Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 20 มิตรสหาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 มิตรสหาย

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 282

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2561 00:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 มิตรสหาย
แบบอักษร

ตอนที่ 20 มิตรสหาย

                ผ่านไปแล้วหลายวันตั้งแต่ที่พวกองค์ชายสี่จูตงลู่ และเสี่ยวหยาเข้ามาพักอาศัยที่นี่การดำเนินชีวิตแต่ละวันเป็นไปอย่างปกติ การหาอาหารส่วนใหญ่ในแต่ละวันจะเป็นหน้าที่ของพวกองครักษ์ พวกเขาจะล่าพวกสัตว์เล็กเช่น หมูป่า ไก่ป่า ปลา กระต่ายป่ารวมไปถึงนกฮวงมันเป็นนกตัวเท่าแม่ไก่สีสันแปลกตาตัวอ้วน มันจึงทำให้ผมไม่มีปัญหาเรื่องเสบียงมากเท่าไหร่แถมบางครั้งก็ได้เนื้อส่วนนึงมาเติมไว้ในตู้แช่เสบียงด้วย อ่านี้ถือว่าดีสำหรับผมเลยที่ไม่ต้องออกไปล่าอาหารเองแล้ว นอกจากนี้ความสัมพันธ์ผมกับพวกเขาก็ถือว่าดีมากขึ้น


                ตลอดหลายวันนี้ผมมักจะถามเรื่องราวต่างๆจากองค์ชายสี่โดยเน้นสิ่งที่ผมอยากรู้ไปที่เรื่องกำลังภายในวิชาต่างๆและลำดับขั้นพลังปราณ  คนส่วนใหญ่จากที่ฟังองค์ชายสี่เล่ามาจะมีปราณอยู่ที่ขั้น ปราณขั้นต้น ปราณผู้ฝึกฝนบ่มเพาะ ปราณผู้ฝึกยุทธ์ ปราณนักพรต ช่วงแรก   ดูเหมือนว่าเขาต้องกินยาสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มพลังให้ตั้งแต่เด็กและฝึกวิชาจนจะมีพลังได้ในขั้นนี้ จากระดับพลังทั้งหมดคือพวกเขาไม่ได้ไปถึงขั้นสุดยอดของขั้นพลังที่กล่าวมา


                เป็นเพราะผมต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้เป็นสิ่งอ้างอิงและรายงานสู่ฐานบัญชาการPrimal แห่งXenious’Jeva เลยขอให้พวกเขาแสดงพลังออกมาให้ดูโดยขอให้องครักษ์ที่มีระดับพลังน้อยที่สุด ขั้นพลังปราณฝึกยุทธ์ขั้นแรก กลาง สูง ไล่ไปตามลำดับ  จากที่ดูพวกเขาสาธิตทำให้ทราบว่า ผู้ที่มีพลังปราณขั้นฝึกยุทธ์นั้นสามารถใช้วิชาต่อสู้ได้ไม่เท่าไหร่ จากที่ลองให้พวกเขาโจมตีใส่ก้อนหินใหญ่สูงประมาณ8ฉื่อ  เมื่ออัดพลังลงไปโจมตีที่ก้อนหินเหมือนจะมีอณูพลังอะไรสักอย่างลอยออกมาจากตัวพวกเขา หินที่ถูกโจมตีก็ปรากฏรอยฝ่ามือหรือไม่ก็ทะลุเป็นรูก่อนจะปริออกทันที


                มันเป็นอะไรที่ทำให้ผมตื่นเต้นดีนะขนาดพวกขั้นฝึกยุทธ์ยังมีพลังขนาดนี้แล้วพวก คนที่มีพลังปราณขั้นสูงกว่านี้จะเป็นยังไง? แต่รู้สึกว่าไอพลังปราณที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเขามันดูหน้าตาคุ้นๆยังไงก็ไม่รู้แฮะ? ผมคงต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ละเอียดซะแล้วสิ จากที่ได้ดูพวกเขาแสดงพลังรู้สึกว่าถึงคนที่นี่จะไม่มีวิทยาการณ์ที่ก้าวหน้าแต่ว่าทักษะการต่อสู้และศิลปะต่างๆถือว่าดีอยู่บ้าง แล้วก็ผมคงต้องเพิ่มความระวังไว้ด้วยแล้วเพราะดูจากฝีมือของพวกเขาที่ทำลายหินใหญ่ๆก้อนนึงได้ยังถูกสังหารไปตั้งมากมาย


