Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 19 พูดคุยด้วยเหตุและผล2

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 พูดคุยด้วยเหตุและผล2

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 235

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2561 10:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 พูดคุยด้วยเหตุและผล2
แบบอักษร

ตอนที่ 19 พูดคุยด้วยเหตุและผล2

                ผมพยายามคิดหาเหตุผลต่างๆมากมายนานานับประการรีดเร้นสิ่งต่างๆที่พอจะนึกได้  เอามาพูดกับองค์ชายสี่จูตงลู่คนนี้  ในขณะที่กำลังคิดผมก็พยายามทำสีหน้าให้ปกติและยิ้มให้เขาไปก่อน ผมรู้สึกถึงเหงื่อเย็นเริ่มซึมออกมาที่ด้านหลังของผม  สีหน้าขององค์ชายสี่ก็เริ่มมีความกังวลออกมา อีกแล้วอ่า!นี่อีกแล้วคิ้วเริ่มขมวดเป็นปมอีกแล้ว ผมคงจะมานั่งยิ้มให้เขาแบบนี้ตลอดทั้งวันไม่ได้หรอกนะถ้าเกิด  ไม่ตอบคำถามเขาให้ดีพอเขาก็คงไม่เชื่อเมื่อผมรวบรวมความคิดทั้งหมดไว้แล้วผมพยายามทำใจให้สงบและกำลังวางแผนว่าจะเริ่มบอกเขาจากตรงไหนก่อนดี?


                “ฮะฮะ องค์ชายสี่จากประสบการณ์ของท่านแล้ว ท่านลองเดาได้หรือไม่ว่าข้านั้นเป็นคนของเผ่าใด?”ผมหัวเราะเบาๆออกมาก่อนจะเริ่มกล่าวหยั่งเชิงเขาเพื่อดูปฏิกิริยาว่าผมควรจะพูดให้เขาเชื่อได้ยังไง?


                “ข้าขออภัยที่ต้องกล่าวเช่นนี้ ในความรู้และประสบการณ์ของข้าทั้งชีวิตพบผู้คนมากมายหลากหลายแคว้น เมื่อมองดูแค่เพียงครู่เดียวก็สามารถบอกได้ว่าคนผู้นั้นอยู่เผ่าใด  แต่ว่าเมื่อข้ามองท่านแล้วต่อให้ข้าจะมองอย่างไรก็ไม่อาจระบุว่าท่านเป็นคนจากที่ใดได้เลย”องค์ชายสี่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง การแสดงออกทางสีหน้าของเขาพูดกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมา


                “นั้นสินะ? องค์ชายสี่จู ท่านคงจะไม่สามารถเดาได้ว่าข้านั้นมาจากไหน? หรือเผ่าใด? งั้นข้าจะบอกท่านก็แล้วกัน แต่ว่า!ท่านจะเชื่อข้าหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องนึง”ผมกล่าวเพื่อทำให้บรรยากาศรอบๆตัวผมดูมีความลึกลับ สีหน้าและท่าทางขององค์ชายสี่จูตงลู่ยังไม่เปลี่ยนแปลง ขายังคงมีสีหน้าจริงจังและตั้งใจฟัง


                ผมพยายามสงบสติอารมณ์ในตอนนี้หัวใจของผมกำลังเต้นรัวแทบจะกระโดนออกมาอยู่แล้ว ‘แม่เอ่ย! อะไรมันจะมารู้สึกลุ้นระทึกขนาดนี่ยิ่งกว่าตอนนั่งดูหนังผีในโลกซะอีก!’ ผมทำสีหน้านิ่งเรียบก่อนจะสูดหายใจเข้านิดหน่อยพลางส่งยิ้มไปให้เขาแล้วกล่าวว่า “ตัวข้านั้นไม่ใช่คนของทั้ง4เผ่าที่ท่านกล่าวมาทั้งนั้นแหละองค์ชาย ทั้ง จิน ลิน กอน ยุน ต่างไม่ใช่เผ่าของข้า  แต่เผ่าของข้านั้นไม่ได้อาศัยบนผืนแผ่นดินนี้” ผมกล่าวสร้างบรรยากาศลึกลับให้เขาเดาที่มาของผมไม่ออกการแสดงออกของเขากลายเป็นซับซ้อน


                “แล้วเผ่าของท่านอาศัยอยู่ที่ใดเล่า! แม่นางหลงเอ๋อ?” เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะกล่าวถามผมด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจ เมื่อผมเห็นดังนั้นผมก็รู้ว่าผมมาได้ถูกทางแล้วต้องพูดให้มันดูคลุมเครือไว้เขาจะได้ไม่กล้าทำอะไรที่จะก่อให้เกิดผลเสียต่อตัวผมในอนาคต  ‘สิ่งมีชีวิตนี่ละกลัวความไม่รู้เป็นที่สุด!’


