เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

55.6 แรกรักกระแทกใจนักฆ่าน้อย

ชื่อตอน : 55.6 แรกรักกระแทกใจนักฆ่าน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 117

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2561 12:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
55.6 แรกรักกระแทกใจนักฆ่าน้อย
แบบอักษร

และแล้วก็ถึงคราวบทสรุปแห่งศึกชิงตุ๊กตุ๋นเริ่มต้นขีดเขียน

          คู่รักนับร้อยถูกสังหารสิ้นซากอย่างไร้ปรานีด้วยสี่บททดสอบแห่งความรัก ยามนี้เหลือเพียงคู่รักสุดแกร่งเท่านั้นที่มายืน ณ ลานประลองสุดท้าย

          หนึ่งคู่รักผู้ครองรัตติกาลกับสาวน้อยนักฆ่ามือพระกาฬ หนึ่งคู่รักจิ้งจอกสาวอวบอ้วนกับสาวน้อยเด็กข้างบ้าน

          “ขอเชิญฝ่ายชายฝ่ายหญิงแยกกันเจ้าค่ะ ฝ่ายหญิงเชิญทางนี้”

          ดวงดาวน้อยหมุนเอวสะบัดกระโปรงลายมัจฉา มือถือไมค์ อีกมือผายไปทางประตูปากอสูร โซฟีบอกลาอีซีโอและเดินเข้าห้องพร้อมฮันน่าแฟนสาวนาโน ฝ่ายหญิงฝ่ายชายแยกเข้าคนละห้องคนละฝั่ง เด็กหนุ่มไม่รู้กิจกรรมมีภารกิจให้พวกตนทำอะไร ดังนั้นเขาไม่สามารคิดแผนรับมือ ได้แต่เพียงตามน้ำ แก้ปัญหาทีละขั้นอย่างใจสุขุมเยือกเย็น อย่าตกใจจนเสียสมาธิ ไหวพริบคือเรื่องสำคัญ  

          เด็กหนุ่มยืนกำหมัด สีหน้าแววตาส่องแสงสีดำทมิฬ เขาหลุบงามด้วยความหงุดหงิดนิดหน่อย

          “เข้าไม่ได้ก็ไสหัวไป เกะกะ”

          หนึบๆ

          เนื่องด้วยเรือนร่างนาโนอวบอ้วนขนาดใหญ่โตกว่ามนุษย์ธรรมดา ประตูห้องที่มีขนาดพอให้คนมุดนั้นนับว่าเล็กสำหรับจิ้งจอกสาว ตอนนี้นางกำลังพยายามสุดความสามารถเพื่อมุดผ่านประตูให้ได้ “เจ้าแหละไสหัวไป เด็กหยาบคาย”

          “อย่าลืมว่าใครช่วยชีวิตเจ้า”

          อีซีโอโพล่งเสียงเย็นยะเยือกพลางยกรองเท้าถีบก้นนาโนด้วยแรงมหาศาล ตุบ จิ้งจอกสาวโดนถีบเข้าห้องอย่างไร้เยื่อใย ครั้นเด็กหนุ่มสะบัดผมเดินตามเข้าไปอย่างหน้าตาเฉย “ชั่วร้าย!!” “ขอบคุณ” อีซีโอปรายตาพลางยิ้มสะใจ อยากบอกจริงๆว่าเจ้าควรสำนึกตัวไว้ซะ หาไม่เมื่อครู่เขาอาจพลั่งใช้พลังแห่งความมืดเผานางเป็นจุณ

          ฝ่ายชายมีอีซีโอและนาโน ต่างฝ่ายจ้องจะกัดหัวกันทุกนาที

          ตัดภาพมาห้องฝ่ายหญิง โซฟีนั่งเล่นตุ๊กตาแมวคู่ชีพ ใบหูกระรอกสั่นกระดิก หางกระรอกโยกเยกอย่างซุกซน “อยากนอนแล้วเนอะ แคนดี้” ค่ำคืนนี้ใช้แรงเยอะไม่น้อย นักเชิดหุ่นน้อยชักอยากกลับห้องพักแล้วล้มฟุบหัวกระแทงหมอนแล้วสิ ฮึๆ นางภาวนาว่ากิจกรรมสุดท้ายมิต้องใช้แรงเยอะเหมือนกิจกรรมก่อนๆ แม้ไม่เจ็บปวดระบมส่วนบั้นท้ายแล้ว กระนั้นก็ยังตัดความรู้สึกวูบวาบ เสียวไม่หาย

