ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สับสน 100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.9k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 15:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สับสน 100%
แบบอักษร

ได้โปรด! อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปเลย!...

“เขม! เขม!” อัศวินพาร่างของเขมมิกาย้ายขึ้นมาบนเรืออย่างเหนื่อยหอบเนื่องจากมีแรงรั้งของน้ำที่มันชุ่มช่ำเต็มไปทั้งตัวของเขาและเธอ อัศวินตะโกนเรียกชื่อของเขมมิกาก้อง เเต่ไม่มีทีท่าเลยว่าสาวเจ้าจะตอบรับกลับมา ซึ่งหนทางสุดท้ายของเขาก็คือการยื้อชีวิตของผู้หญิงคนนี้ไว้!

 อัศวินทำการปฐมพยาบาลด้วยการใช้ริมฝีปากของเข้าประกบที่ปากของเขมมิกาที่ปิดสนิท มือหนายกขึ้นมาช่วยเปิดปากของหญิงสาวให้มีช่องอากาศจากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการช่วยชีวิตผลัดกับการปั๊มหัวใจของสาวเจ้าให้เต้นกลับคืน อัศวินมุ่งหน้าทำต่อด้วยความหวังที่ว่าหญิงสาวผู้นี้จะฟื้นขึ้นมา เนื้อตัวของเขาร้อนผาวไปหมดเพราะด้วยความหวั่นเกรงร้อนรนใจ

 “เขม! เขม!”

 “ฟื้นสิวะ! โธ่เว้ย!!”

  เสียงเรียกคืนสตินี้ก็ยังไม่จางหาย พร่ำร้องเรียกเธออยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

 “แค่ก! แค่ก! แค่ก!”

 “เขม!”

  เขมมิกามีอาการตอบสนองต่อการช่วยเหลือจากอัศวิน เธอไอจนตัวโยน สมองมึงเบลอกับภาพตรงหน้าไปเสียหมดเห็นเป็นเพียงแค่ภาพร่างๆ สายตาของเขมมิกาล่องลอยไปตามอากาศ 

เธอยังนึกตราตรึงความรวดร้าวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่หาย อยากจะตะโกนร้องไห้ออกมาดังๆแต่ทว่ากลับไม่มีเรี่ยวแรงให้ทำได้ดั่งที่หวังได้

 “เขม!”

 อัศวินเมื่อได้ยินเสียงไอสำลักน้ำของเขมมิกาออกมาแล้วหัวใจดวงนี้มันก็แทบจะยกภูเขาออกจากอก แต่ทว่าสายตาคมมันก็นึกถึงแผลที่ศีรษะของสาวเจ้าขึ้นได้อย่างฉับพลัน 

ในครานี้เลือดสดมันกำลังไหลนองออกมาเปรอะเปื้อนไปเต็มพื้นเรือ แต่ทว่าสายตาคมกลับเข้าสู่ในสภาวะหมองหม่นอีกครั้ง ใจหนึ่งมันคัดค้าน แต่อีกใจหนึ่งมันก็เรียกร้อง

  แต่ทว่ามือของเขานั้นมันกลับไม่ส่งการตรงกับหัวใจที่ยังคงสับสนอยู่สักนิด อัศวินคว้าร่างของเขมมิกาเข้ามาโอบกอดแน่นไว้ในอ้อมแขน เนื้อตัวของเขมมิกากำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวบวกกับบาดแผลที่เลยมาจนป่านนี้แล้วมันยังไม่ได้รับการรักษาเลย 

เลือดที่หยุดไหลในคราแรกกลับมาไหลอาบข้างแก้มของเธออีกครั้ง ในยามนี้เธอทั้งเจ็บ ทั้งกลัว ทั้งมึนเบลอไปหมด ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเคยไปทำร้ายใครเขาไว้ เธอได้ต้องมาพบพานแต่เรื่องร้ายๆเช่นนี้

  เขมมิกาไม่ปัดป้องอ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดเธอไว้เพราะว่ามันไม่มีแรงไหนจะมาปฏิเสธคนร่างหนานี้ได้ อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็ยังมีความเป็นคนอยู่บ้าง ที่ไม่ยอมเห็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่กำลังตกระกำลำบากใกล้จะตาย เขายังเข้ามาช่วยเหลือชีวิตเธอไว้อยู่ สายตาที่มันเริ่มพร่ามัวลงเรื่อยๆเริ่มจะปิดสนิทลงทุกที จนสุดท้าย ท้ายแล้วดวงตาที่หนักอึ้งมันก็ไม่อาจจะฝืนอีกต่อไป

 “เขม! เขม!”

