หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 ม่านหมอกความทรงจำ 2

ชื่อตอน : บทที่ 1 ม่านหมอกความทรงจำ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 324

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2561 10:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ม่านหมอกความทรงจำ 2
แบบอักษร

เดี๋ยวพ่อให้นายพันไปรับฝนนะลูก ยายรุ้งไม่สบาย พ่อต้องรีบพาไปหาหมอ

ถ้อยคำของผู้เป็นพ่อทำให้หล่อนรับคำอย่างหงอยเหงา

พยามแล้ว...หล่อนพยายามจะไม่อิจฉาน้อง ทว่าไม่อาจห้ามความรู้สึกลึกๆ ในใจได้

เป็นเช่นนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าน้องสาวของหล่อนจะเจ็บ จะป่วย หรือมีปัญหาอะไรก็ตามแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย พ่อของหล่อนมักจะเป็นห่วงจนเกินพอดี ตรงกันข้ามกับหล่อน ยามป่วยไข้ พ่อจะแวะมาดูอาการเพียงชั่วครู่

ตัวก็ไม่ร้อนมากนี่ กินแค่พาราคงหาย

หรือหากหล่อนป่วยหนัก สิ่งที่พ่อบอกคือ

เดี๋ยวพ่อให้นายพันไปส่ง

หล่อน...เข้มแข็งเสมอในสายตาพ่อ

ขณะที่น้องสาว...ช่างอ่อนแอ และไร้เดียงสาจนพ่อต้องตามดูแลไม่ให้คลาดสายตา

สายฝนพรูลมออกจากปาก พลางหย่อนโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าเป้ ก่อนเอนตัวลงนอนราบไปกับผืนหญ้าใต้ต้นจามจุรีขนาดสามคนโอบ สองตามองเหนือศีรษะ จับจ้องร่มไม้ใบบังที่กำลังไหวเอนตามแรงลม ไกลออกไปด้านบน หมู่เมฆดำทะมึนกำลังรวมตัวกันอย่างช้าๆ เสียงฟ้าร้องดังครืนครั่นมาแต่ไกล ฝนคงจะตกเร็วๆ นี้ หากสายฝนยังไม่ยอมขยับเขยื้อน

เป็นไปตามคาด เพียงห้านาที เม็ดฝนก็เริ่มโปรยปราย

จากฟากฟ้า ร่วงหล่นลงสู่ผืนดิน ส่งเสียงเปาะแปะ

ยามโพล้เพล้เช่นนี้ นักเรียนส่วนใหญ่มักจะกลับบ้านไปแล้ว หากยังเหลือส่วนหนึ่ง...นักกีฬา นักดนตรี หรือไม่ก็เชียร์ลีดเดอร์ที่มักอยู่ซ้อมจนค่ำมืด

ใกล้ๆ กับที่หล่อนนอนอยู่ แว่วเสียงตะโกน เสียงพูดคุย แหบห้าวปนเปกับเสียงทุ้มนุ่มดังมาเป็นระยะๆ

หล่อนเหลือบมอง จึงเห็นเหล่านักฟุตบอลสิบกว่าคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระลอกๆ เมื่อเข้ามาใกล้ หนึ่งในนั้นจึงตะโกนถาม แววตากรุ้มกริ่มจนทำให้หล่อนหน้าร้อน

ยังไม่กลับบ้านหรือน้อง ให้พี่ไปส่งไหม

หรือถ้าอยากนั่งเล่นอยู่ พี่นั่งเป็นเพื่อนได้นะ

น้องอยากไปเที่ยวไหมจ๊ะ พี่พาไปได้นะ

มีเสียงโห่ฮิ้วสำทับสองสามครั้ง หากสายฝนยังคงทำเป็นไม่สนใจ สองตาจับจ้องมองคนกลุ่มนั้นแน่วนิ่ง

