banoffypie

ติดตามการอัพเดตนิยายได้ที่เพจ Banoffypie นะคะ

ชื่อตอน : Rhyme 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2561 11:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Rhyme 20
แบบอักษร

Rhyme 20

            เรื่องราวของใบบุญถูกเปิดเผยจนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ ในที่สุดอนันต์ก็ต้องออกมาแถลงข่าวจนได้ เขายินดีให้ข้อมูลทุกอย่างที่เป็นประโยชน์แก่ตำรวจและแสดงความบริสุทธิ์ใจทุกอย่าง ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และความลับก็ไม่มีในโลก ต่อให้ไม่สามารถจะเอาผิดเพราะหลักฐานไม่เพียงพอแต่กฏแห่งกรรมย่อมไม่มีใครหลีกหนีได้พ้น วิมลศิลาหัวใจวายเฉียบพลันเพราะช็อคกับเรื่องลูกชายจนกระทั่งต้องพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล มารดาของเขาตัดการติดต่อทุกอย่างจากพลอยไพลินและไม่ให้เธอเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตครอบครัวได้อีก เขาก็ได้แต่หวังว่าขอให้เธอเอาตัวรอดจากข้อหาสมรู้ร่วมคิดที่ชวดลซัดทอดเธอแล้วกัน!

            ใบบุญกลับไปเรียนปกติ เขาลองมาคิดดูแล้วชีวิตในช่วงนี้มีเรื่องให้ตื่นเต้นหลายอย่าง ทั้งเรื่องเรียน ทั้งเรื่องงานเพลงที่กำลังจะปล่อยเพลงแรกของตัวเองออกไป และเรื่องความรักที่เขาจะต้องเรียนรู้กับธัชธรรม์อีกมากมาย ตั้งแต่มารดาอนุญาตให้พวกเขาสองคนคบหาดูใจกันได้ ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะดีใจออกหน้าออกตาจนเขาแอบหมั่นไส้ ธัชธรรม์ขนข้าวขนของเข้ามาไว้ในห้องเขาจนแน่นไปหมด ห้องที่มีผู้ชายสองคนและแมวหนึ่งตัวมันก็อบอุ่นดีเหมือนกัน..

            “ใกล้จะถึงคณะแล้วก่อนเข้าเรียนเราไปกินข้าวกันไหม”

“ไม่อะ” เขานั่งกอดอก มองริมทางฟุตบาทที่รถยนต์ขับเคลื่อนผ่านไป ไม่มีอารมณ์จะเสวนากับชายหนุ่มที่นั่งข่างๆสักนิด เพราะรูปถ่ายของคนรักที่ใกล้ชิดกับหญิงสาวคนหนึ่งมันทำให้เขาอารมณ์เสีย!

“งั้นพี่จะไปซื้อนมมาเผื่อเอาไว้ เผื่อเราหิว”

“แล้วแต่เลยครับ”

“ใบบุญเป็นอะไร ไม่ค่อยสบายหรือครับ”

“ฮื่อ ไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ” เขาตอบก่อนจะเบือนสายตาไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง ทุกเช้าชายหนุ่มจะเป็นคนขับรถพาเขาไปเรียนด้วยกัน เขารู้ว่าธัชธรรม์พยายามปรับตัวมากขึ้นตั้งแต่เรื่องลดความเร็วเวลาขับรถ ไม่พูดคำหยาบคาย และฝึกความอดทนที่จะไม่ทำรุ่มร่ามกับเขาข้างนอก

แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ..

ใบบุญลงจากรถโบกมือทักทายเพื่อนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ตึกคณะ กรีวีร์ปรี่เข้ามาหาเขาก่อนจะพากันขึ้นห้องเรียน ไม่ชายตามองคนรักที่กำลังเดินตามเลยสักนิด ชายหนุ่มมองแผ่นหลังบอบบางที่เพิ่งเดินออกไปด้วยความไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าใบบุญเป็นอะไรกันแน่..

“พี่ธัช” ชายหนุ่มถอนหายใจ ถึงพวกเขาจะคบกันแต่ไม่ได้ประกาศให้ใครรับรู้ พวกเขาเป็นศิลปินที่มีผลงานทั้งคู่ ใบบุญก็เป็นคนห้ามเขาเองไม่ให้เปิดเผยเรื่องที่คบกันอยู่ มันก็เป็นธรรมดาที่จะมีคนเข้ามาเกาะแกะบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางเลยนะ!

“มีอะไร”

“เดี๋ยวจีนขอไปนั่งด้วยนะคะ” หญิงสาวสอดมือเข้าที่ท่อนแขนหนาของชายหนุ่ม ช่วงนี้กระแสของธัชธรรม์กำลังมาแรงถ้าเธอได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆกับชายหนุ่ม เธอก็จะได้มีกระแสกับเขาบ้าง คนอื่นจะได้เข้าใจว่าเธอเป็นอะไรกับนักร้องหนุ่มคนนี้

“จะไปนั่งที่ไหนก็ไปเถอะ พี่ขอตัวนะ” เขาสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี ที่ผ่านมาเขาอาจจะเคยทำให้หญิงสาวคาดหวังอยู่บ้าง แต่เขาก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น

“พี่ธัช รอจีนด้วย!”

