นิราอร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ ๑

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 256

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2561 15:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๑
แบบอักษร


สามวันถัดมา...

ช่วงนี้เข้าหน้าหนาว เช้าๆ จึงมีหมอกค่อนข้างหนา ตระการตาเพิ่งเดินทางมาถึงที่บ้านเกิดของตนเมื่อกลางดึกนี่เอง ตื่นอีกทีก็เกือบเจ็ดโมงเช้า บ้านหลังนี้สภาพเกือบเหมือนเดิม และเขาก็เกือบลืมไปแล้วเช่นกัน หากไม่มีเรื่องวุ่นวายใจเขาคงไม่นึกถึงบ้านนาดอน...   

เจ้าของใบหน้าเรียว โหนกแก้มสูง จมูกโด่ง ริมฝีปากบางนั้นเป็นสีเรื่ออย่างคนมีสุขภาพดี คิ้วเข้มพาดยาวเหนือนัยน์ตาคมกริบสีน้ำตาลน่าดู สรุปได้ว่าตระการตาเป็นชายหนุ่มรูปงามมากคนหนึ่ง เพราะมีใบหน้าสวยหวานเกินชายทั่วไป แต่แม้ใบหน้าของเขาจะหวาน ทว่าร่างกายเขาไม่ได้อ้อนแอ้นผอมบางหรืออ่อนแอเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับมีเรือนร่างสูงใหญ่ กำยำ และเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งแรง สวยงาม ซึ่งเกิดจากการออกกำลังกายและการเล่นกีฬามาโดยตลอด    

แม้หลายครั้งจะถูกเข้าใจผิดในรสนิยมเรื่องเพศมาตลอด แต่เขาก็ทำให้คนเหล่านั้นเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ในเวลาต่อมาว่าเขาเป็นชายเต็มร้อย...

ชายหนุ่มยืนมองออกไปนอกรั้วบ้านครู่หนึ่งก็หมุนตัวกลับเข้าไปยังในครัว มองหาเครื่องดื่มแล้วก็พบกาแฟและเครื่องดื่มรสหวานที่ผู้เป็นอาเตรียมไว้ให้ ทว่าเขากลับมองนิ่ง ก่อนจะหมุนตัวเข้าห้อง ครู่หนึ่งจึงออกมาพร้อมกับห่อชาชั้นเลิศ....

เขาชอบชามากกว่ากาแฟ นั่นคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้...

ชายหนุ่มชงชาเสร็จก็ออกมาที่ระเบียงหน้าบ้าน เขายกแขนข้างหนึ่งขึ้นกอดอก อีกข้างถือถ้วยชา หน่วยตากว้างกวาดมองไปรอบๆ และเริ่มคิดถึงความทรงจำครั้งวัยเยาว์ที่ผุดพรายขึ้นมาทีละน้อย...

ควันชากรุ่นโชยขึ้นไปในอากาศ พร้อมกับเรื่องราวต่างๆ ที่ค่อยๆ ฉายชัดขึ้นทีละนิดๆ ในห้วงคำนึง ภาพเด็กตัวเล็กๆ คือความทรงจำจางๆ ที่เขาแทบจะลืมเลือน เจ้าของดวงหน้าเล็กจิ้มลิ้มกับร่างผอมบางที่มักมาชวนเขาเล่น ชายหนุ่มเผลอยิ้มก่อนจะคลายลงเมื่อสาเหตุที่ทำให้เขาต้องกลับมาบ้านเกิดผุดขึ้นในความนึกคิด

เมื่อเดือนก่อน...

“ตกลงจะเอาไงวะตรัน”

คำถามที่ดังขึ้นในวันนั้นเป็นของดล เพื่อนของ    ตระการตา ฝ่ายนั้นมาหาถึงบ้านที่เขาเพิ่งซื้อเอาไว้ ใบหน้าหล่อตี๋ยับย่นทวงถามถึงสิ่งที่ต้องการคำตอบ

ตระการตาถอนลมหายใจยาว ปิดแล็ปท็อปแล้วหันไปมองคนที่ยืนห่างไปไม่กี่ก้าว ก่อนจะผุดลุกจากเก้าอี้ริมหน้าต่างแล้วพยักหน้าพลางบอก

“ตามมาสิ”

ดลหรี่ตามองเพื่อนก่อนจะก้าวตามหลังอีกฝ่ายไป

ทั้งคู่เข้ามานั่งอยู่ที่ระเบียงหลังบ้าน ซึ่งเงียบ เหมาะกับการพูดคุยเรื่องสำคัญ

“เรื่องนั้น ฉันก็บอกนายไปแล้ว” ตระการตามองเพื่อนนิ่ง แววตาไม่วอกแวกหวั่นไหว ต่างจากอีกฝ่ายที่ดูว้าวุ่นจนตลกในสายตาเจ้าของบ้าน

“แล้วทำไมวีไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉัน” เขาเอ่ยถามพร้อมกับเสยผมด้วยอาการว้าวุ่น สับสนเช่นเดิม ทำให้คนที่มองอยู่แล้วผ่อนลมหายใจอีกรอบ

“เรื่องนั้นฉันไม่รู้ เพราะตั้งแต่ที่ฉันบอกกับนายว่าไม่คิดอะไรกับวี ฉันก็ไม่ได้เจอเขาอีก”

ดลสบตาเพื่อนนิ่ง มองเข้าไปในดวงตาคมของอีกฝ่าย เขากวาดตามองใบหน้าสวยเกินชายของเพื่อนแล้วผ่อนลมหายใจแผ่วช้า วีณาเคยบอกเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จักกับตระการตาว่า...

