Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 17 จิตของเทพผู้ปกปัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 จิตของเทพผู้ปกปัก

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 201

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2561 19:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 จิตของเทพผู้ปกปัก
แบบอักษร

ตอนที่ 17 จิตของเทพผู้ปกปัก

 ตอนที่ข้ายังเด็กนั้น ท่านพี่และท่านพ่อก็คอยปกป้องข้ามาตลอดหลังจากที่ท่านแม่จากข้าไปตั้งแต่ข้ายังเด็ก ท่านพ่อมักจะรักและเอ็นดูข้าเสมอ ท่านพ่อคอยสั่งสอนข้าและท่านพี่ ให้พวกเราช่วยเหลือดูแลกันยามท่านจากไป ท่านกล่าวว่า “พวกเจ้าสองพี่น้องเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อ พ่อมิอาจปกป้องเจ้าได้ตลอดเวลา พ่ออยากจะให้พวกเจ้าสองคนคอยดูแลกันตอนนี้เจ้ายังเล็กอาจจะมิรู้ความก็ไม่เป็นไร พ่อเพียงหวังแต่ว่าเมื่อเจ้าเติบใหญ่เจ้าทั้งสองจะมีความสุขและมีชีวิตที่สงบคอยช่วยเหลือพี่น้องของพวกเจ้าจากภัยอันตราย”


                ตอนนั้นข้ายังมิเข้าใจความหมายของคำกล่าวของท่านพ่อ จึงได้แต่รับคำไปอย่างมิคิดอะไร ผ่านไปหลายปีเมื่อข้าโตขึ้นข้าก็ได้รู้ความจริงบางอย่างว่า มารดาของข้านั้นมิได้ป่วยตายแต่ว่าถูกปลงพระชนม์  ความเศร้าโศกเสียใจเอ่อล้นออกมาจากตัวข้าความเจ็บปวดเสียใจทำให้ข้าแทบจะรับความจริงไม่ไหวจึงทำได้แค่แอบไปร้องไห้ในที่ๆไม่มีคนเห็นเพื่อเก็บซ่อนความอ่อนแอของตน  ข้าเริ่มเข้าใจว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่ข้าใช้ชีวิตอยู่ได้ปกติสุขปราศจากภัยอันตรายนั้นเพราะว่าท่านพี่และท่านพ่อนั้นทรงเหน็จเหนื่อยปกป้องตัวข้าให้ห่างจากภัยอันตราย


                เมื่อเป็นเช่นนี้ตอนนี้ข้าโตพอที่จะรับรู้ความจริง ท่านพี่จึงทรงสอนข้าให้รู้จักเก็บอารมณ์และอย่าแสดงความอ่อนแอให้ศัตรูเห็นมิเช่นนั้นพวกมันก็จะได้ใจและมีความสุขกับความทุกของข้า  ข้าจึงพยายามเปลี่ยนตัวเอง แต่ความจริงมันไม่ง่ายเช่นนั้น  การจะทำให้ตัวเองสงบนิ่งได้นั้นยากลำบากเหลือแสนยิ่งไปกว่านั้นคือการเก็บความรู้สึก ตัวข้านั้นมักจะทำได้ไม่นานนักก็ต้องแสดงความรู้สึกนั้นออกมาเสียแล้ว  เพื่อฝึกฝนตัวเองและเป็นการพาข้าไปท่องเที่ยวเก็บประสบการณ์ท่านพี่จึงพาข้าออกมาล่าสัตว์


ข้าและท่านพี่และองครักษ์ร่วมร้อยชีวิตจึงเข้าไปล่าสัตว์ที่บริเวณทางเข้าป่า นอกแคว้นหงซือทางเหนือของอาณาจักรจูเชวี่ย ใครจะคิดเล่าว่าการมาล่าสัตว์ครั้งนี้จะมีศัตรูส่งนักฆ่าและมือสังหารที่มีฝีมือมากำจัดพวกเรา องครักษ์หลายร้อยชีวิตสละชีพเพื่อปกป้องพวกเราพวกเราหลบหนีอยู่ภายในป่านาน5วัน องครักษ์จากร้อยชีวิตเหลือแค่ยี่สิบกว่าคนไม่หนำซ้ำท่านพี่ยังต้องมารับคมกระบี่แทนข้าที่ประมาทเพราะความโง่เง่าของข้าที่กระหายน้ำเสียอีก  เราหลบหนีกันไปจนกระทั่งถึงทะเลสาบแห่งหนึ่ง


ที่นั้นพวกเราได้พบกับสตรีนางนึง นางเป็นสตรีที่แปลกที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมานางมีเรือนผมสีม่วงอ่อนในตาสีทอง ใบหน้าเรียวรูปไข่ ปากบางเหมือนผิงกัวจมูกเล็กเชิด แพรขนตางามงอนดุจปีกผีเสื้อ คิ้วสวยได้รูป  เมื่อนางยิ้ม  ทุกสิ่งในโลกที่ข้าคิดว่าสวยงามยังต้องอับอายและข้าก็อดมิได้ที่จะเอาตัวเองไปเทียบกับนาง  ทุกคนเคยบอกว่าเป็นสตรีเป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงามที่สุดข้าเข้าใจว่านั้นคือคำกล่าวเยินยอสตรีที่งดงาม  แต่มิใช่เลยนางต่างหากที่เหมาะจะเรียกว่างดงามอย่างแท้จริง ความงามของสตรีคนใดก็มิอาจเทียบกับนางได้เลยแม้แต่ตัวข้าก็ตาม


เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกอิจฉาใบหน้าที่แสนงดงามนี้  มันจะดีแค่ไหนนะถ้าข้างดงามได้สักครึ่งของนาง ครั้งแรกที่ข้าพบนางข้ามีความคิดว่านางอาจจะเป็นปีศาจแปลงกายมา  เพราะว่าไม่มีมนุษย์คนใดหรอกที่จะมีสีผมและสีตาที่แปลกเช่นนี้แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเราก็ได้รับการช่วยเหลือจากนาง  นางพาพวกเราเข้าไปในกระโจมของนาง แรกเริ่มข้านั้นสงสัยว่าเหตุใดนางถึงบอกว่าให้พวกเราทั้งหมดเข้าไป แต่เมื่อข้าได้รู้ว่าแท้จริงกระโจมนี้มิใช่กระโจมทั่วไป  ในกระโจมมีโถงทางเดินกว้างมีเครื่องเรือนโต๊ะม้านั่งต่างๆที่แปลกตา  มีตั่งนอน ที่ทำจากขนสัตว์ข้ามิรู้ว่ามันทำมาจากอะไร


                แต่เท่าที่สังเกตุคงจะเป็นขนสัตว์ที่มีราคาแพงและหาได้ยากมาก  นางนำน้ำสะอาดที่ถูกบรรจุในภาชนะแปลกๆที่มีความใสและเย็นออกมาให้พวกเราโดยไม่มีความตะหนี่แม้แต่น้อย  ข้าเลยคิดว่านางคงจะเป็นคนที่มั่งคั่งและต้องร่ำรวยล้นฟ้าเป็นแน่จึงเอาของมีข้ามากมายเหล่านี้มาช่วยเหลือพวกข้า นางบอกให้เหล่าองครักษ์หาที่นั่งพักได้ตามสบาย แต่พวกเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะนั่งบนเก้าอี้หรือตั่งเพราะกลัวคาบเลือดดินโคลนจะทำให้เครื่องเรือนสกปรกและถูกนางตำหนิและไล่พวกเราออกไป


                แต่ใครจะคิดนางกลับบอกให้นั่งบนตั่งได้โดยไม่แม้แต่จะสนใจ  นางลงมือรักษาแผลให้ท่านพี่ ข้ามองสำรวจดูนางเหมือนนางจะเป็นหมอและมีวิชาความรู้ทางแพทย์ที่สูงส่ง นางลงมือแค่แปปเดียวและวินิจฉัยอาการของท่านพี่พร้อมคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดกับท่านพี่ได้เหมือนเป็นเรื่องปกติมันจึงทำให้ข้าแน่ใจว่านางต้องเป็นหมอที่มีฝีมือแน่นอน  นางบอกให้ข้าตามนางไปที่ห้องอาบน้ำเพราะตัวข้าตอนนี้นั้นสกปรกและเสื้อผ้าอาภรก็ขาด นางจึงเรียกให้ข้าตามนางไป ข้าจึงหันไปขอความเห็นจากท่านพี่ แต่ท่านพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรข้าจึงเดินตามนางไปโดยขึ้นบันไดไป


                ชั้นบนมีประตูหน้าตาแปลกๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็เป็นห้องนอนขนาดใหญ่ห้องหนึ่งข้านั้นแปลกใจมากว่าสิ่งที่ข้าเห็นนี้ใช่ฝันหรือไม่?กระโจมนี้ช่างแปลกนักภายนอกดูเหมือนกระโจมธรรมดาแต่ภายในกลับกว้างใหญ่หรูหรา ราวกับว่าเป็นเวทมนต์รังสรรค์จากเหล่าเทพเซียน  พอเดินเข้าไปในตัวห้องเตียงนอนขนสัตว์และผ้าต่างๆทั้งม่าน พรม ผ้าห่มต่างมีสีสันแปลกตามิรู้ว่าทำมาจากผ้าชนิดใด  ข้าคิดว่านางชั่งร่ำรวยเสียจริงทำให้ข้าที่คิดว่า ผ้าสีสันสวยงามมากมายเหล่านี้นางได้มาจากที่ใดกัน? เมื่อเดินเข้าไปจึงพบกับประตูอีกบานเมื่อเปิดเข้าไปก็พบกับห้งอน้ำที่แปลกตา


                ในนั้นมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่พื้นห้องปูด้วยหยกและ อัญมณี ที่ข้าไม่รู้จักในบ่อเต็มไปด้วยแสงสีเรืองรองจากไพลิน มรกต อัญมณีเม็ดน้อยใหญ่ ถูกนำมาทำเป็นพื้นกำแพงและเพดานของห้องน้ำ ในห้องมี มุกเรืองแสงสีเหลืองทองสว่างออกมา ไข่มุกเม็ดนั้นแขวนอยู่บนเพดานห้อง ช่างเป็นไข่มุกที่เม็ดใหญ่ที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา! นี่นางร่ำรวยแค่ไหนกันแน่!?เหตุใดจึงได้มีสมบัติล้ำค่ามากมายเช่นนี้!  ถ้าเทียบแล้วแค่ข้าวของในกระโจมหลังนี้ก็อาจจะมีราคามากกว่า ทรัพย์สมบัติท้องพระคลังหลงของท่านพ่อเสียอีก!