ชายหนุ่มเข้ามาในห้องเรียนกวาดสายตามองหาคนรักก่อนจะเดินเข้าไปนั่งด้วย กรวีร์เห็นแต่ก็ไม่พูดอะไร ได้แต่ก้มหน้าก้มตาจดเนื้อหาลงในสมุดบันทึก แต่ก็แอบลอบมองปฏิกิริยาของเพื่อนที่ยังนิ่งเฉยอยู่ ถึงจะมีข่าวเม้ากันให้แซ่ดว่าธัชธรรม์มีเจ้าของหัวใจแล้วแต่ก็ยังไม่มีใครฟันธงว่าเป็นใคร ประกอบกับมีภาพหลุดของจีนออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเขามั่นใจว่าเป็นยัยนั่นปล่อยข่าวเองนั่นแหละ คราวนี้จะแก้ปัญหายังไงก็เป็นเรื่องที่ธัชธรรม์จะต้องจัดการแล้วล่ะนะ

“เอ่อ..” เขาหันหน้าไปหาใบบุญ แต่อีกฝ่ายไม่สนใจเขาสักนิด

“ตรงนี้จีนไม่ค่อยเข้าใจเลยอะคะ”

“จีน อย่าเพิ่งยุ่งกับพี่ได้ไหม” เขาหันไปบอกหญิงสาวเสียงเบา ไม่รู้ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ตามติดเขานัก!

“พี่ธัชก็คุยกับจีนก่อนสิคะ”

“ถ้ายังเสียงดังอยู่ ช่วยกรุณาออกไปนั่งตรงอื่นนะครับ” เด็กหนุ่มปรายตามอง พูดเสียงเย็นก่อนจะกลับไปตั้งใจฟังอาจารย์สอน ธัชธรรม์หน้าซีดเผือด เขาหันไปทางหญิงสาวที่กำลังกระฟัดกระเฟียด จะรู้บ้างไหมว่าทำคนอื่นเขาเข้าใจผิดหมดแล้ว!

“จีน พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”

“เรื่องอะไรหรือคะ”

“ออกมาด้วยกันหน่อย” เขาลุกเดินออกจากห้องเรียนโดยมีหญิงสาวลุกตามออกไปด้วย หิรัญเดินสวนเข้ามาก็ทำหน้าไม่เข้าใจ เขาแวะเอาขนมมาให้คนรักแต่ไม่คิดว่าจะเห็นเพื่อนเดินไปกับผู้หญิงคนอื่น

มีเรื่องอะไรหรือเปล่าวะ?

“อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น มานั่งนี่”

“จ้ะ” หิรัญนั่งลงข้างๆคนรัก ส่งเสบียงเหมือนทุกที กรวีร์ไม่เคยขอให้เขาทำสักนิด เป็นเขาเองที่อยากจะดูแล “มีอะไรก็ไลน์มานะ พี่ไปเรียนก่อน”

“อื้อ ขอบคุณนะครับพี่ฮัน”

“เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นหอมแก้มพี่สักทีก็ดีนะ”

“พอเลย” เขามองชายหนุ่ม “ไปไกลๆเลย” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่พวงแก้มขาวจัดก็ขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย น่าเอ็นดูเหลือในสายตาของหิรัญ สงสัยเขาจะต้องพาลูกสะใภ้คนใหม่ไปให้ป๊ากับม๊าดูตัวไวๆเสียแล้ว

“เลิกเรียนพี่จะมาหาใหม่นะครับ” เขาขอตัวกลับไปเรียน แค่แวะมาเห็นหน้าหิรัญก็ชื่นใจแล้ว เขาเตรียมตัวกำลังจะกลับออกไปก็เจอธัชธรรม์กำลังเข้ามาพอดี ตบไหล่ทักทายกันเล็กน้อย เขาเห็นเสี้ยวสายตาลำบากใจจากเพื่อนสนิท ถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องอะไรก็ตาม..

“พี่มีแฟนแล้ว และพี่ก็ไม่อยากให้ทำแบบนี้ เข้าใจไหมจีน?”

“ทำแบบนี้คืออะไร พี่ธัชมีแฟนแล้วจริงหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าโกหกจีนนะ”

“พี่มีแฟนแล้วจริงๆ แล้วก็ไม่อยากให้ทำให้เขาลำบากใจด้วย”

“ถ้ามีพี่แฟนพี่ก็เปิดตัวมาสิ หรือว่าคิดจะแทงกั๊กกับคนอื่นไปทั่ว” หญิงสาวกอดอกมองชายหนุ่มด้วยสายตาไม่พอใจ “อยากจะสะบัดจีนทิ้งแล้วก็ไปหาคนใหม่ใช่ไหมคะ? ทำไมพี่ธัชใจร้ายแบบนี้”

“พี่ไม่ได้คิดอะไรกับจีนเลยสักนิด” เขาถอนหายใจ ดันเจอกับผู้หญิงเรื่องมากน่ารำคาญที่เอาแต่เรียกร้องความสัมพันธ์ “พี่ขอโทษ ถ้าทำให้จีนคิดไปไกล แต่หลังจากนี้ถือว่ามันจบแล้วนะ” เขาตอบ ทำอารมณ์ให้เย็นเข้าไว้

“ก็ได้ค่ะ มันจบก็ได้” จีนหลุบตาทำหน้าเศร้า เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าแฟนที่ว่าของธัชธรรม์คือใครกันแน่! คิดว่าเธอจะยอมแพ้แค่นี้หรือไง ไม่มีทางหรอก!

 ธัชธรรม์คิดว่าเรื่องทุกอย่างมันจบด้วยดีแล้ว.. แต่มันแค่เริ่มต้น รูปที่เขายืนคุยกับจีนถูกถ่ายและนำไปโพสในเว็บไซค์ข่าว และเขียนว่าเขามีความสัมพันธ์ลับๆกับเพื่อนสาวคนสนิท เฮียกิตรีบโทรมาหาเขาทันที ถึงจะเป็นข่าวเล็กน้อยแต่มันก็กระทบต่องานที่เขาทำมากพอสมควร นอกจากเรื่องงานแล้วเรื่องแฟนก็ด้วย..