หล่อนควรจะทำเช่นไรดี...ไล่ตะเพิดไปงั้นหรือ

ไม่ดีแน่ หล่อนเป็นน้องใหม่ เพิ่งเข้ามาเรียน รีบสร้างศัตรูแบบนี้อาจไม่อยู่รอดปลอดภัยจนเรียนจบ

หรือจะลองตีสนิทกับพวกนี้ดู เผื่อวันหน้าหล่อนอาจจะมีเรื่องต้องขอความช่วยเหลือจากพวกเขา

ทว่าก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป ฟุตบอลลูกหนึ่งถูกโยนมาจากที่ไหนไม่ทราบได้ มันพุ่งเข้าใส่หนึ่งในสามผู้ชายที่เอ่ยแซ็วหล่อนเข้าเต็มรัก

โอ๊ย!!’

ชายผู้นั้นถึงกับหน้าคะมำ ร้องโอดโอย ยกมือคลำศีรษะตัวเองป้อยๆ

ใครวะ!’

                พลันที่หันไปด้านหลัง เห็นชายผู้หนึ่งยืนกอดอกจ้องอยู่ เหล่านักฟุตบอลสิบกว่าคนนั้นก็แทบกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง

ไอ้พวกนี้นี่!’

แค่ประโยคเดียว เจ้าพวกนั้นก็ตะโกนเสียงหลง

ขอโทษค้าบ!’

ไปแล้วค้าบ!’

กลับแล้วค้าบ!!’

ชายคนนั้นทำท่ามะเหงกตามหลัง แม้เจ้าพวกนั้นจะจ้ำอ้าวไปไกลแล้ว

สายฝนลุกนั่งขัดสมาธิ ผมที่มัดไว้เป็นหางม้าเริ่มจะหลุดลุ่ยและเริ่มเปียก เสื้อของหล่อนก็เช่นกัน

มานั่งทำไมตรงนี้ ค่ำแล้วรีบกลับบ้านซะ

เขาพูดโดยที่อยู่ห่างจากหล่อนเป็นโยชน์ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า ยกมือข้างหนึ่งลูบหน้า

ฝนท่าจะตักหนัก...เขาหันกลับมามองหล่อนเด็กใหม่หรือประโยคนั้นไม่ใช่คำถามเมื่อเขาพูดต่อไปว่า‘**เป็นสาวเป็นนาง มานั่งอยู่คนเดียวแบบนี้ได้ยังไง ทำไมไม่กลับบ้าน*’*

เสียงของเขาเหมือนตำหนิ...คงคิดว่าหล่อนเป็นเด็กเกเรไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องละมั้ง

ครั้นหล่อนไม่ตอบ เขาคงหมดความอดทน จึงก้าวฉับๆ เข้ามาหา เมื่อนั้นหล่อนจึงได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างเต็มตา

โครงหน้ารูปไข่ ดูแข็งแกร่งด้วยแนวกรามทั้งสองข้าง คิ้วเข้มเรียวโค้ง จมูกโด่ง ปากหยักหนา ตรงปลายคางมีไรหนวดเขียวจางๆ

เขาไม่ใช่หนุ่มหล่อจนต้องมองตาค้าง แต่ไม่รู้ทำไม หล่อนกลับละสายตาจากเขาไม่ได้เลย

รีบๆ กลับบ้านซะ อย่ามานั่งคนเดียวตรงนี้ ฝนตกแล้วด้วย

เสียงเปาะแปะดังถี่ขึ้น ปอยผมของหล่อนเปียกลู่แนบแก้ม เสื้อของหล่อนเริ่มเปียกชื้น

ชายผู้นั้นหลุบตามอง ยามเงยกลับขึ้นมามองหล่อน ไม่มีความรู้สึกอื่นใดนอกจากความหงุดหงิด เขาชี้นิ้วเป็นเชิงเตือน

สวมเสื้อสีขาวแบบนี้ เดี๋ยวก็เห็นไปถึงไหนต่อไหนหรอก

แล้วเขาก็ถอดเสื้อแจ็กเก็ตสีดำที่สวมอยู่ โยนให้หล่อน

เอาไปใส่ซะ...ไม่ต้องคืน

เขามองหล่อนอีกสองสามวินาทีแล้วเดินจากไป สายฝนมองตามแผ่นหลังกว้าง พักใหญ่ทีเดียวกว่าหล่อนจะรู้สึกตัว รีบสะพายเป้แล้ววิ่งตามไป

เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยว...

