โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

01-15 จุดกำเนิดของชื่อ

ชื่อตอน : 01-15 จุดกำเนิดของชื่อ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 984

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 23:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-15 จุดกำเนิดของชื่อ
แบบอักษร

​“ยอมแพ้ซะ”


ช่างต่างกับที่คาดไว้ คำๆ เดียวที่ได้ฟังเป็นคำแรกกลับเป็นคำสั่งอันเฉียบขาดที่สั่งให้ล้มเลิกความตั้งใจจนขาหยุดสั่น

ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรแล้วทำเพียงแค่มองดู ยอมแพ้งั้นเหรอ ยอมแพ้อะไรล่ะ นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี่นา

ในรอบนี้มุมปากยกยิ้มขึ้นอัตโนมัติแต่ยังสั่นเบาๆ เช่นเดิม


“หมายถึงให้ยอมแพ้เรื่องอะไรเหรอครับ”

“หมายความว่าผมไม่มีความคิดจะคุยอะไรกับคุณเลย”


เป็นประโยคที่ยาวพอสมควรหากเทียบกับตอนแรก สิ้นหวังในคำแรกที่ไม่น่าสนใจน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจึงน่าฟัง จากนั้นชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาทันที ร่างกายส่วนล่างก็พลันเจ็บแปลบขณะที่กลืนลมหายใจอันร้อนผ่าวลงไปในลำคอ ศักดิ์ศรีหรือความประทับใจแรกพบไม่อยู่ในความสนใจของเขาแล้ว ตอนนี้อยากทำเพียงแค่คว้าตัวอีกฝ่ายเอาไว้

ระหว่างนั้นยองจีก็ยีผมตัวเองจนยุ่งเหยิงราวกับรำคาญใจก่อนจะกวาดสายตามองชายหนุ่มขึ้นลง ซึ่งมันเป็นการมองที่เสียมารยาทอย่างชัดเจน ขี้หงุดหงิดและดุดันเกินกว่าที่จินตนาการไว้ซะที เทียบกับพละกำลังที่มีแล้วก็เพียงพอที่จะทำให้ยองจีมองเขาเป็นแค่สัตว์ตัวเล็กๆ แต่กลับมีความระมัดระวังตัวอันละเอียดอ่อน

จะว่าแปลกก็แปลก ชายผู้อยู่บนจุดสูงสุดจะมาระแวงคนชนชั้นล่างด้วยเหตุผลอะไร

ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต้องทำความรู้จักอีกฝ่ายอย่างรอบคอบอีกสักนิด


“ผมไม่ทราบว่าคุณกำลังพูดถึงอะไรนะครับ ถ้าผมจำไม่ผิด วันนี้พวกเราเพิ่งได้เจอกันครั้งแรกเองนี่ครับ”

“พวกเราเหรอ”


ยองจีหัวเราะเล็กน้อย แน่นอนว่ามันเป็นการหัวเราะเยาะ

พวกเรางั้นเหรอ ไม่ว่ายังไงอัลฟ่าหนุ่มก็เหมือนจะไม่อยากจะยอมรับสถานการณ์ที่ผูกโอเมก้าตรงหน้าและตัวเองเข้าด้วยกันว่า ‘พวกเรา’ คนคนนี้ ‘ช่างกล้า’ ใช้คำ ‘พวกเรา’

ขณะนั้นจมูกของชายหนุ่มก็ได้กลิ่นที่ฟุ้งออกมาของซูเปอร์อัลฟ่า มันไม่มีทางรู้สึกได้ถึงความหอมหวานเหมือนของโอเมก้า แต่เป็นกลิ่นชุ่มชื้นที่มีเอกลักษณ์ของอัลฟ่าก็ครอบครองประสาทการรับรู้ของเขาอย่างรวดเร็ว สำหรับโอเมก้าแล้วมันคงเป็นกลิ่นที่ปลุกเร้าเสียจนอยากจะเบิกตาและกระโจนเข้าใส่ แต่ไม่ใช่สำหรับเขา ช่วงเวลานั้นชายหนุ่มวาดภาพพวกเขาทั้งสองคนในสภาพชุ่มไปด้วยเหงื่อและกอดเกี่ยวกันภายในหัว

จนขนลุกขึ้นมาทันที


“พวกเราเหรอ... ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผมสามารถเรียกด้วยคำๆ นั้นได้เหรอ”

“…”

“รู้จักผมรึไง”


