Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

บทส่งท้าย ความรักเอย

ชื่อตอน : บทส่งท้าย ความรักเอย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2561 14:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทส่งท้าย ความรักเอย
แบบอักษร

สิ้นเสียงคำถามจากสกายทำเอาแสตมป์นิ่งเงียบไปหลายนาทีอยู่เหมือนกัน สกายก็เป็นเพื่อนสนิทของเมซเซจคนหนึ่งเลยนี่นาซึ่งหากจะกลับไปเล่นเกมแบบนั้นมันก็เป็นไปได้สูงมากเลยทีเดียวแต่….แสตมป์ยังนึกทบทวนอยู่เสมอว่าตลอดทุกๆวันที่ผ่านมาไม่ว่าอย่างไรคนตรงหน้าก็ไม่ได้ดูเหมือนจะเล่นเป็นเกมเลยแม้แต่น้อยเขารับรู้ถึงความจริงใจ ความหวังดีและความชัดเจนจากอีกฝ่ายยากที่จะมองว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังหลอกเขา หรือหากสกายคิดจะหลอกเขาจริงๆต้องยกย่องเลยว่าสกายแสดงเก่ง

“พี่ไม่ทำหรอกครับ…”แม้น้ำเสียงของเขาจะดูมั่นใจทว่าแววตาของแสตมป์กำลังลังเลอยู่เหมือนกัน สกายที่คอยฟังอยู่ก็อมยิ้มออกมาแล้วดีดหน้าผากของแสตมป์จนดังเปาะ

“โอ๊ย….”แสตมป์เลยมุ่ยปากแล้วลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ สกายเลยเท้าคางมองท่าทางของคนตรงข้ามแล้วส่ายหัวไปมาเบาๆ

“พี่จะไปหลอกแสตมป์ได้ไงกัน ในเมื่อออกจะรักขนาดนี้” จ้างเท่าไหร่ก็ไม่มีวันทำด้วยเพราะเขาเจอคนที่ใช่แล้วเขาจะเล่นกับความรู้สึกแล้วปล่อยให้หลุดไปจากเขาได้ยังไงกัน แสตมป์เลยพองแก้มทั้งสองข้างเล็กน้อยแล้วทำไมคนตรงหน้าต้องมาดีดหน้าผากของเขาด้วยเล่า!

“พี่รักแสตมป์นะ รักมากๆด้วย”

“อื้อ ผมก็รักพี่นะ” แสตมป์เลยอมยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วตักปลาที่สุกแล้วเข้าปากตัวเองอย่างสบายใจ เขารู้สึกดีที่ทุกอย่างมันกำลังลงเอยด้วยดี….และไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อยที่ตัวเองตัดสินใจมทางนี้



ย้อนกลับไปวันที่เชนอยู่

‘ผมมีแผนแบบหนึ่ง…คนอย่างพี่เมซต้องได้รับมันบ้างแล้วล่ะ…’

‘อะไรเหรอ?’

‘เอาคืนพี่เขาหน่อยเป็นไงครับ…’ เชนอมยิ้มออกมาในขณะที่สีหน้าของแสตมป์ก็กำลังสงสัยอยู่ไม่น้อยทีเดียวแต่ก็คอยรอฟังแผนของน้องของเขาว่ากำลังคิดอะไรอยู่แต่ดูจากรอยยิ้มแบบนั้นทำให้แสตมป์เดาไม่ถูกเลยว่าน้องชายตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่กัน

‘พี่คบกับพี่สกายซะสิ’

‘หื้ม?’

‘แล้วคอยดูท่าทางของพี่เมซเซจดีๆว่าเขารู้สึกยังไงบ้าง’ คำตอบนั้นทำเอาแสตมป์ตกใจไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียวแล้วโวยวายค้านออกมาทันท

‘ไม่ได้นะเซจัง แบบนั้นเท่ากับว่าเราเล่นกับความรู้สึกคนอื่นเลยนะ!’

‘เชื่อเซนะสิ ถ้าหากเขารักพี่จริงๆเขาต้องไม่ยอมปล่อยพี่ไปแน่ๆ’

‘แต่พี่สกาย…’ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงๆแล้วสกายที่ขอเขาคบจะทำอย่างไรล่ะ? เขาต้องทิ้งสกายงั้นเหรอ? ทั้งๆที่สกายไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียวแสตมป์ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยกับแผนการนี้สักเท่าไหร่นักแล้วส่ายหัวออกมาเบาๆ

'พี่ไม่ทำหรอก'

‘เอ๋? ทำไมล่ะ?’

‘ความรู้สึก…มันล้อเล่นไม่ได้หรอกนะเซนะ’ แสตมป์ถอนหายใจออกมาแล้วสายตาก็ทอดมองด้านข้างอย่างเหม่อรอย ครั้งหนึ่งมันเคยเกิดขึ้นกับเขาแล้วเขาจะทำมันเองอย่างนั้นเหรอ

‘งั้นเซนะขอถามอะไรหน่อยได้ไหม? พี่ไม่กลัวพี่สกายหลอกแบบพี่เมซเหรอ?’

‘….’