          “เจ้าชื่อกระไรรึ”

          ขณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมนั่งพัก ฮันน่ามิอันใดทำจึงใคร่อยากคุยกับโซฟี

          นักเชิดหุ่นน้อยยอมรับว่าตกใจเมื่อถูกทัก นางอ้าปากพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

          ปกติโดนถามชื่อก็ต้องบอกชื่อหรือเปล่า… เอ๊ะ

          “ซ โซฟี”

          “ชื่อดีนิ ข้าชื่อฮันน่า ส่วนจิ้งจอกขาวที่พวกเจ้าช่วยชื่อนาโน”

          “อือ”

          โซฟีแผ่วตอบอย่างเขินอาย นางหลบสายตาสืบเสาะ สาวน้อยฮันน่าเอียงคอพลางเข้าใจว่าโซฟีเป็นคนขี้อายระยะสุดท้าย

          “ข้าว่าแฟนเจ้าต้องกำลังตีกับนาโนแน่ๆ”

          “ม ไม่”

          “อะไรหรือ”

          ฮันน่ายื่นหัวใกล้โซฟี นักเชิดหุ่นน้อยส่ายหน้าพลางกระดืบหนี นางไม่อยากให้ฮันเข้าใจผิด “ข เขา..ไม่ใช่แฟน”

          “อาเร๊ะ เช่นนั้นเป็นพี่ชายเจ้าหรือ”

          โซฟีส่ายหน้า

          “แล้วเขาเป็นอะไรเจ้ารึ”

          “…”

          ฉับพลันโซฟีสมองขาวโพลน มิรู้ควรตอบฮันน่าเช่นไร สำหรับโซฟี…อีซีโอเป็นใครกันนะ เพื่อน?หรือแค่คนรู้จัก?

          ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและนางคงเป็นเช่นนั้น เพราะตลอดมาโซฟีก็ปฏิเสธอีซีโอ มิว่าเขาพยายามทำเพื่อนางมากเพียงใด นางให้เกรงกลัวและไม่กล้าเปิดใจให้เขา ความหวั่นไหวที่นางมีให้คือความสับสนและคำถามที่ราวจะเป็นปริศนาชั่วนิรัน น่าเสียดายและน่าเศร้าอย่างไร้แสงแห่งความหวังเรื่องของโซฟีและอีซีโอ ตราบใดที่โซฟียังรู้สึกว่าโลกนี้มีเพียงนางคนเดียว โดดเดียวเดี่ยวดาย…

          ใช่ ตราบที่โซฟียังเดินเพียงลำพัก

          “ขออนุญาตเจ้าคะ”

          ดวงดาวน้อยโผล่ศีรษะจากใต้โต๊ะ พลางคืบคลานประหนึ่งวิญญาณคนตาย นางยืนพลางใช้ชายเสื้อปิดรอยยิ้มแม่มดน้อย ดวงดาวน้อยยื่นกระดาษที่บนนั้นเขียนคำถามไว้สิบกว่าข้อ “กรุณาเขียนตอบคำถาม ความจริงหรือไม่จริงก็ได้”

          โซฟีและฮันน่าถูกขัดจังหวะก็ให้เลิกรามิพูดเรื่องนี้ต่อ สองสาวรับกระดาษด้วยสีหน้ามึนงง มีเครื่องหมายคำถามเด้งเหนือหัว กระนั้นเห็นคำถามบนกระดาษหาใช่คำถามแปลกๆ พวกนางก็ลงมือเขียนคำตอบตามความสัตย์จริง

          ในเมื่องานนี้มีดวงดาวน้อยช่วยดูแล ฉะนั้นไม่ต้องกังวลข้อมูลลับๆจะถูกเปิดเผยหรือนำไปใช้ในทางไม่ดี

          “เรียบร้อย”

          ดวงดาวน้อยเก็บกระดาษคำถามพลางคลี่ยิ้มสง่างามแลทะมึนปานนางมาร ครั้นนางมุดเข้าใต้โต๊ะ ทิ้งประโยคประกาศเริ่มงานไว้เบื้องหลัง

          “เชิญทั้งสองขึ้นเวทีเจ้าค่ะ”

          ทำกิจกรรมบนเวทีหรือ.. โซฟีแอบหวั่นใจเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางฝูงชน นางกอดรัดตุ๊กตา ไหนๆใกล้จบ นางขอไปให้สุดทางละกัน ไปกันเถอะแคนดี้