                “เผ่าของข้าอาศัยอยูที่!”ผมพูดเสียงเรียบพร้อมใส่อารมณ์ในคำพูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มออกไปพลางก็ชี้ขึ้นไปข้างบน แล้วกล่าวต่อว่า “เผ่าพันธุ์ของข้านั้น พวกเราอาศัยกันในเมืองขนาดใหญ่ท่ามกลางท้องนภาห่างไกลจากผืนแผ่นดินของพวกท่านหลายหมื่นหลายแสนลี้  องค์ความรู้คือพลังของพวกข้า! มิมีสิ่งใดเติมเต็มความใคร่รู้ของพวกข้าได้! ที่นั้นเผ่าพันธุ์ของข้ามีชีวิตผาสุข พวกข้านั้นมักเดินทางเพื่อการเรียนรู้สำรวจและเฝ้ามองทุกสรรพสิ่ง พวกข้าเดินทางไปตามดาราภพต่างๆในจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาล


                ถ้าหากจะให้พูดแล้วผืนแผ่นดินที่พวกท่านอาศัยอยู่และอาณาจักรใหญ่ต่างๆนี่ก็เปรียบเสมือนพื้นที่เล็กๆในหมู่ดวงดาวเล็กๆเท่านั้น ถ้าพูดอย่างไม่น่าฟังก็คงเป็น ผืนแผ่นดินนี้ก็เปรียบเสมือนเม็ดธุลีดินเล็กๆเท่านั้น!”  ผมกล่าวเสียงเรียบในขณะที่ยิ้มมุมปากแสดงสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวออกมา ไหนๆก็ต้องพูดให้เว่อร์แล้วก็ต้องเล่นให้ใหญ่ๆไปเลยสิดูสิว่า องค์ชายสี่จะมีปฏิกิริยายังไง?


                “อ้อ..ละอีกอย่างท่านจะเชื่อข้าหรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน  แต่ข้านั้นกล่าวตามความจริงไปหมดแล้ว”ผมยังไม่ลืมที่จะกล่าวทิ้งท้ายไว้ให้เขาคิดจนหัวหมุ่น ‘คิดไปเลยคิดให้ตายยังไงเขาก็ไม่รู้หรอกแถมจะไปสืบที่มาที่ไปก็หาไม่ได้ด้วย!’


                “อึก! ถ้าเช่นนั้นที่ท่านกล่าวมาทั้งหมดจะบอกว่าท่านไม่ใช่มนุษย์เช่นพวกเราแต่เป็นเทพเซียนบนสวรรค์ชั้นฟ้าอย่างนั้นหรือ?”องค์ชายสี่กลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วกล่าวออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ สีหน้าของเขานั้นเคร่งครึมดำถมึนราวกับก้นหม้อ ส่วนเสี่ยวหยาที่นั่งอยู่ข้างๆเขาก็สั้นกลัวขณะที่มองมาที่หน้าผมเธอตัวสั่นและเหมือนจะพูดอะไรไม่ออก


                “ท่านคิดว่าเช่นไรละองค์ชาย หืม? ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ ข้าไม่ได้จะพรากชีวิตพวกท่านไปเสียหน่อย”เมื่อผมเห็นการแสดงออกของทั้ง2คนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาในที่สุดก็เชื่อสนิทเลยสินะ แต่ว่าก็น่าสงสารเสี่ยวหยานิดหน่อยเหมือนเธอจะกลัวผมมากเลยสั่นไม่หายเลยคราวนี้ เห้อ! ผมทำเกินไปหรือเปล่านะ?