แสตมป์เงียบไปทันทีแล้วคิดตามที่น้องชายของตัวเองบอกถ้าหากสกายเป็นอีกคนที่เล่นกับความรู้สึกของเขาล่ะก็…ก็คงไม่ดีเช่นกัน แต่บางสิ่งบางอย่างมันแย้งขึ้นมาว่าสกายไม่มีวันทำแบบนั้นกับเขาแน่นอน

‘พี่สกายไม่ทำหรอก’

‘อื้ม แล้วพี่คิดว่าพี่จะกลับไปหาพี่เมซเซจได้เหมือนเดิมไหม?’ แสตมป์นิ่งไปสักพักหนึ่งแล้วส่ายหัวไปมาเบาๆเขายังนึกภาพที่พวกเขาจะกลับไปคบกันไม่ออกสักเท่าไหร่เพราะตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเมซเซจกำลังรู้สึกอย่างไรกับเขาอยู่อาจจะแค่หวงเพื่อนมากกว่าก็ได้และแม้ให้เมซเซจกลับมารักเขาเหมือนเดิมอดีตที่เจ็บปวดและขมขื่นนั้นก็ไม่อาจจะลืมมัน มันอาจจะต้องมีวันทะเลาะกันและระแวงกันแน่นอน

‘พี่กำลังลังเลอะไรอยู่กัน ในเมื่อหัวใจของพี่อาจจะรักพี่สกายอยู่ก็ได้’ เชนยิ้มออกมาแล้วชี้ไปเอื้อมมือไปจิ้มอกด้านซ้ายของตัวเองอยู่เบาๆ

‘พี่ไม่มั่นใจน่ะสิเซจัง บางเวลาพี่ก็รู้สึกดีที่มีพี่สกายอยู่ด้วยบางเวลาพี่ก็รู้สึกผิดกับพี่สกายเพราะยังหวั่นกับพี่เมซอยู่บ้าง แต่บางเวลาพี่ก็กลัวว่าพี่สกายอาจจะเล่นเกมเดียวกับพี่เมซ’ แม้เขาจะเชื่อว่าสกายไม่มีวันทำแต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวจะไม่ทำสักหน่อยเดียว

‘พี่แสตมป์ พี่ลืมอดีตพวกนั้นไปได้แล้วนะเปิดใจเริ่มต้นกับคนใหม่มันไม่เป็นไร’ เชนเอื้อมมือมากุมกับมือบางของแสตมป์แล้วลูบเชิงให้กำลังใจอีกฝ่ายให้สู้ต่อไป สีหน้ากังวลของแสตมป์ก็เจือลงไปเล็กน้อย เริ่มต้นกับคนใหม่งั้นเหรอ..

‘ไม่มีอะไรเสียหายหรอกนะ พี่ลองคบกับพี่สกายดูมันก็เหมือนบทพิสูจน์ว่าเขาจริงจังกับพี่ไหมและพี่รักพี่เขาจริงๆรึเปล่า ส่วนพี่เมซเซจก็เช่นกัน เขาจะได้รู้สักทีว่าเขารู้สึกยังไงกับพี่’เพราะเรื่องราวที่แสตมป์เล่าให้เขาฟังนั้น เชนก็ไม่อาจตอบแทนเมซเซจได้เช่นกันว่าเมซเซจกำลังรู้สึกอย่างไรกับแสตมป์

‘พี่กลัวน่ะสิ…’

‘ลองดูก่อนนะครับ ถ้าหากมันไม่โอเคขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่แล้วล่ะ’

‘…’

‘เซนะน่ะ ไม่บังคับพี่หรอกนะว่าพี่จะทำหรือเปล่าเซนะแค่อยากแนะนำและพี่ต้องเชื่อนะว่ามีคนที่รักพี่และหวังดีกับพี่อยู่จริงๆสักคนหนึ่ง’

‘จะ จะดีเหรอเซจัง พี่ว่า…’

‘เวิร์ค! เชื่อเซนะนะ!’ เชนกำปั้นทุบอกตัวเองเบาๆก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างพร้อมแววตามุ่งมั่นให้แสตมป์เชิงว่าแสตมป์วางใจเขาได้เลย



“….”

แสตมป์อมยิ้มออกมาแม้ว่าทุกอย่างจะวุ่นวายและหนักหน่วงแค่ไหนเขาก็ผ่านมันมาได้และตอนนั้นยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัวสักเท่าไหร่สกายก็มาขอเขาคบ แรกๆแสตมป์ก็ลังเลว่าเขาควรจะตอบออกไปอย่างไรแต่เหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจให้เขาเลือกที่จะตอบตกลงกับสกายและชีวิตของเขาก็ไปในทางที่ดีขึ้นราวกับเวทย์มนต์ แม้ว่าจะคบกันหรือไม่ได้คบกับสกายเป็นคนหนึ่งที่ให้เกียรติเขาอย่างเสมอต้นเสมอปลายไม่เหมือนคู่รักคู่อื่นที่อาจจะขอรหัสแอปต่างๆเพื่อความบริสุทธิ์ใจบ้างล่ะซึ่งแสตมป์มองว่ามันไม่ค่อยสำคัญอะไรสักเท่าไหร่เช่นเดียวกับสกายเพราะพวกเขาสองคนก็ยังคุยกันได้ปกติ สกายได้มอบหลายสิ่งหลายอย่างให้กับเขาคล้ายการเยียวยา ให้ความสุขวันละหน่อยทำให้เขาลืมความเศร้าและความเหนื่อยจากเรื่องงานและเรื่องในอดีตจนแทบไม่หลงเหลืออยู่ในชีวิตเขา

เขาค่อยๆไม่คิดมากเรื่องของเมซเซจและเขาหันกลับมาใส่ใจคนตรงหน้าและรักให้มากเท่ากับที่อีกฝ่ายรักเขาแม้ว่าวันนั้นเมซเซจจะพูดอะไรบางอย่างให้เขาตกใจและไขว้เขวแต่เขาไม่ลังเลมันและเขาไม่มีวันลืมคำนั้นเลย


‘กลับมารักกันได้ไหม’


หากเป็นแต่ก่อนเขาคงดีใจและตอบรับไปในทันทีแต่ทว่าวันนั้นเขาอยู่ในจุดที่พอแล้วเขาเลยปฎิเสธออกไป ตอนนี้เขามีคนสำคัญที่คอยอยู่เคียงข้างตัวเองแล้วและเขาจทิ้งของชิ้นนั้นได้อย่างไร แผนของเชนทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเพราะเขาก็ไม่อาจนึกถึงตอนที่เขาทิ้งผู้ชายตรงหน้าได้ลงเลย…

“แสตมป์ มันเปื่อยอีกแล้วนะ”

“เอ๊ะ….”