                ถ้างั้นพวกที่มาตามล่าสังหารพวกเขาคงจะมีพลังในระดับที่น่ากลัวทีเดียว เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตผมต้องเจอพวกกลุ่มอิทธิพลหรืออำนาจอะไรรึเปล่าเพราะงั้น คงต้องเพิ่มการระวังตัวไว้ แล้วก็ผมรับปากองค์ชายว่าจะดูแลเสี่ยวหยาให้เขาด้วยเพราะงั้นก็ต้องหามาตรการมาปกป้องเธอไว้ ผมคิดว่าจะให้ปิ่นที่จะสร้างม่านพลังกันวัตถุลอยบินที่พุ่งเป้ามาที่เธอ อย่างเช่นพวกมีดบินหรืออาวุธลับดาวกระจายอะไรจำพวกนั้น


                แล้วตลอดหลายวันมานี้ผมก็รู้สึกว่าการเข้าใจประวัติศาสตร์และความรู้เรื่องเลขวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสุขอานาภัยของพวกผู้หญิงในแผ่นดินนี้ถือว่าต่ำมาก โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ที่ว่าน้อยแล้ว วิทยาศาสตร์แทบไม่มีเลย ทุกอย่างที่พวกเขาทำเกิดจากการทดลองและเรียนรู้เท่านั้นเรื่องไหนที่ไม่เข้าใจก็เชื่อว่าเกี่ยวกับสิ่งต่างๆมากมายเช่นภูติผีปีศาจไม่ก็ลิขิตสวรรค์อะไรเทือกนั้น ผมลองให้เสี่ยวหยาลองนับเลขดูเธอสามารถนับเลขได้ถึงหลักหมื่นเท่านั้น สามารถพวกลบเลขได้แต่เรื่องคูณและหารนั้นเธอไม่เข้าใจอะไรเลย


                จากที่ฟังเธอกล่าวเหมือนเธอจะภูมิใจความรู้ของเธอมากนี้มันทำให้ผมตกใจสุดๆ ขนาดเธอที่เป็นองค์หญิงยังขนาดนี้ไม่ต้องนับรวมคนอื่นที่เกิดในตระกูลขุนนางพ่อค้าหรืออื่นๆเลย คงจะลำบากน่าดู พอผมถามองค์ชายสี่เรื่องพวกนี้ก็ได้ใจความว่า  สตรีส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่พวกบุตรของผู้ที่มีอันจะกินก็จะไม่ได้เรียนหนังสือเลย  ส่วนพวกขุนนางหญิงก็ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับเท่าไหร่ ถึงอาณาจักรจูเชวี่ยของพวกเขาจะมีขุนนางหญิงก็เถอะแต่ก็เป็นแค่ขุนนางเล็กๆไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมายเท่าผู้ชาย


                เมื่อผมได้ฟังดังนั้นก็แทบกุมขมับ จริงอย่างที่บอกค่าความเชื่อนิยมต่างๆของที่นี่มันล้าหลังแบบสุดๆ ถ้าจะให้เสี่ยวหยามาช่วยผมก็ต้องสอนเธอ ให้เข้าใจพื้นฐานซะก่อน แถมด้วยหน้าตาแบบนี้ของผมถ้าจะทำเรื่องอะไรเกี่ยวกับเบื้องลึกหรือมีธุระที่ต้องติดต่อกับพวกขุนนางพวกเขาคงจะต้องเล่นแง่ กับผมแน่เพราะงั้นการใช้ฐานะหรือตำแหน่งเป็นตัวช่วยก็ถือว่าสำคัญแต่ว่าการจะได้ตำแหน่งอะไรแบบนั้นมามันก็ต้องใช้สิ่งแลกเปลี่ยนมากมายปัญหาคือยังไงละจะเอาตำแหน่งแบบนั้นมายังไง?


                จะไปเที่ยวประกาศว่าผมเป็นเทพเซียนนะเออ! ก็ไม่ได้ด้วยไม่หนำซ้ำอาจถูกมองว่าเป็นพวกหลอกลวงไม่ก็ปีศาจก็ได้ถ้าเผลอใช้ฐานะแบบนี้ไปทำให้พวกเขาหวาดกลัวเพราะงั้น ผมคงต้องคิดเรื่องนี้ให้ดี ผมจะเก็บเรื่องนี้ไว้ถามกับองค์ชายสี่จูตงลู่ทีหลัง  ส่วนตอนนี้ผมคงต้องเน้นไปที่การเรียนการสอนสำหรับเสี่ยวหยาก่อน เริ่มแรกผมก็พยายามหาแบบทดสอบของเด็กประถมให้เธอ สอนเธอนับเลขอาราบิกด้วยจะได้มีความรู้เพิ่มขึ้น จากนั้นจึงค่อยๆเพิ่มลำดับความยากเข้าไปพอทำไปสักพักเหมือนว่าเธอจะเป็นคนที่มีความฉลาดมาก


