Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 16 สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 323

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2561 18:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา
แบบอักษร

ตอนที่ 16 สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา

                ตอนที่ข้าได้ยินเหล่าสรรพสัตว์ในป่าแห่งนี้กล่าวขานถึงวัตถุที่แปลกประหลาดหล่นลงมาจากท้องฟ้าข้าคิดว่ามันเป็นแค่ความหวาดกลัวจากสิ่งมีชีวิตและสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่มีความกลัวนำมาเล่าผ่านปากต่อปากจนเป็นเรื่องที่เกินจริง  แต่สิ่งที่ข้าได้พบเจอนั้นหาเป็นเช่นนั้นไม่ สิ่งที่พวกตาแก่หนังเหนียวที่อยู่มานาน ใช้ขู่พวกเราและทำให้พวกเราเกรงกลัวในการประพฤติตนให้ดีนั้นเมื่อยามพวกเราเด็กจะเป็นเรื่องจริง 

‘นานมาแล้วพวกเราเหล่าสัตว์เทพเป็นแค่สัตว์ไร้พลังไม่แข็งแกร่งและไม่ได้มีสติปัญญาอย่างเช่นที่เป็นในตอนนี้แต่เพราะว่าเราเป็นสัตว์ภายใต้อาณัติของเหล่าเทพ เทพเซียนจึงประทานพรแก่พวกเราให้เป็นผู้ที่คอยปกปักษ์รักษาเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขรวมถึงเป็นสัญลักษณ์และที่นับหน้าถือตาให้พวกมนุษย์นั้นยำเกรงพวกเราในฐานะข้ารับใช้ของเหล่าทวยเทพ ก่อนที่เหล่าเทพเซียนจะจากไปเทพเซียนได้ฝากฝังบรรพบุรุษเราให้ปกป้องผืนแผ่นดินและธรรมชาติ  ก่อนจะกลับไปยังสวรรค์ชั้นฟ้าดั่งเดิมปล่อยให้สรรพชีวิตบนโลกนี้หมุนไปดั่งเช่นที่มันเป็น’  


ตัวข้านั้นคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อให้พวกพวกเราและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายเกรงกลัวแต่ใครเล่ารู้ว่าเรื่องเล่าที่สัตว์เทพแต่ละรุ่นเล่าสืบทอดกันมาจะเป็นเรื่องจริง  สตรีที่มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์แต่มีดวงตาสีทองและเรือนผมสีม่วงอ่อน อยู่ในชุดเสื้อผ้าอาภรที่ทำจากขนจิ้งจอกบนตัวนางเป็นสัตว์วิญญาณประเภทใดก็ยังไม่ทราบแน่ชัดแต่ข้าสัมผัสได้ว่า


                พลังปราณชีวิตบนขนจิ้งจอกที่ถูกนำมาทำเป็นอาภรนั้นมีไอปราณพลังแพร่ซ่านออกมาอย่างน่าตกใจ พอๆกับบรรพบุรุษและพวกตาเฒ่าของพวกเราเลย  แค่คิดว่าต้องมีพลังขนาดไหน?ถึงสามารถถลกหนังสัตว์วิญญาณสัตว์เทพอย่างพวกเรามาทำเสื้อคลุมได้แค่คิดตัวข้าก็! สั่นสะท้านไปถึงจิตใจ! ถ้าเกิดแม้พวกเราทำให้เทพเซียนองค์นี้ไม่พอใจขึ้นมาข้าก็ไม่อยากจะคิดว่าพวกเราต้องพบเจอกับชะตากรรมเช่นใดแล้ว  จากการประเมิณของข้าเมื่อพวกเราเข้าไปใกล้เกาะจันทราทอแสง ม่านพลังปราณที่มีไอพลังแพร่ซ่านระเบิดออกมาและพุ่งสูงเสียดฟ้า


                คล้ายกับว่าคลื่นพลังเหล่านั้นปะทุขึ้นจากความโกรธของนางเซียนที่อยู่ตรงหน้าข้าอย่างไรอย่างนั้น ตัวข้าได้แต่ตื่นตะลึงและเก็บความกลัวไว้ในใจมิได้แสดงออกมาแต่อย่างใด ในขณะนั้นข้ามันใจได้แล้วว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าข้าหาใช่มนุษย์ปกติสามัญไม่แต่นางเป็น นางเซียนในเรื่องเล่าโบราณ  เมื่อรู้เช่นนี้ข้าจึงได้แต่นอบน้อมต่อนางเพื่อมิให้นางระเบิดเพลิงพิโรธออกมาแล้วทำลายขุนเขาและสรรพสิ่งต่างๆ  พวกข้าขออภัยนางจากความกลัวภายในจิตใจ! นี่เป็นครั้งแรกที่พวกข้าเกิดมาและมีความกลัว