“เหม่ออะไรอ่ะ”


ปึ้ด


“ง่า” แสตมป์ร้องออกมาเบาๆเมื่อสกายเอื้อมมือมาบีบจมูกของเขาแสตมป์เลยถอยออกมาแล้วเอาตะเกียบตีมือของสกายให้ปล่อยจมูกของเขา สกายเลยคีบหมูนุ่มที่แสตมป์เอาใส่ไปสักพักใหญ่ๆแล้วจิ้มน้ำจิ้มก่อนจะเอามาป้อนใส่ปากคนตรงหน้า

“อ้ามเร็ว”

“ไม่เอา พี่บีบจมูกผมอ่ะ” แสตมป์โวยวายออกมาจริงๆมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรแต่เขามันชอบแถไปเรื่อยเท่านั้น(เพราะอยากแกล้งล้วนๆ) แสตมป์เลยยกมือปิดปากตัวเองพร้อมยักคิ้วให้เล็กน้อย

“งั้นเอาจูบป้อนไหม ในร้านก็ทำได้นะ”

“พี่สกาย! อื้อ!” ในตอนที่แสตมป์กำลังโวยวายอยู่นั้น สกายเลยรีบเอาหมูนุ่มที่อยู่ในตะเกียบเขาใส่ปากแสตมป์ทันที แสตมป์เลยมองค้อนออกมาแล้วยอมเคี้ยวหมูนุ่มในปากตุ้ยๆ อร่อย!

“ฮ่ะๆ ดูทำหน้าเข้า” สกายเลยหัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทางของแสตมป์ที่ตอนแรกดูเป็นยักษ์อยู่ดีๆพอเจอเนื้อหมูที่มันนุ่มๆกับน้ำจิ้มรสเด็ดทำเอาสีหน้าเปลี่ยนไปด้วยความอร่อยในทันทีมือของเขาก็อยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายอยู่หรอกแต่ถ้าโดนคนตรงหน้างอนเข้างานจะใหญ่เอา

หลังจากที่กินอิ่มกันจนพุงปลิ้นแล้วแสตมป์กับสกายก็เดินเล่นนั้นเข้าร้านนั้นร้านนี้ไปเรื่อยอย่างฆ่าเวลาและไม่เหนื่อยสักเท่าไหร่สำหรับแสตมป์แม้ว่าจะเพิ่งกลับมาถึงไทยก็ตามแต่ นานๆทีพวกเขาทั้งสองคนจะมีเวลาว่างด้วยกันนี่นาแค่นี้ก็เหมือนมีแรงมากมายที่จะเที่ยวด้วยกันได้ทั้งวันแล้วและแน่นอนว่ามือของทั้งสองนั้นไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็กุมกันไว้ไม่มีใครสักคนหนึ่งปล่อยและไม่มีใครบ่นว่าเมื่อยมือไม่แต่นิดเดียว



เวลา 19:05 น.

สกายได้ทำหน้าที่ไปส่งแสตมป์ถึงบ้านตามเคยแต่ที่ต่างไปจากเดิมนั้นคือมีรถสีดำคันหนึ่งถูกจอดรอเอาไว้ คันที่สกายและแสตมป์ก็น่าจะคุ้นเคยและรู้จักแม้แสตมป์จะเคยเห็นมันแค่ครั้งเดียวแต่ครั้งนี้เขาจำได้สนิทส่วนสกายเป็นอันรู้กันแน่นอน

รถเมซเซจ…

“พี่เคลียร์เอง”สกายออกตัวอาสาแล้วกำลังจะเปิดประตูรถออกไปเพื่อเคลียร์กับเมซเซจแต่แสตมป์เอื้อมมือไปจับมือของสกายไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะออกไปจากรถเสียก่อน

“ผมคุยเองครับ ไม่พี่ต้อง”

“แต่…”

“เชื่อผมนะ” สกายถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วพยักหน้าให้แสตมป์เลยอมยิ้มแล้วเปิดประตูรถฝั่งตัวเองเพื่อออกไปเอง ส่วนสกายเองก็นั่งรอในรถคอยดูท่าทางของทั้งสองคนหากมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นเขาจะรีบเข้าไปห้ามทันที

แสตมป์ก้าวเท้าเดินไปใกล้ๆรถคันนั้นแล้วผู้เป็นคนขับก็เลื่อนบานกระจกลงจนเผยเห็นเจ้าของรถและจะเป็นใครไม่ได้นอกจากเมซเซจอย่างที่พวกเขาคิดเอาไว้ เมซเซจตอนนี้ใบหน้ามีรอยแดงจากแรงตบประดับไว้และคงไม่ต้องเดาให้ยากว่าเป็นฝีมือใครนอกเสียจากเบลล่านั้นเอง

“พี่เมซเซจ…”

“ฉันตั้งใจมาขอโทษนาย” เมซเซจเปิดประเด็นออกมาเองแล้วเปิดประตูลงจากรถเพื่อยืนพูดคุยกันให้ง่ายขึ้น วันนี้เป็นไงก็ต้องเป็นกันแล้ว

“ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ฉันทำลงไปนะแสตมป์ เรื่องไม่ดีมากมายที่เกิดขึ้น….เรื่องเกมที่ทำลายความรู้สึกดีๆของนายที่มีต่อให้ฉันและเรื่องที่ทำในทริปทั้งหมดแต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกมาตั้งนานแล้วก็คือ….พี่รักแสตมป์”น้ำเสียงตอนท้ายของเมซเซจเปลี่ยนไปเล็กน้อยพร้อมกับดวงตาที่วูบวับก่อนจะกลับไปเช่นเดิม แสตมป์เองก็เงยหน้ารอคอยฟังคำพูดของอีกฝ่ายต่อแม้ว่าแรกๆเขาจะตกใจที่อีกฝ่ายบอกว่ารักเขาก็ตาม

“มันอาจจะดูบ้าบอที่พูดเอาป่านนี้แต่พี่พูดจริง…รักมาตั้งแต่ช่วงที่เราคบกันแต่พี่ไม่กล้าพอ พี่กลัวที่จะขายหน้าพี่เลยทำเรื่องเลวๆใส่แสตมป์ทุกๆอย่างเพื่อให้แสตมป์เกลียดและขอเลิกกับพี่แต่สิ่งที่แสตมป์ทำมาตลอดคือการอดทดกับผู้ชายคนนี้ อดทนไปได้ยังไงกันนะ?”

“พี่เมซ….”

“นายไม่เคยโกรธพี่แม้แต่บ้าบอขนาดไหน คุยกับผู้หญิงก็คุยเป็นสิบๆคนเดตสักครั้งก็ไม่ทำมันและไม่ตอบไลน์นายนายก็ไม่เคยมางอแงใส่ แสตมป์ยิ้มมาให้ตลอดแม้ว่าจะทะเลาะกันแค่ไหนและเป็นแสตมป์ทุกครั้งที่เป็นฝ่ายง้อพี่เองแม้ว่าบางเรื่องพี่แค่หาเรื่องให้ทะเลาะกันเท่านั้นแต่ทำไมไม่ต่อยพี่สักทีแล้วตะคอกใส่พี่ไปเลยว่าเราเลิกกัน”เมซเซจเสยผมขึ้นเล็กน้อยแล้วแหงนหน้าขึ้นหนีจากดวงตากลมที่กำลังตั้งใจฟังเขาพูดอยู่

“พี่ก็ยังขอเลิก ทั้งๆที่มีคนที่แสนดีขนาดนี้อยู่ข้างๆแท้ๆ พี่ขอโทษ…ในทริปที่เจอกันพี่ก็ทำไม่ดีและก็ไม่พอใจทุกครั้งที่สกายมันเข้าหาแสตมป์จนพี่จูบกับเบลล่าบนรถด้วยความประชด พี่โกรธจนเผลอผลักแสตมป์ไปแบบนั้นและทุกๆอย่างมันก็เหมือนเป็นบทเรียนให้กับพี่ พี่ไม่อาจมาทวงของที่พี่เคยทิ้งมันไปได้ของล้ำค่าที่อยู่ข้างตัวแต่พี่มันไม่ใส่ใจเองกว่าจะรู้สึกตัวมันก็สายไปแล้ว พี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆถ้าวันนั้นไม่ทำแบบนั้นและคอยดูแลแสตมป์ดีๆละก็”

 ทุกๆอย่างที่เขาทำไปเขาจำได้ดีทั้งหมดจะให้แก้ตัวไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา


เผาะ…


น้ำใสอุ่นทั้งสองข้างจากดวงตาได้ไหลลงมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว แสตมป์เช็ดน้ำตาของตัวเองเล็กน้อยบางทีเขาก็รำคาญใจตัวเองเหมือนกันที่มันอ่อนแอและร้องไห้ง่ายเหมือนผู้หญิงแบบนี้ แต่เขาไม่รู้จะห้ามตัวเองออกมาอย่างไรดี

“พี่รู้ว่าเราไม่อาจจะกลับไปรักกันได้อีกแล้ว….วันนี้แสตมป์จะให้อภัยไหมก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ก็ยินดีด้วยนะที่ได้คบกับไอ้สกาย ไอ้สกายมันเป็นคนตรงๆมันไม่โกหกแสตมป์….และมันไม่ทำให้แสตมป์เสียใจเหมือนที่พี่ทำหรอก แสตมป์พอจะให้อภัยพี่ได้ไหมครับ” ฝ่ามือหนาถูกวางลงบนเรือนผมเทาของแสตมป์เบาๆแล้วลูบเล็กน้อยแสตมป์เงยหน้าขึ้นก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเหมือนกันแล้วพูดออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง

“ทำไมจะให้อภัยพี่ไม่ได้กันครับ…ให้อภัยมาตั้งนานแล้วนะ”


หมับ!


เมซเซจคว้าแสตมป์เข้ามาอ้อมกอดของตัวเองทันทีแม้ตอนแรกแสตมป์จะตกใจเล็กน้อยแล้วก็ค่อยๆสวมกลับไปแล้วซุกเมซเซจเอาไว้เมซเซจตอนนี้ตัวสั่นนิดๆด้วยแหละ เมซเซจที่พอเห็นแสตมป์ไม่ขัดขืนอะไรเขาเขาก็ค่อยๆเอาใบหน้าซุกกับบ่าเล็กของอีกฝ่ายที่ไม่เคยคิดที่จะทำมันมาก่อนแม้มันจะเล็กและดูบางแต่มันก็พอที่จะให้เขาซุกได้

“ไม่ร้องนะครับพี่เมซ….” แสตมป์ลูบแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาไม่ว่ายังไงชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป หากเมซเซจคิดจะจริงจังกับใครสักคนมันก็ต้องมีคนนั้นที่พร้อมที่จะอยู่เมซเซจและอดทนได้เช่นเดียวกับเขาแน่ๆ