          พรึบ

          เสียงผ้าม่านเปิดกระชากเผยให้เห็นสองสาวน้อยที่ค่อยๆย่างกรายขึ้นเวทีใหญ่ โซฟีและฮันน่าเดินไปอยู่ฝั่งเดียว และฝั่งตรงข้ามีพวกอีซีโอ ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงนั่งอยู่คนละฝั่งปานคู่อริคู่แข่ง โซฟีลอบมองอีซีโอ อีซีโอแอบเหลือบมองโซฟี ครั้นสายตาทั้งสองปะทะกันก็บังเกิดความพิศวง ใจเต้นเบาๆและผละสายตาจากกันอย่างมิได้นัดหมาย  

          ฟิ้ว ฟิ้ว ตู้ม ตู้ม  

          เหนือฟ้ามีดอกไม้ไฟแตกสาดละอองแพรวพราว ดวงดาวน้อยทั้งหลายที่ว่างงานบนฟากฟ้าราตรีล้วนจับจองที่นั่งเตรียมชมงานกิจกรรมไม่ต่างกับชาวเมืองออร์อินดอท์เบื้องล่างที่ยืนชมงานด้วยจำนวนมหาศาล กลิ่นความสนุกสนามลอยอบอวล แว่วเสียงดนตรีของนักไวโอลินสาว และบทเพลงเปียโนแห่งทุ้งข้าวสีน้ำเงิน แสงตะเกียงไฟทะเลทราย คลื่นลมสีฟ้าครามผสมสีเขียวไผ่พัดพรูด้วยพลังมาโฮ วิญญาณปักษาโฉบบินลงเกาะกิ่งหลิว

          บ่อน้ำใสสะท้อนภาพดวงดาวมีปลาหางนกยุงแหวกว่าย

          จ้าวแห่งการทำลายล้างหยุดนั่งพลางชะโงกหัวมองเวที

          ใต้พิภพมีราชันมังกรหลับใหล

          เบื้องล่างนั้นคือนครใต้บาดาล[ตำหนักนางเงือก]

          “ได้เวลากิจกรรมสุดท้ายแล้วเจ้าค่ะ คู่รักใดหนอจะพิชิตกิจกรรมและได้ตุ๊กตาแมวเหมียวแคทแคทธีไปกอดกันน่า!!” ดวงดาวน้อยโบยบินพลางสะบัดข้อมือสาดละอองแห่งโยดาประหนึ่งนักมายากลสะบัดไพ่ ด้วยกิจกรรมฟอสเทลสตาร์ถือเป็นอีเว้นใหญ่ระดับเจ้าเมืองสนับสนุน ดังนั้นทุกปีผู้คนเข้าร่วมงานจึงมีจำมากไม่ต่ำเกินหลักพัน ฝูงชนสวมอสูรกาย ปีศาจ พราย เหล่านี้ชอบใจและโปรดปรานกิจกรรมตุ๊กตา แม้นมิส่วนร่วมแต่ก็ชอบดูผู้เข้าแข่งขันประชันฝีมือกันอย่างไม่มีคำว่ายอมแพ้

          ที่นี้ไม่เมืองไฟท์มาคิสออน นครแห่งนักสู้ที่ซึ่งตัดสินทุกอย่างด้วยอำนาจ

          และไม่ใช่เมืองแบรดแอน์ นครแห่งเสียงเพลงที่ทุกอย่างตัดสินด้วยเสียงดนตรี ท่วงทำนองแห่งตำนาน

          ที่นี้คือเมืองออร์อินดอท์ ไม่ว่าจะเสียงดนตรีหรือคมดาบ วิธีการตัดสินชะตาไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เรื่องสำคัญของเมืองคือของรางวัลต้องตุ๊กตาเท่านั้น

          ไร้เกียรติยศ ปราศจากชื่อเสียง มีแค่ตุ๊กตาน่ากัด ราคาแพงกว่าทองคำ

          “เพื่อตุ๊กตาเรายอมขายบ้าน”

          “เพื่อตุ๊กตาตัวเท่ากำปั้นเรายอมทำสงคราม”

          “เพื่อปกป้องสร้างสุดยอดตุ๊กตาเรายอมขายวิญญาณซาตาน”

          จิตวิญญาณชาวเมืองออร์อินดอท์มีไว้เพื่อบูชาตุ๊กตาจริงๆ ดวงดาวน้อยยิ้มปากเหงื่อ พลางนางกล่าวเริ่มต้นกิจกรรม “กิจกรรมที่ห้ามีชื่อว่า ‘ล่วงลึกรู้ใจสุดที่รัก’ เจ้าค่ะ”

          “โอ้!!!”