                เสี่ยวหยาสามารถเรียนรู้เรื่องเลขที่ผมสอนได้อย่างรวดเร็ว ภายในหนึ่งสัปดาห์เธอก็สามารถคูณและหารตัวเลขได้แล้วผมจึงค่อยๆเพิ่มแบบความยากไปเรื่อยๆโดยค่อยๆให้เธอแก้โจทย์ที่เป็นสมการ  ผมรู้สึกว่าเธอจะตื่นเต้นมากและมีความสุขที่ได้เรียนหนังสือ นอกจากนี้เธอยังชอบกระดาษและเครื่องเขียนที่ผมให้เธอด้วย เธอบอกว่าเธอไม่ค่อยได้รับอนุญาติให้ใช้กระดาษมากนักเพราะมันเป็นสิ่งที่ทำได้ยากและมีราคาแพง  พวกเครื่องเขียนก็มีแค่พวกหมึกไม่ก็พู่กันจะได้ใช้ก็ต่อเมื่อเรียนเขียนโคลงกลอนไม่ก็วิชาศิลป์


                เมื่อผมฟังแบบนั้นผมก็รู้สึกสงสารเสี่ยวหยาจริงๆเธอคงจะรู้สึกลำบากน่าดูกับการจำกัดสิทธิ์ของเธอก็คงจะเป็นแบบนั้นแหละนะยุคสังคมศักดินา ที่คำของบุรุษนั้นดูมีน้ำหนักกว่า เมื่อเห็นว่าเธอมองอุปกรณ์เครื่องเขียนพวกนั้นผมจึงถามเธอว่า

                “เสี่ยวหยา เจ้าชอบพวกมันหรือเปล่า?”ผมกล่าวพลางก็มองเธอที่มีสายตากระพริบวิบวับเมื่อมองมัน


                “ชอบเจ้าค่ะมันสวยมาก! มันใช้ได้สะดวกกว่าพู่กันซะอีกแล้วมันก็มีหน้าตาน่ารักมากด้วย! กลิ่นก็หอมมันเป็นเครื่องเขียนที่สวยมาก!” เธอกล่าวพลางก็เล่นดินสอกดในมือไปมา


                “งั้นข้าให้เจ้า ถ้าเจ้าชอบมันก็เก็บรักษามันไว้ให้ดีถือเป็นของขวัญที่เจ้าตั้งใจเชื่อฟังข้า” ผมกล่าวออกมา เมื่อเธอได้ฟังดังนั้นก็แสดงออกถึงความดีใจและมีความสุข มันเป็นภาพที่นารักมากเธอเหมือนสัตว์ตัวน้อยๆที่ได้รับอาหารยังไงยังงั้นนี่ผมจะถูกจับไหมนะ?ข้อหาล่อลวงเด็กสาวอายุ14 ถึงตอนนี้ผมจะอายุ14ก็เถอะแต่ว่าถ้านับรวบอายุจิตวิญญาณของผมแล้วละก็ตอนนี้ก็เป็นตาลุงอายุ36แล้วนะ


                “อ่า! ขอบคุณเจ้าคะพี่หญิงหลงเอ๋อ! เสี่ยวหยาจะเก็บมันไว้อย่างดีเลยเจ้าคะ มันเป็นของขวัญที่มีค่าสำหรับข้ามากเลยและก็เป็นของที่พี่หญิงหลงเอ๋อมอบให้ข้า”เธอกล่าวออกมาอย่างออดอ้อนอ่า! เธอจะน่ารักไปแล้วนะผมอดไม่ได้เลยเมื่อเห็นเธอทำน่าตาน่ารักแบบนี้เลยเผลอจับเธอมากอดไว้สักพัก  เมื่อนึกขึ้นได้ว่าผมทำอะไรไป ‘ซวย!แล้ว!ทำอะไรลงไปเนี่ย หลอกเด็กผู้หญิงมากอดแบบนี้เรานี่เป็นพวกคุมะหรือไง! โอ้ย!’เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงผละออกจาเธอและมองสำรวจเธอก็พบว่า


                เสี่ยวหยาตอนนี้นางกำลังน้ำตาซึม อ่า!แย่แล้วผมทำอะไรลงไปเนี่ย เธอร้องไห้เลยสงสัยจะกอดแรงไปผมเลยรีบกล่าวถามเธออย่างลนลาน “อ่า! ข้าขอโทษข้าไม่ได้ตั้งใจว่าจะทำให้เจ้าเจ็บข้าไม่นึกว่าข้าจะกอดเจ้าแรงไป! ข้า...ข้า!”


