-[TAKE]-

เป็นกำลังใจให้เทค ได้โปรดดดด แชร์เรื่องนี้ให้โลกรู้ว่าข้าน้านนน มาอัปนิยายแล้วววว ติดตามเทคด้วยยย รักเทคนานๆ อยู่กับเทคไปนานๆ น้าาาาา

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2561 00:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 50%
แบบอักษร

ตอนที่ 6 อนุอุ่นเตียงงั้นหรือ

เบื้องหน้าของฉางอันคือความว่างเปล่า หรืออาจเป็นจวนคุ้นตาที่ดูไร้ชีวิต...

ที่กล่าวมาเช่นนี้ก็คงไม่ผิดแผกไปเท่าใดนัก ต่อให้มีผู้คนอาศัยอยู่มาก แต่ก็มีน้อยคนที่จะมาพูดคุยด้วย ฉางอันนึกเค้นยิ้มให้กับความน่าอดสู คนพวกนั้นทำเหมือนเขาเป็นตัวเชื้อโรค

ดูเหมือนว่าเซียวเหยาจะยังคงอยู่หลายวัน ครั้นพอนึกถึงก็ทำเอาใจห่อเหี่ยวไม่น้อย เซียวเหยาไม่ยอมเชื่อฟังคำที่เขาเตือนโดยง่าย เข้าหาชงซ่านด้วยความไร้เดียงสา เช่นนั้นแล้วฉางอันกลับคิดว่ามันช่างเปล่าประโยชน์โดยแท้ ต่อให้มีฮูหยินใหญ่ให้ท้ายก็ไม่อาจเอาชนะใจชงซ่านได้ง่ายแน่ๆ ไม่เช่นนั้นก็คงมีท่าทีไปแล้ว ไม่ปล่อยให้คาราคาซังนานนับปีอย่างนี้

นับตั้งแต่วันที่แต่งเข้ามาในตระกูลซุน ฉางอันจำไม่ได้แล้วว่าตนเองเผยรอยยิ้มเมื่อใด อันที่จริงอดคิดไม่ได้ว่าเซียวเหยาคือสีสันอย่างหนึ่ง เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงลูกชายขุนนางใหญ่ แน่นอนว่าย่อมมีนิสัยเอาแต่ใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เซียวเหยาที่หน้าดำคร่ำเคร่งขมวดคิ้วคิดไม่ตก ใบหน้าขาวกระจ่างดูขุ่นมัวก็ทำให้น่ามองไม่หยอก

เข้าสู่วันที่สามที่เซียวเหยามานอนค้างอ้างแรม ชีวิตประจำวันของฉางอันก็ไม่ได้ผิดแผกไปจากวันอื่นเท่าใด อาศัยอยู่ในจวนเพื่อรอสบโอกาสขอชงซ่านออกไปด้านนอก อย่างไรเสียเขาก็ตบแต่งเข้ามาในตระกูลซุนแล้ว ถ้าหากว่าจะออกไปข้างนอกโดยพละการก็คงทำไม่ได้ ทว่าฉางอันกลับหลงลืมไปว่า พายุนั้นหาได้สงบสุขไม่ มันแค่รอเวลาพัดพาความโชคร้ายมาก็เท่านั้น

นอกจากเรื่องของเซียวเหยาแล้ว ฉางอันรู้สึกว่าสายตาของคนในจวนดูแปลกๆ ต่อให้เขาไปเดินเล่นในสวน หรือว่านั่งอยู่เฉยๆ ก็กลายเป็นจุดสนใจ คนพวกนั้นต่างก็มองเขา จากนั้นก็แอบกระซิบกระซากกันบางอย่างที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ เดิมทีฉางอันก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ ทว่าพอสองวันให้หลังก็รู้สึกตัวว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

“คนพวกนั้นล้วนปากมาก อี้เหนียงอย่าใส่ใจเลยขอรับ” เล่อถงกล่าว ในความคิดของเขา คนพวกนั้นก็ต่างพากันพูดเรื่องของฉางอันที่เป็นอนุภรรยาอยู่แล้ว

“งั้นหรือ”

