก็ใจสั่น แต่เขาต้องเก็บสีหน้าให้เรียบเนียนที่สุด อย่างน้อยก็ไม่ให้มันคิดว่าสามารถเอาชนะเขาได้โดยง่าย

“จะเรียกอย่างนั้นก็ได้นะ” เขาตอบพลางยักคิ้ว

“ถ้าขอตรงๆ ก็คงจะไม่ให้สินะ” มือที่ถือแว่นกันแดดนั้นเท้าคางมองหน้าเขาอย่างรู้ทัน

“การจะยื่นมือมาขอเนื้อจากลูกกวางนี่มันจะไม่เป็นการเสียศักดิ์ศรีไปหน่อยเหรอ คุณราชสีห์”

เขาตอบพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดีที่ได้ถือไพ่เหนือกว่า แต่นอกจากคนตรงหน้าจะไม่ดูโมโหอะไรแล้ว ยังยิ้มมุมปากออกมาเสียด้วย

“ถ้าผมจีบคุณติดเมื่อไหร่นะ คุณ เสร็จ ผมแน่” เพียวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ พร้อมกับเน้นเสียงด้วยสีหน้ามีเลศนัย

“เรื่องนั้นหนะ รอให้จีบติดก่อนก็ได้มั้งแล้วค่อยมาพูด เดี๋ยวจะกลายเป็นออกตัวเก้อเสียเปล่าๆ ฮ่าฮ่า” โฟคเองก็ยื่นหน้าเข้าไป พร้อมหัวเราะด้วยสีหน้าท้าทาย


“แล้วคุณจะรู้ว่าฉายาร้ายเรนเจอร์ของผมหมายถึงอะไร”

เพียวอาศัยจังหวะที่เขาเผลอเอานิ้วมาลูบริมฝีปากเขาอย่างเบามือ กว่าที่เขาจะรู้ตัวและตั้งสติได้ มันก็เดินตัวปลิวออกไปยังนอกรีสอร์ตที่มีป้าอ้อยขับรถซาเล้งมารออยู่ลิบๆ แล้ว โฟคส่ายหัวอย่างเซ็งๆ ที่เผลอตัวไปกับรสสัมผัสของมันชั่วครู่ได้ เขาคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องสำรองตามอีกฝ่ายออกไป หน่อยเดินเอาของไปเก็บในครัว เดี๋ยวก็คงออกมาเฝ้าล็อบบี้ในเวลาไม่นาน






นายพินต้า

ฝากเฟสและทวีตด้วยน้า นายพินต้า ninepinta น้า ค้นหาแล้วตามมาได้เลย

ขอโทษทีนะครับที่หายไปหลายวันมาก ป่วยครับ ป่วยแบบป่วยเลยแหละ กว่าจะอาการดีขึ้นแล้วแงะซากตัวเองขึ้นมาแต่งนิยายต่อได้ก็เกือบอาทิตย์ ใครสะดวกตามทวีตผมไว้น้า เผื่อผมติดขัดไม่ได้ลงจะได้แจ้งก่อน จะได้ไม่ต้องรอเก้อเน้อ ไม่ก็เก็บนิยายเข้าชั้นหนังสือไว้ก็ยังดีเอ้า อิอิ

ปล. เมนต์ให้คนเขียนหน่อยน้า คนเขียนจะได้หายป่วยไวไวไง งืออออ

ความคิดเห็น