“ใบบุญครับ เรากลับบ้านกันเถอะ”

“ผมจะกลับเอง”

“โกรธพี่เรื่องข่าวหรือครับ มันไม่มีอะไรจริงๆ” เขาพยายามอธิบายแต่ดูเหมือนคนตัวเล็กจะงอแงไปแล้ว ฉิบหายจริงๆความซวยมาเยือน เด็กหนุ่มโบกรถแท็กซี่ออกไปต่อหน้าต่อตาเขาเลย.. ซวยแล้วกู

            เขาจะขับรถตามไปแต่ถูกเรียกตัวเข้าไปที่สตูดิโอเสียก่อน กลับไปเขาจะต้องไปคุยกับคนรักให้รู้เรื่องไม่งั้นคืนนี้ได้ขนของมานอนนอกห้องแน่.. เวลาใบบุญโกรธขึ้นมาห้ามได้เสียที่ไหน

            “ไง หน้าเหมือนคนขี้ไม่สุดเลยนะมึง”

            “ทักแบบนี้ผมหมดหล่อนะเนี่ย”

            “เออ หน้าบูดเป็นตูดกูก็ทักแบบนี้แหละ” เฮียแซวเล่นแต่เขาไม่ขำเลยสักนิด “เห็นข่าวแล้วใบบุญไม่แหกอกมึงหรือ

ไง”

“เฮียรู้?”

“พ่อมึงบอกกูเอง” กิตติพูดพลางยกกาแฟขึ้นจิบ เขาและนิรัชเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องตั้งแต่สมัยเรียนมอปลาย เคยร่วมงานกันมาตั้งแต่เขายังเป็นนักดนตรีสมัครเล่น ทุกวันนี้ยังติดต่อกันอยู่เสมอ และอีกฝ่ายก็ฝากฝังลูกชายมาให้เขาช่วยดูแล

“พ่อนะพ่อ” เขาบ่นอุบ กลัวว่าถ้าเฮียรู้ขึ้นมา เขาจะต้องยิ่งปกปิดมากกว่าเดิม

“เขารักมึงจะตายไป ไม่งั้นคงไม่ยอมให้คบกันหรอก”

“ผมรู้” ชายหนุ่มกุมขมับ “กว่าจะมาถึงวันนี้มันไม่ง่ายเลยจริงๆนะเฮียผมไม่อยากจะต้องมาทะเลาะกับเขาอีกแล้ว ผมอยากให้เวลาแต่ละวินาทีมีค่าที่สุด.. การที่ต้องห่างกันมัน..ทรมานเกินไป”

“ความรักมันก็เหมือนลิ้นกับฟันกระทบกระทั่งเป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่เรื่องที่ง่ายที่สุดยังทะเลาะกันแล้วนับประสาอะไรกับปัญหายอดฮิตแบบนี้วะ”

“เมื่อก่อนผมอาจจะเหี้ย ทำอะไรไม่ดีไว้เยอะ แต่ตอนนี้ผมไม่ใช่อย่างนั้นแล้วนะเฮีย”

“มาบอกกูทำไม ไปบอกแฟนมึงโน่น”

“เขาไม่ฟังผมเลย”

“มึงทำเลวกับเขาไว้เยอะ มาถึงตอนนี้ก็ถึงเวลาที่มึงต้องรับผล” เขาบอกชายหนุ่ม “จริงไหมล่ะ? กูถึงได้บอกไงใครรักก่อนคนนั้นแพ้ มันเคยแพ้มาตลอด”

“….”

“แต่ตอนนี้มึงดันรักมันมากกว่า มึงนั่นแหละแพ้”

“ผมขอยอมแพ้.. ทุกเรื่องเลย” เขาหลุบตามองพื้น “ถ้าจะมีใครสักคนเจ็บก็อยากให้เป็นผมมากกว่า”

“เอาไปเขียนเพลงได้เลยนะ”

“โถ่ เฮีย ผมเครียดนะเนี่ย”

“คนอย่างมึง โผงผาง ตรงไปตรงมา ด้านได้อายอด ยังมีอะไรต้องเสียอีก” ชายหนุ่มมองคนตรงหน้า “กูรู้ว่ามึงมีวิธีแต่มึงแค่ลังเล มึงไม่ต้องมาถามกูหรอก มึงอยากทำอะไรก็ทำเถอะ.. ชีวิตมันเป็นของมึง”

“เฮียรู้?”

“ถ้าคนเขารักมึงที่ผลงาน เขาก็จะรักมึงต่อไป แต่ถ้าเขารักมึงเพราะว่ามึงหน้าตาดี สักวันพอมึงแก่เหมือนกู เขาก็คงจะเลิกชอบมึงไป.. เพราะมันมีเด็กรุ่นใหม่มาแทนที่เสมอ ถ้ามึงอยากจะทำให้ผู้คนจดจำ มึงต้องฝึกตัวเองให้เก่งกว่านี้ สร้างผลงานให้ทุกคนเขาได้เห็นว่ามึงมีศักยภาพแค่ไหน”

“ผมเข้าใจแล้ว ขอบคุณมากครับเฮีย” เขายกมือไหว้โปรดิวเซอร์ที่เคารพรักเหมือนพี่ชายเหมือนพ่ออีกคนหนึ่ง คนที่ผลักดันและสนับสนุนให้เขาทำในสิ่งที่รัก หลังจากนี้เขาจะไม่ลังเลอีกต่อไป ถ้าหากเขาจะต้องทิ้งความรักเพื่อเลือกความฝัน ทำไมเขาไม่เลือกมันทั้งคู่ล่ะ..