                “ข้าไม่ ข้า..พวกข้า!”องค์ชายสี่กล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกักอย่างอยากลำบาก เหมือนเขากำลังจะคุกเข่าลงไปบนพื้น  ผมจึงขมวดคิ้วจ้องมองเขาเพื่อเป็นการเตือนว่าห้ามทำอย่างนั้นเพราะองครักษ์ของเขาจะคิดยังไง ถ้าเจ้านายของพวกเขาคุกเข่าให้ผม


                “ไม่เป็นไรวางใจเถอะความสัมพันธ์เรายังเป็นเหมือนเดิมท่านเรียกข้าเช่นเดิมก็ได้ข้ามิได้ว่าท่านแต่อย่างไร ส่วนเสี่ยวหยา เจ้าอีกคนจะกลัวไปใยข้าก็ยังเป็นพี่หลงเอ๋อของเจ้าเช่นเดิมมิได้เปลี่ยนไปหรอก เด็กดี!” ผมกล่าวออกมายิ้มเล็กน้อยเพื่อปลอบความกลัวของพวกเขา


                เท่านี้ผมก็ไม่ต้องระแวงพวกเข้าแล้วอีกอย่างผมก็พูดจริงครึ่งเท็จครึ่งนะแค่พูดให้คลุมเครือ ผมไม่ได้ยอมรับว่าเป็นเทพเซียนอะไรด้วย แต่พวกเขาคิดกันเอาเองเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดผมหรอกนะ ให้พวกเขาเข้าใจอย่างงี้แหละคงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง?

.

.

.

.

                ข้าแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่านางจะเป็นเทพเซียนจริงๆ แต่ว่าพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆภายในนี่แถมยังกระโจมนี้อีกแล้วไหนจะคำกล่าวของหยาเอ๋ออีก ถึงตอนแรกข้าจะได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นแต่ข้าคงยังทำใจเชื่อไม่ได้อยู่ดีแต่พอมองสำรวจกิริยานางแล้ว ไม่มีพิรุธหรือร่องรอยของการโกหกเลยสักนิด  ข้าพยายามมองเข้าไปนัยน์ตาของนางแต่กลับพบว่ามันสว่างไสวดุจรุ่งอรุณ ไม่มีการโกหกรอยยิ้มของนางที่แสดงออกมาราวกับว่ากำลังเย้ยหยันสิ่งมีชีวิตที่โง่เขลาก็ มิปาน


                ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ถ้าเรื่องนี้เป็นจริงสิ่งที่นางพูดไม่ได้โกหก นางก็เป็นผู้ที่น่ากลัวที่สุดในแผ่นดินนี้แล้ว หมายความว่าชีวิตของพวกข้านั้นจะอยู่หรือตาย ก็อยู่ในเงื้อมมือของนาง จากคำเล่ากล่าวบอกกันมาของบรรพบุรุษ เหล่าเทพเซียนนั้นมีพลังแข็งแกร่งจนมิมีผู้ใดอาจเอื้อมถึง มีพลังสูงส่งสามารถตัดภูเขาย้ายมหาสมุทรง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ  ว่ากันว่าเหล่าเทพเซียนมักจะชอบถามสิ่งที่พวกเข้ารู้อยู่แล้วแต่แค่อยากรู้ว่ามนุษย์ผู้นั้นโกหกหรือไม่  และเมื่อเทพเซียนพิโรธก็ไม่มีสิ่งใดที่สามารถหยุดยั้งพวกเขาได้เลย


                ว่ากันว่าในอดีตเมื่อเทพเซียนนั้นพิโรธพื้นแผ่นดินและอาณาจักรหนึ่งถึงกับล่มสลายลงไปภายในราตรีเดียวเท่านั้นหากว่า  ข้าทำให้นางโกรธ หรือทำให้นางรู้สึกผิดใจขึ้นมาละก็ ตัวข้า หยาเอ๋อหรือแม้แต่อาณาจักรก็คงหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เป็นแน่  ข้าพยายามสงบใจตนเองและข่มกลั้นความกลัวที่มีลงไปแล้วหันไปมองหยาเอ๋อ ตอนนี้นางกำลังตัวสั่นด้วยความกลัวเหมือนลูกไก่ตัวน้อยที่พบกับอสรพิษที่จ้องจะเขมือบอาหารอันโอชะก็มิปาน