คำถามที่ถามว่ารู้ไหมว่าผมเป็นใคร เป็นคำถามที่แสนเรียบง่ายแต่เนื้อหาที่จะต้องใช้ตอบคงจะยาว จริงๆ มีสิ่งที่น่าโล่งใจอย่างหนึ่งก็คือ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กลิ่นแสดงตัวตนของอัลฟ่าไม่เหม็นจนน่าสะอิดสะเอียน กลับน่าเอ็นดูเสียด้วยซ้ำ กลิ่นอันน่าระแวงที่ค่อยๆ แรงขึ้นตามอารมณ์ของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกหลงใหล

เหมือนกับสิ่งนั้นของโอเมก้า


“ผมไม่คิดจะพูดรอบสอง ฟังดีๆ แล้วกัน”


สัญญาณของความหงุดหงิดแสดงออกมาจากน้ำเสียงราวกับจะลบเลือนสิ่งที่ทำให้รำคาญใจออกไป


“คุณเป็นหมอประจำตัวคนที่ห้าของผมแล้ว ลองทายดูไหมว่าต่อไปคุณจะทำอะไร คุณคงจะบอกให้ผมกินยาที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อ แล้วก็ฉีดยาไม่ก็เจาะเลือดผมไป ระหว่างนั้นไม่เท่าไรเดี๋ยวก็ส่งต่อผมไปให้หมอคนที่เจ็ด”


ถือว่าถูก แต่ว่าถูกแค่ครึ่งเดียว แม้กระทั่งการเผชิญหน้ากันก็ดูดุเดือด แต่การตอบกลับที่คาดไม่ถึงก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสนุกขึ้นมาจนต้องอดกลั้นไม่ให้มุมปากยกยิ้ม


“เท่าที่ฟังมา คุณได้เวลาหนึ่งเดือนสินะ คุณปู่ดูรีบใช่ไหมล่ะ ยังไงก็เถอะอย่ามัวทำเรื่องที่ไม่มีทางสำเร็จเลย ยอมแพ้ซะ อย่าเสียเวลา ต่างคนต่างไปตามเส้นทางของตัวเองจะดีกว่า”


จากปฏิกิริยาที่อัลฟ่าหนุ่มแสดงออกมาไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคงเก็บความรู้สึกต่อต้านต่อแพทย์ประจำตัวไว้มากทีเดียว ความเชื่อถือมีอยู่น้อยมากตั้งแต่แรก แม้ว่าจะไม่รู้เหตุผลแต่สำหรับชายหนุ่มแล้วก็เหมือนมีอุปสรรคเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง

ซูเปอร์อัลฟ่าที่มีอัตราการตั้งครรภ์เท่ากับศูนย์ พวกแพทย์ประจำตัวต่างระดมวิธีเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อทำให้ความเป็นไปได้ในการสืบพันธ์ของเขาอยู่ที่สามสิบเปอร์เซ็นเป็นอย่างต่ำและมากสุดก็ต้องมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็น ดังนั้นบางครั้งก็จำเป็นต้องใช้วิธีบีบบังคับ เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว อัลฟ่าชราผู้เฝ้าดูทุกอย่างอยู่ข้างหลังน่ากลัวมากกว่าอัลฟ่าที่อยู่ตรงหน้าเสียอีก

ชายหนุ่มไม่ได้สงสัยอะไรมากมายว่าตอนนี้แพทย์ประจำตัวห้าคนก่อนหน้าเขาไปอยู่ที่ไหน ใต้ทะเลเหรอ หรือถูกฝังอยู่ที่ไหนสักที่ตรงภูเขาแถวๆ นี้ บางทีอาจจะอยู่ที่ไหนสักที่ในคฤหาสน์ก็ได้ เขาก็เพิ่งได้ยินมาว่าแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่เคยเป็นแพทย์ประจำตัวคนล่าสุดหายตัวไป

แพทย์ประจำตัวของอัลฟ่าหนุ่มหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนกันทุกคนหรือไม่ก็ตายด้วยอุบัติเหตุ ไม่มีใครตามหาพวกเขาหรืออาจจะตามแต่หาไม่เจอ วันดีคืนดีพวกเขาก็เพียงแค่หายไปอย่างกะทันหันเท่านั้น

สุดท้ายแล้วอีกฝ่ายรู้ความจริงนี้ด้วยหรือเปล่า ชายหนุ่มสงสัยในเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว อัลฟ่าหนุ่มจะรับรู้ถึงพฤติกรรมอันเลวร้ายของผู้มีสายเลือดเดียวกันที่เกิดขึ้นภายในคฤหาสน์มากแค่ไหนกันนะ

จะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด หรือจะเป็นผู้เสียหาย ไม่ก็...