                จะมีใครบ้างที่เอาเพชรพลอยมากมายมาสร้างเป็นอ่างอาบน้ำเช่นนางกัน! หลังจากที่ข้ากำลังตกตะลึงกับสิ่งที่ตาเห็นอยู่นั้นนางก็กล่าวขึ้นเรียกสติข้า


                “แม่นางน้อยนี้คือห้องอาบน้ำ  นี่คืออ่าง เมื่อท่านต้องการเติมน้ำในอ่าง ให้ท่านกดปุ่มนี้ ปุ่มนี้คือน้ำอุ่นและปุ่มนี้คือน้ำเย็น นี้คือฝักบัวเมื่อท่านกดตรงนี้น้ำอุ่นจะไหลออกมาจากฝักบัวใช้แทนขันอาบน้ำ เมื่อท่านต้องการปลดทุกข์ให้ท่านมานั่งที่เก้าอี้หยกขาวตรงนี้ ไม่ว่าจะหนักหรือเบาเมื่อท่านเสร็จแล้วให้กด ปุ่มนี้ที่ข้างๆเก้าอี้หยกขาวนี่ ตรงนี้คือแชมพูสระผมและตรงนี้คือสบู่อาบน้ำ แชมพูใช้สระผม สบู่ใช้ทำความสะอาดชำระล้างร่างกาย วิธีใช้เมื่อท่านตัวเปียกแล้วให้เอาสบู่ถูตัวให้เกิดฟองให้ทั่วแล้วล้างด้วยน้ำให้สะอาด ท่านเข้าใจหรือไม่?”นางกล่าวสอนสิ่งต่างๆที่ข้าไม่เข้าใจและสิ่งที่นางสอนก็ถึงกับทำให้ข้าพูดอะไรไม่ออกราวกับว่าข้านั้นเป็นคนที่โง่เขลาจนไม่รู้ว่าสิ่งที่นางอธิบายคืออะไร?


                “ทะ..ท่านยอดฝีมือหญิง ขะ..ข้าไม่ค่อยเข้าใจ วะ..ว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไรทะ..ท่านจะช่วยอธิบายให้ข้าฟังอีกรอบได้หรือไม่? ระ..หรือไม่ท่านก็ช่วยอยู่ที่นี่ ข้ารบกวนท่านอาบน้ำให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?... เออ! ข้าไม่ได้มีเจตนาเห็นท่านเป็นบ่าวนะเจ้าคะ ข้าแค่ไม่รู้ว่าต้องใช้สิ่งเหล่านี้ยังไงจริงๆ! ข้าขอโทษด้วยเจ้าค่ะ! ท่านโปรดกรุณาข้าสักครั้งได้หรือไม่!?”ข้ากล่าวขอร้องนางด้วยความเขินอาย ข้าไม่รู้อะไรเลยว่าอะไรคือสบู่อะไรแชมพู อันไหนฝักบัว แล้วอะไรคือเก้าอี้หยกขาว ข้าไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง


                “อืมแบบนี้มันจะดีหรอ? ข้าว่าคงไม่ดีหรอก อืม? จะทำยังไงดีละ?”นางกล่าวครุ่นคิดออกมาว่าจะทำอย่างไรดี แต่ใจข้าตอนนี้กลัวว่านางจะโกรธและตำหนิข้าด่าว่าข้าโง่ ข้าก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดแค่อาบน้ำเองยังไม่เป็น ข้าไม่รู้นางจะด่าว่าข้าอย่างไรบ้าง แล้วทันใดนั้นนางก็กล่าวว่า “อ่า!นึกออกแล้ว งั้นเดี๋ยวข้าจะให้เชวียนเชวียนเป็นคนสอนเจ้าก็แล้วกัน ให้เชวียนเชวียนคอยช่วยเหลือเจ้า! เปิดระบบช่วยเหลือโหมดAI!” นางกล่าวออกมาแบบนั้นข้ากลับยืนงงเป็นไก่ตาแตกนางพูดอะไรกัน?ทำไมข้าฟังไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง?!


