โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

02-4 การกระทำที่ไม่ดี

ชื่อตอน : 02-4 การกระทำที่ไม่ดี

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 799

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2561 15:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-4 การกระทำที่ไม่ดี
แบบอักษร

“คงจะตอบไม่ได้สินะครับ”


ไม่ใช่ ไม่อยากตอบต่างหาก ยองจีตอบอย่างชัดเจน แต่แค่เพียงในใจ


“บางที...ตลอดไปก็เป็นไปไม่ได้หรือเปล่า”


พอสักที ถ้าตะโกนออกมาได้ก็อยากจะตะโกนออกมาแบบนั้น ถึงแม้ว่าหนูที่จนตรอกจะรวบรวมวิธีอะไรก็ตาม สุดท้ายแล้วมันก็จะกัดแมวอย่างแน่นอน ถ้าอย่างนั้นใครเป็นหนูกันนะ ตัวเขาเอง หรืออีกฝ่าย ไม่ใช่ตัวเองแน่ๆ แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นหนูก็ไม่ใช่อีก

ที่นี่ไม่มีหนู เป็นสถานการณ์ที่แบ่งมุมกันตรงกลาง ราวกับแมวสองตัวทะเลาะกันเรื่องแย่งถิ่น และลับเล็บเท้าเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเบียดเข้ามา มันเป็นเรื่องที่ต้องเหนื่อยอย่างแน่นอน


ตอนนี้สิ่งที่มั่นใจก็คือตัวเองกำลังถูกเบียดอยู่ และถูกเบียดด้วยอีกฝ่ายที่เป็นโอเมก้าด้วย

เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้กำลังเกิดขึ้นจริงๆ


ไม่รู้ว่ากำลังถูกอะไรไล่ตามกันแน่ แต่ยองจีก็ลุกขึ้นจากที่นั่งและหันหลังให้ การกระทำที่ดูเหมือนจะหนีจากสายตาของอีกฝ่ายตอนนี้ไม่สำคัญเลยแม้แต่นิด

โดยไม่รู้เลยว่ากิริยาแบบนั้นยิ่งเป็นเรื่องอันตรายมากแค่ไหน


“นั่งลงครับ”


ราวกับความคิดของยองจีตอนนี้ไม่สำคัญกับฮันจูเลยสักนิดเดียว


เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังฟังดูข่มขู่มากกว่าตอนไหนๆ อีกฝ่ายไม่ถามไปมากกว่านี้แต่กลับสั่งเขาด้วยน้ำเสียงชัดเจนและเด็ดขาด ตอนที่ตระหนักได้ถึงเรื่องนั้นดวงตาของยองจีก็เบิกกว้าง คนที่ทำพฤติกรรมแบบนี้กับตนเองได้มีเพียงสายเลือดของเขาคนเดียวเท่านั้น ถ้าพูดให้ชัดเจนกว่านี้ก็คือมีแค่คุณปู่คนเดียว

ช่วงเวลาที่เสียงเหมือนกับเศษโลหะแตกดังออกไป ยองจีรู้สึกเวียนหัวทันที เป็นอาการของโรคโลหิตจางที่จู่ๆ ก็กำเริบแต่ระยะเวลาในการรับรู้ได้ถึงสาเหตุนั้นไม่ถึงแม้แต่ 1 วินาที กลิ่นของโอเมก้าที่แทรกซึมออกมาทางผิวหนังเริ่มครอบครองประสาทรับกลิ่นและเข้ายึดประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่ได้คิดไปเองเลยว่ามันเป็นกลิ่นหอมหวานที่ให้ความรู้สึกถูกคุกคาม

การคุกคามนั้นอยู่ด้านหลัง นั่นเป็นเหตุผลที่เขาจะหันหลังไม่ได้เด็ดขาด


“คุณจะทำ...!”


เขาคิดผิดที่หันหลังและตั้งใจจะหมุนตัวกลับเพื่อแก้ไขความผิดพลาดนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ระยะห่างกับอีกฝ่ายใกล้มากเกินไป ตอนที่เขาคิดได้ว่าระยะห่างซึ่งเคยมีโต๊ะ 1 ตัวกั้นไว้ได้หายไปแล้ว ขาของยองจีก็ไร้เรี่ยวแรงและทรุดฮวบลงโดยไม่รู้ตัว ผลที่ออกมาก็คือยองจีกลับไปนั่งเก้าอี้อีกครั้ง ถึงจะตกใจก็ด้วยความตั้งใจของผู้อื่นไม่ใช่ของตัวเขาเอง

สายตามองตามมือที่ค้ำอยู่ตรงพนักเก้าอี้ และมองอยู่อย่างนั้นชั่วขณะหนึ่ง ฮันจูโน้มตัวลงมาด้านล่างแล้วเข้ามาใกล้เพียงแค่ปลายจมูก กลิ่นก็ยิ่งแรงขึ้น ยองจีรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาทันทีกับกลิ่นของคนตรงหน้า ซึ่งสูดเข้าจากทางผิวหนังไม่ใช่ทางจมูก ริมฝีปากของเขาอ้าออกเช่นเดียวกับขา ยองจีมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสีหน้าเหม่อลอยแบบเพิ่งเคยแสดงออกมาเป็นครั้งแรก

ดวงตาสีเขียวคู่นั้นให้ความรู้สึกเหมือนกับงูเลย


“ดีมากครับ ต้องเปลี่ยนเป็นคำถามที่ง่ายกว่านี้สักหน่อยสินะ”


