โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

02-1 การกระทำที่ไม่ดี

ชื่อตอน : 02-1 การกระทำที่ไม่ดี

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 07:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-1 การกระทำที่ไม่ดี
แบบอักษร

02. การกระทำที่ไม่ดี


ยูฮันจู

เป็นชื่อที่มีพลังอย่างน่าประหลาด หลังจากยองจีรู้ชื่อของอีกคน เขาก็ใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับความคิดเกี่ยวกับคนๆ นั้น

ทำไมกันแน่นะ นอกจากจากเวลานอน มันก็เป็นความคิดที่โผล่ขึ้นและเข้าครอบงำพื้นที่ภายในหัวอย่างกะทันหัน ล่วงล้ำเข้ามาอย่างไร้มารยาทและหยาบคายเหลือเกิน

รูปลักษณ์ภายนอกที่แยกได้ยากว่าเป็นคนตะวันออกหรือคนตะวันตก อาจจะเป็นเพราะเส้นผมสีซีด ถึงจะดูแค่สีตาก็แตกต่างกับตัวเขาเองอย่างสิ้นเชิงแล้ว แต่จะใช่สีตาจริงๆ หรือเปล่านะ ไม่ใช่แน่ๆ ชายหนุ่มที่มีผมสีสว่างและดวงตาสีเขียวแนะนำตัวว่าชื่อ ‘ยูฮันจู’

ถ้าอย่างนั้นก็เป็นคนเกาหลีงั้นเหรอ

ยูฮันจูตัวใหญ่และผอมกว่าเขานิดหน่อย แต่มีร่างกายที่ถ้าได้สัมผัสก็เหมือนจะเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เขารู้สึกอย่างนั้น ยองจีตระหนักได้ว่าตัวเองเก็บข้อมูลมากมายเกี่ยวกับอีกฝ่ายภายในระยะเวลาสั้นๆ จนถึงความจริงที่ว่าตัวเองกำลังสนใจฮันจูอยู่

อาจจะเป็นเพราะ ‘กลิ่น’ ที่ออกมาจากตัวฮันจู กลิ่นที่หอมหวานและนุ่มนวล ยองจีจำได้ว่ามันเป็นกลิ่นที่คล้ายกับกลิ่นของโอเมก้า​ พวกโอเมก้ากักเก็บกลิ่นที่ยั่วยวนอัลฟ่าไว้โดยสัญชาตญาณ


อัลฟ่าหรือโอเมก้าแยกออกได้ด้วย ‘กลิ่น’ ว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันหรือเป็นฝ่ายตรงข้าม มีลักษณะทางพันธุกรรมในระดับเดียวกันหรืออยู่ในระดับที่ต่างกัน เป็นวิธีการที่ง่ายดายและทำได้โดยสัญชาตญาณ ไม่ใช่กลิ่นที่สูดดมได้ทางจมูก แต่เป็นกลิ่นที่ติดมากับร่างกายซึ่งรับรู้ได้โดยธรรมชาติราวกับดูดซึมไว้ด้วยผิวหนัง

กลิ่นโอเมก้าลอยออกมาจากตัวยูฮันจู ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ใช่กลิ่นของอัลฟ่าแน่ๆ ยองจีมั่นใจ มันเป็นเพราะกลิ่นของอีกฝ่ายทำให้ตัวเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนอยู่นิ่งๆ ขณะที่ชายหนุ่มจับมือของเขาและประทับริมฝีปากลงมาที่หลังมือ ความคลุมเครือไปหมดทุกอย่างก็จบลง ยองจีถูกฮันจูจับไว้ สะบัดออกก็ไม่ได้ ถึงจะรู้สึกอยากหนีออกไป แต่ขากลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย


“คุณชาย ตอนนี้เหมือนจะต้องไปแล้วครับ”

“…ตอนนี้สั่งฉันได้หมดทุกอย่างแล้วสินะ”


ยองจียอมรับว่าชายหนุ่มแตกต่างจากแพทย์ประจำตัวคนอื่นๆ ที่เขาเคยเห็นมาจนถึงตอนนี้ ตัวอย่างเช่น ยูฮันจูจะกำหนดเวลาทำการปรึกษาเองแล้วค่อยแจ้งเขาให้ทราบ

การปรึกษาเหรอ ทันทีที่ได้ยินก็หลุดขำออกมา เป็นวิธีที่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ ให้ปรึกษาหารือกันเนี่ยนะ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีแพทย์ประจำตัวคนไหนที่ขอพูดคุยอะไรกับเขาเลย เพราะไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำอย่างนั้น การพูดคุยสนทนาเป็นเรื่องที่ไร้สาระและไม่สมเหตุสมผลยิ่งกว่าการฉีดยาหรือเจาะเลือดซะอีก