                เมื่อแม่นางหลงเอ๋อกล่าวว่านางมิได้คิดที่จะประกาศฐานันดรของนางต่อหน้าผู้คนและความสัมพันธ์ของพวกเรายังเป็นเช่นปกตินางกล่าวว่านางยังคงเป็นพี่หลงเอ๋อของหยาเอ๋ออยู่  เหมือนว่าสิ่งนี้จะเป็นเรื่องที่ข้ายืนยันได้ว่านางอาจจะมีความรู้สึกที่ดีต่อหยาเอ๋อ ฉันท์พี่น้อง นี่อาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับข้าและหยาเอ๋อก็เป็นได้  ถ้าเกิดว่าหยาเอ๋อได้รับความโปรดปรานเอ็นดูจากนางละก็


                ชีวิตต่อจากนี้ก็จะราบรื่นขึ้นและไม่ต้องกังวลเรื่องการลอบสังหารอีกแน่!  ถ้าเป็นยังงั้นจริงการให้หยาเอ๋อติดตามนางก็คงเป็นทางเลือกที่ดีอย่างนึงเลย! แต่ว่านางจะยอมรับหยาเอ๋อหรือไม่นั้นข้าก็ไม่แน่ใจ! แต่หากว่าหยาเอ๋อสามารถสนิทสนมและกลายเป็นผู้ติดตามของเทพเซียนได้จริงๆ หยาเอ๋อก็ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนมารังแกอีกแล้วเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีอย่างหาได้อยากยิ่ง ดั่งขนมเปี๊ยะหล่นจากฟากฟ้ามาทับมิหนำซ้ำยังเป็นขนมเปี๊ยะชิ้นใหญ่ยักเสียอีก


                ข้าควรถือโอกาสนี้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนาง และก็ต้องฝากฝังหยาเอ๋อให้ติดตามนาง หากว่าหยาเอ๋อได้รับการฝึกอบรมจากนางแล้วละก็ หยาเอ๋อก็จะมีความรู้ความสามารถมากกว่าผู้ใดในอนาคตนางต้องเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ของแผ่นดินแน่! เทพเซียนมีความรู้ความสามารถมากมายห่างชั้นจากมนุษย์ปุถุชนเดินดิน อีกอย่างนางก็กล่าวว่า องค์ความรู้คือพลังของนาง และไม่มีอะไรที่จะเติมเต็มความรู้และปัญญาของนางได้ดังนั้น นางจักต้องมีความรู้ความสามารถมากล้นเป็นแน่!


                เมื่อคิดได้ดังนั้นข้าจึงกล่าวขึ้นว่า “ถ้าเช่นนั้นข้าจะช่วยท่านเป็นสะพานเพื่อให้ท่านสามารถเข้าใกล้ผู้คนและสามารถสำรวจวิถีชีวิตของผู้คนในอาณาจักรได้แต่ว่า! มันอาจจะต้องใช่เวลาและความเชื่อใจมากหน่อย! ข้าสัญญาว่าข้าจะทำให้ดีที่สุดและทุ้มเททั้งกายและใจให้ท่าน!  ส่วนข้อแลกเปลี่ยนเพียงอย่างเดียวข้าอยากให้หยาเอ๋อคอยติดตามรับใช้ท่านขอให้ท่านอบรมสั่งสอนนางได้หรือไม่” เมื่อข้ากล่าวออกไปเช่นนั้นบรรยากาศก็เงียบลง  นางมีสีหน้าครุ่นคิดชั่วขณะ


                “ท่านพี่! นี่มัน ข้าจะไม่เป็นภาระของพี่หญิงหลงเอ๋อหรืออย่างไรกัน!”หยาเอ๋อกล่าวออกมาด้วยสีหน้าหนักใจข้าเข้าใจว่านางรู้สึกเช่นไรนางกลัวจะทำขายหน้าและทำให้เทพเซียนองค์นี้พิโรธแต่ข้าจำเป็นต้องทำเช่นนี้ ดูจากความรู้สึกของแม่นางหลงเอ๋อที่มีต่อหยาเอ๋อแล้ว เมื่อนางโกรธคงมิทำร้ายหยาเอ๋อหรอกเมื่อเทียบกับคนอื่น หยาเอ๋ออาจจะโดนดุด่าบ้างก็ไม่เป็นไรขอให้นางได้ฝึกฝนกับแม่นางหลงเอ๋อก็พอ