                เชวียนเชวียน เป็นใคร?  หมด..โหมด คืออะไร? ข้าพยายามใช้ความคิดทั้งหมดที่ข้ามีนึกคิดว่า หมดอะไร ไอ อะไร หรือนางเจ็บคอจะไอ? ทันใดนั้นก็มีเสียงของสตรีตอบรับจากที่ใดก็ไม่ทราบดังขึ้นมา “ยืนยันคำสั่งเสียง! ผู้ออกคำสั่งหลันหลงเอ๋อ! ทำการเปิดระบบช่วยเหลือโหมดAI เปิดระบบเรียบร้อย! เชวียนเชวียนรอฟังคำสั่ง!”  ข้าพยายามมองไปรอบๆห้องตามที่มาของเสียงแต่ก็ไม่พบใครนอกจากข้าและนางที่อยู่ที่นี่ข้าเริ่มรู้สึกกลัว!  จึงกล่าวถามนางว่า “ทะ..ท่านยอดฝีมือหญิง นั้นเสียงใครหรือเจ้าค่ะ?  ทำไม่ข้าถึงมองไม่เห็นใครเลย?”


                “อ่า!เจ้าไม่ต้องกลัวนี้เป็นเสียงของเชวียนเชวียน นางเป็นอืม?เอ่อ?จิตเทพผู้ปกปักห้องน้ำแห่งนี้น่ะ นางจะเป็นคนสอนเจ้าเอง  ถ้าเจ้าสงสัยอะไรก็ให้ถามนาง  ส่วนข้าจะรออยู่ข้างนอกนี้ ถ้ามีอะไรเจ้าเรียกข้าได้ตลอด ส่วนเสื้อผ้าของเจ้าให้ถอดแล้วใส่ไว้ที่ตะกร้าหน้าห้องน้ำและใช้ผ้าขนหนูนี่คลุมตัวไว้ ส่วนข้าจะไปหาเสื้อผ้ามาให้เจ้า  ดูไปแล้วเจ้าน่าจะใส่เสื้อของข้าได้พอดี”นางกล่าวเสร็จก็เดินออกไปปล่อยให้ข้ายืนด้วยความมึนงงและสับสน


                “AIเชวียนเชวียนยินดีให้บริการ! กรุณากดปุ่มเปิดน้ำอุ่นAIจะทำการเติมน้ำให้เต็ม กรุณาลงไปแช่ในบ่อเพื่อชำระร่างกาย!  ฝั่งซ้ายคือแชมพูใช้สระผม!  ฝั่งขวาคือสบู่ใช้ถูตัว!  กรุณาเลือกกลิ่น!หากท่านไม่รู้กลิ่นสามารถทำการทดสอบกลิ่นของแชมพูและสบู่  ถูจนเกิดฟอง แล้วลงไปในบ่อเพื่อชำระร่างกายให้สะอาด เมื่อท่านต้องการถ่ายทุกข์ให้ขึ้นไปนั่งที่ชักโครก แล้วทำการปลดทุกข์เมื่อเสร็จให้ทำการกดปุ่มด้านข้างเพื่อทำความสะอาด” เสียงของจิตเทพผู้ปกปักห้องน้ำดังขึ้นข้าได้แต่ฟังและทำตามคำบอกกล่าวของท่านเทพเชวียนเชวียนอย่างเชื่อฟังเพราะกลัวว่านางจะพิโรธใส่ข้า


                เมื่อข้าถามว่าชักโครกคืออะไร? ก็ได้รู้ว่าชักโครกก็คือเก้าอี้หยกขาวนั้นเอง  เมื่อเสร็จเรียบรอยข้าจึงนำผ้ามาคลุมตัวแล้วเดินออกจากห้องน้ำไป  ก่อนออกไปข้ายังไม่ลืมที่จะขอบคุณท่านเทพเชวียนเชวียน ข้าต้องรีบเอาเรื่องนี้ไปบอกท่านพี่ว่า ยอดฝีมือหญิงคนนี้ต้องไม่ธรรมดานางมีเทพเซียนเป็นข้ารับใช้  ข้าอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้  สวรรค์ยังเมตตาพวกเราอยู่ถึงส่งนางมาที่นี่และเราก็พบนาง นี้จะต้องเป็นสิ่งที่เรียกว่าลิขิตสวรรค์แน่แท้ ! ข้าไม่รู้ว่ายอดยุทธหญิงนางเป็นใคร?! แต่ฐานะของนางต้องไม่ธรรมดาแน่! หรือว่านางอาจจะเป็นเทพเซียนบนสวรรค์?


