นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 4. บทลงโทษ NC++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 358

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2561 08:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4. บทลงโทษ NC++
แบบอักษร

​“เป้าหมายคือใครล่ะ ผมหรือเกรซ”

เพราะไม่เข้าใจคำถาม จึงต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย พลันได้สบประสานสายตา หัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นก็ตกวูบไปถึงตาตุ่ม... เมื่อ    จลิตาไม่มีคำตอบให้ คนถามจึงต้องขยายความเพิ่ม

“อยากได้ภาพ นายราเมศร ธีปกรณารัม มีเซ็กซ์กับ เกรซ กฤษรี ดาราสาวชื่อดังไปขายเหรอ คิดว่าจะได้สักเท่าไหร่” ราเมศรหัวเราะหึ เมื่อคำตอบยังเงียบกริบ “หรือคิดว่ารูปพรรค์นั้นจะจับคนอย่าง โรมิโอ เอสเป ติด”

“....” จลิตาขมวดคิ้ว เธอรู้หรอกว่ากฤษรีต้องการจับนายราเมศร          ธีปกรณารัมคนนี้ เพราะเขาทั้งหล่อทั้งรวย แต่นายโรมิโออะไรนั่นมาเกี่ยวอะไรด้วย

“คิดอะไรสั้นๆ” ราเมศวรสรุป

คิดสั้น...จลิตาขวัญเสีย อย่าบอกนะว่าเขาจะฆ่าเธอ... 

แล้วจะกลัวอะไรล่ะ ชีวิตเธอก็ไม่ได้มีค่าสลักสำคัญกับใคร จะอยู่หรือตายก็ไม่ต่าง เด็กกำพร้าแม่ที่พ่อไม่ยอมรับอย่างเธอ อาศัยชายคาบารมีคนอื่นมาตลอด แล้วชีวิตนี้จะมีค่าอะไรกับใครอีก เงินรางวัลที่กฤษรีเคยข้อเสนอให้จูงใจเธอเพราะตั้งใจว่าจะนำเงินจำนวนนี้ไปลงทะเบียนเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเปิดของรัฐ เพราะรู้ตัวดีว่าทางบ้านของกฤษรีคงไม่เมตตาส่งเสียให้เธอเรียนสูงไปกว่าชั้นมัธยมปลายที่จบมาเป็นปีแล้วแน่นอน

“คุณจะฆ่าจูนก็ได้” จลิตาปลงตก เมื่อไม่อยากอยู่รองมือรองเท้า     กฤษรีไปตลอดชีวิต จะให้เธอตายเสียตอนนี้เลยก็ไม่เห็นเป็นไร เผื่อยมบาลท่านจะเห็นใจให้เธอไปอยู่กับแม่ จะเป็นสวรรค์หรือนรกเธอก็ไม่กลัว

รอยยิ้มเครียดกระตุกขึ้นบนเรียวปากสีสด ราเมศรส่ายหน้าให้กับสำเนียงปลงตกของหญิงสาวที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นประเภท ‘เด็กใจแตก’ หาลำไพ่พิเศษไปซื้อยาเสพติดหรือของใช้ฟุ่มเฟือย จึงมารับจ้างทำเรื่องแบบนี้และอาจจะเคยทำมากกว่านี้มาแล้ว

“ฉันขี้เกียจเก็บศพ เบื่อต้องทำลายหลักฐาน อีกอย่าง...ไม่อยากให้พรมราคาเฉียดล้านของฉันต้องเปื้อนเลือดคนสิ้นคิด”

คนสิ้นคิดน้ำตาตก แม้แต่เลือดของเธอก็ไม่คู่ควรจะแปดเปื้อนลงบนพรมปูพื้นราคา...เฉียดล้านเลยหรือ! 