                ข้าคิดว่าพวกเราเป็นสัตว์เทพเป็นที่ยกย่องและนับหน้าถือตาของทุกสิ่งมีชีวิตบนผืนโลกนี้ เรามีความทรนงและองอาจ ไม่เกรงกลัวสิ่งใดมาก่อนจนมาพบเจอกับนางเซียนผู้นี้ เทพธิดา หลันหลงเอ๋อ หลังจากที่เราได้ทำการขออภัยและสวามิภักดิ์และกล่าวคำสาบานต่อนางแล้ว  เราจึงได้ขอตัวลาจากนางมาอย่างสงบและไม่ให้เสียกิริยาต่อหน้านาง


เมื่อพวกข้าออกมาไกลจากเกาะจันทราทอแสง จนพ้นสายตาของเทพธิดาหลันหลงเอ๋อแล้ว ข้าจึงกล่าวกับพวกเราว่า “ชูเสวี่ย ไป๋หู่ เสวี่ยนอู๋ พวกเจ้าจงรีบกลับไปรายงานเรื่องนี้กับพวกผู้อาวุโสของพวกเจ้าเสียเถิด  บอกในสิ่งที่พวกเราได้เห็นและเตือนพวกเขาว่าอย่าได้ไปผิดใจกับท่านเทพธิดาหลันหลงเอ๋อเป็นอันขาดมิเช่นนั้น ชีวิตของพวกเราคงมิอาจหลีกหนีชะตากรรมเลวร้ายได้ ส่วนข้าจะไปบอกกับตาเฒ่าหวงหลง”


“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะพี่ชิงหลง เมื่อพวกเรากลับไปถึงเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ข้าจะรีบไปบอกพวกผู้อาวุโสทันที”เสวี่ยเอ๋อกล่าวออกมา


“พลังของนางช่างมหาศาลนัก มนุษย์ไม่มีทางมีพลังมากมายขนาดนั้นได้แน่! นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาในจิตใจแม้แต่ตอนนี้ ตัวข้าก็ยังสั่นไม่หายเลย!”ไป๋หู่กล่าวออกมาพลางการแสดงออกสีหน้าก็กลายเป็นความกังวลระคนหวานกลัว


“ข้าเคยคิดว่าตาเฒ่าพวกนั้นแค่กุเรื่องขึ้นมา จนข้าได้พบเจอเรื่องนี้กับตัวเอง ข้าไม่กล้าแม้แต่จะคิดเมื่อยามท่านเทพธิดาโกรธ พวกเราจะเป็นอย่างไร?เฮ้อ!”ชูเสวี่ยกล่าวแสดงออกอย่างจริงจังพลางก็ถอนหายใจออกมา ไม่นานเมื่อพวกเรากลับมาถึงยังเขตแดนศักดิ์สิทธิ์พวกเราก็แยกย้ายกันไปตามที่ๆพวกตาเฒ่าเราอยู่เมื่อ พวกข้ากล่าวสิ่งที่ได้พบเจอออกไปบรรดาตาเฒ่าทั้งหลายก็มีการแสดงออกมาอย่างตกตะลึงและกล่าวถามย้ำกับข้าหลายรอบ


“ชิงหลง! เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่ว่าไม่ได้ตาฝาดแล้วมองผิดไป?”ตาเฒ่าหวงหลงกล่าวถามกับข้าอย่างไม่เชื่อ


“ข้ากล้ายืนยันในสิ่งที่พบเห็นว่าข้าไม่ได้ดูผิดไปแน่นอน!  ข้าสามารถเอาตำแหน่งผู้สืบทอดสัตว์เทพเผ่ามังกรเป็นประกัน!”ข้ากล่าวแสดงออกอย่างจริงจังเพื่อให้ตาเฒ่าเหล่านี้เชื่อข้า   เมื่อพวกเขาได้ยินดังนั้นก็เกิดการถกเถียงและแสดงออกถึงความหวาดกลัวมากมาย ข้าจึงกล่าวเสริมกับพวกเขาว่า “ท่านเทพธิดาหลันหลงเอ๋อแค่มาหาความสงบ นางสั่งมิให้เราเข้าไปรบกวนจนกว่านางจะเรียกพวกเราเอง เพราะฉะนั้นขอพวกท่านจงอย่าได้ทำอะไรโง่ๆอย่างการไปทดสอบนาง มิเช่นนั้นทุกสิ่งมีชีวิตจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย” ข้ากล่าวย้ำกับพวกเขาเพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น อ่า!ข้าหวังว่าจะไม่เกิดเรื่องร้ายๆขึ้นที่ป่าแห่งนี้หรอกนะ 

.

.

.

.