 “โธ่เว้ย!!!”

   เขาตกใจที่อยู่ดีๆร่างนี้ก็หมดสติหลับใหลไป อัศวินจึงรีบอุ้มร่างของเขมมิกาเข้ามาในฐานบังคับเรือ แล้วรีบจัดแจ้งประจำตำแหน่ง ยังดีที่ในยามนี้เม็ดฝนทีกระหน่ำอยู่ก่อนหน้ามันเริ่มโปรยปรายลงบ้างแล้ว เขาจึงสามารถที่จะพาเรือและสาวเจ้าที่นอนนิ่งอยู่ด้านหลังมุ่งตรงไปที่พื้นที่แห่งความทรงจำอย่างเร็วไว

  เวลานี้ฟ้าก็ใกล้สาง แสงอัสดงเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า ทั่วทั้งท้องนภาถูกปกคลุมไปด้วยแสงทองอร่ามตา แต่ทว่าหากลองมองสังเกตดูดีๆแล้ว จะไม่ได้เห็นเพียงแค่แสงสีเหลืองทองเพียงสีเดียว ซึ่งในนั้นมันจะแสงสีชมพูอ่อนๆมันแทรกแทรงอยู่เป็นระยะ ช่วยให้ใครต่อใครที่ได้มองเห็นก็จักเพลินเพลิดมันไป แต่ทว่า! ในยามนี้มันไม่ใช่สำหรับเขา!

 อัศวินเร่งรีบอย่างเป็นที่สุดที่จะนำร่างของเขมมิกาลงจากเรือแล้วมุ่งตรง เขาโอบอุ้มสาวเจ้าไว้ในท่าของเจ้าสาว ดวงหน้าแสดงความกังวลอย่างแจ่มชัด ใบหน้าของเขมมิกาเริ่มซีดเซียวลงเรื่อยๆ ริมฝีปากของสาวเจ้าไร้สีใดแต่งแต้มมันซีดเซียวจนดูน่าใจหาย

  อัศวินเมื่อเท้าก้าวพ้นเรือได้ เขาก็รีบสาวเท้าตรงไปในหาดที่เรือจอดเทียบท่าอยู่ทันที เท้าของเขามันเร่งรีบจนแทบจะพันกันเป็นเกลียว เขมมิกาที่นอนไร้แรงอยู่ในอ้อมแขนของอัศวิน เรียวแขนทั้งสองห้อยแกว่งอยู่ที่ข้างลำตัวดวงหน้าเงยเชิดขึ้นมองฟ้าแต่ดวงตาปิดสนิท ในตัวนั้นแสนร้อนราวกับว่าเป็นลาวาที่กำลังรอเวลาปะทุ

 “พ่อ!!!ๆๆ นั้นมันคุณวินนิ” เสียงของป้าในวัยห้าสิบกว่าเรียกสามีที่กำลังนั่งถอนหญ้าอยู่ในสวนหน้าบ้านให้หันมามองบุรุษหนุ่มที่มาใหม่ แถมดุเหมือนว่าเจ้าตัวจะร้อนรนยิ่งนัก

 “ไหนๆแม่” ลุงที่อายุไม่ต่างกันก็เหลียวหันมามองตามคำเรียกของภรรยา

 “นั้นไง ไม่เห็นรึอย่างไร ตาเอ็งเนี่ยนะ” หันมาเอ็ดใส่สามีที่ยืนขึ้นชะเง้อหน้าหา

 “เห็นแล้วๆ แล้วนั้นใครอีกนะ รีบไปดูเร็วแม่!” ลุงป้าทั้งสองคนรีบกุลีกุจอเข้าไปหาอัศวินที่กำลังสาวเท้าเข้ามาที่ทางนี้อย่างเร่งรีบ