          เสียงตะโกนผู้ชมดังสนั่นด้วยความตื่นเต้น ผิดกับสาวน้อยผมลอนยาวสีทองไหลที่นั่งเก้าอี้หน้าซีดเผือก โซฟีทำหน้าปานวิญญาณหลุดจากร่าง นางแอบหวั่นๆใจตอนดวงดาวน้อยยื่นกระดาษคำถามประวัติศาสตร์ชีวิตให้ สงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมหนอ ทำไมต้องถามเรื่องพวกนี้ สงสัยเอาไว้ใช้เป็นข้อมูลสำหรับใช้ช่วยจัดงานครั้งต่อไปกระมัง อ่อ ไม่ใช่นี่นา!!!

          นักเชิดหุ่นน้อยเหงื่อแตก แอบส่งสายตาให้อีซีโอ ฝั่งเด็กหนุ่มเห็นสาวน้อยมองเอ๋อๆเขาก็ให้พยักหน้า

          แม้ไม่มีความมั่นใจสักนิด แต่เพื่อไม่ให้ขายหน้า เขาเลยพยักหน้าไว้ก่อน

          “ฟุดๆสำหรับคู่รักหลอกๆดูแย่เนอะนาโน”

          จิ้งจอกสาวหัวเราะเยาะเด็กหนุ่มข้างเก้าอี้ อีซีโอวาดทีท่าเฉยเมย เมินจิ้งจอกสาวอย่างผู้เหนือกว่า

          “กติกาแสนง่ายดั่งปลอกกล้วย โดยจะให้ข้าซึ่งเป็นผู้ดูแลงานถามคำถามผู้เข้าแข่ง ใครตอบถูกก็ได้คะแนน ตอบผิดก็ศูนย์จ้า”

          ดวงดาวน้อยกระโดดลงจากฟ้า ทิ้งตัวลงบนเวทีอย่างสวยงาม “คำถามสามสิบข้อ คู่ไหนได้คะแนนมากกว่าถือว่าชนะ!!”

          “ลุยเลยนาโน!!”

          ไม่มีที่ให้หนี ทางข้างหน้าเปิดโล่งให้ลุยเท่านั้น อีซีโอขอเดิมพันด้วยชื่อเสียงวงศ์ตระกูล เขารู้ทุกเรื่องของโซฟี!! ไม่ว่าจะเจอคำถามใด เขาตอบได้!!!

          “เช่นนั้นเริ่มที่ฝ่ายชาย ท่านอีซีโอ”

          ดวงดาวน้อยเสกไหเงินพลางล้วงอุ้งมือเข้าไหพร้อมหยิบกระดาษหนึ่งแผ่น นางปล่อยไหลอยบนอากาศ พลางคลี่กระดาษซึ่งด้านในมีคำถามเขียนอยู่

          “โซฟีจังชอบสีอะไรเจ้าคะ”

          มีเวลาให้คิดคำตอบสิบวินาที กระนั้นเด็กหนุ่มไม่เสียเวลาคิดสักเสี้ยววินาที

          เขาสะบัดเสื้อคลุมพลางวางมาดตอบอย่างดุร้าย “นางชอบแดง สีแดงทับทิม”

          “ถูกเจ้าค่ะ!!”

          เยี่ยม เปิดได้สวย… เด็กหนุ่มหรี่ตาสาดประกายเย็นยะเยือก ส่วนฝั่งนักเชิดหุ่นน้อย เจ้าตัวแอบกระอักกระอ่วนเบาๆ

          แอบพึมพำบ่นกับตุ๊กตาแมว “ข เขารู้ได้เช่นไรแคนดี้” ทั้งที่พวกเราแถบไม่เคยคุยกันเลยแท้ๆ!!!

          การประลองระหว่างคู่รักทั้งสองพึ่งเริ่มต้น กระนั้นเริ่มเห็นแววหายนะแล้ว

          “ปกติท่านาโนใส่กางเกงลิงสีอะไร”

          “นางไม่ใส่”

          “ถูกเจ้าค่ะ!!”

          ฝั่งพวกนาโนตอบคำถามได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด

          “ท่านโซฟีรู้หรือไม่ ท่านอีซีโอชอบหนังสือนิยายประเภทไหน”

          “ข เขาชอบหนังสือประวัติศาสตร์มากกว่า”

          “ว้าว แม้แต่เรื่องนี้ก็รู้!!”

