cxparallel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 39 โลกทั้งใบในมือคุณ (ตอนจบ?)

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 โลกทั้งใบในมือคุณ (ตอนจบ?)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 473

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 16:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 โลกทั้งใบในมือคุณ (ตอนจบ?)
แบบอักษร

**​โลกทั้งใบในมือคุณ​ <span id="redactor-inline-breakpoint"></span>**​



“เธอช่วยฉันไว้นะ โรซ่า” เขายังคงความคลุมเครือของคำตอบไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ก่อนจะดีดนิ้ว

พลันเสียงแผ่นดินสะเทือนเลือนลั่นดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นเราก็กลับมาอยู่ในรถรางขบวนเดิม

บึ้ม!!

ฉันสะดุ้ง เมื่อเสียงระเบิดจากปากกระบอกปืนดังลั่น มือของทริสตั้นเลื่อนหลุดไปจากฉัน วินาทีต่อมาสมองถึงจะเพิ่งประมวลผลได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“พ่อทำอะไรของพ่อ!” ฉันตะโกน ถลึงตาจ้องปืนบาซูก้าพิสดารที่พ่อถืออยู่

“ทำสิ่งที่ถูกต้องไง”

“แต่เขาเป็นคนช่วยพ่อนะคะ!” ร้องแค่นั้น ฉันก็ตัดสินใจหันหลังวิ่งออกไปตามรูระเบิดของรถราง หวังจะเห็นร่างทริสตั้นอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่เสียงร้องของพ่อทำให้ฉันวิ่งกลับไป

“ไม่ตาย ทำไม ทำไมแกยังไม่ตาย!” พ่อชี้ทริสตั้น หน้าซีด ขาสั่น มือก็ควักลูกปืนอันใหม่ออกมาจากแผงที่สะพายอยู่ “ลูกกระสุนนี่รวมของใช้ฆ่าทั้งแวมพ์ ทั้งหมาป่า ซัคคูบัส เนฟิลิม ปิศาจ ตัวประหลาดทุกอย่างที่อยู่ในร่างได้หมด มันต้องฆ่าแกได้ด้วยสิ”

“แล้วเกรกแน่ใจได้ยังไงครับว่าผมมีเลือดแค่ตัวประหลาดสี่ห้าอย่างที่คุณไล่มา แค่นั้น” เขาพูดอย่างอารมณ์ดี แล้วหันมาโบกมือให้ฉัน “ว่าไงที่รัก”

“ที่รัก!? อย่าบังอาจมาเรียกลูกโรซ่าของข้าว่าที่รัก!”

“พ่อ ทำใจเถอะค่ะ เพราะถ้าพ่อไม่ทำ หนูจะหนีตามเขาไปจริงๆด้วย”

“ลูกว่าไงนะ!”

ฉันทำหน้าเซ็ง “หนูล้อเล่นค่ะ พ่อช่างไร้อารมณ์ขันเสียจริง”

บึ้ม!! พ่อยิงปืนอัดใส่ทริสตั้นอีกครั้ง หากคราวนี้ร่างเขากระพริบหายเพียงเสี้ยววินาทีก็กลับมายืนอยู่ที่เดิม “คุณเป็นว่าที่พ่อตาที่ดุมาก”

“ว่าไงนะ ไอ้เบื๊อกนี่!” พ่อล้วงหยิบลูกปืนมาอีกอัน แต่ฉันก้าวเข้าไปเอาตัวชิดปากกระบอกปืน

“พ่อ พ่อกำลังยิงใครอยู่ รู้ไหมคะ”

“ถอยไปโรซ่า!”

ฉันกลอกตา ขณะที่ทริสตั้นเอ่ยขึ้น “เกรก แต่ก่อนผมก็ไม่สนใจเท่าไหร่ถ้าคุณจะเกลียดผม แต่ตอนนี้คงไม่ได้ ผมไม่อยากให้คุณเป็นอุปสรรคขวางไม่ให้ผม...” เขาหยุดพูด ก้าวเข้าไปหาพ่อ กระซิบอะไรสักอย่างที่ฉันไม่อาจจะรับรู้ด้วยได้

“คุณเข้าใจผมใช่ไหม”

พ่อกระพริบตา ท่าทางโกรธแค้นแทบจะหายไป เขาหันมามองฉัน และหันกลับไปหาทริสตั้นอีกครั้ง

“แต่อย่าทำอะไรโรซ่าเลย ผมขอร้อง”

ฉันขมวดคิ้ว เริ่มงงว่าทริสตั้นจะพูดอะไรกับพ่อแน่ ขณะที่เขาส่งยิ้มชั่วร้ายให้ฉัน

“ผมไม่ทำอะไรรุนแรงหรอก ผมสัญญา”

มันช่างเป็นคืนที่แสนยาวนาน...