 “ลุงสม! ป้าวันครับ!” อัศวินตะโกนกร้าวอย่างร้อนใจ เมื่อเห็นว่าสองคนสามีภรรยาที่ทำหน้าที่ดูแลบ้านหลังนี้ของเขากำลังเร่งฝีเท้ามาทางเขาพอดี

 “คุณวิน ว๊าย! ใครคะนั้น” ตกใจที่มีหญิงสาวคนหนึ่งตัวซีดกำลังหลับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นนาย

 “อย่าเพิ่งถามอะไรเลยครับ ไปตามไอลักษณ์มาให้ผมเร็ว!” น้ำเสียงทั้งแสนร้อนรนและร้อนรุ่มไปหมด ในยามนี้เขาเลือกที่จะทิ้งทิฐินั้นลงก่อนเพราะในตอนนี้ชีวิตของผู้หญิงคนนี้มันสำคัญที่สุด! 

แต่ทำไมนะ ทั้งๆที่ก็เป็นเขาเองที่เคยพร่ำบอกว่าให้หญิงสาวไปตายจิตใจนั้นมันแสนจะสะใจนัก แต่ทว่าพอมันถึงเวลาจริงๆ หัวใจดวงนี้กลับคัดค้านไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น รู้สึกแปลกๆ เจ็บแบบไม่เคยเจ็บมาก่อน ความรู้สึกนี้มันเป็นยังไงกันแน่?

 “ค่ะๆๆๆ พ่อไปเปิดบ้านเร็วๆ” สั่งสามีให้ไปเปิดบ้านให้กับอัศวิน ส่วนตัวเองนั้นก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นไปหาหมอประจำเกาะแห่งนี้

 อัศวินเดินจนพล่านจะเปลี่ยนเป็นวิ่งเพื่อรีบพาผู้หญิงคนนี้เข้าไปใน อัศวินมุ่งตรงไปที่ชั้นสองของบ้านหลังนี้ทันที ปะตูห้องใหญ่ที่ถูกเปิดออกด้วยมือของลุงสม จากนั้นอัศวินก็วางร่างนั้นลงเตียงหนานุ่ม เนื้อตัวของสาวเจ้าเริ่มชื้นขึ้นแต่ทว่ามันกลับ กลับกันกับดวงหน้าที่ในยามนี้ไม่มีที่ท่าว่าความซีดที่สาวเจ้ากำลังพบพานมันจะมีเลือดไปไหลเวียนอยู่เลย

 “อีกสักพักคุณลักษณ์ก็น่าจะมาแล้วครับ” ลุงสมบอกกับอัศวินที่กำลังกระวนกระวายใจ เดินอยู่ไม่เป็นสุขตั้งแต่เขาว่างร่างของผู้หญิงคนนั้นลงที่เตียง ใบหน้าของอัศวินฉายแววได้ชัดว่ากำลังกังวลอย่างเป็นที่สุด

 อัศวินไม่อาจที่จะสงบจิตสงบใจลงได้ ซาตานร้ายๆที่ใครเคยเห็นว่าร้ายกาจนักหนาก่อนหน้า ตอนนี้มันก็เหลือเพียงแค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่กำลังสับสนในหัวใจของตัวเองและนึกเป็นห่วงเมียที่สุดแสนจะเกลียดชัง

 “คุณลักษณ์มาแล้วค่ะ!” เสียงของป้าวันเรียกให้สติของอัศวินที่กำลังกระวนกระวายกลับคืน

 “เธอไม่โดนอะไรมา” ลักษณ์ที่เดินมาถึงตัวคนเจ็บและอัศวินก็เอ่ยถามถึงความเป็นมาของสิ่งที่เห็นทันที เพื่อที่จะได้ทำการรักษาสาวเจ้าคนนี้ได้อย่างถูกต้อง

 “เร็วๆไอวิน อย่าชักช้า!” รีบหันมาตะหวาดกร้าวใส่ร่างหนาของเพื่อนที่ยังยืนกระอึกกระอักอยู่

 “เลือดไหลที่หัวขนาดนั้น หมากัดมั้ง” เขาพยายามจะไล่ปัดความรู้สึกที่ห่วงใยเขมมิกาออกไปเพราะคิดได้ว่ามันเริ่มจะเลื่อมล่ำเกินเลยมากเกินไปแล้ว

 “เอ่อ แล้วอะไรอีก เร็วๆดิวะ!”