“เรื่องที่จะพูดหมดแล้วใช่ไหมครับ”


เป็นเพียงแค่หนึ่งในเด็กกำพร้าที่โง่เขลาและน่าสงสารของคฤหาสน์หลังนี้กันนะ


“ไม่ยอมเหรอ”


อีกฝ่ายหัวเราะด้วยความประหลาดใจ โดยไม่ลืมสร้างลักษณะทางพันธุกรรมให้มากขึ้นกว่าเดิมและโต้แย้งหลักฐานหักล้างด้วยกลิ่นที่แรงขึ้น อัลฟ่าหนุ่มเตรียมท่าทางป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ

ทำไมนายจะต้องป้องกันตัวด้วยล่ะ ชายหนุ่มเกือบจะยิ้มตามทันที ในขณะเดียวกันกลิ่นที่ไม่สามารถซ่อนเร้นได้ก็หอมหวานขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง


“คุณไม่เข้าใจจริงๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจกันแน่ ได้ยินมาว่าคุณโด่งดังมากนี่ ถึงจะไม่ใช่วิธีนี้ก็คงทำมาหากินได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“เกินคาดเลยนะครับเนี่ย”


แม้จะคิดว่าอาจจะโดนดูดเข้าไปแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้หลบตาหรือหันหน้าหนีเลย เสียงจากรอบข้าเริ่มดังเจี๊ยวจ๊าวขึ้นตามความแรงของพลังที่อัลฟ่าหนุ่มปล่อยออกมา แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่ได้สนใจอะไรแต่กลับพูดต่อ


“พูดมากกว่าที่คาดไว้นะครับ”

“…ฮะ?”


จะต้องตามใจกันไปถึงไหนนะ เขาคิด

อาจจะถึงแค่ตอนนี้ ตอนที่ต้องเดินหน้าต่อ


“คุณชายคงจะไม่พอใจ แต่ว่า... ผมจะไม่ไปไหน แล้วก็หลังจากผมก็คงไม่มีแพทย์ประจำตัวคนไหนมาอีกแล้วครับ”


แทนที่จะอธิบาย ชายหนุ่มกลับแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาด้วยประโยคที่สมบูรณ์แบบไม่มีส่วนไหนผิดเลยแม้แต่นิดเดียว การจะย้ายไปที่อื่นจากจุดหมายปลายทางที่เพิ่งมาถึงเป็นครั้งแรกก็เป็นเรื่องไม่เข้าท่า นอกจากเรื่องที่ชายหนุ่มยืนกรานว่าจะปักหลักอยู่ที่นี่แล้ว เรื่องที่มาแทนแพทย์ประจำตัวคนอื่นเขาก็ไม่เคยแม้แต่จะลองจินตนาการ

แต่ตามที่ได้ยืนยันไป เรื่องแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน น้ำเสียงของชายหนุ่มที่ยืนยันอีกครั้งเต็มไปด้วยความมั่นใจ และเพียงพอจะให้อีกฝ่ายสวนกลับมา


“อะไรทำให้มั่นใจขนาดนั้น”

“เพราะผมแตกต่างกับพวกเขาไงครับ”


ไม่จำเป็นต้องตอบยาว ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย ทว่าสีหน้าของอัลฟ่าหนุ่มกลับไม่สบอารมณ์อย่างมาก ยิ่งบทสนทนาของพวกเขายาวมากเท่าไรสายตาที่เหลือบมองมาบ่อยอยู่แล้วก็ยิ่งมองบ่อยขึ้นมากไปอีก แต่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจเลย

ตอนนี้เป็นโลกของพวกเขาเท่านั้น รู้สึกเหมือนสถานที่จัดงานเลี้ยงอันกว้างขวางนี้เป็นพื้นที่ที่มีไว้สำหรับพวกเขาเพียงสองคน ชายหนุ่มชอบและพึงพอใจในความเป็นจริงข้อนั้นอย่างมาก ไม่มีอะไรเป็นเหตุผลที่จะห้ามไม่ให้เขายิ้มเลย มันมีสายใยบางๆ เชื่อมโยงระหว่างพวกเขาทั้งสองอยู่

หลักฐานก็คือสายตาที่จับจ้องเพียงกันและกันตั้งแต่เมื่อครู่ ชายหนุ่มตั้งใจจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทอย่างไม่ละสายตาผ่านคอนแทคเลนส์สีเขียว ซึ่งภายใต้คอนแทคเลนส์มีดวงตาสีดำที่เหมือนกับอีกฝ่ายอยู่ ถึงในความเป็นจริงจะเป็นเรื่องที่คังยองจีจินตนาการไม่ออกเลยก็เถอะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น