                “หยาเอ๋อเจ้าเงียบเดี๋ยวนี้พี่กำลังทำเพื่อเจ้าอยู่นะ! ถ้าเจ้าอยู่ภายใต้การคุ้มครองของแม่นางหลงเอ๋อเจ้าก็ไม่ต้องคอยระแวงเรื่องคนจะมาทำร้ายเจ้าและก็ไม่ต้องกลัวใครจะมากลั่นแกล้งเจ้าด้วย! อาศัยอยู่ภายใต้ปีกของนางเจ้าก็จะมีชีวิตที่ดีได้เข้าใจรึไม่!” ข้ากล่าวหยุดหยาเอ๋อเพื่อให้นางไม่ปฏิเสธเงื่อนไขนี้


                “ท่านว่าอย่างไรละแม่นางหลงเอ๋อ นี้เป็นข้อเรียกร้องเดียวของข้าขอให้ท่านอบรมดูแลปกป้องหยาเอ๋อข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังหรือคิดทรยศอะไรท่านทั้งนั้นแม้แต่ชีวิตข้าก็สามารถมอบให้ท่านได้!”ข้ากล่าวกับนางเพื่อยืนข้อเสนอนี้ถึงแม้ว่าชีวิตอันน้อยนิดของข้าจะไม่มีค่ามากพอสำหรับนางแต่ก็ต้องมั่นใจว่าหยาเอ๋อจะมีชีวิตที่ดีได้


                “อืม?นี่ก็...ก็ได้ให้นางอยู่ติดตามข้าขณะที่ข้าไปสำรวจอาณาจักรต่างๆก็แล้วกัน ข้าจะปกป้องดูแลนางตามที่ท่านขอก็ได้ แถมให้อีกหน่อยก็ได้ว่าจะให้สิ่งตอบแทนกับการทุ้มเทของท่านแน่นอน! เพราะฉะนั้นท่านโปรดจงทุ้มเททุกสิ่งอย่างทำงานให้ข้า! เช่นนี้ท่านว่าดีหรือไม่องค์ชาย?”นางกล่าวออกมายอมรับเงื่อนไขของข้า มิใช่แค่นั้นนางยังให้คำสัญญาว่าจะตอบแทนความพยายามของข้าที่มีต่อนาง นี้ถือว่าดีมาก ชีวิตนี้ข้าสามารถปล่อยวางได้แล้ว หยาเอ๋อมีคนปกป้องแล้วไม่จำเป็นต้องกลัวผู้อื่นรังแกแล้ว ฮ่าฮ่า!


                “ข้าขอให้สัญญากับท่านตราบใดที่หยาเอ๋อมีชีวิตที่เป็นสุขข้าจะติดตามรับใช้ท่านทุกอย่างไม่ว่าท่านจะสั่งให้ข้าสละชีวิตข้าก็ไม่เสียดาย!”อ่า!ถือว่าคุ้มค่าแล้ว


                “ท่านพี่อึก! ฮืออๆๆ ขอบคุณเจ้าค่ะ! ฮืออแง..”เสียงของหยาเอ๋อกล่าวออกมาพร้อมปล่อยน้ำตาไหลอาบปรางแก้มแดงระเรือนั้น ข้าจึงเข้าไปปลอบปะโลมนาง


                “เสี่ยวหยาจากเงื่อนไขที่พี่เจ้ากล่าวมา ข้าสัญญาว่าจะดูแลเจ้าให้เจ้ามีชีวิตที่สุขสบายสอนองค์ความรู้เท่าที่จะสอนเจ้าได้  ขอจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดปกป้องเจ้า แต่ว่าเจ้าห้ามนำสิ่งที่ข้าสอนไปรังแกผู้อื่นและเชื่อฟังข้า เจ้ายอมรับหรือไม่”


                “ยอมรับเจ้าค่ะ! ฮึก! เสี่ยวหยาจะติดตามพี่หญิงหลงเอ๋อ! จะเชื่อฟังท่านเจ้าค่ะ!”หยาเอ๋อกล่าวรับคำนางออกมาเมื่อได้ฟังแบบนั้นข้าก็รู้สึกโล่งใจวันเวลาที่เลวร้ายตลอดหลายปีของหยาเอ๋อกำลังจะหมดไป นางจะมีชีวิตที่ดีภายใต้การดูแลของแม่นางหลงเอ๋อ และเติมโตเป็นสตรีที่โดดเด่นเหนือใคร


                “ดีมากเด็กดี จากนี้ไปเจ้าต้องติดตามแม่นางหลงเอ๋อฟังสิ่งที่นางสอน แค่นี้พี่ก็มีความสุขแล้ว เห้อ” ข้ากล่าวปลอบปะโลมหยาเอ๋อให้นางหยุดร้องไห้พลางก็ถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งดั่งยกภูเขาใหญ่ออกจากอก

.