 “ตะ...ตกน้ำ”


 “ป้าวันกับลุงสมพาไอวินออกไปก่อนนะครับ”


 “ไม่! ฉันจะอยู่ตรงนี้!”


 “ไปเถอะค่ะคุณวิน ให้คุณลักษณ์เขารักษาเธอเถอะนะคะ เดี๋ยวจะไปเกะกะเสียเปล่าๆ” เมื่อป้าวันพูดเช่นนั้นอัศวินก็ไม่อาจที่จะคัดค้านอะไรได้ เขาต้องจำใจเดินถอยห่างออกมาจากเขมมิกา


   ลักษณ์ใช้เวลาในการรักษาเขมมิกาอยู่เนิ่นนานกว่าที่จะทำแผลให้สาวเจ้าเสร็จ ยังดีที่บาดแผลไม่ได้ลึกมากนักจึงเย็บเพียงแค่ไม่กี่เข็มเท่านั้นแต่ที่น่าเป็นห่วงคือร่างกายของเธอนั้นดูจะอ่อนแรงมากเพราะไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีบวกกับที่เธอต้องตกน้ำจนเนื้อตัวเปียกชื้น 


ทำให้มีหญิงสาวอาการร้อนผาวราวกับเปลวเพลิงกองใหญ่ใบหน้าที่ซีดเซียวเมื่อครู่เริ่มกลับมามีสีได้เพียงนิด ลักษณ์เดินออกมาจากห้องที่มีร่างของหญิงสาวกำลังหลับใหลอยู่ อัศวินยังคงยืนจดจ่ออยู่ที่หน้าประตู


 “ป้าวัน รบกวนช่วยเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้หญิงคนนั้นทีครับ”


 “ค่ะ ว่าแต่ว่า เรื่องเสื้อผ้า...”


 “.......” อัศวินยืนนิ่งไม่ตอบ สิ่งของของคนรักเขารักเขาหวงเป็นที่สุด


 “เอาชุดของวิใส่ไปเลยครับ” แต่มันกลับผิดกันกับลักษณ์ที่เขาไม่รีรออะไร ในยามนี้ไม่ว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นมันจะเป็นของๆใครหรือใครเป็นเจ้าของ ร่างนั้นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าอย่างเร็วที่สุด ไม่คิดสนใจในความรู้สึกของเพื่อนตรงหน้าเพราะคนในนั้นสำคัญกว่า


 “ไอลักษณ์” เสียงนี้มันถูกกดลงต่ำทุ้มด้วยอากัปกิริยาไม่พึ่งพอใจ


 “ทำตามที่ผมบอกเถอะครับ”


 “ค่ะ”


 เมื่อทั้งป้าวันและลุงสมไม่ได้ยืนอยู่ในจุดนี้ ลักษณ์ก็เริมโผคำถามกระแทกหน้าอัศวินทันที


 “ผู้หญิงคนนั้นคือเขมมิกาใช่มั้ย” เพราะในวันงานมีธุระสำคัญจึงไม่อาจที่จะไปร่วมงานแต่งของอัศวินได้จึงไม่เคยได้เห็นหน้าค่าตาของหญิงสาวนัก แต่ใช่ว่าจะไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยเกี่ยวกับอัศวินและเขมมิกาว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างทั้งสองคน เขามั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นต้องมีนามว่าเขมมิกา หญิงสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียและเป็นคนที่ถูกตราหน้าว่าฆ่าคนรักของคนตรงหน้า


