โซซอล
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

02-4 การกระทำที่ไม่ดี

ชื่อตอน : 02-4 การกระทำที่ไม่ดี

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 846

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 12:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-4 การกระทำที่ไม่ดี
แบบอักษร

“คงจะตอบไม่ได้สินะครับ”


ไม่ใช่ ไม่อยากตอบต่างหาก ยองจีตอบอย่างชัดเจนแต่แค่เพียงในใจ


“บางที...ตลอดไปก็เป็นไปไม่ได้หรือเปล่า”


พอสักที ถ้าตะโกนออกมาได้ก็อยากจะตะโกนออกมาแบบนั้น ไม่ว่าหนูที่จนตรอกจะรวบรวมวิธีอะไรก็ตาม สุดท้ายแล้วมันก็จะกัดแมวอย่างแน่นอน ถ้าอย่างนั้นใครเป็นหนูกันนะ ตัวเขาเอง หรือฮันจู ไม่ใช่ตัวเองแน่ๆ แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นหนูก็ไม่ใช่อีก

ที่นี่ไม่มีหนู เป็นสถานการณ์ที่แบ่งมุมกันตรงกลาง ราวกับแมวสองตัวทะเลาะกันเรื่องแย่งถิ่นและลับเล็บเท้าเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเบียดเข้ามา มันเป็นเรื่องที่ต้องเหนื่อยอย่างแน่นอน


ตอนนี้สิ่งที่มั่นใจก็คือตัวเองกำลังถูกเบียดอยู่ และถูกเบียดด้วยอีกฝ่ายที่เป็นโอเมก้าด้วย

เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้กำลังเกิดขึ้นจริงๆ


ไม่รู้ว่ากำลังถูกอะไรไล่ตามกันแน่ แต่ยองจีก็ลุกขึ้นจากที่นั่งและหันหลังให้ ถึงจะเป็นการกระทำที่ดูเหมือนจะหลบหนีจากสายตาของยูฮันจู แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญเลยแม้แต่นิด

โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางแบบนั้นยิ่งเป็นเรื่องอันตรายมากแค่ไหน


“นั่งลงครับ”


ราวกับความคิดของยองจีตอนนี้ไม่สำคัญกับฮันจูเลยสักนิดเดียว


เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังฟังดูข่มขู่มากกว่าตอนไหนๆ อีกฝ่ายไม่ถามไปมากกว่านี้แต่กลับสั่งด้วยน้ำเสียงชัดเจนและเด็ดขาด ตอนที่ตระหนักได้ถึงเรื่องนั้นดวงตาของยองจีก็เบิกกว้าง คนที่ทำพฤติกรรมแบบนี้กับเขาได้มีเพียงสายเลือดเพียงคนเดียวของเขาเท่านั้น ถ้าพูดให้ชัดเจนกว่านี้ก็คือแค่คุณปู่คนเดียว

ขณะที่เสียงเหมือนกับเศษโลหะแตกดังขึ้นยองจีก็รู้สึกเวียนหัวทันที เป็นอาการของโรคโลหิตจางที่จู่ๆ ก็กำเริบแต่ระยะเวลารับรู้ถึงสาเหตุยังไม่ถึงหนึ่งวินาที กลิ่นของโอเมก้าที่แทรกซึมออกมาทางผิวหนังเริ่มครอบครองประสาทรับกลิ่นและเข้ายึดประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่ได้คิดไปเองเลยว่ามันเป็นกลิ่นหอมหวานที่ให้ความรู้สึกถูกคุกคาม

การคุกคามจากด้านหลัง นั่นเป็นเหตุผลที่ยองจีจะหันหลังไม่ได้เด็ดขาด


“คุณจะทำ...!”


แต่เมื่อหันหลังมาแล้วรู้ว่าตัวเองคิดผิดจึงตั้งใจจะหมุนตัวกลับเพื่อแก้ไขความผิดพลาดอย่างรวดเร็ว ระยะห่างก็เข้ามาใกล้มากเกินไปแล้ว หลังจากคิดได้ว่าระยะห่างที่เคยมีโต๊ะหนึ่งตัวกั้นไว้มันหายไป ขาของยองจีก็ไร้เรี่ยวแรงทรุดฮวบลงอย่างไม่รู้ตัว ผลที่ออกมาก็คือยองจีกลับไปนั่งเก้าอี้อีกครั้งโดยที่ไม่ได้เกิดจาดเจตนาของตัวเอง

สายตามองตามมือที่ค้ำอยู่ตรงพนักเก้าอี้และมองค้างอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่ฮันจูจะโน้มตัวลงมาข้างล่างจนใกล้เพียงแค่ปลายจมูก กลิ่นก็ยิ่งแรงขึ้น ยองจีรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาทันทีกับกลิ่นของคนตรงหน้าหลังจากสูดเข้าจากทางผิวหนังไม่ใช่ทางจมูก ริมฝีปากของเขาอ้าออกเช่นเดียวกับขา ยองจีมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสีหน้าเหม่อลอยแบบเพิ่งเคยแสดงออกมาเป็นครั้งแรก

ดวงตาสีเขียวคู่นั้นให้ความรู้สึกเหมือนงูเลย


“ดีมากครับ ต้องเปลี่ยนเป็นคำถามที่ง่ายกว่านี้สักหน่อยสินะ”