ใบบุญไม่ได้เจอคนรักมาสองวันเต็มแล้ว ชายหนุ่มไลน์มาบอกว่ากำลังเตรียมซ้อมเพื่อที่จะขึ้นเวทีร่วมกับศิลปินคนอื่นในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าชิ้นใหม่ โดยมีหิรัญเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วย เขาไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่งสติ๊กเกอร์กลับไป อยากจะถามว่ากินข้าวบ้างหรือยัง หรือเหนื่อยไหมแต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกไป..

เขาคิดเอาเองว่าช่วงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างอารมณ์ขุ่นมัวแยกกันไปจัดการกับความรู้สึกตัวเองให้เรียบร้อยแล้วกลับมาคุยด้วยเหตุผลแบบนั้นน่าจะดีกว่า เขาไม่อยากจะทะเลาะกับธัชธรรม์สักหน่อย ในระหว่างที่ใคร่ครวญอยู่ในใจไอ้ตัวเล็กก็เดินนวยนาดขึ้นมานอนบนตัก ปกติถ้าชายหนุ่มเห็นจะต้องแย่งตักหนุนนอน ทะเลาะกับไอ้ตัวเล็กได้ทุกวัน..

“เมี๊ยววววววววววววว”

“คิดถึงป่าป๊าหรือไง” เขาเกาคางจนตัวแสบหลับตาพริ้มคลอเคลียไม่ห่าง อย่าว่าแต่ไอ้ตัวเล็กเลย เขาก็เริ่มคิดถึงคนรักแล้วเหมือนกัน ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง.. ใบบุญยอมรับว่าไม่พอใจเรื่องที่ชายหนุ่มมีหญิงสาวมาติดพัน จนเขาทำเมินไม่ยอมคุยด้วย ไม่รู้ว่าเขาทำมากไปหรือเปล่า..

คิดถึงจัง..

เสียงโทรศัพท์เป็นเพลงที่ชายหนุ่มแต่งให้เขา มันดังจนไอ้ตัวเล็กกระโดดจากตักลงไปที่พื้น เมื่อเห็นว่าเป็นใครโทรมาเขาก็กดรับทันที “ว่าไงมึง”

“อยู่ไหนออกมาเจอหน่อย”

“ขี้เกียจออกแล้ว เหนื่อย การบ้านยังไม่เสร็จเลย” เขาบ่น

“ระวังเฮียน้อยใจหรอก ไม่โผล่หน้ามาหลายวันแล้วนะ”

“จะให้กูไปให้ได้ใช่ไหม พูดมาเลย” กรวีร์เร่งเขายิกๆเหมือนมีธุระสำคัญอะไรสักอย่าง

“เออ มึงต้องมาด่วนนนนนน แค่นี้นะ!” มันกดวางสายอย่างรวดเร็วทำเอาเขามึนงง เดินเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วแวะไปหาที่สตูดิโอ.. หรือว่าจะกินเลี้ยงกันอีกแล้ว?

เขาเปิดประตูเข้าไปก็ไม่เห็นมีใครอยู่สักคนกระทั่งเจอกรวีร์กำลังเปิดโทรทัศน์อยู่ เขาก็เดินเข้าไปนั่งด้วย อยากจะรู้ว่ามันมีอะไรถึงได้ตามเขามาที่นี่ “ไหนเฮียล่ะ”

“ไปดูแลพี่ฮันกับพี่ธัชที่งาน”

“งาน?”

“งานที่ซ้อมกันอยู่หลายวันไง” เขาบอกก่อนจะเปิดโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทอดสด

“รอดูย้อนหลังก็ได้มั้ง”

“ไม่ได้” กรวีร์ทำหน้าเลิ่กลั่ก “ต้องดูวันนี้สิ!”

“เออ ดูวันนี้ก็ดูวันนี้พอใจหรือยัง” เขาเอนตัวพิงโซฟาก่อนจะดูรายการโฆษณา กรวีร์ลุกออกไปห้องครัวหยิบขนมกับผลไม้ขึ้นมาชุดใหญ่ เขามองนาฬิกาเกือบสองทุ่มแล้ว ถ้าดึกกว่านี้เขาจะกลับไปทำการบ้านไม่ทันนะ “มาหรือยัง?”

“มาแล้วๆ” กรวีร์กดรีโมทเปิดเสียง ช่วงแรกมีพิธีกรมาอธิบายสินค้าพูดถึงที่มาที่ไปและคอนเซ็ปของผลิตภัณฑ์ก่อนจะเชิญพรีเซ็นเตอร์ออกมาสัมภาษณ์ เขาเห็นธัชธรรม์และกรวีร์นั่งข้างกัน ส่วนอีกด้านเป็นนักแสดงผู้หญิงที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงพอสมควร เขาตะลึงไปเล็กน้อย อดยินดีกับความสำเร็จของธัชธรรม์ไม่ได้ เขาบอกแล้วว่าชายหนุ่มจะต้องไปได้ไกลกว่านี้.. เป็นทั้ง นักร้อง นักแสดง นายแบบ นักดนตรี..

“พี่ฮันนนนน”

“เชียร์ขนาดนี้ไม่ไปที่งานเลยอะ” หันไปมองเพื่อนที่ออกอาการอย่างกับเชียร์บอล

“คนมันเยอะ เขาเลยไม่อยากให้ไป”

“จริง คนเยอะมากๆอะ”

“ไปก็วุ่นวายเปล่า รออยู่ที่นี่แหละ” กรวีร์บอกก่อนจะส่งขนมให้เขา เรื่องแค่นี้จะต้องลากเขามาดูถ่ายทอดสดหรือไง เขามองชายหนุ่มในโทรทัศน์แล้วก็อมยิ้ม วันนี้ธัชธรรม์อยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวเปลือยอกเล็กน้อยและกางเกงสแล็คสีดำที่ดูเข้ากันพอดิบพอดี เขามองจนเพลิน มองจนเขินเอง..