 “ใช่” เสียงเรียบที่อัศวินตอกกลับไปเขาไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย


 และแล้วมันก็เป็นอย่างที่คาดคิดไว้ เขารู้ความต้องการของอัศวินว่ามันต้องการแบบไหนกันแน่ การที่ต้องทำให้ผู้หญิงคนนั้นเจ็บปวดแทบสาหัสมันก็คงจะเป็นสิ่งที่สนองความเจ็บปวดของตัวมันเองที่เคยพบเจอมาก่อน


 “เมื่อไหร่จะปล่อยเธอไปวะ”


 “ฉันคงให้คำตอบไม่ได้เพราะความเจ็บปวดของฉันมันยังไม่สิ้นสุด”


 “จะจองจำกันไปอีกนานแค่ไหนแค่นี้มันยังไม่มากพอหรือยังไง”


 “ไม่! มันไม่มีคำว่ามากพอสำหรับฉัน”


 “แล้วอะไรล่ะ ที่มันจะเพียงพอสำหรับแก ชีวิตเธอหรือ?”


 “......” คำถามนี้มันทำให้อัศวินนิ่งเงียบ


 “ฉันว่าแกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคน” เขาเลิกถามไถ่ไล่ความ อัศวินเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้คำตอบนี้ดี แต่ก็ไม่รูว่าเมื่อไหร่มันจะรู้ใจตัวเองเสียที ต้องให้เจ็บกันไปมากแค่ไหนถึงจะพอใจกัน


ในรุ่งเช้าของอีกวัน แสงสว่างจากแสงอาทิตย์อ่อนๆที่สาดส่องอยู่ด้านนอกลอดส่องกระทบเข้ากับเปลือกตาบาง ที่นอนหลับอยู่บนเตียงกว้าง แสงนี้มันสร้างปฏิกิริยาให้กับเขมมิกาที่ไม่ได้สติ ให้ค่อยๆฝืนเปิดเปลือกตาขึ้นมา เปลือกตาบางกระพริบถี่เมื่อแสงภายนอกมันสาดตรงเข้ามาที่ดวงตาพอดี 


พอสามารถปรับสภาพได้แล้ว เธอก็ค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกนั่งขึ้นจากเตียง หัวมันยังคงรู้สึกเจ็บและมึนอยู่ มือบางยกขึ้นไปจับคลึงที่ศีรษะ ในตอนนี้มันถูกพันด้วยด้วยผ้าก็อตพันแผลทั่วรอบหัวของเธอ


  ดวงตาใสค่อยๆไล่เลี่ยมองไปภายในห้องนี้อย่างแปลกใจว่าเธอมาอยู่ที่นี้ได้เช่นไร มันคือที่ไหน? แต่ทว่าความสงสัยมันก็ฝังอยู่ได้ไม่นานเมื่อเหลียวหลังกับไปมองที่หัวเตียงมันมีรูปของเจ้าของบ้านหลังนี้อยู่ ที่ถ่ายร่วมกับคนอันเป็นที่รักอย่างวิชุดา ในรูปนั้นคนทั้งสองกำลังยิ้มแย้มให้กับกล้องอย่างสดใส 


แววตานั้นดูมีความสุขมากอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะให้เธอหันไปที่ไหนภายในห้องนี้มันก็มีเพียงแต่รูปของวิชุดาเพียงคนเดียว คำถามประดังประเดเข้ามาในใจไม่หยุดหย่อน เขามีบ้านหลังนี้ด้วยหรือ? แล้วที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่?