                “ไม่ใช่เจ้าค่ะ! ไม่ใช่พี่หญิงหลงเอ๋อ! ทะ..ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ว่า...ข้ารู้สึกมีความสุขมากเจ้าค่ะอยู่ดีดีน้ำตามันก็ไหลออกมา ข้ารู้สึกอบอุ่นมากเจ้าค่ะที่พี่หญิงหลงเอ๋อทำดีกับข้า มันทำให้ข้านึกถึงท่านแม่”


                “อ๊ะ!อ่า งะ..งั้นเหรอ? ข้าตกใจหมดนึกว่าทำให้เจ้าเจ็บตรงไหนเสียอีก”เฮ้อรอดตัวไปเราแต่ก็รู้สึกเห็นใจเสี่ยวหยาขึ้นมาเลยต้องทำดีกับเธอมากๆแล้วสิ

.

.

.

.

                ข้าเฝ้ามองพวกนางสองคนตลอดเวลา มันช่างเป็นภาพที่อบอุ่นเสียเหลือเกิน ข้าคงคิดถูกแล้วที่ฝากหยาเอ๋อไว้กับนาง  นางไม่เพียงดูแลหยาเอ๋ออย่างดี  ทั้งยังคอยสั่งสอนโดยไม่รำคาญสิ่งใดเลย เมื่อใดที่หยาเอ๋อไม่รู้นางก็จะสอนด้วยความอดทน ไม่ดุด่าหยาเอ๋อแม้แต่นิดและชมหยาเอ๋ออยู่บ่อยครั้ง  หลายวันมานี้นางมักจะทำอาหารให้พวกเราเสมอ นางตื่นเช้ามาทำอาหารที่ครัวโดยไม่บ่นอะไร นางไม่ได้ทัดทานหรือบ่นสิ่งใดออกมาเลยหนำซ้ำยังมีรอยยิ้มที่บริสุทธ์ให้กับทุกคนเสียอีก เห็นแบบนี้บุรุษใดในโลกหล้าเล่าจะมิหลงรักนาง


                นางมอบสิ่งมีค่าต่างๆมากมาย ความรู้ที่นางสอนหยาเอ๋อนั้นทำให้ข้าถึงกับโง่งม  อะไรอาราบิก อะไรคือ สมการX Y นางสอนสิ่งที่ข้านั้นไม่เข้าใจหนำซ้ำหยาเอ๋อยังสามารถบวกลบเลขหลายๆหลักได้ภายในเวลาอันสั้น เรียกได้ว่าความรู้ของหยาเอ๋อนั้นนำหน้าข้าไปไกลมากแล้ว  บ่อยครั้งที่ข้ามักอยากรู้อยากเห็นได้แต่มองดูนางสอนหยาเอ๋อ และเมื่อมีเวลาว่างข้านั้นมักจะไปถามและให้หยาเอ๋อสอนข้าแต่ว่าผลที่ได้ กลับกลายเป็นว่าข้านั้นยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ สิ่งใด คือราก? อะไรคือรูท? มันคืออะไรกัน? มันเป็นชื่อรากสมุนไพร่ชนิดนึง? แล้วมันเกี่ยวอันใดกับวิชาเลขที่นางสอน?


                นอกจากหยาเอ๋อจะได้ความรักและเอ็นดูจากแม่นางหลงเอ๋อแล้ว  หยาเอ๋อยังได้ของต่างๆที่ประเมิณค่าไม่ได้มากมาย ตั้งแต่เครื่องเขียนที่มีสีสันหน้าตาสวยสดงดงาม กระดาษบางๆที่มีสีขาวใสสะอาดบริสุทธิ์เนื้อสัมผัสนั้นดีกว่ากระดาษ จื่อ หรือ ไช่หลุนเสียอีก มันมีผิวสัมผัสเรียบลื่นและละเอียด นางเรียกมันว่ากระดาษA4 นางมอบให้หยาเอ๋อเป็นสมุดเล่มใหญ่  แล้วไหนจะกระดาษปอนที่มีความหนานั้นอีกรวมถึงสีต่างๆมากมาย ทั้งสีไม้ที่ข้าไม่เคยเห็น หรือสีน้ำที่มีสีสวยสดงดงามกว่าของอาณาจักรทั้ง4


 และแม้แต่การเลือกใช้สีและการวาดรูปที่นางสอนให้หยาเอ๋อนั้นช่างเป็นภาพที่หาที่ติไม่ได้นางสอนวาดภาพต่างๆมากมายสอนการวาดเค้าโครงสอนการลงลายละเอียดขั้นตอนมากมายในการวาดนั้นมีขั้นตอนมากกว่าพวกปราชญ์หรือพวกอาจารย์ในราชสำนักเสียอีก ไม่ต้องบอกเลยว่าสีนั้นเป็นของที่มีราคาแพงมากขนาดไหน? แค่พวกขุนนางจะซื้อยังจัดเป็นของที่ฟุ่มเฟือยมาก คนธรรมดานั้นไม่มีทางซื้อสีได้เลย หนำซ้ำสีที่นางมีนั้นคุณภาพต่างๆดีเสียจนเรียกได้ว่าฟ้ากับเหว  ข้าไม่อยากจะคิดเลยว่าของที่นางมอบให้หยาเอ๋อนั้นมันมีราคาเท่าใดกัน?