นี้ก็ผ่านไปสองอาทิตย์แล้วที่ผมลงมาอยู่ที่นี่  ช่างเป็นสองอาทิตย์ที่สุดแสนจะมีความสุข แต่ละวันผมใช้เวลาไปกับการเดินออกไปรอบๆป่าและเก็บตัวอย่างหิน ดิน น้ำ แร่ พืช ต่างๆ นำมาวิเคราะห์และจดบันทึก  นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้ผมก็จะนั่งตกปลา กินนอนและเอา กู่เจิงออกมาเล่นบ้างบางครั้งเป็นการแก้เบื่อ การนั่งเล่นดนตรีท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้ช่างเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง นอกจากนี้ก็ไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับผมเมื่อผมเดินทาง ไปทางไหนหรือทิศไหนของป่า พวกสัตว์ที่เจอผมก็จะพากันหลบหนีไปหมดอย่างกับกลัวอะไรสักอย่าง


ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไรเหมือนกัน  นอกจากสัตว์ใหญ่ที่มีสติปัญญาที่ผมไม่ได้คิดจะนำมาเป็นอาหารแล้ว  ผมจะออกไปล่าแค่หมูป่าแล้ววางกับดักไว้หรือไม่ก็นำปลาที่ตกได้มาทำอาหารผสมกับสมุนไพรที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว  ก็เป็นอะไรที่เปิดโลกทัศแปลกใหม่ดีสำหรับผมละนะ  แต่ถึงจะว่าอย่างนั้นตลอด2อาทิศผมก็อยู่แต่ในป่านี่  ไม่มีวี่แววว่าจะได้พบเจอคนเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ผมสร้างสะพานแบบง่ายๆจากเครื่องมืออเนกประสงแค่เอามันมาตั้งวางไว้ที่เกาะและฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำเมื่อสั่งให้เปิดเครื่องก็มีสะพานที่ถูกทำจากแร่ชนิดเดียวกับของบังเกอร์กางออกมาแล้วเชื่อมกันเป็นสะพานข้าม


                ผมพยายามหาอะไรทำแก้เบื่อไปด้วย อย่างการนั่งชมบรรยากาศและเล่นดนตรีเหมือนจอมยุทธก็เป็นอะไรที่แปลกดีนะสำหรับผม ผมนั่งเล่นกู่เจิงตามที่เคยฝึกเล่นมาจากบนยาน นั่งเล่นไปเรื่อยๆอย่างสนุกมือจนหยุดไม่อยู่

.

.

.

.

ณ อีกฟากหนึ่งในป่าใจกลางทวีปของอาณาจักรใหญ่ทั้ง4ที่เป็นเส้นทางการเดินขบวนของผู้คนทั้ง4อาณาจักร

                อึก!นี่ก็ผ่านมา 5 วันแล้วตั้งแต่เราหลบหนีมา  5วันก่อน ข้าออกมาล่าสัตว์ในป่านี้พร้อมกับจูหลิงหยา พระขนิษฐาของข้า และองครักษ์อีก100คน แต่การออกมาล่าสัตว์ครั้งนี้ข้ากลับไม่คิดว่าจะมีคนปองร้ายพวกเรา เราถูกโจมตีจากพวกมือสังหารที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นคนส่งมา  ข้าคิดมิออกเลยว่าพวกมันกินใจหมีดีเสือมาหรืออย่างไร มันจึงเหิมเกริมได้ถึงขั้นนี้ ข้าเป็นถึงองค์ชายสี่ แต่กลับต้องพบเจอการลอบสังหารจากกลุ่มนักฆ่าที่มีฝีมือ  องครักษ์หลายคนสละชีวิตพวกเขาเพื่อปกป้องข้าและน้องสาว นี่ก็ผ่านไป5วันแล้ว


                พวกเราไม่สามารถต้านทานพวกมันได้เลย และได้แต่หลบหนีเข้ามาในป่าลึกแห่งนี้ ชะตากรรมข้าชั่งเลวร้ายยิ่งนักที่ต้องพบเจอกับการลอบสังหารอยู่บ่อยครั้ง ทุกครั้งพวกมันมักจะทำในที่ลับ ข้าไม่คิดว่าพวกมันจะกระทำการโจ่งแจ้งแบบนี้ ไม่แน่ชีวิตของข้าอาจใกล้จะจบสิ้นแล้วก็เป็นได้ แต่อย่างน้อยก็ขอแค่ให้จูหลงหยาปลอดภัยและสามารถหลบหนีไปได้ก็ยังดี!


                “ท่านพี่! ท่านบาดเจ็บ อึก! ข้าขอโทษถ้าข้าระวังตัวไม่เข้าไปใกล้แหล่งน้ำแบบผลีผล่ามแล้วละก็  พวกมันก็คงไม่เห็นพวกเราและทันก็คงไม่ต้องมารับคมดาบแทนข้าแบบนี้ อึก! ขะ..ข้าขอโทษท่านพี่ งือ...แง!” เสียงกล่าวโทษตัวเองและเสียงสะอื้นไห้ออกมาจาก จากจูหยาเอ๋อ องหญิงน้อยแห่งอาณาจักรจูเชวี่ย อาณาจักรแห่งหงส์ไฟ ปรางแก้มของนางแดงเรื่อ หน้าตาน่ารักงามสง่าของเด็กสาวอายุ14 เสื้อผ้าของนางที่แขนเสื้อและชายกระโปรงขาดวิ่นหลังจากต้องระหกระเหินหลบหนีอยู่ในป่าแห่งนี้ตลอด5วัน


                ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นราวกับสร้อยไข่มุกที่ขาดออกมาจากสร้อยก็ไม่ปาน “เด็กโง่เจ้าแค่กระหายน้ำ หาใช่ความผิดของเจ้าไม่ ไม่เป็นไรแผลแค่นี้ไม่ทำให้ข้าตายได้หรอก อึก! ข้าจะปกป้องเจ้าเองเจ้าจะต้องไม่เป็นอะไรเชื่อพี่สิ” ข้ากล่าวปลอบนางเพื่อให้นางหยุดร้องไห้ถึงจะกล่าวอย่างนั้นข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะรอดจากพวกโจรชั่วที่มาลอบสังหารพวกเราได้หรือไม่? แต่ถึงรอดไปได้ ในป่านี้ก็มีสัตว์ร้ายมากมายที่มีอันตรายถึงชีวิตหากไม่ระวังให้ดีก็คงต้องตกตายภายใต้คมเขี้ยวของพวกมันเช่นกัน


                “เพคะ เสด็จพี่ อึกฮือ!” นางกล่าวตอบรับเสียงเบาพร้อมกับกลั้นน้ำตา


                “องค์ชาย กระหม่อมว่าอีกไม่นานพวกมันก็จะตามพวกเราทันแล้วเกรงว่าถ้าไม่รีบไปตอนนี้เกรงว่าพวกมันจะมาพบเข้าจริงๆ ขอองค์ชายโปรดสั่งการด้วย”หัวหน้าองครักษ์กล่าวขึ้นเตือน


                นี้เป็นเรื่องที่น่าหนักใจที่สุดชีวิตข้าอาจจะไม่รอดแล้วเป็นแน่แท้ ข้าพยายามระดมความคิดว่าพวกเราทั้งหมดต้องทำเช่นใดถึงจะสามารถมีชีวิตออกไปหลังจากนี้ได้  ทันใดนั้นก็เหมือนข้าได้ยินเสียงบรรเลงพิณดังออกมาจากในป่า น้ำเสียงที่บรรเลงนั้นไพเราะเสนาะหูเป็นจังหวะที่พริ้วไหวและแข็งแกร่งจากท่วงทำนองแห่งการบรรเลง  ข้าไม่รู้ว่าผู้ใดเข้ามาบรรเลงเพลงพิณที่ป่าลึกเช่นนี้แต่ บุคคลที่เข้ามาในป่าลึกเช่นนี้ได้นั้นจักต้องเป็นคนที่มีพลังและความสามารถเก่งกล้าเป็นแน่แท้

                คนธรรมดามิอาจบุกเข้ามาในป่าที่มีแต่สัตว์ร้ายเช่นนี้ได้แน่เมื่อคิดได้ดังนั้นข้าจึงกล่าวกับองครักษ์ว่า “ไป! พวกเราตามเสียงพิณนี้ไป!” ข้ากล่าวกับหัวหน้าองครักษ์


                “เสียงพิณ?” สีหน้าของหัวหน้าองครักษ์หนุ่มแลดูสับสนก่อนครู่ต่อมาเขาจะกล่าวออกมาว่า “อ่า! ข้าได้ยินแล้ว!เสียงพิณดังมาจากข้างในป่า! แต่ว่าในป่าจากตรงนี้ไปนั้นใกล้กับเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกสัตว์เทพแล้วนะพะยะคะหากเราเข้าไปโดยพละการเกรงว่า เหล่าสัตว์เทพคงได้โกรธเกรี้ยวเป็นแน่”องครักษ์หนุ่มกล่าวออกมาอย่างไม่แน่ใจการแสดงออกทางสีหน้าของเขาย่ำแย่มาก


                “ไปเถอะ!ถ้าเราไม่ไปพวกเราก็คงได้แค่ทิ้งลมหายใจไว้ที่นี่เท่านั้น!”ข้าออกคำสั่งให้พวกองครักษ์มุ่งหน้าไปตามเสียงพิณที่บรรเลง พวกเรามุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าผ่านแม่น้ำลำธารจนไปถึงทะเลสาบ  ทัศนียภาพที่พวกเรามาถึงทะเลสาบคือธรรมชาติที่สวยงามดั่งแดนเซียน หมู่มวลวิหคบินอยู่บนท้องนภา มัจฉาแหวกว่ายในแหล่งน้ำ แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามา ณ ทะเลสาบแห่งนี้น้ำในทะเลสาบใสจนมองเห็นก้นบ่อ ที่กลางทะเลสาบมีเกาะเล็กๆเกาะนึง มีสะพานที่ทำจากหินหน้าตาแปลกๆเชื่อมไปยังเกาะ 