  แต่ทว่าจู่ๆสมองในหัวมันพลันนึกถึงเรื่องราวที่มันเพิ่งจะเกิดขึ้นไป ความกลัวก็เริ่มเข้ามาประทั่งอีกครั้ง สาวเจ้าเริ่มที่จะยกเข่าชันขึ้น มือนั้นก็รวบกอดไว้ราวกับว่ากลัวมันและหว่าเหว่จับใจ ภาพเหตุการณ์มันโผขึ้นมาอยู่ในหัว หัวใจเริ่มที่จะเต้นไม่เป็นส่ำ เหงื่อไหลหยดย้อยด้วยอาการร้องผาวไปทั้งตัว 


ร่างกายเริ่มที่จะโยกไปข้างหน้าและข้างหลังน้อยๆเฉกเช่นคนที่สติเริ่มเลือนลอย หยาดน้ำตาเริ่มที่จะไหวปริ่ม เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พบเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีก ไม่เคยคิดว่ามันจะหวนคืนวกวนกลับมาให้เธอได้ชอกช้ำอีกครั้ง


  “ฮึก! ฮือ! มะ...แม่เขมกลัวๆ ฮึก!” เธอพร่ำร้องหามารดาเพื่อหวังว่าความหวาดกลัวเช่นนี้มันจะลอยหายไปแต่ทว่าเธอคิดผิด ยิ่งโหยหวนร้องหามากเท่าไรภาพมันยิ่งวนซ้ำเดิมเธอมากเท่านั้น มันแว่บวาบเข้ามาที่ในสมองราวกับมีคนกดวิดีโอเปิดเล่น


 “ฮึก แม่จ้า แม่!”


 “ฮึก! ฮืออออ!”  


“กรี๊ดดดดด!!!!”

มือนั้นเอาขึ้นมาขยุ้มหัวของตัวเองจนยุ่งเหยิงไปเสียหมด หัวที่มันเป็นแผลของเขมมิกาก็เริ่มจะมีเลือดซึมออกมาน้อยๆบ้างแล้ว หัวใจของเธอมันแสนจะล้าและไม่อาจที่จะยอมรับต่อสิ่งที่มันเกิดขึ้นได้นัก เขมมิกาน้ำตาคลอไหลอาบทั้งสองแก้มดวงตาส่อแววความตกใจกลัวอย่างเห็นได้ชัด จิตใต้สำนึกมันไม่อาจที่จะยอมรับในสิ่งที่เคยเกิดขึ้นได้แม้ว่าในยามนี้เธอจะอยู่รอดปลอดภัยดี

 “กรี๊ดดดด!!!”

 เสียงกรี๊ดร้องที่ดังลั่นของสาวเจ้าเรียกให้คนในบ้านอย่างอัศวินต้องรีบกุลีกุจอเข้ามาภายในห้องที่มีร่างของเขมมิกาอยู่ทันที พอวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เป็นดั่งพายุ เขาก็ต้องตะลึงกับสภาพของเขมมิกาที่ตอนนี้สภาพเธอแทบจะดูไม่ได้เลยสักนิด อัศวินรีบที่จะเข้าไปปลอบโยนร่างนั้นด้วยอกแกร่งแน่น

 มือหนารวบมือของเขมมิกาไว้กอบกุมเข้าที่มีของเขาเองเอนกายลงนั่งข้างกายสาว รวบร่างทั้งหมดมาไว้ในวงแขนแกร่ง ก่อนที่จะตะโกนเรียกคืนสติของหญิงสาว แต่ทว่าท่าทีของเขมมิกามันยังคงต่อต้านแรงรัดนี้ มือของเธอพยายามสะบัดให้คนร่างหนาออกห่างไปไกลๆ

 “เขมมิกา! เขม!”

“กรี๊ดดด!”

  แม้ว่าเสียงจะพยายามเรื่องเขมมิกาแล้วแต่เธอก็ยังคงร้องไห้โฮอย่างที่ดวงตาแกร่งไม่เคยพบมาก่อน อัศวินรวบตัวของเขมมิกาไว้ในอ้อมแขนแน่นกว่าเดิม หัวใจของเขารู้สึกหล่นตุ้บ! คล้ายว่าจะขาดอากาศหายใจเมื่อกำลังเฝ้าเห็นว่าเธอกำลังทรมาน เขาอยากจะปลอบประโลมเขมมิกาให้ได้นานที่สุด อยากจะโอบล้อมร่างนี้ไว้ในอ้อมแขน

 “ฮึก! ฮืออออ! กะ...กลัว ฮึก!”