จลิตาเศร้าใจ ถ้าขอได้ เธออยากตัดพรมผืนนี้สักหนึ่งตารางฟุตไปขาย น่าจะได้มากพอสำหรับค่าเล่าเรียนจนจบปริญญาตรี

“ฉันให้โอกาสอีกครั้ง จะอธิบายหรือแก้ตัวไหม” 

ราเมศรไม่อยากได้ชื่อว่ารังแกเด็ก แม้เด็กตรงหน้าจะกวนอารมณ์ให้เขาอยากรังแกแค่ไหนก็ตาม เขาเชื่อว่าคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือกฤษรี แต่ที่อยากรู้ก็คือทำไมเด็กคนนี้ต้องปกป้องคนผิด ถ้าเธอแค่รับจ้างกฤษรีมาแอบถ่ายภาพแบบนั้นไว้แบล็คเมล์เขา ก็น่าจะซัดทอดความผิดใส่ผู้จ้างวานเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด นี่อะไร กลับยอมรับผิดเสียเองอย่างหน้าตาเฉย

จลิตาส่ายหน้า จะมีประโยชน์อะไรสำหรับคำอธิบายหรือแก้ตัว ต่อให้เธอหลุดออกไปจากโทษตรงนี้โดยการโยนความผิดให้กฤษรี เมื่อกลับไปบ้านเธอก็ไม่อาจหลุดพ้นเงื้อมมือง้างเท้าของกฤษรีไปได้ ผู้หญิงคนนั้นสวยแต่ใจร้าย คงพอๆ กับคนรูปหล่อคนนี้ที่อาจจะใจร้ายกว่า เพราะแค่บทลงโทษแรกที่เขาทำ เธอก็สั่นไปทั้งตัว...ทั้งใจ

“ไม่แก้ตัว...หึ งั้นก็มารับโทษของเธอซะ” จบคำ ร่างบางถูกคว้าขึ้นไปโยนลงบนเตียง สำนึกรู้ถึงความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่แล่นปราดเข้าจู่โจมพร้อมร่างหนาที่ถลาลงมาทาบทับ

“ไม่นะ” ได้แค่นั่น แค่นั่นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงหรือลมหายใจราเมศรเก็บกักไว้ด้วยจูบเร่าร้อนและหนักหน่วง บดขยี้ริมฝีปากของตนลงบนเรียวปากนุ่มเนียนบอบบาง

ราเมศรมอบบทลงโทษรวดเร็ว ร้อนแรง ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวหลุดจากเรือนร่างองอาจกำยำไปก่อนถุงมือและเสื้อยืด คนถูกบังคับถอดเสื้อพยายามหาช่องทางต่อต้าน แต่ราเมศรไม่ยอมอ่อนให้ เขากดร่างบางลงกลางเตียงก่อนขึ้นทาบทับแล้วกระหน่ำจูบ

เมื่อใช้กายดิ้นรนขัดขืนไม่สำเร็จ ปลายเล็บคมๆ ก็จิกลงบนหัวไหล่ล่ำ กดลึกจนกล้ามเนื้อที่เกร็งรับเกือบเสียเลือด ราเมศรฉุนขาด คว้ามือข้างนั้นขึ้นไปเก็บกักไว้ จลิตาก็ตะปบมืออีกข้างลงบนเป้าหมายใหม่ คราวนี้เลือกจุดที่มีกล้ามเนื้อน้อยกว่า เจ้าของลำคอที่ถูกจิกครางอย่างเดือดดาล

“ชอบแบบจิกกัดก็ไม่บอก” 

ว่าเสร็จก็กัดแก้มนวลนางหมายว่าจะเอาใจ แต่คนถูกกัดถึงกับผวาเมื่อมือทั้งสองถูกดึงขึ้นสูง ทำให้ร่างบางถูกลากตามไป คนตัวใหญ่จับคนตัวเล็กพาดเฉียงบนเตียง กระชากผ้าผูกม่านมุมเสาหัวเตียงมามัดมือซนข้างหนึ่งไว้เหนือศีรษะ จับอีกมือกดไว้แน่น เพราะคิดว่าสาวไวไฟใจถึงคนนี้น่าจะชอบบรรยากาศตื่นเต้นเร้าใจ

“ไม่นะ อย่านะคะ อย่าทำจูน..” 

