นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

3. ผมจัดการเอง

ชื่อตอน : 3. ผมจัดการเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 181

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2561 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3. ผมจัดการเอง
แบบอักษร

​“มือสมัครเล่น” เขาบ่น “ถ่ายกระทั่งหลักฐานมัดตัว”

กฤษรีหน้าเสีย ไม่อยากคิดว่าหลักฐานมัดตัวที่เขาว่าหมายถึงตอนที่เธอเปิดประตูให้มือกล้องเข้ามาในห้องหรือเปล่า แล้วรอยยิ้มของราเมศรทำให้เธอค่อนข้างเชื่อเช่นนั้น นึกแช่งชักหักกระดูกผู้หญิงงี่เง่าที่นั่งตัวสั่นอยู่ตรงหน้าเหลือเกิน

“ถ้าอยากให้เรื่องระหว่างคุณกับผมจบแบบสบายๆ แค่นี้ ก็เชิญออกไปจากบ้านผมได้แล้วเกรซ”

“เกรซไม่ได้ทำนะ” ดาราสาวรีบส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง

“ผมคงเป็นคนโง่มาก ถ้าเชื่อคุณ”

“ไม่นะคะ เกรซไม่ได้”

“พอ ! ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เชิญ แล้วอย่ามายุ่งกับผมอีก”

แม้จะสะดุ้งโหยงกับคำตวาดกลับแต่กฤษรีก็รีบทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ พยายามงัดบทนางเอกเจ้าน้ำตาออกมาแสดง

“โรม คุณจะไม่ถามหน่อยหรือคะว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

ราเมศรยิ้มเครียด ละสายตาจากสีหน้าตื่นตระหนกของสาวตรงหน้ามาหาดาราเจ้าบทบาท 

“หลักฐานชัดขนาดนี้คุณยังจะแก้ตัว” ว่าพลางยกหลักฐานขึ้นแสดง กฤษรีหน้าเสียแต่สมองอันฉับไวของเธอก็แล่นเร็วจี๋ ส่ายหน้าปฏิเสธพัลวันพลางชี้ไปที่คนบนพื้น

“ยัยเด็กนี่หลอกเกรซ เขาบอกว่าคุณใช้ให้เข้ามาถ่ายภาพเก็บไว้ดูเล่น บอกว่าคุณชอบสะสมของพวกนี้ แล้วก็ทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว เกรซถูกหลอกนะคะโรม” 

ถึงขั้นนี้แล้วเธอก็ต้องเสี่ยงให้ถึงที่สุด จะให้ยอมหันหลังจากไปง่ายๆ เห็นจะไม่ใช่กฤษรี เธอลงทุนขนาดเอาความสาวสดเข้าแลกตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิด หวังจะจับผู้ชายคนนี้ให้อยู่หมัด เพราะได้ยินชื่อเสียงของเขามาตั้งแต่ก้าวเข้าวงการ

แต่สุดท้ายก็รู้ตัวว่าคิดผิด ผู้ชายแบบเขาไม่ได้ใส่ใจกับพรหมจรรย์ของเธอเลยสักนิด อาจเพราะเขาไม่เห็นหลักฐาน และแทบไม่รู้เลยว่านั่นเป็นเซ็กซ์ครั้งแรกที่เธอมีกับอาวุธแท้ๆ ของผู้ชาย เยื่อพรหมจรรย์ของเธอคงขาดสะบั้นไปนานแล้วตั้งแต่เสพติดการทำรักให้ตัวเองด้วยอาวุธเทียม...

หลังจากกันครั้งนั้นราเมศรไม่เคยติดต่อมาหาเธอเลย จนเธอทนไม่ไหวต้องติดตามหาข่าวเขาแทน แต่เขาก็หายเข้ากลีบเมฆไปเกือบสองปี กว่าจะได้ข่าวอีกครั้งว่าเขากลับมาประเทศไทยแล้ว และเธอจะไม่ปล่อยให้เขาหลุดมือเป็นครั้งที่สอง

คิ้วคมเข้มภายใต้ปอยผมสีน้ำตาลไหม้เลิกขึ้นสูง เอียงหน้าไปยังเด็กสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น

“งั้นเหรอ โอ้ นี่ผมกลายเป็นพวกโรคจิตไปแล้วหรือนี่” น้ำเสียงปนตลกของราเมศรน่ากลัวกว่าน่าขัน ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้าไปใกล้ร่างบนพื้น

“ว่าไงเด็กน้อย ฉันจ้างให้เธอมาถ่ายรูปพวกนี้หรือเขาเป็นคนจ้าง”

จลิตาเม้มปาก จากคำพูดของกฤษรีเธอรู้ตัวทันทีว่าถูกตัดหางปล่อยวัดแล้ว และจากนี้ก็คงตายแน่ๆ ถ้าเผลอซัดทอดความจริงใดๆใส่กฤษรี แต่ถ้าโกหกใส่ชายตรงหน้าแทน...เธอก็ตายเหมือนกัน

“จูนทำเอง ไม่มีใครจ้าง” การรับบาปใส่ตัวอาจเป็นทางเลือกสุดท้าย ซึ่งไม่แน่ในว่าจะรอดหรือไม่ ราเมศวรหัวเราะหึ กวาดสายตาเชี่ยวชาญด้านสรีระสตรีไปทั่วร่างนวลนางแล้วตัดสิน

สวย...น่าฟัด !