.

.

.

                ไม่นานก็เป็นยามอิ่วแล้วตั้งแต่ที่พวกข้าเขามายังกระโจมวิเศษแห่งนี้ของพี่หญิงหลงเอ๋อ เมื่อข้าหยุดร้องไห้ก็รู้สึกอายเล็กน้อยที่ข้าเสียกิริยาออกมาต่อหน้าคนอื่นแต่กระนั้น พี่หญิงหลงเอ๋อที่มองดูข้าก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดนางเอาแต่ยิ้มและมองดูข้าด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยน


                “เอาละนี่ก็เย็นแล้ว พวกท่านจะจัดเวรยามหรือไม่จัดก็ได้ข้าไม่มีปัญหาเพราะไม่มีอะไรสามารถเข้ามาที่นี่ได้หากข้าไม่อนุญาติ หากท่านไม่วางใจจะจัดคนเฝ้าทางเข้าหน้ากระโจมก็ได้ นี่เพิ่งยามอิ่ว ข้าต้องขอโทษด้วยแต่ข้าไม่มีเสื้อผ้าของบุรุษเลยเพราะงั้น ขอพวกท่านจงอย่าตำหนิข้าเลยโปรดทนใส่เสื้อผ้าของท่านไปก่อน หากพวกท่านต้องการซักเสื้อให้พวกท่านนำเสื้อผ้าของพวกท่านไปซักที่ลำธารเล็กใกล้ๆทะเลสาบนี้อย่าซักในทะเลสาบนี้เพราะพวกปลาจะว่ายหนีหายไปหมด


                ข้าจะไปเตรียมเครื่องนอนและสิ่งจำเป็นให้พวกท่านหากพวกท่านต้องการจะอาบน้ำโปรดใช้ห้องน้ำตรงนั้นพวกท่านนอนข้างล่างนี้คงไม่เป็นอะไรกระมั้ง? ส่วนเสี่ยวหยาหากเจ้ารู้สึกง่วงเมื่อใดให้บอกข้า ข้าจะพาเจ้าไปที่ห้องนอนชั้นบน ข้าขอตัวสักครู่” พี่หญิงหลงเอ๋อนางกล่าวออกมาแบบนั้นก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป


                ไม่นานนางก็กลับมาพร้อมกับห้อผ้าห่มหมอนและเบาะนอนมากมาย พวกข้ารู้สึกตกใจมากที่นางพยายามยกมา พวกข้าจึงเข้าไปช่วยนางยกออกมา ไม่นานเบาะนอนที่ทำจากผ้าเนื้อดีและวัสดุที่ข้าไม่รู้จักทั้งนุ่มทั้งลื่นแถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วยนางเอามาแจกจ่ายให้องครักษ์ทุกคนอย่างไม่เสียดาย  มีหมอนรูปสัตว์น่ารักมากมายมันสวยงามมากข้านั้นอยากจะได้สักใบเหลือเกิน ทุกคนได้รับข้าวของเครื่องใช้มากมายจากนาง ข้ารู้สึกพูดไม่ถูกเลย นางร่ำรวยมากมายแค่ไหนกันนะข้าพยายามคิดภาพในหัว


                ตอนนางอยู่บนสวรรค์นางคงจะมีวิมารลอยฟ้ามากมายเดินเล่นท่ามกลางหมู่เมฆ เบื่อเมื่อไหร่คงจะลอยไปที่ดาวบนท้องฟ้าดวงโน้นดวงนี่ มันจะรู้สึกดีแค่ไหนกันนะ? หลังจากนั้นไม่นานนางก็สอนพวกองครักษ์ใช้ห้องน้ำหลังจากทุกคนได้เข้าไปในห้องอาบน้ำก็มีแต่ความตกตะลึงและอุทานออกมาไม่ขาดสาย เพราะทุกสิ่งในห้องน้ำนั้นวิจิตรงดงามตระการตามาก เหล่ามังกรมากมายบนผนังถูกแกะสลักอย่างประณีตราวกับมีชีวิตอัญมณีสีสันต่างๆเรืองรองออกมาจากทุ่งสิ่งในนั้นราวกับสายแร่เปล่งประกายวาววับ