กลับขึ้นมาจากทาร์ทารัส เราก็พาพ่อไปส่งที่โรงแรมในเมืองสไปซ์ แล้วหัวหน้าที่รักก็พาฉันกลับมานั่งกินลมชมวิวบนยอดวิหารองค์กรพิษ ...ความจริงฉันควรจะเพลียมาก แต่ทันทีที่ได้กินทุเรียนกวนอีกแท่งของทริสตั้น ฉันก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาผิดปกติ (ฉันหมายถึงทุเรียนกวนจริงๆ สาบาน)

“สรุปว่าต่อจากนี้ฉันต้องทำงานให้คุณในฐานะอะไรคะ”

“เธออยากได้ฐานะอะไรล่ะ โรซ่า” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย

“ให้ฉันเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าคุณ ฟังดูเป็นไงคะ”

ทริสตั้นแทบจะสำลักเครื่องดื่ม “ไม่ได้” เขาตอบเสียงแข็ง ...โธ่ ช่างเป็นผู้ชายหัวโบราณเสียจริง

“งั้นอะไรก็ได้ค่ะ ฉันขัดใจคุณไม่ได้อยู่แล้ว” ฉันพึมพำตอบ คว้าเอากล้วยหอมมากินแทน เพราะรู้สึกว่ากินทุเรียนมากๆมันจะหวานไป

“ดีมาก โรซ่า” เขากลับมาพูดเสียงกระตือรือร้น

“แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว คุณจะตอบคำถามฉันต่ออีกหน่อยได้ไหมคะ”

“ต้องดูคำถามก่อน” เขาดีดนิ้วให้เปลวเทียนเล่มเขื่องที่ดับไปด้วยแรงลมติดขึ้นอีกครั้ง “เพราะถ้าฉันยอมเปิดเผยความลับให้เธอรู้หมดทุกอย่าง มันจะไปตื่นเต้นตรงไหน”

“อ้อ” ฉันพยักหน้าเห็นด้วย “งั้นคำถามแบบ คุณเป็นตัวอะไรแน่ อย่างนี้คุณคงไม่ตอบสินะ”

“ความจริงฉันเป็นได้ทุกอย่างที่เธอต้องการ”

ฉันเอียงคอ “งั้นเป็นเกย์ได้ไหมคะ”

เขาค่อยๆฉีกยิ้ม แววตาเริ่มเปล่งประกาย ขณะยกมือเท้าเอว

“อ้าว อยากได้เพื่อนสาวแต่แรกก็ไม่บอกนะฮ้า ชะนี!”

“เหมือนมากค่ะ” ฉันลุกขึ้นตบมือให้เขาเป็นจังหวะสามช่า

“เหมือน?” เขายังทำเสียงสาวแตก ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบโดยใช้เพียงนิ้วโป้งและนิ้วชี้จับแก้ว นอกนั้นกรีดกรายอย่างสวยงาม “เมื่อกี้ไม่ใช่การแสดงนะหล่อน”

ฉันกลืนน้ำลาย จ้องเขา จนทริสตั้นหัวเราะออกมา “เธอนี่หลอกง่ายชะมัด”

“ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วค่ะ คุณบอกว่าคุณชอบทำอะไรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ งั้นบางทีไอ้ที่คุณคลุกสาวไปทั่วนี่ก็อาจจะเพื่อปกปิดว่าคุณชอบไม้ป่าเดียวกันก็ได้”

“เออ บางทีฉันอาจจะไม่รู้ตัว” คราวนี้เขาลูบคางอย่างใช้ความคิด แล้วอยู่ดีๆก็ลุกพรวดขึ้นถอดเสื้อคลุมโยนไปอีกทาง “เธอยินดีจะให้ฉันพิสูจน์ความจริงไหมโรซ่า ว่าตกลงฉันเป็นเพศไหนแน่”

“แหนะ! พอเลยค่ะหัวหน้า ตอนที่ฉันยอมให้คุณถึงเนื้อถึงตัวได้นั่นก็เพราะฉันกลัวว่าฉันจะไม่มีโอกาสแบบนั้นอีก แต่เวลานั้นผ่านไปแล้ว เราสบายดีแล้ว ฉะนั้นเราต้องรักษาระยะห่างกันไว้ดีกว่านะคะ”