                ที่ตรงนั้นมีคนหนึ่งคนนั่งเล่นพิณบรรเลงเพลงอย่างสงบท่วงทำนองร้อยเรียงกันไม่ขาดสายฝีมือการเล่นถือว่าสูงส่งนัก ข้าพยายามปรับสายตาที่ถูกแสงแดดส่องเข้ามาเมื่อเข้ามาถึงทะเลสาบ ข้าเพ่งมองสำรวจคนที่นั่งเล่นพิณเสื้อผ้าอาภรของคนผู้นี้ หรูหราตระการตา ลวดลายที่ปักลงบนเนื้อผ้านั้นช่างองอาจและสูงส่งนักข้าคาดเดาตัวตนของคนผู้นี้มิได้เลยอาจจะเป็นเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรใดก็ไม่ทราบแน่ชัด ชุดสีขาวดังเทพเซียนบริสุทธิ์ลงมาเหยียบบนโลกมนุษย์ รูปร่างอรชร ผิวขาวกระจ่างใส น่าจะเป็นสตรี ข้าไล่สายตามองดูไปสักพัก


                ก็พบกับสิ่งที่ผิดแปลกไป ดวงตาของคนผู้นี้มีสีทองสว่างดุจรุ่งอรุณของวสันตฤดู ใบหน้าเรียวรูปไข่ ขนตายาวเป็นแพรคล้ายปีกผีเสื้อ จมูกเล็กเชิด ปางเล็กบางดั่งผลผิงกั่ว เรือนผมเป็นสีม่วงอ่อน ศรีษะประดับปิ่นอัญมณีและรัดเกล้าที่รวบไว้ ดูมั่งคั่ง สง่างาม มีอำนาจและองอาจ มิมีผู้ใดเทียม นี่มันแปลกเกินไป คนปกตินั้นมีผมสีดำและดวงตาสีดำมันเป็นสิ่งที่ธรรมชาตินั้นให้มาเมื่อพวกเราเกิดขึ้นบนโลก  การที่คนผู้นี้มีสีตาและสีผมเช่นนี้หรือ นางจะไม่ใช่มนุษย์? ทุกคนตกอยู่ในภวังค์ของเสียงพิณและภาพของสตรีที่กำลังปรากฎอยู่ตรงหน้า


                หลังจากนั้นเหมือนนางจะรู้ตัวว่ามีคนมองนาง  สายตาของนางละจากพิณที่บรรเลงแล้วมองช้อนขึ้นมาอย่างช้าๆทันใดนั้นข้าก็สบตาเข้ากับดวงตาสีทองคู่นั้นของนาง นัยน์ตา สว่างไสวนั้นดูเย็นชาและจ้องมองข้าเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ต่ำและไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา ดวงตาคู่นั้นของนางจ้องมองข้าราวกับมองทะลุเข้าไปจนถึงแก่นแท้ของจิตใจคน ทำให้ข้ามิอาจละสายตากลับคืนมาได้กว่าข้าจะได้สติคืนมาก็เป็นตอนที่ จูหลิงหยาเอ่ยเรียกสติข้าขึ้น


                “ทะ..ท่านพี่! นะ..สตรีนางนี้เป็นใครเจ้าคะ?เหตุใดจึงมีสีผมและสีตาที่ประหลาดเช่นนั้น? ระ..หรือนางจะเป็นปีศาจ?”เสียงกล่าวตะกุกตะกักของจูหลิงหยากล่าวขึ้นดึงสติข้าพลางสองมือก็กอดกระตุกชายแขนเสื้อข้าเบาๆ เมื่อข้าได้สติจึงกล่าวเตือนนาง


                “หยาเอ๋อ อย่าเสียมารยาทเจ้าเงียบไปก่อนเดี๋ยวพี่จะกล่าวกับนางเอง”ข้ากล่าวเตือนหยาเอ๋อ เพื่อไม่ให้นางเสียกิริยาและให้นางอยู่เงียบๆก่อนจะหันไปกล่าวกับ สตรีตรงหน้าว่า


                “ข้าขออภัยที่มารบกวนการบรรเลงเพลงพิณของท่าน แม่นาง  แต่พวกข้าหลบหนีจากกลุ่มโจรชั่วที่ดักทำร้ายพวกข้ามา5วันแล้ว ข้าใคร่ขอความกรุณาจากแม่นางให้พวกเราอาศัยอยู่ที่นี่สักพักได้หรือไม่?จนกว่าเจ้าโจรพวกนั้นจะกลับออกไปจากป่า อึก!” เมื่อข้ากล่าวถามนางออกไปอย่างนั้น บรรยากาศรอบตัวก็กลายเป็นเงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากนาง หรือว่านางจะไม่เข้าใจที่ข้าพูด? นางเอาแต่นิ่งเงียบและมองสำรวจพวกเรา  ไม่นานนักหลังจากนางมองสำรวจเสร็จ นางก็ยิ้มออกมา


                เมื่อนางยิ้มออกมาพลันเหมือนโลกทั้งใบไร้สิ่งสวยงาม สีสันทั้งหมดเหมือนอับอายเมื่อต้องพบกับนาง ความงามปานล่มเมืองนี้ใช่ว่าจะหาได้ทั่วไปไม่!  แม้แต่เทพเซียนยังต้องลงมาเชยชมนาง  อ่า! นางช่างงดงามเหลือเกิน แล้วนางก็ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่ราวกับจะพรากหัวใจของทุกสรรพสิ่งไป นางกล่าวว่า “มาเถิด! ให้ข้าได้ต้อนรับท่าน ข้าไม่ได้มีแขกมานานแล้ว!”น้ำเสียงใสกังวานปานเสียงนางเซียน และรอยยิ้มที่ราวจะเป็นภาพสลักลึกลงไปในจิตใจของบุรุษให้ลุ่มหลงในตัวนางจนมิอาจลืมเลือน


