หลินหลิน / แมวสีหม่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1-3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 66

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2561 13:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1-3
แบบอักษร

“ค่ะ เดี๋ยวฉันเอาไปซ่อมให้ค่ะ”

          เธอตอบด้วยเสียงเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น ทำเหมือนการทำอะไรให้เขาเป็นเพียงสิ่งที่ ‘ต้อง’ ทำ ไม่ใช่สิ่งที่ ‘อยาก’ ทำแม้แต่น้อย หากความเป็นจริงแล้ว พรนภัสเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง เธอมีความสุขที่ได้ทำอะไรให้เขา แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ ก็ตาม

          ตรีทศเดินออกจากห้องอาหารไปแล้ว พรนภัสสั่งความให้เด็กรับใช้เก็บโต๊ะ แล้วเดินตามไปอย่างไม่รีรอ ด้วยรู้ดีว่าถ้าให้ชายหนุ่มรอ มิพักต้องโมโหโกรธาขึ้นมาอีก และเธอไม่ชอบเลย...ไม่ชอบท่าทางกราดเกรี้ยวและอารมณ์รุนแรงของเขาแม้แต่น้อย

          หญิงสาวเร่งฝีเท้ามาหยุดยืนหน้าห้องเขา สูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดราวกับตนเองต้องเผชิญหน้ากับอะไรบางอย่างที่สามารถพรากเอาลมหายใจของตนเองไปอย่างไรอย่างนั้น

          พรนภัสยกมือขึ้นแล้วเคาะประตูสามครั้ง แล้วยืนรอเงียบๆจนแว่วเสียงอนุญาตให้เขาไปข้างในได้นั่นละ เธอจึงหมุนลูกบิดแล้วสาวเท้าเข้าไปด้านใน ภาพที่เห็นคือเจ้าของห้องถอดเสื้อคลุมออกแล้วสวมเพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ยืนหาอะไรบางอย่างในตู้เสื้อผ้าอย่างตั้งอกตั้งใจ

          แผ่นหลังของเขาดูกว้างและแข็งแกร่ง ไหล่ของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยงาม พรนภัสรีบเบือนสายตาเมินมองไปทางอื่นทันทีด้วยรู้สึกว่าตัวเองใจสั่นไหวจนเกินไปเสียแล้ว

          “เสื้ออยู่บนเตียงน่ะ” เขาเอ่ยโดยไม่หันมามอง

          “มีอีกตัวที่กระดุมหลุด เป็นเสื้อตัวโปรดของฉันด้วย แต่ฉันจำไม่ได้ว่าเก็บไว้ที่ไหน”

          ได้ยินดังนั้นพรนภัสก็รีบเสนอตัวช่วยเหลือทันที ตรีทศก็ไม่ขัด เขาถอยห่างออกมาแล้วปล่อยให้เธอเข้าไปยืนหน้าตู้เสื้อผ้าแทนที่

          “เสื้อตัวไหนหรือคะ”

          “เสื้อเชิ้ตสีฟ้าสลับขาว”

          พรนภัสจำได้แม่น เสื้อเชิ้ตตัวนั้นเขาสวมบ่อยมากในระยะหลัง ดูเหมือนจะชอบเป็นนักหนาจริงดังที่บอก

          “แพรวาซื้อให้”

          ได้ยินชื่อนั้นจากปากเขา มือที่ขยับเคลื่อนเสื้อแต่ละตัวให้ไปเรียงรวมกันเพียงด้านหนึ่งในตู้ก็ชะงักไป หากก็แค่ชั่ววินาที มันก็ทำหน้าที่ของมันต่อไป หากในใจของคนฟังกำลังปวดแปลบ

          ...เพราะเหตุนี้เอง เพราะคนรักของเขาเป็นคนซื้อให้ เขาถึงชอบนักชอบหนาและหวงแสนหวงเสียด้วย

          พรนภัสรู้สึกดวงตาของตัวเองพร่ามัว ม่านน้ำตาที่รื้นขึ้นมาทำให้เธอมองเสื้อเชิ้ตในตู้ไม่ชัด สุดท้ายก็ต้องละมือจากมา แล้วยกหลังมือเช็ดดวงตาของตนเอง ท่าทางเช่นนั้นเรียกรอยเหยียดหยันจากเขาจนได้

          “เป็นอะไรไปอีกล่ะ จะมารยาอะไรอีก” เขาสาวเท้าเข้ามายืนซ้อนทางด้านหลัง โน้มหน้าลงมากระซิบริมหูเธอด้วยน้ำเสียงดุดัน

          “บอกไว้ก่อนนะ มารยาร้อยเล่มเกวียนของเธอใช้ได้แต่กับพ่อของฉัน ไม่ใช่กับฉัน ไม่มีวันหรอก พรนภัส”