อาการหนักแล้วเรา..

“เรามาสัมภษณ์นักร้องหนุ่มสุดฮอตที่กำลังมาแรงแซงโค้งกันดีกว่า คุณฮันและคุณธัชค่า” พิธีกรสาวสายในชุดราตรีสีขาวตามธีมของสินค้าส่งไมค์ให้ขายหนุ่มทั้งคนถือเอาไว้ “เสียงกรี๊ดดังมากๆ เป็นอย่างไรบ้างคะกับซิงเกิลแรงแรกที่ได้รับการตอบรับดีแบบนี้”

“ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ชื่นชอบและเป็นกำลังใจให้พวกเรานะครับ ผมและฮันยังคงมีเพลงที่ทำร่วมกันอยู่อีกหลายเพลง และหวังว่าทุกคนจะคอยสนับสนุนผลงานของเราต่อไปนะครับ” พิธีกรหันไปทางหิรัญที่นั่งส่งยิ้มให้แฟนคลับ

“ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกคำติชมนะครับ เราจะทำผลงานเพลงออกมาให้ดีกว่านี้ ฝากติดตามผลงานต่อๆไปของพวกเราด้วยนะครับ”

หลังจากสัมภาษณ์กันไปหอมปากหอมคอ พิธีกรก็ให้หนุ่มๆได้ร้องเพลงพร้อมทั้งถ่ายรูปคู่กับผลิตภัณฑ์ เขามองชายหนุ่มที่เฉิดฉายอยู่บนเวทีก็รู้อิ่มเอมใจและยินดีกับธัชธรรม์มากจริงๆ ภาพตัดมาที่นักข่าวกำลังสัมภาษณ์ชายหนุ่มทั้งคู่ โดยเฉพาะเรื่องภาพหลุดของธัชธรรม์ที่มีข่าวเม้าว่าแอบคั่วเด็กในมหาวิทยาลัย

“จริงครับ” ชายหนุ่มตอบก่อนจะยิ้มหวาน สายตามองตรงมาทางกล้อง “ผมมีแฟนแล้วจริงครับ เรียนอยู่คณะเดียวกัน”

“อันนี้คุณธัชจะออกมายอมรับว่าภาพหลุดกับหญิงคนนั้นคือแฟนตัวจริงใช่ไหมคะ”

“ไม่ใช่ครับ คนนั้นเป็นเพียงเพื่อนผมเฉยๆ ไมได้มีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้นครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ ขัดกับภาพลักษณ์ผู้ชายหล่อร้าย เพลย์บอยที่นักข่าวตั้งสมญานามให้จริงๆ

“แล้วเมื่อไหร่จะเปิดตัวแฟนละคะ” ไมค์จ่อเข้าใกล้อีกเรื่อยๆ เห็นอย่างนั้นเขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “คิดว่าเปิดตัวแฟนจะทำให้แฟนคลับลดน้อยลงไหมคะ”

“สำหรับคำถามนั้น ผมคิดไตร่ตรองมาดีแล้วครับ และก็คิดว่าควรจะออกมาพูดให้เกียรติคนที่ผมรัก ว่าผมไม่ได้ปกปิดเรื่องคบหาดูใจกับใคร เพียงแต่ว่าไม่ใช่คนที่เป็นข่าวด้วยครับ”

“แล้วเป็นใครคะ หรือว่ารอเปิดตัว”

“เป็น..เอ่อ” ชายหนุ่มจุดยิ้ม “เป็นนักร้องในค่ายเดียวกันนี่แหละครับ” ชายหนุ่มพูดก่อนจะยกมือเกาคอแก้เก้อ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับที่รออยู่ด้านนอกได้เป็นอย่างดี ส่วนหิรัญไม่ได้พูดอะไรมากเขาแค่ตอบคำถามบางอย่างแทนเฮียกิตและพูดถึงผลงานที่กำลังทำอยู่ เรื่องแฟนของธัชธรรม์ก็เป็นที่พูดถึงอย่างมากและเดากันไปต่างๆนาๆว่าเป็นใคร มีบางคนที่จิ้นหิรัญกับธัชธรรม์ซะด้วย

เด็กหนุ่มนั่งดูผ่านโทรทัศน์ตกใจนึกว่าชายหนุ่มจะหลุดปากพูดออกไปจริงๆ หรือจะเอาคืนเรื่องที่เขาไม่ยอมฟังคำอธิบายเลยจะประกาศต่อหน้าสื่อแบบนั้น ถ้าพูดจริงกลับมาเขาจะบิดให้เนื้อเขียวเลยคอยดู..

“จะกลับแล้วหรือวะ?”

“อืม ไม่มีอะไรก็จะกลับแล้ว”

“ไม่รอเฮียก่อนล่ะ”

“เดี๋ยวมาคุยกับเฮียพรุ่งนี้ก็ได้ คงไม่มีเรื่องด่วนอะไรใช่ไหม?” เขาตอบก่อนจะลุกขึ้นเดินลงไปสวมรองเท้า “ฝากบอกพี่ธัชที ว่าให้กลับไปคุยกันที่บ้าน ถ้ากลับมาช้านอนนอกห้อง” กรวีร์พยักหน้า ดูเหมือนว่าแผนการง้อออกสื่อจะไม่ได้ผล

ตัวใครตัวมันนะ..