เปลี่ยนเป็นคำถามระดับที่เหมาะกับคุณชายผู้แสนดี

นัยน์ตาคล้ายกับงูนั้นเข้ามาใกล้ลิ้นที่เขาแลบออกมา ยองจีขนลุกแต่ไม่กล้าแม้แต่จะหลีกหนี รู้สึกได้ว่าสายตาของอีกฝ่ายกำลังโลมเลียแก้มของตนเองอยู่ เขาหันหน้าไปด้านข้างกับการคุกคามที่รู้สึกได้โดยสัญชาตญาณ รู้สึกอยากจับอะไรบางอย่างก็เลยกำมือที่จับอยู่ตรงที่วางแขนแน่น เส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นมาบนหลังมือพิสูจน์ได้ถึงความวิตกกังวลของเขา

แม้กระทั่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้ สิ่งที่เหมือนกับงูไม่ใช่แค่เพียงดวงตา นิ้วเย็นเยียบนั้นทำให้ศีรษะซึ่งหันหนีไปหันกลับมาในเวลาเพียงครู่เดียว เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นอย่างนี้ สิ่งที่รอเขาอยู่ไม่ใช่แค่เพียงดวงตาคู่นั้น


“ต่อจากนี้มาลอง...ทำอะไรไม่ดีกับผมหน่อยไหมครับ”


ข้อเสนอที่เตรียมเอาไว้นุ่มนวลมาก ราวกับความวิตกกังวลก่อนหน้านี้ไม่นานเป็นเพียงเรื่องโกหก เขาจับคางของยองจีแล้วกระซิบตรงปลายหู เสียงกระซิบเข้าไปสัมผัสถึงแก้วหู เสียงนั้นไหลไปตามกระดูกสันหลังลงไปด้านล่าง ทันทีที่รู้สึกถึงการกระตุ้นซึ่งมีความชาๆ เล็กน้อยใกล้บริเวณกระดูกก้นกบ นิ้วเท้าภายในรองเท้าก็ขดงออย่างไม่รู้ตัว

ยองจีรับรู้อยู่ในหัวว่าเป็นข้อเสนอที่ห้ามยอมรับโดยเด็ดขาด ไม่ใช่การเสนอแผนการอย่างเป็นรูปเป็นร่าง แต่เป็นการร้องขออะไรไม่รู้กับเขา ไม่ แบบนี้เรียกว่าร้องขอได้เหรอ แผนการที่ละเอียดอ่อนและบีบบังคับกันขนาดนี้

นิ้วเท้าที่ขดงออยู่แล้วจิกเข้าไปด้านในอีกครั้ง เป็นความรู้สึกที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็อยากเหยียบคันเหยียบอย่างรุนแรง แม้จะเป็นเช่นนั้นก็มีเพียงความคิดที่อยากหนีไปจากสถานการณ์ตรงหน้านี้แต่รู้ว่าไม่สามารถทำได้ เพราะยองจีรับรู้แล้ว

ว่าตัวเองไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอของฮันจูได้เลย


“จะขออะไร...จากผมล่ะ”


ถ้าหนีไม่ได้อย่างน้อยก็ต้องไม่แสดงให้เห็นสภาพที่น่าสมเพช แต่น้ำเสียงของยองจีนั้นสั่นไปก่อนแล้ว บางทีในบรรดามนุษย์ที่ใกล้ชิดกับสัญชาตญาณทางธรรมชาติที่สุด อาจจะเป็นสัญชาตญาณของอัลฟ่าในฐานะผู้นำก็ได้

ตั้งแต่เมื่อไรกัน ที่ชายเสื้อด้านหน้าของยองจีโป่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


ฮันจูไม่ตอบ ตอนมองครั้งสุดท้ายเขากำลังทำริมฝีปากแบบไหนอยู่นะ กำลังยิ้มอยู่หรือเปล่า หมายถึงยิ้มอย่างพอใจน่ะ ไม่รู้สิ ทันทีที่ถามคำถามออกไปก็เอียงใบหน้าหนีลงด้านล่างพลางดิ้นสุดแรงเพื่อหลบหลีกเหตุการณ์ต่อไป

และหลังจากนั้นถึงได้รู้ว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้นเลย


“อ๊ะ…!”


เสียงเล็ดลอดออกมาอย่างกระชับและมีพลังไม่ต่างอะไรกับเมื่อครู่นี้เลย มือจับที่วางแขนแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น่าแปลก ไม่ใช่แค่เพียงกระดูกสันหลังแต่ตรงสะโพกก็เกร็งไปหมด ยองจีปิดช่องทางทุกช่องของร่างกายโดยสัญชาตญาณราวกับสปริงที่พอกดก็จะเด้งออกมาและเริ่มตั้งหลักป้องกัน


นิ้วมือขาวและเรียวยาวกุมเข้าตรงส่วนล่างของร่างกายอย่างรวดเร็ว

นิ้วมือนั้นจับลงมาอย่างไร้ความตะขิดตะขวงใจและยางอาย เหมือนนึกอยากจับแล้วกดลงตรงความเป็นชายด้วยฝ่ามือราวกับจะบีบคั้นมัน ดวงตาของยองจีเบิกกว้างเหมือนจะถลนออกมากับการกระตุ้นที่ไม่คุ้นเคย ศีรษะกับเอวโค้งงอลงไปด้านหน้า

เขาผู้ซึ่งไม่เคยช่วยตัวเองเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดมาแสดงปฏิกิริยาตอบรับอย่างโง่เขลาเกินกว่าที่จินตนาการไว้ และท่าทางเช่นนั้นทำให้ฮันจูพอใจเป็นอย่างมาก


แบบนั้นไม่ใช่หนูที่โดนยาพิษหรอกเหรอ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น