                นางเชิญพวกเราให้ข้ามไปยังเกาะกลางน้ำที่นางอยู่บนเกาะมีกระโจมหลังใหญ่หลังนึงพอให้คนเข้าไปอยู่ได้ประมาณ10คน นางยืนอยู่ทางเข้ากระโจมและบอกให้พวกเราทุกคนเข้าไปในนั้น  พวกเราตกใจมากว่านางจะทำอะไรกระโจมนี่ใหญ่ก็จริงแต่ก็ไม่อาจให้คนทั้งหมดเข้าไปได้  แต่เมื่อนางกล่าวว่า “เข้าไปเถอะข้างในมีที่ว่างให้สำหรับทุกท่าน” มันจึงทำให้ทุกคนรวมถึงข้าต่างแสดงความงงงวยออกมา แต่ก็ทำตามอย่างที่นางบอก  พวกเราเลิกม่านเข้าไปในเต็นท์หลังจากพวกอกครักษ์เข้าไปหมดแล้วข้าและหยาเอ๋อจึงตามเข้าไปอย่างสงสัย ก่อนที่ทุกคนจะต้องตกตะลึงกับสิ่งที่พบเห็นอีกครั้ง


                นี่มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก! กับสิ่งที่ข้าได้เห็น กระโจมที่ควรกว้างพอสิบคนเข้ามาได้เมื่อเราเข้ามากลับเป็นเหมือนโถงทางเดิน มีห้องและบันไดขึ้นไปชั้นบน มีโต๊ะ เก้าอี้หนังสัตว์และ เครื่องเรือนหน้าตาแปลกๆที่ไม่รู้ว่าทำมาจากอะไรอยู่เต็มไปหมด นี่มันเหลือเชื่อมากข้าคงไม่ได้ฝันไปใช่ไหม! อย่างกับว่าสิ่งนี้คือเวทมนต์และพลังวิเศษเลย  ข้าได้แต่เหม่อมองทุกอย่างที่นี่อย่างสงสัยใคร่รู้


                “พวกท่านเชิญนั่งพักที่นี่ได้ตามสบายเดี๋ยวข้าจะหาน้ำดื่มเย็นๆมาให้พวกท่านดื่ม ส่วนท่านกรุณานอนลงที่ตั่งตัวนี้แล้วก็ช่วยถอดเสื้อออกที” พวกข้าได้แต่อึ้งงั้นกับสิ่งที่นางกล่าวนางบอกให้ข้านอนลงแล้วถอดเสื้อ  นี่นางไม่รู้สึกอายบ้างเลยหรือไรที่พูดแบบนี้ต่อหน้าบุรุษตั้งหลายคน หรือว่านางต้องการจะกลืนกินข้าเช่นนั้นหรือ? ความสงสัยและความแปลกใจแสดงออกบนหน้านางก่อนนางจะขมวดคิ้วแล้วกล่าวออกมาอย่างโกรธๆว่า


                “ท่านได้รับบาดเจ็บ! เหมือนว่าท่านจะมีแผลและเลือดออกข้าจำเป็นต้องดูแผลของท่านเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของท่าน ท่านโปรดกรุณาอย่าคิดอะไรที่มันผิดแปลกไปทางเจตนาไม่ดีด้วย!” น้ำเสียงของนางแข็งกร้าวขึ้นและก็เหมือนการย้ำเตือนสติของทุกคน ฮะฮะ นั้นสิในเวลาแบบนี้ใครมันจะมาคิดเรื่องแบบนั้นกันเล่า


                ข้าถอดเสื้อและนอนลงที่ตั่งนอนขนสัตว์ที่ไม่รู้ว่าทำมาจากขนของสัตว์ชนิดใดจึงได้รู้สึกนุ่มนิ่มเบาสบายปานนี้  ตามที่นางบอกไม่นานนางก็เดินเข้าไปให้ห้องผ่านประตูแปลกๆก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับกล่องอะไรสักอย่าง นางเดินมาที่ข้างตั่งที่ข้านอนอยู่ แล้วนั่งลงข้างๆก่อนจะใช้มือขาวเนียนของนาง สัมผัสแผลข้า อึก! ข้ารู้เจ็บนิดหน่อย นางกล่าวกับข้าว่า