 “ฉันอยู่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว” แม้ว่าจะไม่รู้ว่าด้วยเรื่องอะไรแต่ก็พยายามปลอบร่างนี้ให้ได้มากที่สุดเพื่อให้อารมณ์ของเธอกลับเข้าคืนสู่โหมดปกติ

 “ฮึก! กลัว กลัว ฮือออ...” น้ำตายังหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายน้ำเสียงสะอื้นก็พร่ำบอกต่อสิ่งที่ตนเองกำลังเผชิญ ในยามนี้แม้ว่าจะอ้อมแขนของเขาเข้ามาปลอบประโลมแต่มันก็ไม่อาจจะทำให้ดวงใจนี้ชื้นขึ้นมาสักนิดหนึ่ง

 “กลัว? เธอกลัวอะไร...?” ไม่เข้าใจว่าเขมมิกาจะกลัวอะไรกันหรือกลัวในเรื่องที่มันเกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน

 “.......” เขมมิกาเงยหน้าขึ้นมองหน้าอัศวิน ทั้งสีหน้าและแววตาของเขามันเปลี่ยนแปลงไปเสียหมดจนเผลอคิดว่าเขาคือคนละคนกับซาตานที่เคยพบพานหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้เธอหวั่นใจ  ​

 “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ฉันขอโทษ” มือหนาลูบไร้ที่ผมของเขมมิกาเบาๆ อัศวินเอาหัวของสาวเจ้าแนบอิงลงมาที่อกของตนเองแล้วรวบกอดกระชับมากกว่าเดิม

  คนที่สะอื้นร้องไห้จะเป็นจะตายในคราแรกก็เริ่มที่จะสงบลงบ้างแล้วยามเมื่อที่เธอได้รับสัมผัสที่ผิดแปลกไปของอัศวิน เขาไม่นึกคิดรังเกียจเธอแล้วหรือ ทำให้ต้องทำกิริยาเช่นนี้ให้หัวใจได้ชอกช้ำและมีหวังอยู่เรื่อย แต่ในยามนี้ขอให้สมองนี้มันไม่ได้ขึ้นอะไรไปมากกว่านี้แล้วเถิด

 “อึก! อึก!” เสียงนั้นมันเป็นเสียงสะอื้นของเขมมิกาที่พยายามกลั้นเสียงร้องไว้ยามเมื่อความกลัวที่มีในคราแรกเริ่มที่จะหดหายไป

 “นอนพักเถอะนะ” เมื่อเห็นว่าเริ่มที่จะหยุดสะอื้นความกลัวเริ่มลดลง เขาจับร่างนั้นเอนวางลงที่ที่นอนอย่างแผ่วเบา

  เขมมิกาเอนกายตามที่อัศวินวางเธอลง เขาจัดท่าทางและจัดเตรียมผ้าห่มของเธอให้พร้อมแล้วก็หมายที่จะเดินจากไปปล่อยทิ้งให้สาวเจ้าได้อยู่เพียงลำพัง แต่ทว่าเท้าหนายังไม่อาจที่จะได้ก้าวไปมือของหญิงสาวก็มาคว้าไว้แล้วออกแรงบีบ คล้ายกับคำอ้อนวอนให้อยู่ต่อ...

 อัศวินชั่งใจว่าเขาควรจะทำเช่นไรควรจะอยู่เฝ้าผู้หญิงคนนี้ต่อไปหรือคนที่จะถอยกายออกห่างไปไกลๆร่างของเธอกันแน่ แต่ทว่าในสุดท้ายแล้วก็เลือกในสิ่งที่คิดได้เป็นอันดับแรก 

เขาตัดสินใจที่จะอยู่ให้ความหวั่นเกรงของร่างนี้มลายหายไปสิ้นซะ กลับตัวหันมาแล้วเอนกายนั่งลงที่ข้างๆตัวของเขมมิกา ส่วนสาวเจ้าก็ปิดเปลือกตาของตัวเองลง แต่ทว่าหลับลงได้ไม่นานก็รู้สึกได้ว่าที่ว่างข้างๆกายนี้มันยวบลงราวกับว่ามีใครมาเอนกายนอน