                หลังจากข้าออกมาก็เห็นนางนั่งรออยู่ที่หน้าห้องน้ำแล้ว  นางนำเสื้อผ้ามาให้ เมื่อข้าได้เห็นอาภรที่นางนำมาก็แทบตกตะลึงเนื้อผ้าสีม่วงอ่อนปักลายหงส์งดงามตระการตา ราวกับกำลังโผบินกลางท้องนภา สวยสดงดงามราวกับมีชีวิต เมื่อสัมผัสเนื้อผ้าข้ากลับยิ่งตกตะลึงยิ่งกว่าเก่า เนื้อผ้าให้ความรู้สึกนุ่มสบายและแตกต่างกันตามส่วนข้องเสื้อผ้า ข้าไม่รู้เลยว่าแค่อาภรตัวนี้ก็ไม่รู้ใช้ผ้าที่มีค่ามากมายแค่ไหนมาตัดเย็บจนเป็นอาภรนี้ ข้าสัมผัสได้ถึงความละเอียดของตัวผ้า สูงสงสง่างามการออกแบบช่างไร้ที่ติ


                นางยืดอาภรให้ข้าและบอกข้าว่า “เมื่อสวมชุดเสร็จแล้วไปหาข้าที่หน้ากระจก” ข้าพยายามใส่เสื้อผ้าตัวนี้อยู่นานแต่ก็ใส่แบบผิดๆถูกๆใช้เวลาอยู่นานจึงออกไปหานางที่หน้ากระจก เมื่อนางเห็นข้านางก็ยิ้มออกมา ข้ารู้สึกอายมาก ข้ารู้ว่าที่นางยิ้มเป็นเพราะข้าใส่เสื้อผ้าไม่ถูก  นางจึงดึงข้าไปอยู่ที่หน้ากระจกก่อนจะทำการจัดแจงอาภรบนตัวข้าและผู้เชือกให้ใหม่ เสร็จแล้วนางบอกให้ข้านั่งลงหน้ากระจกก่อนนางจะทำการเกล้าผมข้า นางแบ่งผมข้าเป็น3ส่วนมัดรวบสูงและไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นางเอาเครื่องประดับออกมา


                ข้าบอกได้เลยว่าข้าไม่เคยเห็นเครื่องประดับใดที่สวยงามเท่านี้มากก่อนรัดเกล้าและปิ่นอัญมณีสีม่วงงดงามช่างเป็นงานฝีมือที่ประณีตมาก นางปักมันลงผมบนศรีษะของข้าและจัดแต่งผมให้ข้าอ่า! ไม่รู้ทำไมข้าถึงมีความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกนางดูแลข้าเป็นอย่างดี นางมองสำรวจข้าในกระจกก่อนจะยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นช่างแสนอบอุ่นมันทำให้ข้าคิดถึงท่านแม่มากที่ตอนข้าเป็นเด็กท่านเคยหวีผมและจัดผมให้ข้า อยู่ดีดีข้าก็น้ำตาไหลออกมา เมื่อนางเห็นดังนั้นจึงถามข้าว่า ข้าร้องไห้เพราะเหตุใด ข้าได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหัวไปมาพลางกกล่าวกับนางว่าไม่มีอะไร นางจึงกล่าวกับข้าว่า


                “อืม? เจ้าดูดีมากเห็นไหม? เจ้าชอบมันหรือไม่?” นางกล่าวถามข้าพลางก็ขยับปิ่นบนหัวข้าเบาๆ


                “ชอบเจ้าค่ะมันสวยมาก! ข้าไม่เคยเห็นเครื่องประดับและอัญมณีใดที่สุขสว่างและสวยงามเช่นนี้และมันยังมีสีที่ไม่เหมือนอัญมณีที่ข้าเคยรู้จักเลย”ข้าตอบนางไปด้วยความสัตย์จริงเพราะข้าชอบชุดที่ข้าสวมนี้มากข้าคิดว่าหากข้ามีชุดอาภรสวยๆแบบนี้ใส่จะเป็นอย่างไรนะ ถ้าข้าใส่ไปอวด องค์หญิงและคุณหนูแคว้นอื่นๆ พวกนางคงต้องมาร้องขอข้าและถามว่าข้าได้มันมาจากไหน มันคงจะดีไม่น้อยเลย ทันใดนั้นเสียงกล่าวของนางก็ถึงกับทำให้ข้ากลายเป็นโง่งมและข้าได้แต่เหม่อลอยกับคำที่นางกล่าว


                “งั้นข้ามอบให้เจ้าละกันทั้งชุดทั้งเครื่องประดับนี่  ถือว่าเป็นของขวัญที่เราพบกัน”นางกล่าวเรียบๆ นี่มันจะได้ยังไงกันนางถึงกับมอบเสื้อผ้าอาภรและเครื่องประดับที่ล้ำค่าแบบนี้ให้ข้าแบบหน้าตาเฉยโดยไม่สนว่ามันจะเป็นของที่หายากหรือสวยงามแค่ไหน นางทำกับว่านางแค่ส่งขนมหวานให้ข้าแค่นั้น นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่! นางเป็นผู้มั่งคั่งจากที่ใดกันจึงกล่าวว่าให้ก็ให้เลยแบบนี้!  ข้าจึงถามนางกลับไปว่า “จะได้หรือเจ้าค่ะ? มันดูมีค่ามากเกินไปข้าจะรับมันำเอย่างไร ข้า-”ก่อนที่ข้าจะทันพูดจบนางกลับกล่าวตัดคำข้าสั้นๆว่า “เอาไปเถอะข้ามีพวกมันเป็นร้อยๆตัว ให้เจ้าตัวเดียวมิเป็นไรหรอก” ข้าก็ถึงกับพูดไม่ออกเลย