                “แผลของท่านติดเชื้อและอักเสบ ข้าจำเป็นเป็นต้องผ่าเอาหนองและเนื้อที่เสียออกก่อนที่แผลจะเน่าและรุกลามไปมากกว่านี้”นางกล่าวออกมาเช่นนั้นเมื่อข้าได้ยินก็ทำให้ข้าตกใจมาก แผลที่ข้าได้รับกำลังติดพิษหรือ?เหตุใดจึงเป็นแผลเน่าเสียได้กัน? แต่เมื่อข้าหันไปมองนางสีหน้าแววตาของนางที่นิ่งสงบไม่มีแววว่าจะพูดโกหกออกมาเลย ข้าจึงพยักหน้าให้นางลงมือ  นางจึงหยิบเครื่องมือหน้าตาแปลกๆ ยาและที่ทำให้ข้าตกใจที่สุดคือผ้าที่จะใช้พันแผลนางถึงกับใช้ผ้าที่สวยงามปานนี้มาพันแผลให้ข้า นี่นางจะโอ้อวดความรวยของนางให้ข้าประจักหรือไร?

                “ข้าจะฉีดยาชาให้ท่านเพื่อลดอาการเจ็บปวด แล้วค่อยลงมือผ่าเอาเนื้อที่เสียและหนองออก แล้วค่อยเย็บปิดปากแผลให้ท่าน มันอาจจะเจ็บนิดหน่อย แต่ก็แค่ครูเดียวเท่านั้น ท่านเข้าใจหรือไม่?” นางกล่าวบอกข้าเมื่อข้าพยักหน้า นางจึงลงมือ สักพักข้าก็รู้สึกเหมือนมีอะไรแหลมๆคล้ายเข็มแทงเข้าไปที่แถวแผลตรงช่วงเอวของข้า มันเจ็บนิดหน่อยก่อนที่ตรงนั้นจะเริ่มไร้ความรู้สึก  หลังจากนั้นนางก็ยกมีดเล็กๆขึ้นแล้วผ่าลงไปที่แผลของข้าแล้วคว้านเอาหนองและเนื้อเน่าออกมาแล้วจึงหยิบเข็มที่โค้งกับด้ายมาเย็บแผลใส่ยาและใช้ผ้าขาวที่นางเตรียมไว้มาพันแผลให้ข้า


                “หลังจากนี้อีกครึ่งชั่วยาม ท่านจะมีอาการปวดและเจ็บแผลท่านไม่ต้องกังวลอะไรแผลแค่อักเสบเฉยๆ ถึงตอนนั้นข้าจะให้ยาแก้ปวดกับท่าน” นางกล่าวแบบนั้นก่อนจะเดินไปที่ตู้หน้าตาประหลาดและหยิบกระบอกใสๆออกมา เมื่อนางเปิดตู้ก็มีไอเย็นลอยออกมาจากตู้ประหลาดนั้น ข้าสงสัยนักว่ามันคืออะไรและก็กระบอกใสที่นางหยิบออกมา ข้างในบรรจุน้ำสะอาดไว้ข้างในนางนำไปให้กับทุกคน และเมื่อนำมาให้ข้า กระบอกใสที่บรรจุน้ำนี่เย็นมาก ข้าไม่รู้ว่ามันทำมาจากอะไรแต่คงต้องเป็นของมีค่ามากแน่


                ข้าไม่สามารถเดาตัวตนของนางออกได้เลยว่านางนั้นเป็นผู้ใดและมาจากไหนกันแน่ ครั้นจะเป็นราชนิกูลของอาณาจักรใดก็ไม่ทราบทั้งสีผมและดวงตาของนางก็ทั้งแปลกและมิเคยพบเจอจากผู้ใด กิริยานั้นก็ช่างสูงส่งเยือกเย็นเหมือนที่ชนชั้นสูงควรมี ความสงสัยผุดขึ้นมามากมายในหัวข้า แต่ข้าก็เก็บมันไว้และไม่กล้าถามมันออกไป  บรรดาองครักษ์เมื่อได้รับกระบอกใสไปแล้วก็พากันตื่นตะลึงและอุทานกันออกมา  “ว้าวสวยจัง! กระบอกนี่เย็นมาก! ข้าไม่รู้เลยว่ามันทำมาจากสิ่งใด! น้ำข้างในก็สะอาดข้ายังไม่เคยเห็นน้ำที่สะอาดเท่านี้มาก่อนเลย!” แล้วนางก็สอนการเปิดปิดกระบอกใสนี้ให้ทุกคน


                นางไม่มีท่าทีรังเกียจหรือรังงอนใดๆเลย นางมอบทุกอย่างให้พวกเราโดยไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา ตอนแรกข้าก็รู้สึกขอบคุณแต่ว่าก็เริ่มรู้สึกระแวงขึ้นมา การที่นางมอบทุกสิ่งให้แบบนี้เป็นไปได้2อย่างคือนางไม่สนใจค่าของสิ่งของเหล่านี้และไม่คิดว่าเราจะมีภัยกับนาง หรือ อีกทางคือนางกำลังล่อลวงพวกเราอยู่แต่เพื่ออะไรละในเมื่อนางร่ำรวยและมั่งคั่งขนาดนี้มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่นางจะเสียของล้ำค่าเหล่านี้เพื่อซื้อใจพวกเรา  ข้าไม่สามารถเข้าใจความคิดของนางได้เลยจริงๆ