ยิ่งกว่านั้น การยอมรับการปรึกษาก็หมายความว่ายองจีต้องยอมรับว่าตัวเองเป็น ‘คนไข้’ นั่นทำให้อารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย


“ด็อกเตอร์ล่ะ”

“รออยู่ตั้งแต่สี่สิบนาทีก่อนแล้วครับ”


การยอมรับเริ่มจากคำที่ใช้เรียก แน่นอนว่าเป็นคำเรียกที่ดูมีมารยาทมากกว่าคำว่า ‘คุณ’

อีกเรื่องก็คือ ความจริงแล้วเวลานัดคือสามสิบนาทีก่อนหน้านี้ แต่ยองจีก็ไม่สนใจและเดินเข้าไปด้านในประตูที่เปิดรออยู่อย่างสง่าผ่าเผย ไม่มีแม้แต่การแสดงออกว่าไม่พอใจกับการรอคอยของอีกฝ่ายหรือสีหน้าที่รู้สึกผิดเลย

แพทย์ประจำตัวรออยู่ด้านในตั้งแต่สี่สิบนาทีก่อนและการ์ดที่คอยตามอีกฝ่ายเหมือนเงา เพียงสองคนเท่านั้นที่มาต้อนรับยองจี


“ยินดีต้อนรับครับ”


ลักษณะการพูดไม่ได้ฟังดูเหมือนต้อนรับสักนิด ถึงแม้ว่าคนไข้ที่ตั้งหน้าตั้งตารอจะมาถึงแล้ว แต่คุณหมอที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะก็เหลือบมองยองจีเพียงแวบเดียวแล้วหันกลับไปจ้องเอกสารที่กำลังจดอย่างตั้งใจอีกครั้ง ในเอกสารนั้นมีข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ของยองจีที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาการป่วยถูกจดไว้อย่างแน่นขนัด

ความชอบหรือรสนิยมของยองจี หนังสือที่ชอบหรืองานอดิเรก ชื่อหนังที่ดูบ่อยๆ กับคะแนนช่วงที่เรียนอยู่และอื่นๆ อีกมากมาย

ยองจีชอบของหวานจริงๆ ด้วย ชอบพวกขนมรวมถึงของหวานหลังอาหารด้วย และค่อนข้างไม่ถูกปากกับอาหารรสเค็มเผ็ด นั่นเป็นส่วนที่เหมือนกันของพวกเขาทั้งสองคน ฮันจูยิ้มเจ้าเล่ห์


“เชิญนั่งครับ”


เป็นรอยยิ้มที่ยองจีจะไม่ได้เห็นเด็ดขาด การทักทายอันห้วนสั้นจึงถูกนำมาแสดงออกต่อยองจีแทนรอยยิ้มที่หายไป แน่นอนว่ายองจีไม่พอใจกับการพูดของฮันจู อีกฝ่ายเป็นคนแรกที่ต้อนรับเขาด้วยท่าทางแบบนี้

ขณะเดียวกันก็คิ้วขมวด ถึงกลิ่นจะเบาบางกว่าเมื่อวานแต่ในห้องก็อบอวลไปด้วยกลิ่นโอเมก้า

มั่นใจแล้วว่ายูฮันจูเป็นผู้ชายที่สามารถดึงดูดความสนใจของยองจีได้แตกต่างกับแพทย์ประจำตัวคนอื่น คงต้องยอมรับในจุดนั้น หลังจากดึงเก้าอี้ที่ไม่มีใครดึงออกให้ ยองจีก็แกล้งทิ้งตัวนั่งลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง


“นั่งแล้วตอนนี้จะทำอะไรยังไงต่อ”

“ก็ต้องเริ่มการปรึกษาสิครับ”


ชายหนุ่มตอบอย่างนิ่งๆ และจัดเอกสารให้เรียงเป็นชั้นๆ อย่างเรียบร้อย สายตาของยองจีมองตามการเคลื่อนไหวของฮันจูตลอด มองนิ้วเรียวยาวที่วางอยู่บนแฟ้ม

ไม่สนุก คุณชายที่ไม่ได้รับความสนใจรู้สึกไม่สนุกอีกต่อไป


“นี่อะไร กินได้รึเปล่า”