                เมื่อเสร็จแล้วนางจึงบอกข้าให้ลงไปที่ด้านล่างได้แล้ว ข้ารู้สึกดีใจมากกับของขวัญที่นางมอบให้นอกจากท่านพ่อท่านแม่และท่านพี่แล้วนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนอื่นทำดีกับข้าโดยไม่สนใจฐานะและไม่เสแสร้งประจบแต่อย่างใดข้ารู้สึกมีความสุขมากข้าจึงกล่าวว่า “ข้าชื่อ จูหลิงหยา ท่านเรียกข้า เสี่ยวหยาก็ได้ แล้วท่านมีชื่อว่าอะไร? ให้ข้าเรียกท่านอย่างไรดี?” นางกล่าวว่า “ข้าชื่อ หลันหลงเอ๋อ เจ้าเรียกข้าว่าพี่หลงเอ๋อก็ได้” เมื่อได้ฟังดังนั้นข้าจึงกล่าวเรียกนางว่า


“เจ้าค่ะพี่หญิงหลงเอ๋อ”ข้ารู้สึกถูกชะตากับนางนักถ้าหากนางมาเป็นพี่สาวข้า ข้าคงจะมีความสุขมากเป็นแน่


                ไม่นานเราทั้งสองก็เดินมาที่ด้านล่าง  ข้ารีบเดินไปหา ท่านพี่ทันทีเพื่อให้เขาดูชุดอาภรที่ข้าสวม ท่านพี่และองครักษ์ต่างก็มองข้าตลอดไม่วางตาเลย ข้าจึงรู้สึกเขินอายนิดหน่อย ข้าถามเขาว่า “ท่านว่างามหรือไม่? พี่หญิงหลงเอ๋อมอบให้ข้า บอกว่าเป็นของขวัญที่ข้าพบกับนาง” ข้ายืนหมุนตัวให้ท่านพี่ดูสักพักข้าก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้น “ฮะฮะ ข้าดีใจที่เจ้ามีความสุขนะ เสี่ยวหยา ถ้ายังไงเจ้านั่งพักกับพี่ของเจ้าก่อนข้าจะทำอาหารให้”นางกล่าวกับข้าทำให้ข้ารู้สึกอายนิดหน่อยข้าจึงนั่งลงข้างๆท่านพี่                

นางบอกว่าจะทำอาหารให้ทานข้าเห็นนางเดินไปเดินมาและหยิบวัตถุดิบมากมายออกมาจากตู้สี่เหลี่ยมประหลาดที่มีไอเย็นแผ่ออกมา ข้าได้แต่มองนางอย่างเหม่อลอยและสงสัย สักพักเมื่อนางเริ่มทำอาหาร ในมุมนึงของโถง คล้ายโรงครัวเล็กๆไม่ใหญ่มาก ข้าจึงละสายตาจากนางก่อนจะหันมาหาท่านพี่ และเริ่มเล่าสิ่งต่างๆให้เขาฟัง เริ่มตั้งแต่ข้าเล่าว่าข้าเห็นอะไรบ้าง เมื่อขึ้นไปที่ห้องชั้นบน มีผ้าและสิ่งมีค่าต่างๆมากมาย สิ่งของต่างๆเหล่านั้นมันมีความหรูหราและอาจจะแพงมาก  โดยเฉพาะที่ห้องน้ำของนาง


                ข้าบอกว่าในห้องนั้นมีไข่มุกเรืองแสงเม็ดใหญ่เท่านี้! แล้วข้าก็ทำท่าทางแสดงความใหญ่ของไข่มุกเรืองแสง และบอกว่าที่ห้องน้ำกว้างมาก ตามพื้นผนังและเพดาน ล้วนมีหิน หยกขาวและอัญมณีประดับและฝั่งไว้มากมาย สีสันเมื่อพวกมันสะท้อนแสงจากในน้ำนั้นสวยมาก นอกจากนี่ยังมีฝักบัว ที่มีน้ำอุ่นไหลมาจากแดนเซียนอยู่ด้วย แถมเก้าอี้หยกขาวก็สะดวกสบายมากดีกว่าที่ปลดทุกข์ของวังหลวงอีก แล้วก็ข้าบอกเขาว่าในห้องน้ำห้องนั้น มีเทพเซียนอาศัยอยู่ด้วย ข้ากล่าวว่าเทพที่ประจำในห้องน้ำนั้นชื่อว่าเชวียนเชวียน


                บอกว่านางเป็นคนสอนข้าว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่ออยู่ในห้องน้ำนอกจากนี้ยังมี แชมพูกับสบู่ที่มีกลิ่นหอมหลากหลาย ดีกว่าพวกกลีบดอกไม้ที่ใช้โปรยอาบน้ำในวังตั้งเยอะ ข้าบอกเขาพลางก็ให้เขาลองดมกลิ่นดู เขากล่าวกับข้าว่า “อ่า!หอมมากจริงๆข้าไม่เคยนึกเลยว่าจะมีกลิ่นที่หอมแบบนี้อยู่บนโลกด้วยมันคงจะเป็นสินค้าที่มีราคาแพงมากแน่!” เขาแสดงความตกตกใจออกมาเป็นระยะ


