โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

01-14 จุดกำเนิดของชื่อ

ชื่อตอน : 01-14 จุดกำเนิดของชื่อ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 940

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2561 16:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-14 จุดกำเนิดของชื่อ
แบบอักษร

อัลฟ่าหนุ่มเดินผ่านเขาไป ถึงจะจ้องมองเขาเพียงครู่เดียวแต่ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากมาย เป็นสายตาที่ไม่มีความใส่ใจเหมือนกับตัวเขาเป็นสิ่งไร้สาระ ทำไมถึงมีโอเมก้าที่ไม่น่าจะพบเจอได้อยู่ตรงนี้ สายตาของอัลฟ่าหนุ่มสื่อออกมาเพียงแค่นั้น

ชายหนุ่มละสายตาออกมาจากซูเปอร์อัลฟ่าไม่ได้แม้แต่ช่วงเวลาสั้นๆ ดวงตาและเส้นผมสีดำสนิทนั้นก็เป็นข้อพิสูจน์อันเด่นชัดที่สุดในลักษณะทางพันธุกรรมตามแบบฉบับของยีนเด่น สีดำเป็นหลุมดำที่กลืนกินสีอื่นเมื่อนำมาเทียบกับใบหน้าขาวซีดไม่เหมือนกับคนตะวันออกแล้ว สีดำที่ยิ่งชัดเจนมากขึ้นนั้นดึงดูดสายตาจากผู้คนทั้งหมดได้

ขายาวที่เหยียดตรงภายใต้สูทสีดำซึ่งสวมใส่อย่างสุภาพเรียบร้อยเดินเนิบๆ ไปหาผู้มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน ใบหน้าของคังยองโฮยิ้มกว้างหลังจากได้พบกับหลานชาย แต่นั่นไม่ได้อยู่ในสายตาของชายหนุ่ม ถ้าจะอธิบายให้ละเอียดมากกว่านั้นอีกนิดหน่อยก็คือ ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องเฝ้าสังเกตชายสติไม่ดีผู้นั้น

เหมือนกับสัตว์เดรัจฉานกำลังซุกซ่อนร่างกายที่อ่อนโยน​ไว้ตรงไหนสักแห่ง ด้านหลังความรู้สึกอันเด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของซูเปอร์อัลฟ่า คิดไปเองหรือเปล่านะ ชายหนุ่มที่ตั้งสติได้ช้าเพิ่งสัมผัสได้ถึงความขัดแย้งกันในตอนนั้นเอง การแสดงสีหน้าอันเศร้าสลดโดยไม่รู้สาเหตุ ไม่ว่าคังยองโฮจะพูดอะไร อัลฟ่าหนุ่มก็ทำเพียงแค่พยักหน้า ไม่รู้ว่าริมฝีปากที่ปิดแน่นจะเริ่มพูดตอนไหน สีหน้าของอัลฟ่าหนุ่มดูเหนื่อยหน่ายตั้งแต่ก่อนหน้านั้น

เป็นท่าทางไร้เรี่ยวแรงไม่สมกับเป็นเจ้าของงานเลี้ยงวันเกิดเลย เขาเฝ้าดูทุกอย่างนั้นอย่างไม่กระพริบตา


“ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”


การ์ดที่ยืนอยู่ข้างๆ ถามขึ้นมาราวกับกังวลถึงชายหนุ่มผู้ตกลงไปในห้วงของอัลฟ่าหนุ่มอย่างไร้สติ แต่ว่าเป็นความวิตกกังวลที่ไม่มีความจำเป็นเลย เขาตอบกลับด้วยเสียงนิ่งๆ


“ไม่ครับ รู้สึกไม่ดีเลยสักนิด”


ถ้าให้อธิบายความรู้สึกออกมาตรงๆ คือเขาอยากช่วยตัวเอง รู้สึกอยากถอดกางเกงลงแล้วขยับมือขึ้นลงตรงส่วนนั้นเดี๋ยวนี้ตอนนี้เลย

เพราะอย่างนั้น เพราะนาย ฉันถึงมีอารมณ์มากขนาดนี้

หลังจากที่ชายหนุ่มเผลอไผลไปกับอารมณ์ของตนกลืนคำพูดสุดท้ายลงไป ก็หลับตาลงและปรับการหายใจให้เข้าที่ ตามเดิม​ ถึงภายในในกะโหลกศีรษะจะเต็มไปด้วยสมอง ที่คิดถึงแต่ส่วนที่กำลังแข็งตัวขึ้นและไม่สงบลงง่ายๆ แต่ยังไงก็ต้องทำให้สงบลง เพราะตอนนี้เขาไม่สามารถทำให้ทุกอย่างสูญเปล่าลงได้

คิดแบบนั้นอยู่พักหนึ่ง แล้วตอนที่ลืมตาขึ้นมา อัลฟ่าหนุ่มก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขาราวกับเป็นเรื่องโกหก


“อยู่นี่เอง ทักทายซะสิ นี่หลานชายของฉัน คังยองจี”


แน่นอนว่าคังยองโฮก็อยู่ข้างๆ ด้วย ความเป็นชายของชายหนุ่มอ่อนตัวลงในชั่วพริบตา


“ยินดีที่ได้พบครับคุณชาย ผมด็อกเตอร์ไบรท์ตันครับ”