          อีซีโอเริ่มแปลกใจ เขายอมรับว่ารู้เรื่องโซฟีไม่น้อย แต่ทำไมโซฟีรู้เรื่องของเขาเช่นกัน? ทำไม? หรือนางแอบสะกดรอยตามเขา!!! แอบของแอบอีกที

          “คิกๆคำถามนี้ง่ายมาก ครอบครัวท่านโซฟีมีใครบ้าง”

          “นางเป็นเด็กกำพร้า”

          “ผิดจ้า!!!โซฟีมีพี่สาวหนึ่งคน”

          “ว่าไงนะ!!!”

          อีซีโอเสียการควบคุมทันทีเมื่อเผชิญหน้าคำตอบที่เขาไม่คาดคิด โซฟีมีพี่สาว!!เป็นไปไม่ได้ นางเป็นเด็กกำพร้า เขาไม่เคยรู้เลยว่านางมีพี่สาวด้วย

          นักเชิดหุ่นน้อยก็อยากเขียนตอบว่าตัวคนเดียว กระนั้นนึกได้ว่านางรู้จักกับเมรัย และทั้งสองก็ตกลงเป็นพี่น้องกันแล้ว เพราะเหตุนั้นตอนนี้โซฟีมีมีพี่สาวตัวเป็นๆ หาตอบว่าเมรัยไม่ใช่พี่สาว มีหวังเมรัยผูกคอตายแน่

          ไม่รอให้อีซีโอทำใจ ดวงดาวน้อยก็กระหน่ำยิงคำถามปานจะขว้างดาบแทงเด็กหนุ่มอย่างเคียงแค้น

          “ท่านโซฟีน้ำหนัก ส่วนสูง อก เอว สะโพก เท่าไหร่!!”

          คำถามเสี่ยงตาย แต่เด็กหนุ่มก็กลั้นใจตอบอย่างหวังชนะ “หนัก 48 สูง 137 ที่เหลือละไว้ฐานที่เข้าใจ”

          “มันจะละไว้ได้ไงละคุณ!!!ผิดจ้า เอาไข่ต้มไปโล้ด”

          “ชิ”

          ก็อยากตอบขนาดจริงๆแต่กลัวว่าที่ภรรยาตัวน้อยเตรียมใบหย่าเท่านั้นเอง

          ฝั่งนาโน แม้รักกันปานแม่ลูก กระนั้นก็มีตอบผิด

          “ท่านฮันน่าซ่อนอะไรไว้ใต้เตียง”

          “หนังสือโป๊นาโน!!”

          “หนังสือโป๊#@#$@#อะไรของเจ้าย่ะ”

          ฮันน่าอยากหยิบโซฟีขว้างใส่หัวจิ้งจอกสาว นาโนตาละห้อยคิดว่าตอบถูกแท้ๆ

          “เหมือนตอนนี้คะแนนจะเริ่มสูสีแล้วเจ้าคะ ไหวไหมเอ่ย”

          ดวงดาวน้อยมองคะแนนทั้งสองฝ่าย นับจากนี้จะเป็นคำตอบที่มีระดับความยากมากกว่าเดิม หากฝ่ายไหนพลาดถือว่าจบสิ้น พ่ายแพ้

          “ท่านฮันน่ารู้รึเปล่า ดวงเดือนนี้ของท่านนาโนเป็นไร”

          คำถามเปิดกว้าง ขอเพียงตอบให้ถูกตามความเป็นจริงก็พอ

          คราวนี้สาวน้อยฮันน่าคิดหนัก เม้นปากพลางตอบอย่างไม่มั่นใจนัก “เรื่องเงินมีใช้ ที่เหลือก็ดีหมด..”

          “น่าเสียดายเจ้าค่ะ เรื่องอื่นอาจดี แต่เรื่องเงินไว้สอบปากคำท่านนาโนนะเจ้าคะ” ดวงดาวน้อยส่ายหน้าพลางแนะนำให้ตรวจบัญชีเงินในกระเป๋าทันที ดูสิเงินเดือนโดนกลืนลงท้องใครหรือเปล่า ลองดูดีๆอาจพบว่าท้องจิ้งจอกสาวป่องกว่าปกติก็ได้

          “นี่เจ้า..”