ธัชธรรม์กลับถึงบ้านเกือบห้าทุ่ม เขาขอปลีกตัวกลับมาก่อนเพราะอยากมาหาคนรักใจจะขาด เขาได้รับข้อความที่กรวีร์ฝากมาบอกแทนก็อดจะเสียวสันหลังวูบวาบไม่ได้ ไม่ใช่ว่าใบบุญโกรธมากกว่าเดิมที่เขาบอกไปแบบนั้น เขารีบเข้าไปในบ้านค่อยๆเคาะห้องก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เขาเห็นใบบุญกำลังนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียง ข้างล่างมีไอ้ตัวเล็กนอนอยู่ที่เบาะอย่างสบายอารมณ์ทั้งๆที่เขาไม่ได้คุยกับแฟนมาตั้งหลายวันแต่มันก็ยังนอนสบายใจเฉิบ คนตัวขาวลืมตาขึ้นมามองก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียง

            “ไปอาบน้ำสิครับ”

“งั้นพี่ขอเวลาแปบนึงนะจ๊ะ” ธัชธรรม์รับจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว พุ่งตัวเข้าไปในห้องน้ำขัดเนื้อตัวร่างกายให้สะอาด ใช้เวลาไม่นานก็ออกมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว เขานั่งลงข้างคนรักที่กำลังอ่านหนังสืออยู่

“จะนอนได้หรือยังครับ”

“นอนจ้ะ นอนกันได้แล้ว มันดึกแล้วเนอะ” เขาสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มอย่างคุ้นเคย เอื้อมมือกอดเอวของคนรักที่นอนอยู่เคียงข้าง อ้อมกอดอุ่นที่เขาไม่ได้สัมผัสมาหลายวัน คิดถึงที่สุด..

ตอนนี้ชายหนุ่มจำได้ขึ้นใจอย่าทำให้คนรักโกรธเป็นอันขาด การโดนเมินเป็นอะไรที่ปวดใจจริงๆ กลับกันเด็กหนุ่มที่ถูกเขาเมินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถูกเขาพูดจาทำร้ายมาตั้งกี่หนยังอดทนกับเขาได้เลย.. เขาสัญญากับพ่อกับแม่ไว้แล้วจะไม่ทำให้ใบบุญผิดหวังแน่

“ทำไมพี่ต้องพูดออกไปอย่างนั้นด้วย” ใบบุญพลิกตัวกลับมาประจัญหน้า ต่อให้จะอยู่ในความมืดแต่เขาก็รู้สึกว่าชายหนุ่มกำลังมองเขาอยู่

“พี่อยากจะบอกด้วยซ้ำว่าใครคือเจ้าของหัวใจพี่.. แต่พี่กลัวเราลำบากใจ” ชายหนุ่มบอกเสียงแผ่ว ใบบุญกำลังปล่อยเพลงใหม่ในเร็วๆนี้เขาไม่อยากให้เรื่องของเขามันส่งผลต่องานของคนรัก

“....”

“เพลงใกล้จะออกแล้วด้วย”

“แต่พี่ก็บอกว่าเป็นนักร้องค่ายเดียวกันนี่ครับ”

“ก็... ตอนนั้นเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา ถ้าบอกไปแล้วโกรธพี่หนักกว่าเดิมจะทำยังไง” เขาบอก แถมยังยกธงยอมแพ้แล้ว ขอแค่ใบบุญไม่โกรธเขาไม่ว่าอะไรเขาก็จะยอมปรับปรุงตัว

“หนูบอกแล้วไง.. ว่าหนูอยากให้พี่ไปได้ไกลกว่านี้” มือบางยกขึ้นลูบแก้มสากของคนรัก “สำหรับหนูไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงโด่งดังแค่ได้ทำงานที่รักก็พอใจแล้ว”

“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรถ้าหากพี่ประสบความสำเร็จอยู่คนเดียว”

“ไม่หรอก หนูคิดดีแล้ว” เขาเกลี่ยแก้มคนรักเชื่องช้า “ถ้าหนูเกิดดังเหมือนพี่ธัชขึ้นมาอีกคน คงไม่ต้องได้เจอกันแน่ๆ อย่างน้อยหนูก็มีเวลาว่างอยู่กับพี่ธัชไง”

“ไม่เอาอะ ถ้าต้องทำแต่งานไม่ได้อยู่กับใบบุญเลย พี่ต้องขาดใจตายแน่” เขาก้มลงหอมแก้มนิ่มของคนรัก “งั้นเราอย่าเพิ่งไปพูดถึงอนาคตมันได้ไหม แค่ตอนนี้พี่มีเราอยู่ด้วยกัน พี่ก็มีความสุขมากพอแล้ว ส่วนเรื่องที่ผ่านมา.. พี่ขอโทษ”

“เรื่องผู้หญิงของพี่ธัชน่ะหรือ หนูไม่ใส่ใจหรอก” เขาพูดเสียงเย็น “ถ้าพี่ธัชจัดการเองไม่ได้ หนูจะจัดการเอง”

“เดี๋ยวนี้โหดขนาดนี้แล้วหรือ เจ้าลูกแมว”

“ฮื่อ ไม่อยากเหวี่ยงวีนนี่ครับ อยากพูดด้วยเหตุผล แต่ตอนนั้นมันโมโหอยู่จะให้ทำยังไง” อยากจะแปลงร่างเป็นนางมารร้ายแต่มันคงไม่เหมาะ ยังมีวิธีแก้ไขปัญหามากกว่าที่จะใช้อารมณ์ เขาเป็นคนขอให้ธัชธรรม์หัดควบคุมอารมณ์ร้อนแล้วเขาก็ต้องทำเป็นตัวอย่างด้วย

“โอ๋ๆ พี่เข้าใจ”

“หนูหวง พี่ธัชได้ยินไหม!”