ทั้งคู่กอดกันอยู่นานพอควรจนกระทั่งสกายเปิดประตูรถเพื่อลงมาหาแสตมป์และเมซเซจแสตมป์แอบส่งสายตาให้เล็กน้อยกับสกาย สกายเลยคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะกระแฮ่มเบาๆจนเมซเซจสะดุ้งเล็กน้อย

“แฮ่มๆ กอดกันแน่นเกินไปรึเปล่าครับเนี่ย”

เมซเซจเลยค่อยๆปล่อยมือของตัวเองออกจากแสตมป์แล้วหันไปมองผู้เป็นเพื่อนรักที่อยู่ด้านข้างกับแสตมป์ ปัญหาหนึ่งสบายใจแล้วเขาเหลืออีกปัญหาเดียวเท่านั้น

“……” เมซเซจเหลือบสายมองทางอื่นทันทีปากก็เหมือนอยากจะขอโทษสกายอยู่หรอกแต่มันไม่เหมือนกันอ่ะ!

“เร็ว กูรอมึงขอโทษอยู่นะเนี่ย”

“เออ กูรู้” เมซเซจเลยถอนหายใจออกมา สิ่งที่เขาทำไปวันนั้นมันก็เป็นความผิดจนน่าต่อยตัวเองสักหมัดอยู่เหมือนกันนั้นแหละเมซเซจเบ้ปากเล็กน้อยแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาแผ่ว “กูขอโทษ…”

“ไม่ได้ยินอ่ะ แสตมป์ได้ยินรึเปล่า?” สกายที่นานๆทีจะได้เห็นเพื่อนที่ดูร้ายกาจของตัวเองเหมือนเสือหมดมาดก็อดที่จะไม่แกล้งไม่ได้เลย แสตมป์ก็แกล้งพยักหน้าเชิงเห็นด้วยโดยมีรอยยิ้มอยู่บนหน้าตัวเอง

“อะไรของมึงเนี่ย”

“เมื่อกี้ไม่ได้ยินจริงๆนะเว้ย”

“เอออ กูขอโทษษ พอใจป่ะ?” รอบนี้เมซเซจเลยตะโกนใส่หน้าสกายซะเลย สกายเลยระเบิดหัวเราะออกมาด้วยความสะใจหากต้าร์หรืออลันเห็นคงได้ล้อเป็นปีแน่นอน น่าเสียดายที่เขาไม่ทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดไว้เพื่อนๆในกลุ่มดูเลย

“สะใจขนาดนั้นเลย?”

“เออ ฮ่าๆๆ”

“กูไปล่ะ” เมซเซจที่หมดรูปแล้วก็กำลังเดินกลับไปที่รถตัวเองโดยจงใจหนีเพื่อนรักที่กำลังดูชอบอกชอบใจอยู่ สกายเลยจับไหล่เพื่อนของตัวเองไว้แน่นก่อนจะไป

“กูไม่โกรธมึง  และมึงไม่ต้องห่วงหรอกกูจะดูแลแสตมป์ให้ดีๆและมีความสุขที่สุดเลย”

เมซเซจเลยหันมาอีกครั้งหนึ่งแล้วตบบ่าเพื่อนของตัวเองแม้แรงจะหนักแน่นไปตามลูกผู้ชาย แต่เขาก็ยิ้มอย่างดีใจเช่นกันที่เพื่อนรักตัวเองบอกแบบนั้น

“ก็ดี อย่าทำเขาเสียใจ ไม่งั้นรอบนี้ตากูกระทืบมึงบ้าง”

“โอ๊ยๆ กลัวจังเลยครับ แสตมป์ มันจะต่อยพี่อ่ะ” ประโยคหลังมิวายหันไปหาแรงเสริมอย่างแสตมป์ แสตมป์เลยผลักไหล่สกายเชิงเริ่มหมั่นไส้แฟนตัวเองเล็กน้อย

“ขอบคุณนะไอ้เมซ ที่มึง…”

“กูแค่อยากให้แสตมป์มีความสุขมากกว่าอยู่กับคนอย่างกู” เมซเซจพูดออกมาเสียงเบาเชิงให้พวกเขารู้กันแค่สองคนเพราะตอนนี้แสตมป์คล้ายรู้หน้าที่โดยการทำเป็นอยู่ห่างพวกเขาสองคนแล้ว

“อย่าพูดแบบนั้นเลยเพื่อน สักวันหนึ่ง คนที่เขารักมึงและมึงรักเขาก็จะมาบ้าง” สกายบีบไหล่เพื่อนของตัวเองเบาๆ ตอนนี้เพื่อนรักของเขาอาจจะกำลังเจ็บปวดแต่เขาเชื่อว่าโชคชะตาต้องนำพาสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตเพื่อนของเขาบ้าง

“กูก็รอวันนั้น และกูจะไม่ทำแบบนั้นอีก” และในวันที่เมซเซจพร้อมนั้นเขาก็จะไม่ทำลายความรู้สึกดีๆของอีกฝ่ายอีกและจะไม่ล้อเล่นเหมือนที่เคยทำมาตลอด เขาจะรอวันที่เขามีจริงๆ

“อืม โชคดีนะเว้ย”

“เออ ยินดีด้วยนะ กูไปก่อนล่ะ ”

“อืม”

ทั้งคู่ยกกำปั้นขึ้นมาชนกันเบาๆก่อนที่เมซเซจจะกลับไปที่รถของตัวเองแบบเดิมเช่นเดียวกับสกายที่รีบไปช่วยแสตมป์ที่กำลังขนของออกจากรถเพื่อนนำสัมภาระกระเป๋าและของฝากของตัวเองกลับเข้าไปในบ้าน เมซเซจมองภาพตรงหน้าเล็กน้อยและเห็นรอยยิ้มของทั้งคู่ที่กำลังมีความสุขแม้เสียงหัวเราะจะไม่ได้ยินแต่เขาก็รับรู้ได้ เมซเซจยิ้มกับภาพตรงหน้าก่อนจะสตาร์ทรถเพื่อมุ่งกลับบ้านตัวเองโดยเอื้อมมือไปเปิดวิทยุเพื่อฟังรายการหนึ่งที่อย่างน้อยก็อาจจะพออยู่เป็นเพื่อนเขาในตอนนี้ได้



[สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถานีวิทยุพาพักใจนะคะ ตอนนี้เราอยู่มาอยู่กับคุณอ๊อดนะคะ สวัสดีค่ะคุณอ๊อด]

[สวัสดีครับ]

[วันนี้มีอะไรระบายให้ทางเราฟังบ้างคะ?]