หล่อนตะโกนเสียงหลง แต่เขาทำเหมือนไม่ได้ยิน

คนที่ทั้งเดิน ทั้งวิ่งจนเหนื่อยหอบชักโมโห กัดฟันวิ่งแซงไปดักหน้าเขา กางมือทั้งสองออก

*‘เดี๋ยวค่ะ’*หล่อนหยุดหายใจหอบ จ้องเขาด้วยแววตาจริงจัง

อะไร

*‘ขอชื่อค่ะ’*แก้มนวลแดงปลั่ง ริมฝีปากสั่นระริก หากความแน่วแน่ในดวงตายังไม่จางหาย

หือ?’

ชื่อพี่ค่ะเห็นเขานิ่ง หล่อนจึงถามซ้ำฝนอยากรู้ชื่อของพี่ค่ะ

ครั้งนั้นนับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่หล่อนข่มความอายขอชื่อของผู้ชายสักคนหนึ่ง

สายฝนกะพริบตา ไล่ความทรงจำที่ผุดพลุ่งขึ้นมา สองตายังจับจ้องที่เขา

“สวัสดีครับ”

เสียงแหบห้าวของเขา...หัวใจของหล่อนยังจำได้ มันตอบสนองด้วยการเต้นระรัวแรงโลดขึ้นมาอย่างคุมไม่อยู่

สายตาของเขากวาดมองทุกคนด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ก่อนทุกอย่างจะมลายหายไปเมื่อสบตาหล่อน

ความอ่อนโยนและเป็นมิตรถูกกลบด้วยความชิงชัง เขาส่งความรู้สึกนั้นพุ่งเข้าสู่หัวใจหล่อน...เร็ว แรง และไม่ให้ทันได้ตั้งตัว

น้ำตาหล่อนแทบจะหยาดหยดเสียตรงนั้น

หากคนที่ไม่ชอบเผยความอ่อนแอต่อหน้าใครอย่างหล่อน มีหรือจะยอมร้องไห้

น้ำตาทุกเม็ด ทุกหยาดหยดหลั่งรินย้อนคืนสู่หัวใจ กักเก็บมันอยู่ในนั้น ซุกซ่อนมันไว้เช่นที่เคยเป็นเสมอมา

หล่อนสูดลมหายใจลึก ส่งยิ้มทักทายลูกศร

“นึกว่าเธอจะไม่มา ถ้าวันนี้เธอไม่มา เราคงไม่ได้เจอกันอีกเหมือนเคย”

จากนั้นจึงยกมือไหว้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะ”

เสียง...ไม่สั่นอย่างที่คิด หล่อนผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

อย่างน้อยๆ หล่อนก็ไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น โดยเฉพาะต่อหน้าเขา

‘พี่หมอก’ ไม่แม้แต่ยกมือรับไหว้ เขาทำเหมือนหล่อนไม่มีตัวตนเสียด้วยซ้ำ เพราะหล่อนยังพูดไม่ทันจบ เขาก็หันไปโอบไหล่คนรัก ประคองให้นั่งลงข้างๆ กัน มือจับมือ ตาสานสบตา แสดงความรักต่อกันอย่างเปิดเผย

สายฝนได้แต่บอกตัวเองอีกครั้ง

หยุดเถอะ...หยุดรักเขา

หยุดรักผู้ชายคนนี้ได้แล้ว

ก่อนที่หัวใจจะแตกสลาย หล่อนควรลืมผู้ชายที่ชื่อเมทวินคนนี้ไปจากใจเสียที!

ความคิดเห็น