เปลี่ยนเป็นคำถามระดับที่เหมาะกับคุณชายผู้แสนดี

เมื่อนัยน์ตาคล้ายกับงูเข้ามาใกล้ เขาก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ยองจีขนลุกแต่ไม่กล้าหลีกหนี สัมผัสได้ว่าสายตาของอีกฝ่ายกำลังโลมเลียแก้มของตนอยู่ เขาจึงหันหน้าไปด้านข้างกับการคุกคามที่รู้สึกได้โดยสัญชาตญาณจนอยากจับอะไรบางอย่างก็เลยกำมือที่จับอยู่ตรงที่วางแขนแน่น เส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นมาบนหลังมือพิสูจน์ได้ถึงความวิตกกังวลของเขา

แม้กระทั่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เหมือนกับงูไม่ใช่แค่เพียงดวงตา แต่นิ้วเย็นเฉียบก็ทำให้ศีรษะที่หันหนีไปหันกลับมาในเวลาเพียงครู่เดียว เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่แค่ดวงตาคู่นั้นที่กำลังรอเขาอยู่


“ต่อจากนี้มาลอง...ทำอะไรไม่ดีกับผมหน่อยไหมครับ”


ข้อเสนอที่เตรียมเอาไว้นุ่มนวลมากราวกับความวิตกกังวลก่อนหน้านี้ไม่นานเป็นเพียงเรื่องโกหก ฮันจูจับคางยองจีแล้วกระซิบตรงปลายหู เสียงกระซิบเข้าไปสัมผัสถึงแก้วหูไหลไปตามกระดูกสันหลังลงไปด้านล่าง ทันทีที่รู้สึกถึงการกระตุ้นจนชาๆ เล็กน้อยใกล้บริเวณกระดูกก้นกบ นิ้วเท้าภายในรองเท้าก็ขดงออย่างไม่รู้ตัว

ยองจีรับรู้อยู่ในหัวว่านี่เป็นข้อเสนอที่ห้ามยอมรับเด็ดขาด มันไม่ใช่การเสนอแผนการอย่างเป็นรูปเป็นร่าง แต่เป็นการร้องขออะไรไม่รู้กับเขา ไม่ แบบนี้เรียกว่าร้องขอได้เหรอ แผนการที่ละเอียดอ่อนและบีบบังคับกันขนาดนี้

นิ้วเท้าที่ขดงออยู่แล้วยิ่งจิกเข้าไปด้านในอีก เป็นความรู้สึกแบบที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็อยากเหยียบคันเร่งอย่างเต็มแรง แต่ก็มีเพียงความคิดว่าอยากหนีออกไปจากสถานการณ์ตรงหน้านี้ทั้งที่ไม่สามารถทำได้ เพราะยองจีรับรู้แล้ว

ว่าตัวเองไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอของฮันจูได้เลย


“จะขออะไร...จากผมล่ะ”


ถ้าหากหนีไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยก็ต้องไม่แสดงให้อีกคนเห็นสภาพที่น่าสมเพช แต่น้ำเสียงของยองจีสั่นนำไปก่อนแล้ว บางทีในบรรดาสัญชาตญาณของมนุษย์ที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุดอาจจะเป็นสัญชาตญาณของอัลฟ่าในฐานะผู้นำก็ได้

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ชายเสื้อด้านหน้าของยองจีโป่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


ทว่าฮันจูไม่ตอบ ตอนมองครั้งสุดท้ายคนตรงหน้ากำลังทำปากแบบไหนอยู่นะ กำลังยิ้มอยู่หรือเปล่า หมายถึงยิ้มอย่างพอใจน่ะ ไม่รู้สิ ทันทีที่ถามคำถามออกไปยองจีก็เอียงใบหน้าหนีลงด้านล่างพลางดิ้นสุดแรงเพื่อหลบหลีกเหตุการณ์ต่อไป

และหลังจากนั้นถึงได้รู้ว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องทำแบบนั้นเลย


“อ๊ะ…!”


เสียงเล็ดลอดออกมาอย่างกระชับและมีพลังไม่ต่างอะไรกับเมื่อครู่นี้ มือจับที่วางแขนแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น่าแปลก ไม่ใช่แค่เพียงกระดูกสันหลังแต่ตรงสะโพกก็เกร็งไปหมด ยองจีปิดช่องทางทุกช่องของร่างกายโดยสัญชาตญาณราวกับสปริงที่พอกดก็จะเด้งออกมาพร้อมกับเริ่มตั้งหลักป้องกัน


นิ้วมือขาวและเรียวยาวกุมเข้าตรงส่วนล่างของร่างกายอย่างรวดเร็ว

โดยจับลงมาอย่างไร้ความตะขิดตะขวงใจและยางอาย เหมือนนึกอยากจะจับก็จับแล้วกดลงตรงความเป็นชายด้วยฝ่ามือราวกับจะบีบคั้น ดวงตาของยองจีเบิกกว้างเหมือนจะถลนออกมากับการกระตุ้นที่ไม่คุ้นเคย ศีรษะกับเอวโค้งงอลงไปด้านหน้า

คนที่ไม่เคยช่วยตัวเองเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดมาแสดงปฏิกิริยาตอบรับอย่างโง่เขลาเกินกว่าที่จินตนาการไว้ แต่ท่าทางแบบนี้กลับทำให้ฮันจูพึงพอใจเป็นอย่างมาก


ไม่เหมือนหนูที่โดนยาพิษหรอกเหรอ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}