                ข้าจึงกล่าวกับเขาอีกว่า “แล้วก็เมื่อข้าอาบน้ำเสร็จข้ายังไม่ลืมกล่าวขอบคุณท่านเทพเชวียนเชวียนด้วย เมื่อข้าออกมาท่านพี่หลงเอ๋อก็นำเสื้อผ้าอาภรและเครื่องประดับเหล่านี้มามอบให้ข้า  แถมนางยังกล่าวว่า นางมีเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบบนี้อีกเป็นภูเขาเลยนะนางให้ข้ามาตัวเดียวก็ไม่เสียดายหรอก ที่สำคัญเทพเชวียนเชวียนน่าจะเป็นข้ารับใช้ของพี่หญิงหลงเอ๋อด้วย ท่านพี่ ข้าว่านางต้องเป็นเทพเซียนแน่ๆ! ทั้งสิ่งของต่างๆไหนจะกระโจมวิเศษนี้อีก!”เมื่อข้าเล่าแบบนั้นท่านพี่ก็ถึงกับตกตะลึงยิ่งกว่าเก่า


                เขาเอาแต่ถามข้าว่า “เป็นเช่นนั้นจริงหรือหยาเอ๋อเจ้าไม่ได้โกหกพี่ใช่ไหม?” ข้าจึงตอบเขาไปว่า ข้าแน่ใจเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่นาน หัวหน้าองครักษ์หนุ่มก็มาฟังเรื่องที่ข้าเล่าด้วย เมื่อเขาได้ฟังก็มีปฏิกิริยาเหมือนกับท่านพี่เลยไม่นานเขาก็ไปเล่าให้กับองครักษ์คนอื่นๆฟัง สายตาที่ทุกคนมองพี่หญิงหลงเอ๋อจึงเริ่มแสดงความนอบน้อมออกมาและไม่ระแวงอีกต่อไปไม่หน่ำซ้ำบางคนถึงขนาด เทินทูนบูชานางออกมาด้วยความยินดีด้วย

.

.

.

.

                ตอนแรกผมตกใจมากที่เห็นคนเหล่านี้เข้ามาที่ทะเลสาบ  ผมคิดในใจว่าซวยจริงๆที่มีคนมาเจอผมที่นี่ผมไม่รู้ว่าพวกเขามาทำไม? สายตาที่พวกเขามองผมทำให้ผมรู้สึกระแวงมากไม่รู้ว่าพวกเขามีจุดประสงค์อะไร ทันใดนั้น ก็มีชายหนุ่มคนนึ่งในกลุ่ม กล่าวออกมาว่าพวกเขาออกมาล่าสัตว์แต่ถูกคนดักทำร้ายพวกเขาจึงขอพักอาศัยและหลบแถวนี้สักพักรอให้พวกคนที่ดักทำร้ายพวกเขาออกไปจากป่านี้ก่อนแล้วเขาจะรีบออกไป เมื่อผมได้ยินดังนั้นผมก็ยังไม่คายความระวังลง ถ้าเกิดว่าพวกเขาเอาเรื่องที่ผมอยู่ที่นี่ไปเล่าให้คนอื่นฟังถ้างั้นภาระกิจของผมคงพังไม่เป็นท่าแน่และอาจส่งผลต่อทุกคนที่แฝงตัวมาบนดาวนี้ด้วย


                ผมจึงคิดว่าจะต้องทำให้พวกเขาไม่พูดเรื่องของผมออกไปในทางที่ไม่ดีหรือไม่ก็ต้องทำให้เขาติดหนี้บุญคุณผมพวกเขาจึงจะได้ซาบซึ้งใจและรู้สึกดี  ผมจึงยิ้มให้พวกเขาด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรที่ฝึกยิ้มหน้ากระจกทุกวัน พาพวกเขาเข้าไปในเต็นท์หาน้ำให้พวกเขาทาน และรักษาคนที่บาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีเด็กผู้หญิงมากับพวกเขาด้วย ดูเหมือนว่าเธอจะเหนื่อยล้าอ่อนเพลียเมื่อฟังจากเรื่องที่พวกเขาเล่า  เธอคงจะเหนื่อยและหวาดกลัวจากการถูกตามล่า  ผมจึงพาเธอไปอาบน้ำและหาเสื้อผ้าให้เธอใส่แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น!