นี่ก็ผ่านมาเกือบ2สัปดาห์แล้ว แผลและอาการบาดเจ็บต่างๆก็เริ่มดีขึ้นมาก ข้าจึงได้ปรึกษากับแม่นางหลงเอ๋อเรื่องออกจากป่า นางมีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า นางขอเวลาสองวัน นางยังมีสิ่งที่ต้องทำบางอย่างในป่านี้ และเพื่อความปลอดภัยนางจะใช้พลังสำรวจป่านี้ ตอนที่ข้าได้ฟังก็แทบไม่อยากเชื่อหูตนเอง นางกล่าวว่า นางจะใช้พลังของตนสำรวจป่าแห่งนี้นางคิดว่าป่าแห่งนี้มันกว้างใหญ่เท่าใดกัน? คนที่มีพลังปราณขั้นราชันย์ยังปล่อยปราณออกมาเพื่อไปสำรวจได้แค่บริเวณรอบๆตนเท่านั้น แค่นั้นก็ถือว่าเก่งแล้ว


แล้วนางบอกจะสำรวจให้ทั่วภูเขาแห่งนี้เพื่อยืนยันความปลอดภัย นางมีพลังมากมายในระดับใดกัน? พลังปราณขั้นราชันย์ยังทำไม่ได้เลย! หรือจะเป็น ปราณขั้นจักรพรรดิ? ข้านั้นไม่สามารถรู้ระดับพลังของนางได้เลย แต่ข้าสัมผัสได้ถึงไอพลังปราณแปลกๆที่มีความบริสุทธิ์มากแต่ก็ได้แค่บางเบาเท่านั้น  สำหรับข้าที่เป็นถึงผู้มีพลังปราณขั้นนักพรต ยังสัมผัสได้แผ่วเบาเพียงนี้!  คนที่มีระดับต่ำกว่าข้าคงไม่สามารถสัมผัสคลื่นพลังปราณของนางได้แน่ เมื่อข้าได้ฟังนางกล่าวแบบนั้นจึงไปแจ้งแก่ทุกคนรวมทั้งบอกหยาเอ๋อให้เตรียมตัว


“พวกเจ้าทุกคนเตรียมตัวอีกสองวันเราจะออกจากป่ากันแล้ว! ตลอดสองวันนี้ก็ขอให้พวกเจ้าช่วยเหลือแม่นางหลงเอ๋อให้มากที่สุดไม่ว่านางจะสั่งอะไรก็ตาม! นางมีพระคุณต่อพวกเรามากห้ามขัดนางเด็ดขาด!”


“อ่า!ท่านพี่พวกเราจะออกจากป่าแล้วเหรอ!?  แล้วพี่หญิงหลงเอ๋อนางจะไปกับพวกเราหรือไม่? ข้าไม่อยากไปจากนางและไปจากที่นี่! ที่นี่มีทุกอย่างที่ข้าไม่เคยเห็นน่าตื่นตาตื่นใจไปหมด มีเกมส์ให้เล่นแก้เบื่อมากมายข้าสนุกและมีความสุขมากเมื่ออยู่กับนาง! ข้าไม่อยากไป! ไม่ไป! ไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้านางไม่ไปข้าก็จะอยู่กับนางที่นี่!” หยาเอ๋อกล่าวออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อข้าได้ยินนางพูดดังนั้นก็ถึงกับมุมปากกระตุกเลยทีเดียว อืม เหมือนว่านางจะติด แม่นางหลงเอ๋อมาก ทั้งแม่นางหลงเอ๋อยังตามใจประคบประงมนางตลอด


มีสิ่งใดก็มอบให้นางประเคนให้นางมีเรื่องสนุกต่างๆมากมายก็เล่าให้นางฟัง แบบนี้ก็ถือว่าดีอยู่หรอก แต่ว่าหยาเอ๋อนางถึงกับกล่าวออกมาว่าจะขออยู่กับแม่นางหลงเอ๋อ นางคงจะชอบที่แม่นางหลงเอ๋อตามใจนางมากนัก ขนาดข้าที่เป็นพี่ชายนาง นางยังไม่ได้สนใจจะติดตามข้ากลับไปเลยนี่มันก็!  ข้าได้แต่กุมขมับอย่างจนปัญญา เวรกรรมของข้าแท้ๆ ตอนนี้ข้าคงสอนสั่งนางไม่ได้แล้วนางมีความรู้กว้างขวางมากกว่าข้า คนที่มีน้ำหนักในใจนางก็เป็นแม่นางหลงเอ๋อไม่ใช่ข้า อ่า! ถ้าท่านพ่อรู้ว่า ธิดาองค์เล็กของท่านนั้นไม่สนใจท่านและข้าที่เป็นพี่ชาย เขาจะมีสีหน้าเช่นใดกัน?