                หากจะคิดว่ามีใครที่ทำดีแล้วไม่หวังสิ่งตอบแทนนั้น คงหาได้ยากยิ่งทุกคนทำดีก็ล้วนมีจุดประสงค์กันทั้งนั้นยังไงซะตอนนี้ก็รอดูท่าทีของนางไปก่อน


                “ข้าขอขอบคุณแม่นางที่ให้การช่วยเหลือดูแลพวกข้า  หากว่าท่านไม่ได้อยู่ที่นี่เกรงว่าวันนี้ข้าคงได้ทิ้งชีวิตไว้กลางป่าเขาแล้ว หากรอดชีวิตกลับออกไปได้เมื่อไหร่ข้าจะตอบแทนแม่นางแน่นอน บุญคุณชีวิตนี้ข้าจะจดจำไว้” ข้ากล่าวขอบคุณนาง แล้วมองสำรวจนางไปพลางหวังว่านางจะพูดอะไรที่แสดงออกถึงสิ่งที่นางคิดออกมาแต่ไม่มีเลย นางยังคงท่าทีสุขุมเยือกเย็นเช่นเดินและคำพูดต่อมาของนางก็ทำให้ข้าและทุกคนที่อยู่ที่นี่ถึงประหลาดใจ


                “ข้าหาได้สนใจสิ่งตอบแทนอันใดไม่  ข้าอยากช่วยเพราะว่าข้าอยากช่วยเอง โบราณว่าช่วยคนต้องช่วยให้ถึงที่สุดข้าช่วยพวกท่านเล็กๆน้อยๆก็ไม่ถือว่าหนักหนาสาหัสอะไร ขอให้ท่านพักผ่อนรักษาตัวให้สบาย ข้าจะพยายามดูแลพวกท่านให้ดี แล้วก็ท่านไม่จำเป็นต้องระแวงแบบนั้น ที่นี่ปลอดภัยไม่มีอะไรอันตรายแน่นอน”นางกล่าวออกมาว่าแค่ช่วยเล็กๆน้อยๆถ้านางรู้ว่านางช่วยชีวิตข้าที่เป็นถึงองค์ชายสี่กับองหญิงเล็กจูหลิงหยาอาณาจักรจูเชวี่ยไว้นางจะยังพูดแบบนี้อีกหรือไม่? ช่างเป็นสตรีหาได้ยากเสียและไม่เหมือนใครจริง


                “ส่วนแม่นางน้อยท่านนี้ เสื้อผ้าของท่านขาดและสกปรกแล้วตามเนื้อตัวของท่านก็มอมแมมเกรงว่าตลอดหลายวันที่อยู่ในป่าท่านคงจะลำบากไม่น้อย เช่นนั้นแม่นางน้อยท่านตามข้ามาเถิด ข้าจะพาท่านไปห้องอาบน้ำแล้วจะหาเสื้อผ้าอุ่นๆให้ท่านใส่ เชิญแม่นางน้อยตามข้ามา”นางกล่าวกับจูหลิงหยาก่อนจะเดินนำไปทางบันไดเพื่อขึ้นไปห้องชั้นบนหยาเอ๋อนางลังเลนิดหน่อยและหันหน้ามามองข้า ข้าจึงพยักหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร หยาเอ๋อจึงเดินตามนางไป


Xenious’Jeva ศักราชที่ 10034 พฤศจิกายน วันที่ 26

*กู่เจิงคือ เครื่องดนตรีโบราณของจีนคล้ายพิณ กู่แปลว่าโบราณ มีอีกชื่อว่าฉินเจิง หรือแปลว่าพิณของฉิน กู่เจิงมีเริ่มแรกมี5สาย ต่อมามีการพัฒนา เป็น 13 14 16 18 21 และ 26 กู่เจิงมาตรฐานส่วนใหญ่ที่ใช่กันจะเป็น 18และ21  ซึ่งกู่เจิงที่หลงเอ๋อใช้นั้นเป็นแบบ21สาย

**องค์ชายสี่ องค์หญิงจูหลิงหยา และบรรดาองครักษ์ผู้ติดตามต่างก็เข้าใจผิดเมื่อเห็นรูปลักษณ์ของหลงเอ๋อ ที่มีหน้าตาคล้ายแม่ของเขาอยู่แล้วเป็นทุนเดิมบวกกับเสื้อผ้าที่ได้รับการออกแบบจากฟาฟาและนำมาสวมใส่จริงทำให้ ทุกคนนั้นเข้าใจผิด

***ชั่วยามเป็นหน่วยบอกเวลาของจีน 1ชั่วยามเท่ากับ 2ชั่วโมง

****ใน4อาณาจักรใหญ่หรืออาณาจกัรอื่นๆไม่มีคนที่มีสีผมและสีตาเหมือนหลงเอ๋อ มันจึงทำให้พวกเขาแปลกใจและไม่เคยพบเห็นคนที่มีสีผมและสีตาแบบหลงเอ๋อ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น