 ดีเจสาวผู้ด้วยน้ำเสียงกระฉับกระเฉิงตามหน้าที่ของตัวเองโดยคุณอ๊อดหรือปลายสายจากวิทยุอีกฝ่ายก็ดูอ้ำอึ้งลงไปเล็กน้อยคล้ายลังเลว่าควรจะเล่ามันดีรึเปล่า เมซเซจหมุนพวงมาลัยเข้าไปทางถนนเพื่อมุ่งไปสู่ท้องถนนกว้างในการเดินทางกลับบ้านของตัวเอง

[ผมอกหักมาครับ ผู้หญิงที่ผมชอบเธอกำลังจะแต่งงาน…]

ประโยคนั้นทำให้เมซเซจเริ่มสนใจขึ้นมากดปุ่มเพิ่มเสียงเพื่อรอบุคคลที่ชื่อว่าอ๊อดได้เล่าเรื่องราวที่ตนเองนั้นทุกข์ใจถึงขั้นโทรมาทางวิทยุแบบนี้

[งั้นเหรอคะ ช่วยเล่าให้เราฟังได้ไหมคะ?]

[ผมรักเธอคนนั้นมากๆครับ แต่ผมไม่เคยบอกรักเขาจนวันหนึ่งเธอก็มีแฟนและบอกผมว่ากำลังจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ แต่ว่า…]

[ว่า…]

ดีเจสาวที่ฟังอยู่ก็แอบลุ้นไปด้วยเล็กน้อยคล้ายกำลังตั้งใจรอฟังอยู่

[ผม…ก็ยินดีกับเธอครับ เพราะผมเห็นเธอมีความสุขตลอดเวลาที่อยู่กับแฟนเธอเลย]

น้ำเสียงของปลายสายนั้นดูจริงจังขึ้นมาแม้จะไม่เห็นใบหน้าของคนพูดอยู่ก็ตาม เมซเซจก็นั่งฟังพร้อมกับคิดตามไปด้วยโดยสายตาของเขาก็ไม่ละเลยบนท้องถนนที่ตัวกำลังขับรถอยู่

[คุณอ๊อดคะ ความรักมันมันสวยงามทุกรูปแบบเลยเนอะค่ะ การอกหักเป็นธรรมดาแล้วค่ะ ฮ่าๆ แต่หญิงก็ขอให้คุณอ๊อดสู้ต่อไปนะคะ วันนี้คุณอยากมาขอเพลงอะไรกับทางรายการเราเอ่ย?]

[คำยินดีครับ]

[เอาล่ะค่ะ งั้นเราจะมาพักเบรคกันด้วยเพลงคำยินดีของวงKlearกันนะคะ เชิญรับฟังกันได้เลย]

ไม่นานเสียงของรายการก็ได้หายไปโดยเป็นทำนองของเพลงคำยินดีตามที่ปลายสายได้ขอเอาไว้ ซึ่งมันเรียกได้ว่าบังเอิญมากเลยด้วยซ้ำที่เขาก็อยู่ในอารมณ์เดียวกับคนที่ชื่อว่าอ๊อดรึเปล่านะ


ฉันมายินดีให้กับรักที่สดใส

ยินดีที่เธอได้พบเจอ

คนที่ดี คนที่ควรคู่รักของเธอ….

เมซเซจได้แต่นึกภาพเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วหลับตาลงเมื่อรถจอดมาถึงไฟแดง จราจรที่ติดขัดจนพอมีเวลาพักสายตากับผู้คนขับรถบนท้องถนนอยู่บ้างและตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เขาได้ร้องเพลงตามเพลงที่กำลังเล่นอยู่ราวกับเป็นเพลงปลอบให้กับตัวเองมากกว่าปลอบคนชื่ออ๊อดซะอีก

ขอให้ความรักดียิ่งกว่าที่ฝัน

ขอให้คนนั้นดีกว่าฉันทุกอย่าง

ให้เขาคอยรัก คอยดูแล คอยอยู่เคียงข้าง

แบบที่ฉันเองไม่เคยทำให้เธอ


ขอให้โชคดีนะแสตมป์ ขอให้คนที่อยู่เคียงอย่างสกายดีกว่าเขาคนนี้และขอให้ทั้งคู่มีความสุขที่สุดได้เขาจะคอยมองดูอย่างห่างๆเสมอและตลอดไปเลย




“ขอบคุณนะพี่สกาย” แสตมป์เอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มของตัวเองเมื่อพวกเขาช่วยกันขนของเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ ข้าวของตอนนั้นกลับเยอะกว่าเดิมอีกทั้งกระเป๋าเดินทางของตัวเอง ดอกคาร์เนชั่นที่เหี่ยวไปแล้วนิดหน่อยเนื่องจากอยู่แต่ในรถ ของฝากที่ไปโตเกียวมาและของเล็กๆน้อยๆที่เดินห้างด้วยกันแล้วถูกอกถูกใจแสตมป์เรียกได้ว่าเขาแพ้ของน่ารักๆเล็กๆคนหนึ่งที่เมื่อเห็นเป็นอันต้องหยิบมาจ่ายเงินแบบไม่ทันได้ตั้งตัว(แม้ว่าสกายจะเป็นฝ่ายจ่ายให้เขาก็ตาม)

“ไม่เป็นไรหรอก เราเป็นแฟนกันนี่นา” สกายพูดออกมาอย่างภูมิใจ มือของเขาวางของชิ้นสุดท้ายเสร็จก็หันมากุมมือแสตมป์แสตมป์เองก็ไม่ปฎิเสธแล้วกุมมือกลับ

“เอารางวัลไหมครับ?”