“ทำไม” เขาทำหน้าสงสัยรุนแรง “เธอแน่ใจได้ยังไงว่าเราสบายดีแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นอีกก็ได้”

“งั้นก็ให้มันเกิดก่อนเถิดค่ะค่อยว่ากัน” ฉันโยนเปลือกกล้วยลงถังขยะ “คุณบอกคุณเร็วไม่ใช่เหรอคะ ไม่น่าเป็นปัญหาหรอก”

เขาถอนหายใจ ยอมนั่งลงที่แท่นที่นอนเหมือนเดิม “ก็ได้ เรื่องนี้ฉันตามใจเธอก็ได้”

“โอเค คำถามถัดไป ถามว่า...” ฉันกลอกตานึก “ใช่ ตอนที่คุณจะรับฉันไปทำงานใต้ดินให้องค์กรอย่างเป็นทางการ แต่คุณก็บอกว่าจะให้ฉันขึ้นไปเยี่ยมครอบครัวได้ปกติ... ถ้าอย่างนั้นคุณจะเรียกมาให้ทำงานเฉยๆก็ได้ ไม่เห็นต้องใส่ร้ายฉันเรื่องลอบทำร้ายท่านผู้นำเลยนี่คะ "

"ฉันขอโทษ โรซ่า อันที่จริงตอนนั้นเหตุการณ์มันประจวบเหมาะพอดี" เขาทำเสียงสลด

"แต่ความจริงมันก็เป็นวิถีขององค์กรพิษด้วย ...วิถีของคนที่ทำงานให้ฉัน ต่อให้เธอไม่โดนข้อหานี้ ฉันก็จะใส่ข้อหาอื่นให้เธออยู่ดี"

ฉันขมวดคิ้ว ผู้ชายคนนี้บ้าจริงๆนี่หว่า... แต่คงเป็นเพราะเขาบ้านี่แหละ ฉันถึงชอบ!

"เพราะคนที่เข้ามาทำงานให้องค์กรพิษอย่างเป็นทางการ พวกเขาจะต้องละทิ้งชีวิตเดิม ทำเป็นตาย ทำเป็นหายไปด้วยกันทั้งนั้น"

"อ้อ แสดงว่าตอนนี้ยังมีคนอื่นทำงานให้องค์กรพิษอยู่ แล้วพวกเขาอยู่ที่ไหนคะ"

"ทั่วโลก" เขายิ้มภูมิใจ “ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครสังเกตเห็นพวกเขาหรอก”

ฉันพยักหน้า “ว่าแต่เจ้าพ่ออลันอาการปลอดภัยใช่ไหมคะ”

“ยิ่งกว่าปลอดภัยอีก พรุ่งนี้เขาก็กลับไปทำงานได้ปกติแล้ว”

“นั่นสินะ” ฉันยักไหล่ “มีแต่แพะรับบาปอย่างฉันนี่แหละค่ะ ประชาชีคงเกลียดฉันไปทั้งรัฐแล้ว”

“ไม่หรอกโรซ่า คนร้ายตัวจริงถูกจับ และฉันก็แก้ข่าวให้เธอเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว”

“โอ้ ว้าว ไวมาก ตั้งแต่ตอนไหนคะเนี่ย” ฉันถาม ซึ่งคำตอบที่ได้ก็มีเพียงรอยยิ้มปริศนาของหัวหน้าที่รักของฉันเพียงเท่านั้น ฉันเลยถอนหายใจ ก็ได้ อยากทำตัวลึกลับก็ทำต่อไปเถิดค่ะ!

“พระอาทิตย์จะขึ้นแล้ว” ฉันพูดหลังได้ยินเสียงระฆังดังแว่วมา ย้ายก้นจากเก้าอี้กลมเล็กๆไปยืนพิงระเบียงยอดวิหาร เหม่อออกไปยังทัศนียภาพของเขตเวเลโนในมุมสูง

“ไม่หรอก วันนี้พระอาทิตย์จะขึ้นช้าไปหนึ่งชั่วโมง”

“แน่ใจเหรอคะ ระฆังนั่นตีตามเวลาพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาคำนวณมาแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ก็ฉันอยากให้มันขึ้นช้าไปสักชั่วโมงจะเป็นไร มืดๆอย่างนี้อีโรติกดี ...เธอชอบนี่”