…ไม่ใช่หรอก ถึเขาจะพูดอย่างเรียบง่ายแต่ช่องคอของเขาร้อนวูบวาบไปหมด มุมปากที่ยกยิ้มออกมาอย่างยากลำบากนั้นสั่นเบาๆ


“ต่อจากนี้เขาจะมาเป็นแพทย์ประจำตัวของหลาน จำหน้าเขาไว้หน่อย”

“…”


ซูเปอร์อัลฟ่าหนุ่มนิ่งเงียบ แม้ริมฝีปากนั้นจะไม่ตอบรับและไร้ซึ่งสัญญาณที่จะเปิดออก แต่คังยองโฮก็ไม่ได้ต่อว่ากับท่าทางอันไม่สุภาพของหลานชายตน แล้วก็ไม่ได้เร่งเร้าให้ตอบด้วย อัลฟ่าทั้งสองเพิกเฉยต่อการมีอยู่ของเขาราวกับไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น และไม่รับรู้เลยว่าการกระทำเช่นนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่พอใจ


“ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยนะครับ”


เขาแทรกขึ้นมาแล้วจ้องมองไปยังอัลฟ่าหนุ่ม


“ถ้าท่านประธานไม่ว่าอะไร ผมอยากจะลองคุยอะไรกับคุณชายหน่อยน่ะครับ”

“แค่สองคนเหรอ”

“ครับ แค่สองคน”


ถ้าอัลฟ่าหนุ่มคิดจะเมินเขา ทางนี้ก็สามารถทำตัวไม่สุภาพได้เหมือนกัน ยังไงก็ดูเหมือนกับอีกฝ่ายตั้งใจจะไม่ตอบตั้งแต่แรก ก่อนอื่นต้องกันคังยองโฮที่แสนวุ่นวายออกไปก่อน และเป็นไปตามที่คาดไว้อัลฟ่าชราไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอของตนได้

สายตาที่เคลือบแคลงใจมองมายังชายหนุ่มแต่ไม่มีข้ออ้างที่จะปฏิเสธการร้องขออย่างแน่นอน ชายหนุ่มยิ้มพราย รอยยิ้มในดวงตาอันน่าดึงดูดใจกับกลิ่นหอมหวานที่ฟุ้งรอบตัวเขานั้นเข้ากันเป็นอย่างดี

และดูเหมือนจะไม่รู้เลยว่านั่นทำให้ความรู้สึกของคุณชายที่แสนดื้อดึงและไร้มารยาทนี้เปลี่ยนไป


“…ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องหลีกทางให้สินะ ยองจี พรุ่งนี้มาคุยกับปู่หน่อยแล้วกัน”


ฟังดูเหมือนเป็นการพูดสนิทสนมแบบส่วนตัวกับหลานชาย แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงคำสั่งที่บอกให้ชายหนุ่มฟัง ความหมายของคำพูดนั้นก็คือ ‘ถ้าหากว่าช่วงที่ฉันไม่อยู่นายคิดจะพูดอะไรไร้สาระล่ะก็ ฉันจะล้มเลิกสัญญาตอนนั้นเลย’

คังยองโฮจ้องมองหลายชายที่ไม่ตอบรับอะไรสักคำอย่างนิ่งๆ สุดท้ายก็หันหลังแล้วเดินจากไปโดยไม่มีคำบอกลาแก่ชายหนุ่มสักคำ ทางนี้ก็ไม่มีคำลาส่งกลับไปเช่นกัน ชายหนุ่มมองตรงไปยังคุณชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกนั้นแตกต่างจากตอนที่เห็นไกลๆ


“ชื่ออะไรครับ”


ชายหนุ่มถามคำถามและกดดันไปพร้อมๆ กัน ถึงจะเป็นการพบเจอที่เขารอคอยมาอย่างจริงจังแต่จริงๆ แล้วคำแรกที่ทักไปกลับไร้รสนิยมมาก และแน่นอนว่ามันเป็นวิธีการพูดที่อีกฝ่ายรู้สึกว่าอวดดีเสียจริง


“ชื่อ”


ถึงจะรู้อยู่แล้ว แต่ที่ชายหนุ่มถามย้ำไปอีกครั้งเพราะจะบังคับให้อีกฝ่ายตอบออกมา เพราะเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เป็นเรื่องซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการที่เขารู้มาตั้งนานแล้วว่าชื่อสามตัวอักษรของอีกฝ่ายคือ คังยองจี

แต่ว่าไม่ใช่จากปากคนอื่น เขาอยากได้ยินจากปากของยองจีเอง และต้องได้ยินด้วย

ในทางกลับกัน อัลฟ่าหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้ได้แต่จ้องมองเขานิ่งๆ ดวงตาสีดำสนิทยิ่งดูใกล้ๆ ก็ยิ่งเหมือนข่มขู่เขาอยู่ จ้องมองมาด้วยสายตาที่เหนือกว่าและบีบบังคับอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าร่างกายที่สูงโปร่งนั้นจะเล็กกว่าเขานิดหน่อย และแน่นอนว่าไม่ได้อ้วนเทอะทะ แต่เพียงแค่สบตาก็ทำให้ขาสั่นได้

ชายหนุ่มรู้สึกเพลิดเพลินอย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่าแค่ในใจเท่านั้น


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น