“ผมเชื่อแล้วล่ะ ไอ้ที่เขาว่าคนสวยหน้าโง่ ท่าจะจริง” คำพูดลอยๆ ของคนหล่อหน้าเข้มทำเอาคนสวยหน้าแดง ทั้งโมโห อับอายและคับแค้นใจ

“เอาล่ะเกรซ ในเมื่อลูกแพะเขายอมรับบาปแทนแล้ว คุณก็พ้นข้อหา จะออกไปเองหรือจะให้ยามขึ้นมาเชิญ” ราเมศรก้าวไปหาแผงควบคุมโดยไม่เสียเวลามองหน้าคนพ้นผิด กดสวิชต์สื่อสารให้เจ้าหน้าที่หน้าประตูใหญ่เตรียมเปิดประตูให้คุณกฤษรีกลับ

“โรมคะ เกรซไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ คุณอย่าเข้าใจผิดเกรซนะคะโรม” รอยยิ้มของราเมศรทำให้กฤษรีขนลุก ผู้ชายคนนี้ร้ายจัด เธอรู้แต่ยังกล้ากระตุกหนวดเสือ แต่เธอก็ไม่โง่ถึงขนาดไม่รู้จักใช้คน กฤษรีรู้ดีว่าจลิตาไม่มีวันหักหลังเธอ

“ผมจะตัดสินอีกทีก็แล้วกัน” ราเมศรเหล่ตาไปทางจำเลยบนพื้น

“แล้วเด็กนี่ล่ะคะ” กฤษรีลังเล เธอไม่อยากปล่อยปลาย่างไว้กับแมว ไม่ใช่สิ อย่างผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แมว เขาเป็นเสือ... เธอไม่อยากปล่อยกระต่ายน้อยไว้กับเสือจากัวร์ต่างหาก

“ผมจัดการเอง”

‘จัดการเอง’ กฤษรีขบริมฝีปาก ไม่ได้ห่วงสวัสดิภาพของจลิตา แต่ไม่อยากให้คนอย่าง ราเมศร ธีปกรณารัม ยุ่งกับเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่อยากให้เด็กที่รองมือรองเท้าเธอมาตั้งแต่จำความได้มีโอกาสแตะต้องเทพบุตรซาตานอย่างเขา เพราะเธอพอจะเดาวิธีจัดการของผู้ชายคนนี้ได้

“เกรซว่า”         

“เชิญ” นั่นคือประกาศิต กฤษรีจำต้องกัดฟันทำตามโดยไม่กล้าโวยวายอะไรอีก



2 ใครได้ ใครเสีย


แค่ได้ยินเสียงประตูปิด ร่างกายกับจิตใจที่สั่นอยู่แล้วก็กลายเป็นสะท้าน จลิตาถดถอยไปจนติดผนังขณะคนตรงหน้าก้าวเท้าเข้ามา แววตาสั่นไหวค่อยกวาดมองปลายเท้าเรียวสวยขาวสะอาดขึ้นไปตามปลีน่องหนั่นแน่นไปด้วยมัดกล้ามและไรขนสีน้ำตาลเข้มไปถึงชายผ้าเช็ดตัว รีบปัดภาพความโป่งนูนตรงกึ่งกลางกายขึ้นไปพบไรขนใต้แอ่งสะดือและแผงกล้ามเนื้อหน้าท้องตึงแน่น ใบ หน้านวลแดงเห่อกะทันหัน จลิตารีบชักสายตากลับไปมองพื้น ไม่กล้าแหงนมองหน้าผู้พิพากษาอาญาสิทธิ์ คิดอยู่แต่ว่าถ้าต้องตายก่อนวัยอันควร เธอก็จะได้ไปอยู่กับแม่เสียที

“อยากพูดอะไรไหม” ผู้พิพากษาสอบถาม จำเลยก้มหัวส่ายหน้า “หมาย ความว่ายอมรับความผิดทุกประการ ไม่มีใครจ้างวาน... จูนทำเอง”

จลิตาขบฟันให้สำนวนล้อเลียนของเขา แต่เธอพยักหน้ารับ แล้วต้องสะดุ้งเมื่อคนตรงหน้าย่อตัวลงนั่งชันเข่า 

“เป้าหมายคือใครล่ะ ผมหรือเกรซ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น