          “แฮร่ๆ”

          พวกนาโนพลาดแล้ว นับเป็นโอกาสพลิกเกมของพวกโซฟี

          ดวงดาวน้อยหันขวับมองโซฟีสลับมองอีซีโอ ไม่รู้ทำไมนางอยากแกล้งเจ้าเด็กหนุ่มหน้าหล่อผู้นี้ อยากหักต้นรักเขาคามือ

          “คิกๆ”

          อุ้งมือน้อยจับกระดาษและคลี่อ่านคำถาม

          “ท่านโซฟีรู้หรือไม่ ท่านอีซีโอชอบอะไรมากที่สุด”

          “..”

          นักเชิดหุ่นน้อยชะงัก นางรู้ดีเขาชอบอะไร..

          “ช ชอบ..”

          “ชอบอะไรเจ้าคะ”

          โซฟีโดนบีบคั้นให้พูดเรื่องนี้ก็อยากมุดแผ่นดินหนี นางยกตุ๊กตาแมวขอให้มันพูดแทน “ชอบโซฟี…”

          “ถูกเจ้าค่ะ!!แล้วรู้หรือไม่เขาชอบส่วนไหนมากที่สุดในตัวท่านโซฟี!!!

          “หา”

          What the…

          คำถามซ้อนคำถาม ดวงดาวน้อยอธิบายเช่นนั้น หากตอบไม่ถูกก็ถือว่าผิด โซฟีไม่รู้ นางจะรู้ได้อย่างไรว่าอีซีโชอบส่วน…ส่วนไหนของนาง

          “ช่วยคิดอย่างจริงจังด้วยเจ้าค่ะ”

          อยากขอความช่วยจากอีซีโอ แต่ดวงดาวน้อยโผล่หัวบังเด็กหนุ่มมิด ไม่ให้ถาม โซฟีหน้าแดงระเรื่อ ตัวสั่นเทิ้ม นางกลั้นใจ ฮึบ

          หากลองคิดจากทุกครั้งที่พวงนางเจอกัน คุยกัน เขาชอบมอง..

          “หน้าอก…”

          ใช่ แม้นยากสังเกต แต่อีซีโอชอบแอบมองหน้าอกโซฟีจริงๆ

          “ผิดจ้า”

          เพล้ง

          เด็กหนุ่มแว่วยินเสียงร่างโซฟีกลายเป็นหินพลันแตกสลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย

          ดวงดาวน้อยกล่าวเสียงเรียบด้วยความสงบนิ่ง “ท่านอีซีโอชอบพุงท่านโซฟีเจ้าค่ะ ดูนี่เขาเขียนตรงนี้”

          ดวงดาวน้อยยื่นกระดาษคำตอบตรงหน้าโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยรีบถอยหนีไม่กล้ามองสักนิด ของแบบนี้ไม่ต้องเอาให้ดูก็ได้!!!นางรู้แล้ว

          คราวมีจิตสังหารปะทุบนเวที อีซีโอเพ่งสายอาฆาตใส่ดวงดาวน้อย เจ้าดวงดาวตกอับนี้ทำให้ว่าที่ภรรยาตัวน้อยของเขาอับอาย นางต้องชดใช้!!

          และแล้วก็วนมาถึงตาอีซีโอ ครั้งนี้เด็กหนุ่มต้องกู้ศักดิ์ศรีให้โซฟี ไม่ว่าคำถามจะล่อแหลมเพียงใด เขาก็จะตอบ!!

          “ท่านอีซีโอ รู้หรือไม่ ท่านโซฟีอยากให้ส่วนใดของร่างกายเติบโตมากที่สุด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

          .

          .

          .

          .

          คนตัวเตี้ยอย่างโซฟีอยากส่วนใดเพิ่มมากที่สุดหรือ เรื่องนี้แม้แต่เด็กประถมก็รู้คำตอบ

          “คำตอบคือท้องนาง!!!นางชอบและอิจฉาคนตัวโต ไม่ใช่คนตัวสูง!!!”