 เปลือกตาลืมขึ้นอีกครั้งแล้วก็เห็นว่าเป็นเขาที่นอนอยู่ข้างๆเธอ สายตามองสบกับตาของเขาด้วยความสงสัย แต่ทว่าเสียงทุ้มก็หยุดความสงสัยนั้นไว้ทั้งหมด

 “นอนเถอะ” อัศวินคว้าเอวของเขมมิกาเข้ามาให้ชิดใกล้ก่อนที่เขาจะเป็นคนปิดเปลือกตาลงไปก่อน...มันแนบสนิทจนเสมือนว่ากำลังหลงอยูในวังวนแห่งความฝันมิใช่ความเป็นจริงที่เผชิญอยู่

 “โอ๊ย!” เสียงหนาของอัศวินร้องลั่นเมื่อเหมือนมีอะไรมาหยิกเข้าที่แขนของตนอ่างไม่ทันได้ตั้งเนื้อตั้งตัว

 ความเจ็บนั้นมันเป็นผลพ่วงมาจากมือของเขมมิกาที่หยิกลงที่ลำแขนแกร่งของเขาเพราะเธอคิดว่าสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในยามนี้มันเป็นเพียงแค่ความ มันคือความฝัน แต่ทว่าเมื่อได้ยินเสียงร้องลั่นของเขาแล้วก็พบพานว่าสิ่งตรงหน้ามันคือความจริงหาใช่ฝันที่นึกคิดอยู่

 ดวงตาเปิดจ้องมองมาที่เขมมิกาที่ยังมีน้ำตาคลอเปรอะเปื้อนอยู่ เขามองเธออย่างไม่เข้าใจว่ากระทำไปเพื่ออะไรกัน? แม้ว่ามันจะเจ็บแต่ยามนี้สภาพจิตใจของเขมมิกายังไม่ดีนักจึงต้องสงบอารมณ์นั้นไว้แล้วปล่อยมันทิ้งไป

 “ทำอะไร?” ส่งสายตาตั้งคำถามกับเขมมิกาที่ยังนอนจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา

 “ฉะ...ฉัน”

 “หยิกฉันทำไม?” เขาไม่ได้ใช้น้ำเสียงที่น่ากลัวเฉกเช่นที่เคยกระทำกับเธอ

 “ฉันคิดว่ามันคือความฝัน”

 “แล้วได้คำตอบหรือยัง ถ้ายังฉันจะได้ใช่ข้อพิสูจน์อื่น”

 “ได้แล้ว”

 “ถ้าอย่างนั้นก็นอน” อัศวินขยับเขาไปแนบชิดเพิ่มขึ้นอีก จนเขมมิกาต้องใช้เสียงของตนเองร้องประท้วงเพรามันดุเสมือนว่าจะรัดแน่นจนเกิดไปแล้ว

 “คุณวิน มันนะ...แน่น อื้อ!” อัศวินรีบฉกเข้าที่อุ้งปากของเขมมิกาทันที ปิดเสียงนั้นลงลำคอแล้วใช้โอกาสควานหาสิ่งที่ปรารถนา เขมมิกาดิ้นขลุกในวงแขนของอัศวิน เขากระชับอ้อมแขนให้กอดกายได้ถนัดถนี่

 “อ้า! ถ้ายังพูดมากอีก ฉันจะทำมากกว่านี้” ถอนริมฝีปากร้อนออกมาก่อนที่จะพูดกับคนในอ้อมแขน

 เขมมิกาก็ไม่อาจที่จะทำอะไรได้เพราะแรงรัดของเขามันแน่นนักแถมยังกลัวว่าเขาจะทำดั่งที่ปากว่า สุดท้ายเธอก็ต้องปิดเปลือกตาที่มันเอ่อหน่วงไปด้วยคราบน้ำตาแห้งๆที่ติดเปรอะอยู่นี้ลงเช่นเดียวกับเขา...ที่ล่วงหน้าไปก่อนเสียแล้ว ปิดงับความหดหู่ลงไปที่หัวใจบางๆ



มาเเล้วจ้าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น