“หื้อ?”

แสตมป์เขย่งปลายเท้าของตัวเองมือก็กดท้ายทอยของสกายให้ลงมากว่านี้เล็กน้อยก่อนที่เขาจะยื่นใบหน้าไปใกล้แล้วประกบริมฝีปากจูบกับสกาย สกายมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะเป็นฝ่ายรุกเขาเสียเองเรื่องอะไรเขาจะยอมกันละ

“อื้ม”

สกายก้มลงแล้วประคองเอวบางของแสตมป์เล็กน้อยก่อนจะเป็นฝ่ายรุกและสอดเลียเข้าไปเองโดยมีการแลกลิ้นกันเล็กน้อยจนมีเสียงจูบกันดังไปมา นี่มันในบ้านของแสตมป์คงไม่ผิดหรอกใช่ไหมละ

“อื้อ…”

 แสตมป์ส่งเสียงอู้อี้ออกมาเบาๆเชิงให้ปล่อยเขาได้แล้ว ตอนนี้เหมือนเขากำลังขาดอากาศหายใจอยู่อย่างไรอย่างนั้นเพราะนี่มันจูบแรกของเขาและเขาคิดหารางวัลให้สกายตั้งนานเชียวนะ! แต่แหงเหมือนเขากำลังโดนแกล้งอยู่เลยละ สกายยอมปล่อยริมฝีปากของแสตมป์ออกมาอย่างเสียดายเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเลียปากตัวเองคล้ายกำลังชิมของหวานที่อร่อยจนติดใจ สายตาตรงหน้าของแสตมป์เขาขอบอกได้เลยว่าไม่เคยเห็นมาก่อนสายตาที่เหมือนสัตว์ป่าที่กำลังลิ้มรสของเหยื่อที่อยู่ตรงหน้า

“ต่อไม่ได้เหรอ?” สกายพูดเสียงอดอ้อนแล้วกอดเอวบางของแสตมป์ให้ขยับเข้าหาเขาแบบเดิม

“ไม่ครับ”

 แสตมป์หน้าแดงออกมาแล้วหันไปมองทางอื่น เขาไม่อยากสบตากับเสือตรงหน้าเลยไม่แต่นิดเดียวเพราะตอนนนี้เขากำลังเสียเปรียบและอาจถูกขย้ำเอาก็ได้ แสตมป์ตีฝ่ามือของสกายที่ไม่ยอมปล่อยเอวของเขาเบาๆจนแตมป์ต้องทำหน้าหงอยลงไปเล็กน้อยคล้ายกำลังถูกขัดใจแสตมป์ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วเดินไปหยิบเครื่องรางบางอย่างที่เขาซื้อติดจากโตเกียวมาด้วย

เครื่องรางดอกลิลลี่สีขาวขนาดเล็กที่ดูน่ารักสองชิ้นได้ปรากฎตรงหน้าสกาย สกายเลยเอียงคอมองเล็กน้อยแล้วรับมาอันหนึ่งพร้อมถามอย่างสงสัย

“อันนี้?”

“เป็นเครื่องรางที่ได้รับความนิยมมากเลยครับ ตอนผมไปเหลือไม่กี่อันเอง เหมาะกับการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่และยังเสริมความรักไปอีก” แสตมป์พูดด้วยแววตาประกายเขาแล้วเขาก็หยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเพื่อนนำมาห้อยกับโทรศัพท์จนเป็นพวงเล็กๆให้สกายได้ดู

“เห็นไหมล่ะครับ น่ารักมาก!”

 แสตมป์ชูโทรศัพท์ให้สกายดู สกายเลยหัวเราะออกมาเบาๆเขาล่ะยอมแพ้คนตรงหน้าเลยจริงๆ

“ไม่เห็นน่ารักเลย”

“อ๊ะ”

“แสตมป์น่ารักกว่า”


ป้าบ!


แสตมป์เลยพลั้งมือไปตีไหล่สกายดังป้าบอย่างลืมตัวทำให้เจ้าตัวรีบสะดุ้งเอาเองเพราะความตกใจ เขาไม่เคยตีสกายแรงแบบนี้มาก่อนเลยนะ สกายเลยนิ่งไปเล็กน้อยด้วยความตกใจไม่ต่างกัน

“ขะ ขอโทษนะครับ พี่สกาย…” แสตมป์เอ่ยขอโทษออกมาด้วยสีหน้าที่เหมือนลูกแมวกำลังกลัวเจ้าของทำร้ายอยู่อย่างนั้น

“ไม่หาย…”

“ง่า…ผมให้ตีคืนนะ” แสตมป์เลยตบไหล่ของตัวเองแล้วหันข้างให้เลยเพราะเขากำลังรู้สึกผิดและยอมรับผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำไปอยู่

“จริงนะ?”

“อื้อ แสตมป์ไม่โกรธ” แสตมป์แทนชื่อตัวเองด้วยความยอมแพ้แล้วสกายก็ยกมือขึ้นมาเหมือนเตรียมตีคืนทำเอาแสตมป์หลับตาปริบไม่กล้ามองดู


จุ๊บ!