          ร่างเล็กหันไปเผชิญหน้าเขาโดยเร็ว ไม่ทันได้ระวังว่าตอนนี้ตรีทศอยู่ใกล้เธอมากขนาดไหน...ใกล้จนได้ยินกลิ่นอาฟเตอร์เชฟของคนตรงหน้าจนใจสั่น เมื่อเธอเงยหน้าสบดวงตาสีดำสนิท ก็พบเขาจ้องมองมาก่อนแล้ว ร่องรอยอารมณ์ในดวงตาเขายังรุนแรงและหลากหลายเช่นเคย

          ...เป็นอารมณ์ที่เธอไม่เคยคุ้น และคาดเดาไม่ได้

          ถึงกระนั้นพรนภัสก็ไม่เถียงว่าชอบมองมันเหลือเกิน ...ชอบจนอาจถึงขั้นหลงใหล อาจเป็นเพราะดวงตาของเขาแตกต่างกับดวงตาของเธอราวฟ้ากับเหว ยามใดที่เธอมองตัวเองในกระจกนั้นสิ่งที่เธอเห็นมีแต่ความชืดชาเยือกเย็น มิใช่ร้อนแรงเต็มไปด้วยชีวิตชีวาเหมือนของเขา

          ...ไม่แปลกใจเลยที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเรียกเธอว่า...’ยัยน้ำแข็ง’

          “อะไร มองฉันทำไม ยัยซื่อบื้อ”

          นั่นก็เป็นฉายาของเธออีกฉายา ตรีทศนั้นดูจะเก่งในเรื่องนี้นักเชียว

          “ก็...คุณยืนอยู่ใกล้”

          “ใกล้แล้วทำไม...อ๋อ...” จู่ๆคนตัวโตก็ลากเสียงยาวเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “เธอมองฉันอย่างคาดหวังว่าฉันจะทำ ‘อะไรๆ’ เธองั้นหรือ”

          ...อะไรๆที่ว่านั้นพรนภัสไม่รู้ และเดาไม่ออกแม้แต่น้อย แต่รู้ว่ามันต้องเป็นสิ่งไม่ดีแน่ๆ เพราะตอนนี้เขากำลังมองเธออย่างหยามหยันดูถูก

          “พอพ่อฉันตาย เธอก็มายั่วฉันแทนรึไง”

          เขาแค่นยิ้ม ดวงตาวาววับเจิดจ้า ก่อนจะกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเย้ยหยัน

          “อยากรู้นัก พ่อของฉันติดใจอะไรในตัวเธอนักหนา ...เธอ ‘เก่ง’ เรื่องบนเตียงมากหรือ พรนภัส”

          ถ้อยคำนั้นทำให้คนถูกกล่าวหาเบิกตาโพลง ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ ตามมาด้วยความโมโหจนถึงขีดสุด

          ...เขาจะด่าว่าเธออย่างไร พรนภัสไม่เคยสน แม้จะเก็บเอามาคิดบ้าง         แต่ก็ไม่ถือสา แต่กับผู้มีพระคุณของเธอ และแถมยังเป็นบิดาของเขานั้น เธอยอมไม่ได้

          ...คนอะไรดูถูกพ่อของตัวเอง! แถมในหัวยังคิดแต่เรื่องต่ำๆ อีก!

          ....น่ารังเกียจที่สุด!....

          เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่พรนภัสโกรธจนตัวสั่น เธอกำมือที่สั่นระริกเข้าหากันแน่น และก่อนที่เขาจะพูดอะไรที่มันน่ารังเกียจออกมาอีก หญิงสาวก็สะบัดฝ่ามือใส่หน้าเขาเต็มแรง

          เผียะ!

          ตรีทศหน้าหัน พร้อมกับปรากฏรอยแดงเป็นปื้นบนใบหน้าซีกซ้ายของเขา ตามมาด้วยการกัดกรามแน่น พรนภัสรู้ดีว่าเขาโกรธ ...โกรธจนอยากจะฆ่าเธอเลยกระมัง แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาทำตัวของเขาเอง หากเขาไม่พูดอะไรบ้าๆ แบบนั้นออกมาเธอก็คงไม่ถูกกดดันให้ต้องทำแบบนี้

          “เดี๋ยวนี้เก่งกล้าเหลือเกินนะ” เขาหันหน้ากลับมา มองจ้องเธอด้วยดวงตาวาวโรจน์ “เธอกล้าตบฉันแล้วหรือ พรนภัส!”

          “คุณพูดไม่ดีนี่คะ คุณดูถูกคุณท่าน”

          เขาไม่เอ่ยอะไร ทำเพียงเสียง ‘หึ’ ในลำคอ จากนั้นก็ยกมือมาบีบแก้ม      ทั้งสองของเธอ แรงของเขามาก...มากเสียจนพรนภัสแทบหลั่งน้ำตา

          “อย่าริอ่านมาทำร้ายฉันแบบนี้อีก คราวนี้ฉันถือว่าจะปล่อยเธอเอาบุญ     แต่ครั้งหน้า...เธอโดนหนักแน่”

          พรนภัสไม่รู้ว่าเขาจะลงโทษอะไรเธอ แต่เธอก็จดจำและบอกตัวเองว่าคราวหน้าจะพยายามไม่ประทุษร้ายเขาอีก จากนั้นเขาก็ละมือจากแก้มของเธอแล้วเอ่ย