                ที่พื้นเป็นหินขัดชนิดใดก็ไม่ทราบแต่สิ่งที่ใช้ปูพื้นห้องน้ำนั้นกับมีสิ่งนึงที่ข้ารู้จัก มันคือหยกขาวนั้นเป็นสิ่งที่มีราคามากและหาได้ยากแม้จะเป็นชนชั้นสูงในอาณาจักรข้าก็ตาม แต่นางกลับเอามันมาทำพื้นห้องน้ำที่กว้างใหญ่นี่ ห้องน้ำข้างล่างนั้นมีขนาดที่กว้างกว่าด้านบนมากและก็ยังมีบ่อน้ำผุร้อนที่เอาไว้แช่อยู่ด้วย  เมื่อมองไปที่เพดานกลับเห็นหมู่ดาวมากมายในนั้นให้ความรู้สึกแปลกประหลาดพิสดารเกินคำบรรยายไม่สามารถหาคำใดมากล่าวสิ่งเหล่านี้ได้เลย  ราวกับมีเวทมนต์เสกสันสิ่งเหล่านี้ออกมา


                หลังจากนั้นเมื่อพวกองครักษ์ออกมาจากห้องน้ำก็ทำการนั่งจับกลุ่มคุยกัน  ท่านพี่สั่งให้จัดเวรยาม2คนเฝ้าหน้าทางเข้ากระโจมแห่งนี้ ส่วนพี่หญิงหลงเอ๋อก็นำของกินไปให้พวกเขาที่จะเฝ้ากระโจมพลางกล่าวว่า “ดึกดื่นค่ำคืนนั้นหนาวพวกท่านอาจะหิวข้าให้สิ่งนี้แก่พวกท่านไว้กินยามดึก แล้วก็เอาผ้านี่ไปห่ม” ความเมตตาของนางที่แสดงออกมาทำให้ข้านั้นยิ่งหลงใหลเคารพยกย่องนางอย่างหาที่เปรียบมิได้


                นางเป็นถึงนางเซียนที่สูงส่งแต่นางกลับช่วยเหลือพวกเรามากมายและไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยแต่อย่างใด นางช่างต่างกับพวกเราเสียจริง หากว่าทุกคนบนโลกใบนี้เป็นเหมือนนาง คงจะมีแต่ความผาสุขเป็นแน่  ข้านั่งคุยเรื่องต่างๆมากมายกับท่านพี่ เขาบอกข้าว่าให้ข้าเชื่อฟังพี่หญิงหลงเอ๋อและเรียนรู้สิ่งต่างๆจากนาง และคุยถึงเรื่องต่อจากนี้ ข้าพูดคุยอย่างสนุกสนานและมีความสุข  นอกจากนี้แล้วท่านพี่หญิงหลงเอ๋อยังนำเกมส์กระดานต่างๆออกมา เป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนแต่ละเกมก็มีกฎของมัน


                พี่หญิงหลงเอ๋อ สอนพวกข้าเล่นพวกเราเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่ละเกมส์ก็แฝงไว้ด้วยแนวคิดต่างๆโดยเฉพาะเกมส์ที่มีชื่อว่าเกมเศรษฐีหลักการนั้นไม่อยากแค่ทำให้ผู้เล่นคนอื่นล้มละลายหมดตัวคนนั้นก็ถือว่าแพ้ เป็นการอ้างอิงการทำธรุจคล้ายโรงเตี๊ยมที่พักตามเมืองต่างๆ ทั้งสนุกสนานและเฮฮานอกจากนี่ยังมีขนมของว่างต่างๆมากมายข้าก็กินมันแทบจะทั้งหมดเลย ข้าไม่เคยกินขนมอะไรที่อร่อยเท่านี้มาก่อน ข้าอยากจะได้สักหลายๆห่อ  ต่อจากนี้เมื่อข้าอยู่กับนางคงจะมิมีวันเบื่อแน่


                ไม่นานเวลาก็ผ่านไปรวดเร็วพริบตาเดียวตอนนี้ก็ยามไฮ่แล้ว ข้าหาวออกมาเบาๆ เมื่อพี่หญิงหลงเอ๋อเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวว่า “อ่า! เวลาปานนี้แล้วเหรอเนี่ย!ดึกมากแล้วเจ้าคงจะง่วงแล้ว งั้นข้าจะพาเจ้าขึ้นไปนอนข้างบนเสี่ยวหยาเจ้าจะได้พักผ่อน  ส่วนท่านองค์ชาย ข้าคิดว่าให้พวกท่านพักอาศัยอยู่ที่นี่ก่อนสักหลายวันหน่อยอย่าเพิ่งออกไปไหนข้าเกรงว่าพวกมือสังหารยังคงอยู่ในป่านี่คอยตามหาพวกท่านอยู่ รอจนพวกมันไปแล้วพวกท่านค่อยกลับอาณาจักร”