‘นั่นเพื่อนดลเหรอ ว้าว หน้าตาสวยสมชื่อจริงๆ’

หลังจากนั้น วีณาก็พาตัวเขาไปสนิทสนมกับตระการตาโดยไม่เคยคิดถึงใจของเขาเลยสักนิดว่าจะรู้สึกอย่างไร จนกระทั่งงานเลี้ยงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา วีณาเผลอหลุดปากตอนหล่อนเมาได้ที่ว่าคิดอย่างไรกับตระการตา วันนั้นทำให้เขาใจสลาย ทั้งที่เปิดเผยความรู้สึกและคอยดูแลวีณามาตลอดแต่หล่อนกลับยกหัวใจให้เพื่อนของเขาแทน

เขาทนไม่ได้จึงถามตระการตาตรงๆ ฝ่ายนั้นเงียบไปอึดใจ ทว่าแววตาที่มองเขานั้นเรียบสนิทไม่มีพิรุธว่ารู้สึกเกินเลยกับวีณา

‘นายชอบวีหรือเปล่า’

คนถูกถามเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ ก่อนจะตอบ

‘ชอบในฐานะเพื่อน รู้จักกับวีก็เพราะนาย แต่ถ้าจะถามว่าชอบแบบอื่นไหม คำตอบคือไม่’

ดลโล่งอกเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่เมื่อเขาพยายามติดต่อวีณา อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับสาย จนเขาคิดว่าถูกเพื่อนหักหลัง กระทั่งวินาทีนี้ ตระการตายังคงนิ่งเฉย ยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่เคยคิดอะไรกับวีณาเกินกว่าคำว่าเพื่อน

“แล้ววีได้โทร.หานายบ้างไหม”

คำถามของเพื่อนทำให้ตระการตายกยิ้มนิดๆ เขามองอีกฝ่ายนิ่งอยู่ครู่ก่อนบอก

“โทร. หลังจากนายมาบ้านฉันวันนั้น”

คนฟังขยับตัว หัวใจเต้นแรง สีหน้าเริ่มเข้มขึ้น แต่ตระการตาไม่สนใจ เขากอดอกแล้วบอกตามความจริง

“ฉันบอกวีว่าไม่เคยคิดอะไรมากกว่าเพื่อน และขอให้วีเลิกคิดอะไรก็แล้วแต่ที่มันมากกว่าคำว่าเพื่อนกับฉัน หลังจากนั้นวีก็ไม่โทร.มาอีก”

ดลนิ่งงันไปอึดใจ ถ้าเป็นอย่างที่เพื่อนบอก วีณาก็คงยังไม่พร้อมจะพูดกับใครทั้งนั้น ชายหนุ่มมองเพื่อนแล้วถอนหายใจ ก่อนจะผุดลุกเต็มความสูง

“ขอโทษทีนะที่มารบกวน” เขาบอกเสียงเบา ตระการตายืนขึ้นแล้วยิ้มให้อีกฝ่ายพลางเอ่ย

“ไม่เป็นไรหรอก ส่วนเรื่องวีนายวางใจได้ ฉันไม่เคยคิดอะไรกับวี ยิ่งเป็นคนที่นายรัก ฉันยิ่งไม่มอง” เขาตบไหล่เพื่อนสองครั้งหนักๆ ก่อนจะชวนอีกฝ่ายดื่ม ดลยอมอยู่ต่อ ทว่ากลับเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะตกเย็นวีณาก็ขับรถมาจนถึงบ้านของเขา

“มีอะไรหรือเปล่าวี” เขาออกไปเปิดประตูให้พลางเอ่ยถามคนตรงหน้า สภาพค่อนข้างโทรมของหล่อนทำให้เขานิ่วหน้า เพราะไมคิดว่าเป็นความผิดของตนที่ทำให้หญิงสาวงดงามเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

“วีมีเรื่องอยากคุยกับตรัน” คนบอกน้ำตาคลอ ยิ่งทำให้ตระการตาไม่อยากตอบรับ ทว่าเสียงห้าวทุ้มจากดลทำให้เขาต้องถอนใจยาว

“ทำไมไม่บอกให้วีเข้ามาล่ะตรัน”

ตระการตาหันไปมองเพื่อน ในขณะที่วีณามีทีท่าแปลกใจ หล่อนมองไปยังร่างสูงของดลที่ก้าวออกมาหยุดด้านหลังตระการตา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า

“ดลมาตั้งแต่เมื่อไร” เอ่ยถามด้วยท่าทางอึกอักเล็กน้อย ฝ่ายนั้นเลิกคิ้วสูง ขยับเข้ามาจนชิดตระการตาแล้ววาดแขนขึ้นกอดไหล่อีกฝ่ายก่อนตอบยิ้มๆ

“ตั้งกะบ่ายแล้ว วีล่ะ มีธุระอะไรกับตรัน” เขาถามพลางยิ้มด้วยริมฝีปาก ทว่าแววตานั้นค่อนข้างตัดพ้อจนคนถูกถามต้องหลบสายตาคู่นั้น หล่อนไม่ยอมรับสายของเขา แต่กลับมาหาตระการตาถึงบ้าน...

“ไหนๆ ก็มาแล้ว เข้าบ้านก่อนสิวี” ตระการตาตัดสินใจเอ่ยชวนหญิงสาว เพราะคิดว่าอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ทุกอย่างจะได้จบๆ เสียที...




โหลดอีบุ๊กได้ที่ เมพมาร์เก็ตและไฮเทคส์


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}