“ได้ยินแล้วจ้ะ พี่ได้ยินเต็มสองรูหูเลย” รั้งเอวบางของคนรักให้เข้ามาใกล้ กดจูบลงซอกคอหอมกลิ่นสบู่เจือจาง “แล้วพี่ก็อยากได้ยินอย่างอื่นมากกว่า”

“ได้ยินอะไรครับ”

“พี่รักใบบุญนะครับ”

“ฮื่อ ขี้โกงแล้วแบบนี้จะโกรธลงได้ยังไง” เขาเอามือแตะปากคนรักเอาไว้ไม่ให้พูดมากไปกว่านี้ “พอเลย นอนได้แล้วนะครับ”

“พี่ก็อยากจะนอนแต่ลูกชายพี่ไม่ยอมนอน”

“พี่ธัช! คนบ้า” เด็กหนุ่มตกใจพยายามจะดิ้นหนีก็ดิ้นไม่หลุด ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดซอกคอก่อนจะถูกพรมจูบอย่างเชื่องช้า ชายหนุ่มค่อยๆลากลิ้นเปียกชื้นไปตามแอ่งชีพจร มือขาวคนตัวเล็กกอดรั้งบ่าของคนรัก

“ดีไหม?”

“ฮื่อ.. ” เขาผ่อนลมหายใจเข้าออกระหว่างถูกถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างขาวจัด ปลุกเป่าอารมณ์รักให้ลุกโชน ใบบุญส่งเสียงครางเครือรู้สึกเหมือนถูกหลอมละลาย เรี่ยวแรงที่มีถูกสูบหายไปตั้งแต่ชายหนุ่มกดจูบที่ริมฝีปากอ่อนนุ่ม กวัดกวาดละเลียดชิมความหอมหวานที่เขาเป็นผู้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว

“ไม่ต้องกลั้นหายใจสิ”

“ก็มัน..” เด็กหนุ่มหอบครางใต้เงาแสงจันทร์ที่ส่องลงมาเป็นพยานรัก รอยสีชมพูช้ำประปรายไปตามเนื้อกายขาวผ่อง เด็กหนุ่มไร้แรงจะห้ามปรามราวกับถูกดึงดูดด้วยแรงโน้มถ่วง อิงแอบชิดรับสัมผัสอุ่นร้อนที่ชายหนุ่มปรนเปรอให้ไม่ขาด

“อย่าเกร็งสิครับ”

“ไม่ได้ทำ..นานแล้ว” เขาบ่นอุบอิบ ไม่กล้ามองคนรักที่กำลังซุกไซร้อยู่ช่วงขาอ่อน ลิ้นชื้นลากไล้ก่อนจะเม้มแน่นจนเขาครางเสียงเบา ความรู้สึกเสียวซ่านแพร่กระจายไปทั่วร่างกายทุกที่ที่ถูกมือหนาลากผ่าน หน้าท้องแบนราบขาวนวลถูกชายหนุ่มหยอกล้อจนหดเกร็ง เหมือนมีมวลแปลกประหลาดอยู่ที่ท้องน้อย เขารู้สึกอึดอัดเหลือเกิน

“พี่จะค่อยๆทำ”

“อื้อ..อ๊ะ” ถูกจับปลายคางเชิดหน้าขึ้นไปรับจูบ สองมือดันแผงอกหนาเอาไว้ รู้สึกเหมือนจะไม่มีแรงเอาซะเลย “นะ.. เหนื่อยแล้ว”

“เพิ่งทำเองยังไม่ถึงไหน”

“ก็เหงื่อออกอีกแล้ว” เขาเถียง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งถอดเสื้อยืดออกจากตัว เห็นผิวขาวจัดทั้งตัวของเด็กหนุ่ม แรงอารมณ์เขาก็ลุกโชน แก่นกายแข็งแกร่งจนต้องขบกรามอดทนให้คนรักเตรียมพร้อมให้ดีเสียก่อน นิ้วหนาค่อยๆถูกชโลมด้วยเจลหล่อลื่นที่เขาแอบซ่อนไว้ใต้เตียงโดยที่ใบบุญเองก็ไม่รู้ ผลุบผ่านช่องทางคับแน่นอย่างเชื่องช้า เขาพรมจูบไปทั่วให้เด็กหนุ่มได้ผ่อนคลาย

“เป็นยังไงบ้าง?”

“มันก็แปลกๆ” เขาตอบได้แค่นั้นก็ยกมือปิดหน้า ใครเขาให้มาถามความรู้สึกอะไรกันตอนเข้าด้ายเข้าเข็มก็ไม่รู้ “แต่ว่ามันก็รู้สึกดี..”

“จริงหรือ”

“อ๊า!” เขารู้สึกว่ามันขยายตอดรัดมากกว่าเดิมเมื่อเพิ่มจำนวนนิ้วขึ้น เด็กหนุ่มดิ้นพล่านกะเถิบถดถอยออกไป เขากระเถิบตามก่อนจะโน้มัตวเข้าไปกอดปลอบจูบอยู่สักพักถึงจะเริ่มขยับ เสียงขยับเข้าออกโดยที่น้ำหล่อลื่นช่วยทำให้มีเสียงแปลกๆจนเด็กหนุ่มเบือนหน้าหนี เขากลั้นเสียงครางเมื่อปลายนิ้วถูกแตะสัมผัสจุดอ่อนไหว “ตรงนั้นมัน..แปลกๆ”

“หื้ม? ตรงนี้ใช่ไหมครับ”

“พี่ธัชอย่าสิ!”

“ฮ่าๆ”

“อย่าแกล้งกันนะครับ” เขาเงื่อมมือขึ้นทุบคนรักอย่างไม่แรงนัก อีกฝ่ายฟัดแก้มเขาไม่ยอมหยุด ส่วนนิ้วมือยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างดีจนใบบุญเองเริ่มจะไม่ไหว “ฮื่อ..”