จากที่คิดว่าแรงจากมือหนักๆคงได้กระทบลงเข้าที่ไหล่ของเขาแต่กลับกลายเป็นริมฝีปากอุ่นที่ประทับแก้มของตัวเองอย่างแผ่วเบาแฝงไปด้วยความอ่อนโยน แสตมป์เลยค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็รู้สึกสกายเข้ามาเพื่อหอมแก้มเขาอยู่จริงๆด้วย

“พี่สกาย!”

“เอาคืนแล้วไงครับ ^^” สกายยิ้มออกมาอย่างสดใสจนแสตมป์โวยวายไม่ลงนอกจากพองแก้มป่องทั้งสองข้างตัวเองที่เสียท่าให้กับผู้ชายตรงหน้าอีกแล้ว

ขอถอนคำพูดที่ว่าอีกฝ่ายให้เกียรติเขาเลยเพราะสกายชอบฉวยโอกาสตอนเขาเผลอตลอด ฮึ่ม!

“โอ๋ๆนะ” สกายชูนิ้วก้อยไปมาตรงหน้าของแสตมป์ แสตมป์เลยตั้งท่าจะงับจนสกายต้องรีบเก็บนิ้วก้อยของตัวเองก่อนที่มันจะได้หายไปอยู่ในปากคนตัวเล็กเสียก่อน

“นี่  พี่สกาย ช่วงเดือนธันวาพี่ว่างไหมครับ?” จู่ๆแสตมป์ก็เปลี่ยนเรื่งที่จะคุยทำเอาสกายทำตาปริบบ้างอย่างสงสัยกับคำถามแต่ก็ตอบออกมา

“อืมม…ก็น่าจะว่างนะ ทำไมเหรอ?”

“ไปฮอกไกโดกันนะ” แสตมป์ยิ้มร่าเริงออกมาให้สกาย สกายเลยยิ้มออกมาแล้วลูบหัวของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาต่อให้ไม่ว่างเขาก็จะหาเวลาว่างไปเที่ยวกับแสตมป์ได้เป็นอันแน่นอน

“เอาสิ ไปฮอกไกโดกันสองคนเนอะ”

“เย้!” แสตมป์เลยยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหมือนเด็กๆที่เวลาได้รับของรางวัลผู้ใหญ่อย่างดีใจแล้วสวมกอดสกายแน่น สกายก็อมยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วถามออกมาคล้ายอยากรู้

“ทำไมถึงดีใจขนาดนั้นเชียว?”

“ผมแค่มีความฝันว่าอยากจะพาคนที่ตัวเองรักไปเที่ยวฮอกไกโดด้วยกันและมีแค่เราสองคนโดยผมเป็นไกด์ให้เองครับ…พี่ไปได้ใช่ไหม?”

“ไปทุกที่ที่แสตมป์อยากไปเลยล่ะ”

สกายหัวเราะออกมาเบาๆแล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาด้วยกันอย่างมีความสุขในบ้านหลังกลางที่ดูอบอุ่นขึ้นมาทันที แสตมป์รอวันนั้นแทบไม่ไหวเลยล่ะและความฝันของเขาก็กำลังเป็นจริงซะด้วย

เขารักสกายที่สุดเลยละ!


______________________________________________________________________________________________________________________________________

ถึงตอนจบแล้วนะคะทุกคน ขอบคุณสำหรับการติดตามเรื่อง 'Begin Love! เริ่มต้นรักใหม่' ด้วยนะคะ ไรท์อยากจะขอบคุณหลายๆอย่างมากเลยค่ะฮือ TvT รู้สึกมีความสุขที่ทุกคนรอคอยและอ่านมาถึงตอนนี้เลยนะคะ นี่เป็นนิยายแรกที่ปั่นจนจบเลยก็ว่าได้ค่ะ //กราบไหว้นักอ่านทุกคน 

สำหรับบางคนที่อาจจะไม่ชอบที่แสตมป์คู่กับสกาย ไรท์ต้องขอโทษนะคะ ;; ฮือ ไรท์ยอมรับเลยว่าไรท์หลายใจพอกันในเรื่องนี้แต่ไรท์พยายามหาตอนจบดีๆของเรื่องนี้ให้แล้วค่ะ ใครไม่ชอบไรท์ก็ขอโทษด้วยนะคะไรท์ขอยอมรับผิดหลายเรื่องด้วยค่ะ  อาจจะไม่ได้จบสวยงามสักเท่าไหร่นักต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ! อย่าฆ่าไรท์ทิ้งเลยนะ แง อยากให้ปรับปรุงแก้ไขอะไรบอกได้นะคะ

สุดท้ายนี้ ไรท์ขอแอบกระซิบนะคะมีภาคต่อแต่เป็นคู่ไหนกันนั้นให้ปากกาทำนายกันค่ะ แฮร่ ^____^ และอาจจะไม่ค่อยว่างลงสักเท่าไหร่นะคะไรท์เองก็ม.6 กำลังต่อสู้หลายอย่างเลยอาจจะนานๆทีแวะมาอัพพยายามปั่นเรื่องนี้ให้จบก่อนเข้าสงครามสนามสอบค่ะเมื่อได้มหาลัยแล้วสัญญาเลยว่าจะกลับมาปั่นแบบไวและไวขึ้น! 

ขอขอบคุณคอมเม้นทุกคนที่ช่วยไรท์หลายๆอย่างเลยนะและหากไม่มีคอมเม้นพวกคุณเลย นิยายเรื่องนี้อาจจะแต่งไม่จบก็เป็นได้ แฮะๆ โชคดีนะคะทุกคน รักทุกคนนะ !

ความคิดเห็น