          “อย่าคิดว่ามองฉันจะพิศวาสอยากทำอะไรเธอ ฉันไม่ใช่ประเภทบ้ากามจนมีอะไรกับผู้หญิงไม่เลือกหน้า...โดยเฉพาะผู้หญิงเย็นชืดอย่างเธอ ฉันไม่คิดจะแตะให้เสียเกียรติหรอก”

          คนถูกดูถูกหน้าร้อนผะผ่าว ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวดหัวใจ ทั้งอับอาย พรนภัสกัดริมฝีปากของตนเองจนแทบห้อเลือด ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรที่รุนแรงออกไป กลับตอบด้วยสุ้มเสียงเรียบเฉย

          “ดีค่ะ”

          “อะไรที่ว่าดี” เขาถามห้วยสั้นและกระโชกโฮกฮาก

          “ที่คุณไม่พิศวาสฉัน ฉันเองก็ไม่ได้พิศวาสคุณหรอกค่ะ”

          ...ไม่ได้ต้องการ เพราะไม่อยากเป็นเพียงเครื่องระบายอารมณ์ของเขา

          ...ไม่อยากเป็นเพียงตัวสำรองที่เขาต้องการเพียงปลดเปลื้องอารมณ์กำหนัดเท่านั้น

          “หึ...จริงหรือ เธอจะไม่พิศวาสอยากได้ฉันจนเนื้อตัวสั่นจริงหรือ พรนภัส ...ไม่อยากแล้วทำไมถึงต้องบังคับให้พ่อของฉันระบุในพินัยกรรมว่าฉันต้องแต่งงานกับเธอด้วย ฮะ!”

          “ฉันไม่ได้บังคับค่ะ” เธอยังคงตอบอย่างใจเย็น

          “ฉันไม่เชื่อ!”

          “ไม่เชื่อก็แล้วแต่คุณ ฉันบังคับให้คุณเชื่อไม่ได้หรอกค่ะ”

          คนที่กำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อคนตรงหน้ายังคงตอบเขาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ไม่สะทกสะท้านกับถ้อยคำร้อนแรงที่เขาโพล่งออกไปเลยแม้แต่น้อย ตรีทศรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทะเลาะกับกำแพงอย่างไรอย่างนั้น          ชายหนุ่มกัดฟันกรอด มองจ้องใบหน้าหวานเขม็ง ดวงตาของเธอกลมโต หากจะพูดว่าสวยจับใจคงไม่ถูกนักเพราะมันชืดชาเกินไป จมูกของเธอดูน่ารัก และริมฝีปากอิ่มเต็มก็สวยตรึงใจ หากจะมีส่วนไหนที่ดึงดูดใจชายได้คงจะเป็นริมฝีปากน่าสัมผัสของเธอกระมัง

          ...แต่ ไม่ใช่เขาหรอก! จะสวยเลิศเลอ หรือหอมหวานขนาดไหน แค่เป็นเธอ เขาก็ไม่มีวันจูบลง!

          ตรีทศกระชากเธอโดยแรงก่อนตะโกนไล่

          “ออกไปเลย! ไม่ต้องหาแล้ว เดี๋ยวฉันจัดการเอง” จากนั้นจึงชี้มือไปที่เตียงแล้วออกคำสั่ง “เอาแค่เสื้อตัวนั้นไปซ่อม เสร็จแล้วก็เอามาคืนเร็วๆล่ะ”

          พรนภัสทำตามแต่โดยดี หญิงสาวหยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมาถือไว้ หันกลับไปมองเขาอีกครั้ง ดูเหมือนตรีทศจะมีตาหลังหรืออย่างไรไม่ทราบได้ เขาจึงตะโกนห้วนสั้นกลับมาว่า

          “มีอะไรอีก”

          “จริงๆ คุณตรีให้ฉันหาให้ก็ได้นะคะ คุณหาลวกๆแบบนี้จะเจอได้ยังไงคะ”

          คนตัวโตเดินถอยห่างออกมาจากตู้เสื้อผ้าทันที ก่อนโบกมือให้เธอเข้าไปหาอีกครั้ง แล้วตัวเองก็ไปทรุดนั่งบนเตียง สองตายังจับจ้องร่างเล็กไม่วางตา ในห้องมีแต่ความเงียบ ...เงียบเสียจนพรนภัสยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงของตนเอง และเมื่อพบสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ เธอถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก

          “ชุดนี้ใช่ไหมคะ”

          หญิงสาวโชว์ให้เขาดู ทันทีที่เขาพยักหน้าเธอจึงถือเสื้อทั้งสองตัวเดินไปยังประตู

          “เดี๋ยว”

          พรนภัสชะงักฝีเท้า เหลียวมองคนที่นั่งบนเตียงพร้อมกับเลิกคิ้ว

          “ฉันต้องการจะตกลงเรื่องการแต่งงานกับเธอ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น