“ไปที่อื่นดีกว่า”

“ฮื่อ เดี๋ยวก่อน ปล่อยหนูลงนะ” ธัชธรรม์รวบคนรักขึ้นอุ้ม ร่างกายอ่อนปวกเปียกที่ต่อต้านเขาไม่ได้ช่างน่ารักและทำเขาเกิดอารมณ์จริงๆ เจ้าตัวไม่มีแรงจะดิ้นหนีเขาได้อีก ได้แค่พิงซบอกเงียบๆ เดินมาหยุดตรงระเบียงปล่อยให้ใบบุญยืนดันประตูกระจกเอาไว้

“ไหวนะ?”

“ฮื่อ” คนตัวเล็กส่ายหัวไปมา เขาจิกผ้าม่านผืนบางเอาไว้แน่น รู้สึกอุ่นร้อนจากบางอย่างแทรกเข้ามาในร่างกาย ชายหนุ่มค่อยๆขยับเขยื้อนเชื่องช้าให้เขาได้ปรับตัว มันทั้งแน่นคับและร้อนผ่าวจนเขาจะละลาย

“หอมจัง”

“อย่าดม มันมีแต่เหงื่อ”

“มีแต่เหงื่อพี่ก็จะดม”

“พี่ธัชบ้า!” ร่างบางสั่นไหวโยกเอนไปตามจังหวะเร่งเร้า เสียงกระทบของผิวเนื้อดังเป็นจังหวะสลับเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความสุข ชายหนุ่มกำสะโพกขาวเอาไว้แน่นดีดควบเข้าออก เร่งเร้าจนใบบุญเริ่มจะไม่ไหวกระตุกเฮือกจนเขาต้องรวบเอวเอาไว้ “ไม่ไหวแล้ว..”

“ไปพร้อมกันนะครับ” หอบร่างอ่อนแรงนอนแผ่ลงกลางเตียง เรียวขาขาวจัดขึ้นเป็นรอยนิ้วมือยามเขากดลงไปเพียงน้อยนิด เขาพาดขายาวลงลาดไหล่เสือกไสตัวตนของเองอีกครั้งจนสุดความยาว ใบบุญดันหน้าท้องเขาเอาไว้เจ้าตัวร้องครางจนแทบจะกรีดร้อง ก่อนจะกระตุกไปทั้งตัว เขาหยัดตัวตนจนสุดก่อนจะถึงจุดหมายฝั่งฝันไปพร้อมกัน “ฮึ่ม!”

เขาเกลี่ยเส้นผมของคนรักมองเครื่องหน้าที่สมบูรณ์เหมาะเจาะ ชายหนุ่มไล้ไปตามหน้าผากสวย สันจมูกโด่งและริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ชอบยิ้มให้เขา ใบบุญลืมตามองคนรักในความมืด รู้สึกเหนื่อยล้าแค่ไหนก็หายเป็นปลิดทิ้ง ธัชธรรม์จัดการดูแลเขาจนเรียบร้อย ทั้งเช็ดตัวและทำความสะอาด เอ่อ.. ตรงนั้น ให้อย่างไม่ปริปากบ่น เขามองการกระทำอย่างทะนุถนอมของคนตรงหน้า หยัดยิ้มกว้างจนมันระบายเต็มหน้า นึกว่ามันคือความฝันหรือเปล่า..

“ยิ้มอะไร เหนื่อยแล้วก็นอนสิครับ” เขาถามคนรักที่ยังนอนเขาตาใสแป๋วมองนาฬิกาที่บอกเวลาตีสอง แต่เจ้าตัวกลับยังไม่ยอมนอนเสียที “แน่ะ.. ดื้อหรือครับ”

“ยังไม่อยากนอน กลัวตื่นมาแล้วจะไม่เจอพี่”

“พี่ก็อยู่ตรงนี้จะไปไหนได้ นอกจากเราจะไม่ต้องการพี่แล้ว วันนั้นพี่ถึงจะไป”

“หนูนึกว่ากำลังฝัน เป็นฝันที่ดีจนไม่อยากตื่นเลย”

“โถ คนดี” เขาจูบหน้าผากขาวนวลอย่างที่ชอบทำบ่อยๆ “ไม่ว่าจะตื่นขึ้นมาอีกกี่ครั้งพี่ก็จะอยู่ตรงนี้เสมอไป”

“กอดหน่อย”

“มากอดกัน” รั้งคนตัวเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ไม่รู้เกิดคึกอะไรถึงได้อ้อนขึ้นมาเสียเฉยๆ เขาก็เลยต้องเอาใจคนรักเสียหน่อย เห็นใบหน้ามุดเข้าที่อกเขาแน่น นึกกลัวจะหายใจไม่ออก “นอนดีๆสิครับ”

“หนูรักพี่ธัชจังเลย”

“พี่ก็รักหนูเหมือนกัน” สอดแขนเข้าที่ใต้คอกดจูบลงกลุ่มผมนุ่มนิ่ม อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาใช้ริมฝีปากรับจูบแทน โอ้โห ร้ายจริงๆ “ขอบคุณนะครับ.. ที่ให้โอกาสพี่”

“ฮื่อ.. ขอบคุณที่รักกันนะครับ” ชายหนุ่มเกลี่ยน้ำตาที่ปริ่มจะไหล ไม่รู้ทำไมแฟนเขาถึงได้ขี้แยขนาดนี้.. เขาค่อยๆจุมพิตลงที่เปลือกตาเบาๆ กอดก่ายแนบชิดด้วยอ้อมกอดอบอุ่น ปัดเป่าฝันร้ายไม่ให้กล้ำกราย สัญญาจะกล่อมให้คนรักหลับฝันดีทุกคืนจากนี้ไป..


TBC

ตอนหน้าบทส่งท้ายค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}