                “หยาเอ๋อเจ้าเงียบก่อนได้หรือไม่? อีกสองวันแม่นางหลงเอ๋อก็จะกลับไปกับพวกเรา เจ้าไม่จำเป็นต้องร้องไห้จะเป็นจะตายเช่นนั้นได้หรือไม่? หูข้าจะแตกตายอยู่แล้ว ปกติเจ้าเชื่อฟังพี่ตลอดใยผ่านไปแค่สองสัปดาห์เจ้ากลับลืมพี่ชายแล้วหรือ?เห้อ” ข้าได้แต่กล่าวกลับนางพลางถอดถอนหายใจ อ่า!นั้นสินะ การที่นางได้มีคนที่เป็นเพศเดียวกันเชื่อใจเป็นอาจารย์และเป็นผู้สอนร่วมถึงสหาย คงจะทำให้นางไม่อยากปล่อยมือจากแม่นางหลงเอ๋อเป็นแน่


                “ข้าไม่ได้ลืมท่านเสียหน่อย! ข้าแค่..ข้าไม่อยากแยกกับพี่หญิงหลงเอ๋อ ทั้งนางก็ดูแลสั่งสอนข้าได้ดีแถมนางก็มีความรู้มากกว่าพวกอาจารย์ในราชสำนักหรือบรมครูตาแก่เฒ่าจิ้งจอกพวกนั้นตั้งเยอะ อยู่กับนางแล้วข้ามีความสุขและรู้สึกสนุกแถมนางไม่เบื่อข้าสักนิด แล้วยังเล่าเรื่องต่างๆให้ข้าฟังตั้งมากมายมีอะไรสนุกสนานตั้งเยอะอยู่กับนางข้าไม่มีวันเบื่อตายหรอก หนำซ้ำที่นี่ก็ดีกว่าในวังตั้งเยอะอาหารที่นางทำก็อร่อยกว่า ข้าแค่อยากอยู่กับนาง อึก!” นางกล่าวออกมารวดเดียวเหมือนอัดอันตันใจมาสิบภพสิบชาติ


                นางกล่าวอย่างกับนางโดนข้ารังแกและไม่ได้รับความเป็นธรรมยังไงยังงั้น  ข้าได้แต่กุมขมับ อ่า! ข้าชักไม่แน่ใจแล้วสิว่าในอนาคตนางจะเป็นสตรีที่จะโดนเด่นในประวัติศาสตร์หรือนางจะเป็นสตรีที่เอาแต่ใจที่สุดในประวัติศาสตร์กันแน่ เห็นทีข้าคงต้องปรึกษากับแม่นางหลงเอ๋อเรื่องนี้เสียแล้ว


                “เอาละเลิกร้องไห้ได้แล้ว อีกสองวันเราจะกลับออกจากป่าไปที่แคว้นหงซือพี่หญิงหลงเอ๋อของเจ้าก็จะไปกับพวกเราด้วย แต่เรายังไม่สามารถให้ใครเห็นนางได้ในตอนนี้ คงต้องให้นางหลบสายตาคนอื่นไปก่อน เมื่อกลับถึงแคว้นหงซือแล้วข้าจะให้คนไปซื้อรถม้าและพักตามโรงเตี้ยมที่ดีเหมาะแก่การซ่อนตัว แค่นี้เจ้าพอใจแล้วใช่หรือไม่!”ข้ากล่าวออกมาเพื่อไม่ให้นางร้องไห้แหกปากเสียงดังให้หูข้าหนวกอีก


                “อ่า! ไม่มีปัญหาเจ้าคะ ข้าไม่ว่าอะไรแล้ว เดี๋ยวข้าขอไปเตรียมตัวก่อนนะ ฮะฮะ”นางกล่าวออกมาพลางหยุดร้องไห้และหัวเราะออกมาแห้งๆ การเปลี่ยนสีหน้าของนางช่างรวดเร็วนักข้านั้นตามอารมณ์นางไม่ทันเสียแล้ว เห้อ แล้วนางก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นบนเข้าห้องของนางไป

.

.

.

.