                “ได้ ข้าก็คิดว่าจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน  ลำบากแม่นางหลงเอ๋อแล้วถ้ายังไงเรื่องการหาอาหารข้าจะให้พวกองครักษ์ออกไปล่าสัตว์เล็กมาจะได้ไม่ลำบากแม่นางนัก”ท่านพี่กล่าวกับพี่หญิงหลงเอ๋อพลางก็แสดงสีหน้าลำบากใจ


                “ไม่ลำบากมากมายหรอกนานๆทีมีแขกมาข้าก็ไม่เหงาเท่าไหร่ งั้นพวกเราไปกันเถอะเสี่ยวหยา”พี่หญิงหลงเอ๋อกล่าวขึ้นพร้อมกับเดินนำไป ข้าหันไปกล่าวกับท่านพี่ว่า “ข้าไปนอนก่อนนะเจ้าค่ะ”แล้วเดินตามนางไป


                เดินขึ้นบันไดที่สวยงามผ่านประตูห้องแปลกๆจนมาถึงห้องใหญ่ที่ข้าเคยเข้ามาก่อนหน้านี้ นางกล่าวกับข้าว่า

“เจ้านอนที่นี่นะเสี่ยวหยา ถ้าเกิดอยากเข้าห้องน้ำยามดึกก็ใช้ได้ตลอดถ้าสงสัยสิ่งใดก็ถามเชวียนเชวียนที่อยู่ในห้องน้ำนางจะบอกเจ้าเอง   ถ้าเกิดเจ้ามีอะไรจะเรียกข้าให้เจ้ากดปุ่มที่อยู่บนเครื่องนี่ ข้าจะอยู่ห้องข้างๆเจ้าเข้าใจหรือไม่?”


                “เข้าใจเจ้าค่ะพี่หญิงหลงเอ๋อ  ท่านดีกับข้าเหลือเกินเจ้าค่ะข้าสัญญาว่าจะเชื่อฟังท่านอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย!”ข้ากล่าวยืนยันจริงๆจังต่อหน้านาง


                “ฮ่าๆ จร้าๆ นอนได้แล้วเด็กดี! ข้าจะปิดไฟแล้วนะ ถ้าเจ้าต้องการเปิดไฟให้กดปุ่มที่อยู่ข้างๆเตียงของเจ้าละ”นางกล่าวพลางปิดไฟแล้วเดินออกจากห้องไป เมื่อนางไปแล้วข้าจึงทิ้งตัวลงนอนเมื่อหัวหนุนหมอนไม่นานข้าก็จมลงสู่ห้วงนิทรา

*ยามอิ่ว ยามไฮ่ เป็นหน่วยบอกเวลาของจีนโบราณ ยามอิ่วคือ(5โมงเย็น-1ทุ่ม) ยามไฮ่คือ(3ทุ่ม-5ทุ่ม)

**หลงเอ๋อกำลังวางแผนจะเข้าไปในอาณาจักรโดยใช้องค์ชายสี่จูตงลู่เป็นคนกลาง และเมื่อองค์ชายบอกว่าให้หลงเอ๋อรับเสี่ยวหยาและสอนนาง หลงเอ๋อคิดว่าถ้ามีคนที่เป็นคนของอาณาจักรมาเป็นพวกคงจะสามารถช่วยเหลือเรื่องของฝั่งนี้ได้บางเมื่อหลงเอ๋อกลับไปยังยาน และก็เป็นการซื้อใจพวกเขาด้วย

***หลงเอ๋อพยายามซื้อใจทุกคนที่นี่แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นคือ หลงเอ๋อเป็นเทพธิดาผู้ใจดีบริสุทธิ์มาเยือนโลกมนุษย์

****ขนมเปี๊ยกคือขนมในงานมงคล ประโยคที่ว่า ขนมเปี๊ยะหล่นทับ เป็นการเปรียบเปรยว่า โชควาสนาหล่นทับ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น