“ขอรับ” บ่าวรับใช้คนสนิทยืนยันคำเดิม

ฉางอันพยักหน้ารับ จากนั้นก็พยายามไม่ใส่ใจอีก กระนั้นก็รู้สึกสงบใจไม่ลงนัก

“อี้เหนียง ชาขอรับ” เล่อถงทำตามหน้าที่ รินชาใส่ถ้วย

ชาอุ่นๆ ที่เพิ่งต้มสุกได้ไม่นานนักส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ จนทำให้ฉางอันลืมความทุกข์ไปชั่วครู่ ยามที่ลิ้นได้ลิ้มรสความหอมละมุน ฉางอันก็รู้สึกว่าตัวเองช่างตระกระตระกราม ดื่มจนหมดถ้วย เล่อถงที่เห็นว่าคนตรงหน้าชอบก็รินให้อีก ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง

“เห็นว่าวันนี้ท่านแม่ทัพไม่กลับจวนขอรับ”

ฉางอันไม่ได้ใส่ใจชงซ่านอยู่แล้วก็พยักหน้ารับรู้ เมื่อวันก่อนเขาจำได้ว่าเห็นหัวฟัดหัวเหวี่ยง จวนตระกูลซุนก็ลุกเป็นไฟ ใครทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจตวาดเสียจนบ่าวไพร่ขวัญหนีดีฟ่อ ขนาดฮูหยินใหญ่ยังเข้าหน้าไม่ติด เซียวเหยาเองก็ไม่ได้ออดอ้อนให้รำคาญแต่อย่างใด พอวันนี้ในตอนเช้าก็ได้รับรายงานจากเล่อถงว่าชงซ่านอารมณ์ดีผิดปกติ ช่างเป็นคนที่สามวันดีสี่วันไข้จริงๆ

ตกเย็นคนที่เล่อถงบอกว่าไม่กลับก็กลับมาที่จวน กระนั้นก็ไม่เกี่ยวอันใดกับเขาอยู่แล้ว ฉางอันไม่เคยตั้งตารอชงซ่าน ไม่แม้แต่จะคิดว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ใด ในคืนนั้นฉางอันก็เข้าห้องนอนตามปกติ กระทั่งพอถึง***ยามจื่อ********** ก็รู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวอย่างน่าประหลาด ร่างกายก็ร้อนผ่าว ตรงส่วนองคชาติที่ถูกตัดก็นูนพอง ฉางอันเป็นผู้ชายก็ย่อมรู้ว่าเกิดความต้องการแล้ว

เขาเป็นขันที ส่วนนั้นก็หายไป เดิมทีตั้งแต่เล็กจนโตเรื่องอย่างว่าก็เคยมีบ้าง ทว่าเขาก็ข่มมันทุกครั้งด้วยการทำงาน พอทำงานหนักมากๆ ก็ไม่รู้สึก เมื่อถึงเตียงนอนก็หลับสนิทเสียแล้ว

“เล่อ...เล่อถง”

น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นเอ่ยเรียกบ่าวคนสนิท หวังให้เล่อถงหยิบน้ำเพื่อดับความร้อนในกาย ครั้นพอขาหย่อนลงกับพื้นก็ล้มพับ แข้งขาก็อ่อนแรงไปหมด

โครม***!***

ยังไม่ทันที่จะได้ลุกขึ้นก็สะดุ้ง คนที่พรวดพราดเข้ามาคือคนที่ไม่ได้พบหน้ามาหลายวันเต็มๆ ท่าทีนั้นดูกร้าวยิ่งนัก ใบหน้าทะมึงถึงดุดันโกรธเกรี้ยว ราวกับว่าเขาทำให้แค้นมาเป็นสิบชาติเห็นจะได้ ฉางอันเงยหน้าขึ้นมองบุรุษรูปร่างกำยำ พลันนึกเสียวสันหลังวาบอย่างน่าประหลาด ชงซ่านที่ปกติดูดุแล้วกลับดูน่ากลัวกว่าทุกที เขาเริ่มประหม่าและต้องการถามหาเหตุผลที่อีกฝ่ายเข้ามาในห้องยามวิกาลเช่นนี้

“ท่านแม่ทัพ”

ฉางอันฝืนลุกขึ้น เขากัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อระงับอาการมวลท้อง ทว่ามันทำได้ยากยิ่ง แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นยืนดีด็ถูกมือแกร่งกว่าจับที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง

“เจ็บ...”