                เนื่องจากผมต้องระแวดระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นในดาวดวงนี้และก็ตอนนี้ยังต้องดูแลพวกของเสี่ยวหยาอีกเพราะงั้นผมจึงบอกกล่าวกับองค์ชายสี่จูตงลู่ว่าขอเวลาสองวันก่อนออกจากป่า ตลอดหลายวันมานี้ผมได้จดบันทึกรายงานต่างๆมากมายผมจะรายงานสถานการณ์ในตอนนี้ของผมให้กับกองบัญชาการPrimalทราบ แล้วก็ตอนนี้ผมได้เดินออกมาห่างจากตัวเต็นท์เข้ามาในป่าห่างจากทะเลสาบจนไม่มีคนแล้วผมจึงนำโดรนออกมาจาก กระเป๋ามิติโดยส่งกระแสจิตเข้าไปที่สร้อยคอก่อนจะสั่งให้โดรนบินสำรวจรอบป่า


                เนื่องจากป่านี้กว้างมากผมจึงต้องใช้เวลาให้โดรนบินไปรอบๆและเปิดโหมดโปร่งแสงเพื่อเป็นการพลางตัว ผมคอยสำรวจภาพโฮโลแกรม3มิติที่ฉายขึ้นมารอบตัวผ่านกล้องสอดแนมของโดรน อาจจะเพราะผมออกมานานเกินไป เสี่ยวหยากับองค์ชายสี่พร้อมกับหัวหน้าองครักษ์จึงออกมาตาม ขณะที่ผมกำลังใจจดใจจ่อกับภาพสอดแนมบนโฮโลแกรม3มิติอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเสี่ยวหยากล่าวขึ้นข้างๆ


                “อ๊ะ! พี่หญิงหลงเอ๋อนั้นท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ? พวกเราเห็นท่านไม่กลับมานานข้าจึงออกมาตาม นั้นมันคือสิ่งใดหรือเจ้าค่ะ! ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย! เหตุใดจึงมีภาพโปร่งแสงพวกนี้ ทำไมทั้งๆที่มันอยู่ตรงหน้าแต่ข้ากลับสัมผัสมันไม่ได้?” เสี่ยวหยากล่าวพร้อมความสงสัยขึ้นผมเกือบจะตกใจกรีดร้องเสียงดังออกมาแล้วไม่รู้ตัวเลยว่าเธอมาตอนไหนผมจึงข่มกลั่นไม่ให้ตัวเองเผลอแหกปากออกมา เสี่ยวหยาถามผมพร้อมกับเอามือยืนไปทะลุภาพโฮโลแกรม3มิติ


                อ่านั้นสินะผมจะอธิบายยังไงดีตอนแรกที่เดินออกมาก็เพราะไม่อยากให้พวกเขาเห็น ผมถึงได้ขอตัวออกมาไม่คิดว่าพวกเขาจะออกมาตามหาผม ผมกำลังยุ่งกับการควบคุมโดรนให้บินสำรวจอยู่ ผมจึงกล่าวออกไปส่งๆว่า


“อ้อ! นี่ก็นี่! เป็นหนึ่งพลังของข้าน่ะเป็นวิชาที่ข้าฝึกฝน เรียกว่าดวงตาหมื่นลี้ ข้าสามารถมองเห็นผ่านพลังของหุ่นเชิดที่ข้าสร้างได้มันคล้ายกลับนกและสามารถพลางตัว”


                “อ่า!สุดยอดไปเลยท่านพี่หญิงหลงเอ๋อ ท่านสอนข้าบ้างได้หรือไม่ข้าก็อยากทำได้เหมือนท่าน!” เสี่ยวหยากล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นและดวงตาระยิบระยับ  ผมรู้สึกเสียใจนิดๆเมื่อมองดวงตาเปล่งประกายของเธอ หลอกเด็กแบบนี้รู้สึกเลวยังไงก็ไม่รู้ เพื่อไม่ให้เธอเสียใจผมจึงตอบเธอไปว่า


                “อ่าได้เดียวข้าจะสอนเจ้าก็ได้แต่ว่าเจ้าต้องตั้งใจเชื่อฟังข้า ส่วนตอนนี้เจ้าเงียบก่อนข้ากำลังใช้สมาธิ”ผมกล่าวบอกเธอก่อนจะเพ่งสมาธิ เพื่อควบคุมโดรน


                “อ่า! นี่คือหนึ่งในพลังของท่าน! ช่างล้ำเลิศนักหากว่าพวกข้าสามารถใช้ได้คงจะมีประโยชน์ในการราตเวณสำรวจชายแดนมากเป็นแน่!” เสียงขององค์ชายสี่กล่าวอย่างตื่นเต้นกับภาพโฮโลแกรม3มิติ


                “ใช้พะยะค่ะมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะการซุ่มมอง อ๊ะ!”เสียงของหัวหน้าองครักษ์หนุ่มกล่าวขึ้นอย่างลืมตัว ผมถึงกับสำลักออกมา นี่เขาจะใช้โดรนสอดแนมไปใช้ถ้ำมองเนี่ยนะ? เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนก็ถลึงตามองเขากัน