ฉันเลิกคิ้ว พยายามคิดว่าเขาพูดผิดไป เขาควรจะพูดว่าโรแมนติกมากกว่า ถึงแม้ใจฉันจะคิดว่าการนั่งกินกล้วยกับทุเรียนกวน มองเขาจิบเครื่องดื่มอยู่ข้างๆเทียนพรรษามันจะอีโรติกแปลกๆดีก็เถอะ

“นั่นไง แสงอาทิตย์เริ่มมาแล้ว มันต้องตกกระทบยอดวิหารเราที่แรกใช่ไหมคะ” ฉันชี้ไปที่เส้นขอบฟ้า ขณะที่แสงสีส้มเริ่มสาดมาโดนใบหน้าฉัน ...แสงแรก มันช่างสวยงามเหลือเกิน

“ไม่หรอก”

เพียงคำพูดสั้นๆ ง่ายๆ สองคำของเขา แสงที่เพิ่งได้สาดมาไม่ถึง 5 วินาทีก็ลาลับหายไปโดยพลัน

ฉันหันขวับไปมองหน้าเขา อ้ำอึ้งไปครู่หนึ่ง

“ถ้าคุณจะเทพขนาดสั่งได้กระทั่งดวงอาทิตย์อย่างนี้ ทำไมไม่สั่งให้พวกองค์กรชมพูเลิกเกลียดเวเลโนเอาเป็นเอาตาย หรือสั่งให้พวกสหชาติเลิกยุ่งกับรัฐของคุณล่ะคะ"

"ฉันก็ไม่ได้สั่งอะไรได้ดั่งใจทุกอย่างขนาดนั้นหรอก บางเรื่องฉันก็ไม่มีอำนาจจะเข้าไปยุ่ง บางเรื่องก็มีข้อจำกัด ข้อแลกเปลี่ยนมากมาย แล้วก็ต้องคิดถึงผลที่ตามมาหลังจากนั้นด้วย"

"แล้วให้ดวงอาทิตย์ขึ้นช้าไป 1 ชั่วโมงนี่ไม่มีผลกระทบที่ตามมาหรือไงคะ"

"ก็ส่งผลกระทบอยู่" เขาขมวดคิ้ว ทำหน้านึก "ก็มากอยู่ ...แต่ทำไงได้ ฉันอยากอยู่กับเธอมืดๆนี่"

"เราจะเข้าไปในห้องแล้วปิดไฟก็ได้นะคะ"

"เออจริง" เขาหัวเราะ ดีดนิ้ว ไม่ช้าแสงแรกของดวงอาทิตย์ก็ย้อนกลับมา

"ถึงกับสั่งโลกให้หมุนไปตามใจได้ คุณเป็นตัวอะไรแน่คะเนี่ย" ฉันบ่นเบาๆ ขณะที่ทริสตั้นลุกจากแท่นที่นอนเข้ามายืนอยู่ข้างหลัง

"ฉันจะเป็นตัวอะไร มันสำคัญมากหรือ โรซ่า" เขากระซิบ

“แค่รู้ว่าฉันเป็นหัวหน้าเธอ และเธอก็มีหน้าที่ต้องทำตามฉัน เท่านั้นก็พอแล้ว”

ฉันหรี่ตา คิดสะระตะถึงอะไรต่างๆนานา แล้วจึงยอมพยักหน้า “ค่ะ พอก็พอค่ะ”

“ดีมาก ที่รัก”

มือเขาจับฉันให้หันไปหาอีกครั้ง ฉันกำลังจะห้าม แต่ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลสะกดฉันไว้ให้นิ่ง หรือบางทีอาจจะเป็นความแรดของฉันเองก็ได้ อา มันช่างเป็นฉากจบเหมือนละครน้ำเน่าดีแท้ๆ จูบกัน แล้วกล้องก็ซูมออกมาให้เห็นทิวทัศน์ที่แสนสวยเบื้องหลัง จากนั้นก็มีตัวอักษรขึ้นมาว่า จบบริบูรณ์

แต่ฉันรู้ว่าเรื่องของฉันกับผู้ชายปริศนาคนนี้คงไม่ได้จบจริงๆหรอก...

ทริสตั้นค่อยๆก้มหน้าลงมา คราวนี้ฉันหลับตาลง...

“อ๊ากกกกกกกกกกกก!!! คุณจะดูดเลือดฉันทำอะไรอีกคะ ไม่กลัวฉันผลิตเลือดไม่ทันเหรอ!!”

“เอาน่า เดี๋ยวค่อยไปให้เลือดทีหลังแล้วกันนะ”


จบบริบูรณ์

เหรอ?

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น