          คราวสรรพเสียงทั่วลานเวทีเงียบกริบปานป่าช้า ดวงดาวน้อยผวา อ้าปากอย่างตกตะลึง ส่วนโซฟี ฟังจบปุ๊บนางปล่อยหัวกระแทงโต๊ะทันที โป๊ก

          “ถ ถูกเจ้าค่ะ…”

          ท่ามกลางแววตาหลากหลายอารมณ์ อีซีโอวางสีหน้าเรียบเฉยราวราชันผู้พิชิตประเทศสำเร็จ เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าโซฟีปรารถนาสิ่งใดมากที่สุด นางหวังให้มีใครสักเข้าใจนาง ยืนเคียงข้างนาง คนที่ทำลายความเหงาของนาง และรองจากเรื่องนั้นคือนางอยากตัวใหญ่ โซฟีเคยบอกเขาเมื่อนานมาแล้ว… ในยามนั้นที่นางบอกเขาอยากตัวโตไวๆ จะสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง นางอยากให้ทุกส่วนของร่างกายใหญ่ไปซะให้หมดเพื่อแรงเยอะๆ เวลาโดนใครรังแกก็จะเอาร่างพุ่งชนกระเด็นไปเลย

          โซฟีหลงใหลพุงเมรัยซึ่งใช่ว่านางชอบทันทีที่เห็นมัน แค่เพราะนางชอบมันอยู่ก่อนแล้ว มองเห็นของที่ตนเองต้องการอยู่บนร่างเมรัยจึงนึกอิจฉาและอยากบีบนวดมันทุกวัน

          น่าเสียดายที่ความปรารถนายากเป็นจริง…

          “พวกนาโนแพ้ ฮือๆ”

          “น่าเสียดายที่แพ้ แต่เรื่องเงินยังไม่จบนะ..นาโน”

          กิจกรรมฟอสเทลสตาร์สิ้นสุดด้วยชัยชนะของพวกโซฟี เพราะคำตอบนั้นที่เขาพลิกเกมอย่างอัศจรรย์ แม้สร้างความลำบากใจและขยายเส้นความสัมพันธ์ของเขาและนางไกลกว่าเดิมแปดหมื่นห้าพันเท่า กระนั้นเด็กหนุ่มนำของรางวัลมอบให้เจ้าหญิงของเขาสำเร็จ

          แสงไฟสีเหลืองทอสว่างไสว ฝูงชนยังเดินขวักไขว่อย่างคึกครื้น โซฟีได้กอดพุงตุ๊กตาเหมียวให้ดีใจพักหนึ่ง นางบอกด้วยความเสียดายว่านางเอากลับบ้านไม่ได้ เพราะนางไม่มีบ้าน… ไม่มีที่ใดใช้เก็บตุ๊กตาเหมียวตัวใหญ่ เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับอีซีโอ เด็กหนุ่มกล่าวอย่างมั่นคงและหนักแน่น “เดี๋ยวเก็บไว้ที่บ้านของพวกเรา” “…” โซฟีเกือบสะดุดล้มหัวทิ่ม ประโยคพวกนี้เขาก็ยังกล้าเอ่ยเรื่อยๆนะ เช่นนี้..นางจะหักห้ามหัวใจไว้อีกหรือ คงเหลือแต่รอเวลาเท่านั้น

          “อือ”

          เมื่อสั่งคนรับใช้หอบตุ๊กตากลับแล้ว อีซีโอและโซฟีก็ยืนตระหง่านบริเวณขั้นบันไดหน้าโรงแรมที่พักของโซฟี เด็กหนุ่มอาสาเดินมาส่งนางถึงประตูด้วยใจห่วงใยอาทร ไม่ใช่ห่วงจะมีใครกล้าลอบทำร้ายโซฟี แต่เขาอยากรู้ว่านางกลัวหรือคิดมากเรื่องเขาหรือเปล่า เรื่องคำถามกวนประสาทของดวงดาวน้อย เด็กหนุ่มห่วงว่าสาวน้อยจะมองเขาไม่ดี เห็นเขาหื่นกามหรือเป็นโรคจิตอย่างที่พี่สาวหลอกโซฟี ซึ่งที่จริงอีซีโอเป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาที่อยากรักและอยากรู้จักคนที่เขารักแค่นั้น… ปกติเรื่องคนอื่นจะให้ลูกน้องสืบข้อมูล แต่เรื่องโซฟี อีซีโอลงมือสืบเอง แค่เหตุผลบังหน้าที่เอาไว้ใช้แก้ตัวเฉยๆ

          ทั้งสองยืนหลบตากันหน้าประตู อีซีโอมีเรื่องอยากคุยกับนางอีกมาก กระนั้นคงหมดเวลาแล้ว

          ผู้ครองรัตติกาลแม้เสียดายชั่วเวลามีค่า ทว่าเขามีงานต้องทำต่อในวันพรุ่งนี้ และคงไม่ได้เจอนางอีกหลายวัน

          “เจ้ารู้เรื่องของข้าด้วยรึ”