แทบไม่ทันขาดคำ ริมฝีปากหนาหนักก็กดลงปิดปาก จลิตาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะขัดขืน แต่แรงของเธอก็น้อยนิด ยิ่งดิ้นรน เขายิ่งทาบทับ ยิ่งร้องห้าม เขายิ่งจูบ

เมื่อสองมือไร้อิสระ แรงต่อต้านเพียงน้อยนิดก็เริ่มอ่อนระโหย เหมือนแรงใจที่เริ่มโรยรา จลิตาไม่อยากหายใจ ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว นับจากวินาทีนี้เธออยากหลับหูหลับตา อยากนอนนิ่ง อยากหยุดหายใจ... แต่ทำไมเธอยังหายใจ ยังรับรู้สัมผัสหนักหน่วงที่เร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ยังแอ่นกายขึ้นเมื่อรับรู้ว่าเขากำลังดึงบราเซียร์ตัวน้อยไปกองอยู่เหนือทรวงอก ยังรับรู้ว่าใบหน้าของเขากำลังซุกไซ้อยู่ตรงนั้น ปลายจมูกกำลังดอมดม ริมฝีปากกำลังขบเม้ม ดูดดึง

“ปล่อยจูน อื้อ..”

พอจำเลยเริ่มส่งเสียงประท้วงอีกครั้ง คนลงทัณฑ์ก็หวนกลับมาปิดปากไว้ด้วยจูบร้อนแรงอีกหน พร้อมกันนั้นก็ลงมือปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นต่อไปออกจากกายสาว จลิตาถอนสะอื้นราวหมดอาลัยตายอยากเมื่อกางเกงยีนและชั้นในตัวน้อยหลุดพ้นกายไปอย่างรวดเร็ว ตลอดร่างขาวนวลตาของสาวน้อยเหลือเพียงถุงเท้าสีขาวกับบราเซียร์ที่ร่นสูงขึ้นไปอยู่เหนือสองทรวงอกอิ่มเต็มขาวลออ

เมื่อไม่รับรู้ถึงอาการขัดขืนราเมศรก็คลี่ยิ้ม คิดว่าเจ้าหล่อนคงถูกใจวิธีการของเขา ชายหนุ่มละจากร่างบางออกมานิดเพื่อจะได้กวาดตามองตลอดร่างขาวนวลที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งกลมกลึง ผิวเนื้อของจลิตาเต่งตึงสะดุดตาเสียจบคนเชี่ยวชาญอดชมในใจไม่ได้ว่าเธอรู้จักรักษาเนื้อตัวได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ฝ่ามือใหญ่ยื่นไปลูบไล้ทีละส่วนเพื่อพิสูจน์ความเนียนแน่นแล้วจุปาก

“ใช้ได้เลยนี่” บีบขย่ำความอวบนุ่มอย่างถูกใจ ก่อนก้มลงจูบยอดอกที่ตั้งตระหง่านท้าทายสายตา 

“คงผ่านมาแต่พวกมือสมัครเล่นเหมือนตัวเองสิท่า” แล้วยิ้มใส่เรียวคิ้วที่ขมวดมุ่น สองนิ้วบดบี้ปุ่มเนื้อสีหวานอย่างคะนองมือ 

“อยากเจอมือโปรไหม จะได้รู้สำนึกว่าอย่าริอ่านมากระตุกหนวดเสือร้ายอย่างฉัน”

จลิตาเบิกตาโพลงเมื่อร่างถูกทาบทับอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนการกระหน่ำจุมพิตอันหนักหน่วงและเร่าร้อน ความหนาใหญ่และหนักอึ้งของร่างบนกายบวกกับรสสัมผัสวาบหวิวที่ไม่เคยรู้จักแต่น่าลิ้มลองอย่างเหลือเชื่อ ทำให้เธอไม่อยากคิดอะไรอีก เมื่อยอมรับกับตัวเองแล้วว่าคงไม่มีทางรอด 

ร่างบางนอนนิ่ง หลับตาแน่น ไม่ประท้วง ไม่ขัดขืน แต่ไม่เชิงโอนอ่อนผ่อนตาม ราเมศรขัดใจ เขาไม่เคยนอนกับขอนไม้ และยัยเด็กใจแตกที่กล้าหาญชาญชัยขนาดเกาะติดขอบชมฉากเลิฟซีนเรดเอ็กซ์ก็ไม่ควรเล่นตัวกับคนอย่างเขา

“ตอบสนองผม ไม่งั้นคุณได้ตายจริงแน่”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น