บนโต๊ะมีโหลแก้วที่เต็มไปด้วยช็อกโกแลตถูกวางไว้ราวกับล่อลวงให้กินเข้าไป ยองจีผู้ชื่นชอบของหวานจึงไม่สามารถทำแค่มองผ่านมันไปได้ ถึงกระดาษห่อทั้งสองข้างไม่ได้เขียนอะไรไว้แต่นอกจากจุดนั้นก็ไม่มีส่วนที่น่าสงสัยเป็นพิเศษเหมือนกัน

ฮันจูเงยหน้าขึ้นมาระหว่างที่ยุ่งกับการจัดเอกสาร จ้องมองยองจีครู่หนึ่งแล้วเอ่ยคำอนุญาต


“ช็อกโกแลตครับ อย่าทานมากเกินไปนะครับ”

“เห็นผมเป็นเด็กหรือไง ถึงพูดแบบนี้”

“ถ้าทานเยอะจะไม่ดีต่อร่างกายครับ ถึงผมเป็นแพทย์ประตัวของคุณชาย แต่ผมก็เป็นนักโภชนาการและเทรนเนอร์ด้วยนะครับ”


คำพูดบ่นที่ตามมายาวเหยียดราวกับเป็นนิสัย ยองจีคิ้วขมวดทำเหมือนทนฟังไม่ได้แล้วแกะช็อกโกแลตอันหนึ่งเข้าปาก แม้จะเป็นคุณชายผู้รู้อย่างทะลุปุโปร่งทั้งชนิดและรสชาติหากพูดถึงของหวาน แต่ครั้งนี้ความหวานกลมกล่อมที่น่าหลงใหลเหมือนเพิ่งเคยกินเป็นครั้งแรกกระจายอยู่ทั่วทั้งปาก

ทันทีที่โค้ทติ้งของช็อคโกแลตเม็ดกลมละลาย รสชาตินุ่มนวลไหลกระจายทั่วเพดานปากไปจนถึงใต้ลิ้นเหมือนชูรสชาติของนมอุ่นๆ ที่อยู่ด้านในให้ชัดเจนขึ้น ลิ้นชาเล็กน้อยกับรสชาติหวานหอมอันน่าหลงใหล ดวงตาของยองจีเบิกกว้าง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้กินช็อคโกแลตที่อร่อยขนาดนี้


“ผมแน่ใจว่าเมื่อสักครู่นี้ผมบอกว่าอย่าทานมากเกินไปนี่ครับ”


ฮันจูพูดห้ามปรามมือที่กำลังเลื่อนไปหยิบช็อคโกแลตเม็ดที่สองราวกับกำลังลุ่มหลง เขาพูดขึ้นมาโดยไม่แม้แต่จะมองยองจีเหมือนกับรู้ทันการกระทำของยองจีทุกอย่าง จานั้นถึงเงยหน้าขึ้นมาหลังจากวางแฟ้มสุดท้ายไว้ด้านบนกองแฟ้มที่ซ้อนกัน

แน่นอนว่าเขาพูดโดยใช้คำสุภาพ แต่เป็นวิธีการพูดที่ข่มขู่อย่างประหลาดจนแม้จะเสียศักดิ์ศรียองจีก็ไม่อยากกินไปมากกว่านี้


“แค่ช็อกโกแลตก็ยังขี้เหนียวเลยนะ ได้ยินว่าได้รับเงินจากคุณปู่เยอะแยะเลยไม่ใช่เหรอ ช่างน่าอายจริงๆ”

“ท่านประธานคังพูดเรื่องนั้นด้วยเหรอครับ”


ในที่สุดเมื่อฮันจูลุกขึ้นหลังจากทำธุระเสร็จ ยองจีก็หันหน้าไปด้านข้างพลางเบะริมฝีปากออกราวกับจะบอกว่าถึงตาของเขาแล้ว ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบรับที่ดูเด็กไปหน่อยถ้าเทียบกับอายุสามสิบ ความคิดที่ว่าบางทีอายุกับสมองก็อาจจะไม่เหมือนกันจึงไม่ใช่การคาดการณ์ที่เกินไปเลย บนโลกใบนี้เต็มไปด้วยเด็กที่โตแต่ตัว

นอกจากการเป็นคุณชายของคฤหาสน์แล้วมีอะไรอีกที่แตกต่างอีกนะ แต่ถ้าลองพิจารณาเบื้องหลังของการเติบโตของยองจีมันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

ฮันจูล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ทั้งสองข้างและยืนอยู่ข้างหน้าเขา ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนมีเพียงโต๊ะตัวเดียวกั้นไว้เท่านั้น

ความคิดเห็น