          ตอนตอบคำถามเกี่ยวกับอีซีโอ โซฟีสามารตอบได้เกือบหมด

          “อือ”

          เพราะตอนป่วยและพักอยู่กับอมีตี้ พี่สาวแสนร้ายของอีซีโอหยิบสมุดภาพและป้อนข้อมูลของน้องชายให้โซฟี บังคับและเล่าเรื่องต่างๆของอีซีโอให้โซฟีฟัง ทั้งเรื่องของที่เขาชอบ ของที่เขาเกลียด และอดีตอันแสนเลวร้ายภายใต้การข่มเหงของอมีตี้ พี่สาวน่าถีบผู้นี้เล่าหมดตั้งแต่เรื่องอีซีโอโดนปูหนีบน้องชาย กระทั่งโดนแม่แท้ๆจับแต่งหญิง ใช้ประกอบพิธีอัญเชิญวิญญาณเพื่อขอเลขเด็ด ส่งไปรบและใช้เป็นโล่กันกระสุน…

          จะว่าโซฟีรู้ลึกเรื่องอีซีโอก็ได้ แม้จะเป็นเรื่องคนอื่น กระนั้นนางก็สนุกเมื่อรู้จักเด็กหนุ่มผู้นี้

          “ต้องขอบคุณ..ยัยปีศาจนั้นหรือ”

          อีซีโอยิ้มเยาะตนเอง เพราะพี่สาวช่วยเล่าเรื่องเขาแท้ๆวันนี้เลยชนะ

          เมื่อไม่เรื่องใดถามอีก อีซีโอก็ต้องจำใจจากลาด้วยความอาลัย

          “ร รอก่อน”

          “..”

          โซฟีร้องเรียกอีซีโอ ตั้งแต่ที่รู้จักกัน นี่อาจเป็นครั้งแรกที่นางรั้งเขาไว้

          นั้นเพราะนางอยากบอกเขา ถึงความรู้สึกดีๆที่เขามอบให้

          “ขอบคุณนะ..”

          เพียงประโยคสั้นๆแสนธรรมดา กระนั้นเปี่ยมด้วยความรู้สึกจริงใจ

          นักเชิดหุ่นน้อยหน้าแดง กอดแคนนี้พลางบิดเอวอย่างขัดเขิน พลางเปิดประตูโรงแรม และมุดหายหนี

          อีซีโอยืนนิ่งสติหลุดลอย เขากะพริบตาปริบๆครั้นไม่นานนัก ประตูโรงแรมเปิดแง้มเล็กน้อย โซฟีให้แคนดี้ออกไปพูดแทนตน

          ตุ๊กตาแมวแก่วงแขนโบกมือ โยกเอียงหัวคลี่ยิ้มสยอง “วันนี้สนุกมาก..”

          โซฟีเขินหนัก ทว่าไม่นานก็เริ่มดีที่มีโอกาสบอกความในใจสำเร็จเป็นครั้งแรก

          อีซีโออมยิ้มอบอุ่น หัวใจมีดอกไม้แห่งความสุขผลิบาน ท่ามกลางแดนมาร โซฟีเปรียบประหนึ่งดอกไม้สีขาว…

          “ไว้คราวหน้าไปกันอีก”

          “อือ”

          เหมือนความฝันตื่นหนึ่ง ความฝันที่เจ้าหญิงลืมตาขึ้นในคืนจันทร์เต็มดวง นางปรารถนาอยากรู้จักโลกภายนอกจึงเปิดประตูและกลิ้งลงจากหอคอยที่กักขังนางทั้งชีวิต เดินผ่านป่าวิญญาณด้วยความกล้าอันน้อยนิด นางไปถึงเมืองที่กำลังจัดงานเทศกาลและบังเอิญพานพบกับเจ้าชายที่เฝ้าส่งขนมหวานให้นาง เขาคือคนคนเดียวกล้าใกล้ชิดเจ้าหญิงมือเปื้อนเลือดเช่นนาง ไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าคราวใด เขามักยื่นมือให้นางและพานางออกสู่สถานที่ใหม่ๆ ท่ามกลางแสงสีที่งดงาม กลิ่นหอมดอกไม้ และความรู้สึกต่างๆที่นางเริ่มเข้าใจมัน

          ความรักของโซฟีจะเบ่งบานเมื่อไหร่นะ… สาวน้อยผู้ไม่เคยสนใจมัน ยามนี้ชักอยากสัมผัสและรู้จักมันแล้ว….

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น