ชงซ่านบีบหัวไหล่ของเขาจนเจ็บไปหมด เรี่ยวแรงที่มีมากกว่าตนทำเอากระดูกของฉางอันแทบแหลกคามือ เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดชงซ่านถึงได้ดูเป็นเช่นนี้

มันแปลกเกินไปแล้ว...

ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร่างของเขาก็ถูกพลักให้ไปนอนลงบนที่นอนกว้าง ฉางอันที่โดนกระแทกอย่างแรกก็รู้สึกจุกตรงช่องท้องไม่น้อย

มันไม่ดีแล้ว! เรื่องแบบนี้ไม่ดีแน่!

กายโปร่งรับรู้โดยสัญชาตญาณตน เขาหวีดร้องดิ้นหนีคนตรงหน้า ต่อให้ภายในห้องไร้ซึ่งแสงสว่าง มีเพียงแสงจากตะเกียงที่อยู่บนโต๊ะไม่ห่างกันนัก ทว่ามันกลับทำให้ชงซ่านดูน่ากลัวเหมือนยมทูต จนคนมองต้องสะพรึงไม่น้อย ฉางอันพยายามกลืนน้ำลายลงคอตัวเอง เขาทำใจกล้าเรียกขวัญกำลังใจทั้งที่ตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายลงทุกขณะ

“ท่านแม่ทัพ! ท่านมีสิ่งใดจะกล่าวกับข้างั้นหรือ!”

ฉางอันมีเหงื่อผุดตรงหน้าผาก เขาส่งยิ้มให้กับชงซ่าน พยายามทำให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำที่ฉางอันไม่อยากจะคิด

“เจ้าช่างกล้ามาก!”

คนฟังถึงกับผวาเฮือก และยังไม่ทันจะได้อ้าปากตอบโต้ ก็รู้สึกว่าริมฝีปากที่สั่นไหวของตัวเองถูกรุกรานอย่างไม่ทันตั้งตัว ทีแรกก็ตกใจอยู่บ้างเลยลืมที่จะขัดขืน ครั้นพอถูกความอุ่นวาบจากปลายลิ้นโลมเลียริมฝีปากอย่างจาบจ้วงก็เริ่มคิดว่าไม่ถูกต้องแล้ว ชงซ่านจะทำอย่างนี้กับเขาไม่ได้!

“อย่า!”

ฉางอันเบี่ยงหน้าหันหนี แต่ก็ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ชงซ่านไม่ปล่อยให้เขาเป็นอิสระแม้แต่น้อย จับเข้าที่โครงหน้าเล็กกว่า บังคับให้หันไปหาความวาบหวามที่ไม่เคยพบเจอแต่อย่างใด ชงซ่านนอกจากใช้กำลังแล้วก็ยังบังคับดุนลิ้นเข้ามาด้านในโพรงปากอีกครั้ง พร้อมกับกวาดต้อนจนฉางอันแทบสติหลุดลอย พอนานเข้าก็เริ่มหายใจไม่ออกจนต้องประท้วงด้วยการทุบไปที่หน้าอกที่แกร่งกว่า




TAKE

มาแล้ววว เค้ามาแล้ววววววววววววววววว #วิ่งร้อยเมตรรร

เค้าขอโทดดดดดดดดดดดด ที่ห่างหายไปสองรึสามอาทิตย์ ช่วงงานหนังสือเค้ามีงาน เค้าขอโทดน้าาา มาช้าแล้วยังมาน้อยอีก

แต่ตอนนี้ผ่านงานหนังสือมาแล้ว เค้าเริ่มว่างแล้วว เย้! จะกลับมาอัปนิยายให้อ่านอย่างปกติแล้ว อย่าเพิ่งทิ้งเค้าไปไหนน้า ได้โปรดดด #เกาะแข้งเกาะขานักอ่านอ้อนวอน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น