                “อ๊ะ! ข้าน้อยมิกล้าทำหรอกพะยะค่ะ ฮะฮะ”หัวหน้าองครักษหนุ่มกล่าวแก้ตัวและไอออกมาแห้งๆ เมื่อได้ยินดังนั้นผมจึงเรียกโดรนกลับมาและเก็บมันเข้าไปในกระเป๋ามิติ เพราะไม่มีกระจิตกระใจจะไปสำรวจป่าแล้ว และบอกพวกเขาว่ากลับไปที่กระโจมกันเถอะ


                เย็นวันนั้นทุกคนได้กินอาหารกันปกติยกเว้นหัวหน้าองครักษ์ที่ผมบอกให้องค์ชายสี่ออกคำสั่งให้เขาได้นั่งแยกโต๊ะกินคนเดียวพร้อมมื้ออาหารข้าวเปล่า กับแตงกวาดองและซุปแตงกวา เพื่อเป็นการลงโทษที่เขาจะเอาโดรนที่ผมสร้างไปใช้ถ้ำมอง

                “ท่านสมควรโดนแล้วหัวหน้าองครักษ์ข้าคิดว่าพี่หญิงหลงเอ๋อยังใจดีกับท่านไปด้วยซ้ำ!”เสียงของเสี่ยวหยากล่าวตำหนิหัวหน้าองครักษ์เสียงดัง หัวหน้าองครักษ์มีสีหน้าสำนึกผิดคอตกเอาตะเกียบเขี่ยแตงกว่าดองที่หั่นบางๆไปมาพลางสายตาละห้อยก็กวาดมองเหล่าองครักษ์คนอื่นที่กินเนื้อและอาหารโอชะอย่างออกรสออกชาติ


                “นั้นสิเสี่ยวหยา คำที่ว่านายเป็นยังไงบ่าวก็เป็นอย่างนั้น ไม่รู้จะใช่รึเปล่า?”ผมกล่าวเสริมให้เสี่ยวหยาพร้อมกับเบนสายตาเหลือบไปมององค์ชายสี่ที่ก้มหน้าคีบอาหารเข้าปากอย่างไม่สนใจ  นี้ก็ถือเป็นความผิดของเขาที่อบรมบ่าวได้ไม่ดีละนะ


                “ข้าก็ว่าเป็นเช่นนั้นเหมือนกันละเจ้าค่ะ!” เสี่ยวหยากล่าวรับคำผมก่อนจะถลึงตามององค์ชายสี่


          “อ่า! ข้าเข้าใจแล้วความผิดข้าเองที่อบรมเขาไม่ดี เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะทำโทษให้เขายืนแบกน้ำ2ชั่วยามเป็นการทำให้เขาสำนึกผิด เห้อ” องค์ชายสี่กล่าวออกมาพลางก็ถอนหายใจ


                “ก็ดีเจ้าค่ะ! เช่นนี้ท่านว่าดีหรือไม่เจ้าค่ะพี่หญิงหลงเอ๋อ?”เสี่ยวหยากล่าวกับผมพลางก็ถามอย่างอารมณ์ดี ผมหันไปยิ้มและพยักหน้าให้เธอเป็นการตอบรับ ดีมากเสี่ยวหยา เด็กดี!


*ชั่วยามเป็นหน่วยวัดของจีนโบราณ 1ชั่วยาม=2ชั่วโมง

**กระดาษจื่อ คือ สิ่งล้ำค่าทั้งสี่ในห้องหนังสือ ว่ากันว่าเป็นบ่อเกิดแห่งความรู้ถ้าไม่มี กระดาษจื่อก็จะไม่มีความรู้

กระดาษไช่หลุนคือกระดาษคุณภาพดีที่ผลิตขึ้นในช่วงราชวงศ์ฮั่นตะวันตก โดยใช้เปลือกไม้ ป่าน หรือเศษผ้ามาทำขึ้น

***หลงเอ๋อกำลังรวบรวบข้อมูลและตรวจสอบพลังเพื่อเตรียมตัวกับอันตรายที่จะมาถึงในอนาคต นอกจากนี้ยังต้องปกป้องเสี่ยวหยาและคนขององค์ชายสี่ที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมสัมพันธ์กับคนในแคว้นและอาณาจักรด้วย

**** ‘คุมะ’ คือ คำเรียกบุคคนจำพวกคนที่มีอายุแล้วชอบเด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มักจะเรียกเด็กสาวกลุ่มนี้ว่า ‘โลลิต้า’ ซึ่งเป็นคำใช่เรียกเด็กสาวที่เป็นเหยื่อของ พวกคุมะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น