                สิ่งที่หนักใจที่สุดคือเธอไม่รู้จักวิธีใช้ห้องน้ำเลย! ก็คงงั้นละนะวิทยาการของดาวดวงนี้ ห่างไกลจากพวกเราจนเกินไปองค์ความรู้ก็ยังน้อย ตอนแรกผมชั่งใจว่าควรจะอาบน้ำให้เธอเองดีไหม? แต่พอชั่งใจได้ว่า ที่นี้ถือขนบทำเนียมประเพณีแบบสังคมยุคศักดินาถ้าเกิดผมทำแบบนั้นคงจะเป็นการล่วงเกินเธอ นอกจากนี้ดูจากชุดของเธอและผู้ชายคนนั้น เหมือนจะเป็นราชนิกูลเชื่อพระวงศ์ ชนชั้นสูง หรือพวกขุนนางก็ได้นอกจากนี้ยังมีอักครักษ์ด้วยผมจึงคิดว่าน่าจะเป็นพวกเชื้อพระวงศ์หรืออะไรที่คล้ายกันนี่แหละ


                เมื่อเธอออกมาจากห้องน้ำผมก็ทำการจัดแจงเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ไม่เรียบร้อย ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดผมและจัดทรงผมให้เธอ  ผมรู้สึกถูกชะตากับเธอดีนะเธอเป็นคนตรงไปตรงมามีอะไรก็กล่าวออกมาตรงๆไม่ปิดบัง  เมื่อผมเห็นสายตาของเธอที่เป็นประกายเวลามองชุดและเครื่องประดับผมก็ได้แต่ถอนหายใจเห้อ! ผู้หญิงนี่ละน่าชอบของสวยๆงามๆกันทั้งนั้น โดยเฉพาะเครื่องประดับมีค่าและหายากไม่มีใครเหมือน  เธอจะรู้สึกว่ามันมีคุณค่ามากและถนอมพวกมันไว้แน่  แล้วก็มันไม่เป็นไรถ้าผมจะใช้เจ้านี้ซื้อความเชื่อใจจากเธอ


                แล้วให้เธอเป็นสะพานเพื่อติดต่อกับผู้คนในอนาคต  ผมจึงมอบชุดและเครื่องประดับพวกนี้ให้เธอหลังจากนั้นก็พาเธอลงไปด้านล่างเพราะพวกเราก็ขึ้นมากันนานแล้ว แล้วก็จะได้ทำอาหารให้พวกเขากินด้วยตอนนี้พวกเขาคงจะหิวกันแล้วเมื่อลงไปเธอจึงรีบไปพูดคุยกับพี่ชายของเธอ และโชว์ชุดที่เธอใส่ให้ดู เธอคุยเจื่อยแจ้วไม่หยุดการแสดงออกของเธอนั้นน่ารักร่าเริงตามภาษาเด็กผู้หญิงเธอคงจะรู้สึกมีความสุขที่มีคนรุ่นเดียวกันเป็นเพื่อนเธอ เห้อ! พวกชนชั้นสูงนี่ก็ลำบากเหมือนกันสินะ


                ผมเดินเข้าไปในครัวตรงมุมหลังโต๊ะโซฟา พวกองครักษ์กำลังนั่งฟังเรื่องของเสี่ยวหยาเล่าอยู่มันเป็นภาพที่ดูแปลกดีน่ะ ผมจึงปล่อยให้พวกเขานั่งฟังเธอเล่าเรื่อง แล้วผมก็ไปทำอาหารให้พวกเขา


*ตั่งขนสัตว์ที่องค์ชายสี่ไม่รู้ว่าทำมาจากขนอะไร คือโซฟาธรรมดายัดนุ่นนั้นแหละ พวกหมอนก็ด้วย

**เพราะความที่หลงเอ๋อก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ เขาจึงพยายามอธิบายให้เสี่ยวหยาเข้าใจแต่ก็เหมือนจะไม่ไหวเธอไม่เข้าใจสิ่งที่เขาบอกเลย ที่ชักโครก เป็นเก้าอี้หยกขาวเพราะว่าตัวชักโครงหลงเอ๋อเอาหยกขาวกับแร่ที่เหลือจากการสร้างประตูมิติมาสร้าง  ส่วน****AI หลงเอ๋อก็ไม่รู้จะอธิบายยังให้เธอเข้าใจ จึงบอกส่งๆไปว่า เป็นจิตของเทพผู้ปกปักห้องน้ำ

***ที่หลงเอ๋อทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อซื้อใจของพวกเขาและเพราะว่ารู้สึกถูกชะตากับเสี่ยวหยา จึงคิดว่าการที่มีสัมพันธ์ที่ดีกับเธอและให้เธอมีส่วนร่วมในการติดต่อกับอาณาจักรบนดาวดวงนี้น่าจะเป็นเรื่องดีและไม่ทำให้ภาระกิจนั้นผิดพลาด เขาก็จะมีคนที่คอยไว้ใจได้และก็ไม่ต้องลำบากไปหาคนอื่นด้วย ดูจากการแต่งกายของเสี่ยวหยาแล้วเขาก็สรุปได้ว่าเธอต้องเป็นลูกของพวกขุนนางหรือผู้มีอำนาจมากแน่

****ส่วนไข่มุกเรืองแสงที่อยู่ในห้องน้ำ  นั้นคือหลอดไฟนีออนที่มีรูปลักษณ์เป็นทรงกลมเฉยๆ

*****หลงเอ๋อไม่คิดอยากจะอธิบายอะไรเกี่ยวกับความเข้าใจผิดเลยนี่จึงเป็นอีกหนึ่งข้อเสียของเขา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น