love_novel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชะตา..ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกล 130%

ชื่อตอน : ชะตา..ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกล 130%

คำค้น : ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 70.8k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2558 20:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชะตา..ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกล 130%
แบบอักษร

 

 

 

 

 

20

: ชะตา..ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกล :

 

 

          หนาว...

 

        ผมบดเบียดตัวเข้าหาร่างอุ่นที่นอนอยู่ด้านข้างอย่างไม่รู้ตัว แม้สิ่งที่รองรับร่างกายอยู่จะไม่ใช่เตียงนุ่มเฉกเช่นในความฝันแต่มันคือกองใบไม้ขนาดใหญ่ ผมก็สามารถหลับลึกได้ด้วยความเพลีย ถึงจะกึ่งหลับกึ่งตื่นด้วยความไม่คุ้นในสถานที่ก็เถอะ

 

          ผมซุกหน้าแนบกับท่อนอะไรบางอย่างที่อุ่นๆแบบไม่รู้ตัว ลมหนาวพัดโชยมาทำให้ผมปรือตาแล้วหลับต่อไปอย่างอ่อนล้า มือของผมปัดป่ายหาผ้าห่ม

 

          ซึ่งมันไม่มีในโลกแห่งความเป็นจริงที่กำลังเผชิญอยู่

 

          อุ่นแหะ ผมคิดในใจเมื่อตวัดแขนไปเจอบางอย่างที่อุ่นจัด รูปร่างเหมือนหมอนข้างในจินตนาการ แต่ทำไมหมอนข้างใหญ่จัง ไม่นุ่มเหมือนเดิมด้วย ผมขมวดคิ้วนิดๆ แต่ความง่วงทำให้ผมเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์โดยไม่สนใจอะไรอีก

 

          แขนและขาของผมก่ายบนหมอนข้างไซส์พิเศษ ผมเป็นพวกนอนดิ้น แต่ไม่ขี้เซาเท่าเพลิงนิลหรอก อ..เอะ เพลิงนิลหรอ ผมฝืนลืมตาขึ้นมาก่อนจะเบิกตาโพล่ง ทั้งแขนทั้งขาผมก่ายตัวเพลิงนิลไว้ด้วยท่วงท่าน่าอาย ผมเหลือบมองเปลือกตาที่ปิดสนิทของเขาแล้วถอนหายใจเฮือก

 

          ยังขี้เซาเหมือนเดิม..

 

          ผมค่อยๆถอนแขนออกช้าๆ แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับทำให้ผมชะงักแขนที่จะถอยห่าง..กลับไปสวมกอดเขาเหมือนเดิม เพลิงนิลนอนหงายหน้าขึ้นฟ้า ดีแล้วที่เขาไม่ได้นอนหันหน้ามาทางผม  ไม่งั้นผมคงไม่กล้าทำอะไรที่มันดูฉวยโอกาสแบบนี้ ขอเวลาสักนิด..เวลาที่เขาหลับช่างดูไร้พิษสง

 

          แค่ขอให้ผมเก็บความทรงจำไว้ว่าครั้งหนึ่งเคยกอดเขาได้แบบไม่โดนถีบออกมาก่อน อา..ถ้าเพลิงนิลไม่ได้หลับอยู่ ผมว่าผมมีสิทธิ์โดนถีบกลับดาวอังคารได้เลยล่ะ ที่ผ่านมาเพลิงนิลแตะตัวผมไม่กี่ครั้งด้วยซ้ำพอๆกับที่เขาไม่ให้ผมแตะร่างเขานั่นแหละ มีช่วงหลังๆเนี่ยแหละที่บ่อยซะจนน่ากลัว

 

          กลัวว่าจะขาดเขาไม่ได้..

 

          ผมเผลอยกมือขึ้นรูปไล้ใบหน้าราวเทพบุตรเบาๆ เพราะมั่นใจว่ายังไงเขาก็ไม่ตื่นขึ้นมาแน่ๆเลยกล้าทำแบบนี้

 

          ความง่วงเริ่มกลับคืนมาอีกครั้งท่ามกลางความมืดมิด ผมขยับตัวซุกร่างไปใกล้เพลิงนิลแบบแนบชิดหวังให้ไออุ่นจากร่างหนาช่วยคลายความหนาวเย็นลง แขนผมกระชับกอดร่างทางด้านข้างของเขาเพราะกลัวมันจะหลุดหายไปในสักวัน

 

          "ถึงจะเสียใจที่โดนดูถูก แต่เบนไม่เสียใจที่เป็นของนิลหรอกนะ" ผมกระซิบแผ่วเบา ในประโยคที่ไม่คิดจะพูดออกไปแน่ๆถ้าเพลิงนิลตื่นอยู่ มาคิดดูแล้วใจมนุษย์ช่างน่ากลัว แค่เขามาทำดีด้วยนิดหน่อยก็เผลอเลิกคิดโกรธเคืองอย่างง่ายดาย ผมที่ไม่ใช่คนที่คิดจุกจิกมากมายเลยเผลอลืมการดูถูกของเขาไป

 

          ไม่สิ..ไม่ได้ลืม แต่จะจำมันไปจนตาย สักวันหนึ่ง..จะต้องทำให้ร่างสูงที่นอนกอดอยู่นี้กลับคำพูดให้ได้ ต้องทำให้เขาหลงผมแบบที่ผมหลงเขาให้ได้

 

          ผมถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะปรือตาหลับในเวลาต่อมาไม่นาน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอกันด้วยบรรยากาศที่ดูเย็นสบายไม่หนาวสั่นเมื่อได้ร่างสูงของใครอีกคนมาชิดใกล้ แรงขยับตัวของร่างที่อุดมไปด้วยหมัดกล้ามไม่ได้ทำให้ผมตื่นขึ้นเช่นเคย ฝันลางๆว่าเหมือนถูกดันตัวเข้าหาแผงอกแกร่งด้วยแขนยาวของคนข้างตัวที่ตวัดอ้อมมาตรงช่วงเอว และทิ้งแขนลงโอบร่างผมไว้แบบนั้น

 

          ผมหลับโดยไม่รู้เลยว่านัยน์ตาสีรันติกาลได้เปิดขึ้นในความมืดมิด..

 

 

          "จะออกจากป่ายังไง" ผมอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ เมื่อเห็นเพลิงนิลเตรียมออกเดินทางต่อ หลังจากที่เขาย่างปลาให้กินเมื่อตอนเช้าแล้ว  และผมกับเขาไปอาบน้ำกันเสร็จ อืม..ถ้ากำลังคิดว่าเมื่อเช้าตอนตื่นขึ้นมาแล้วผมจะโดนเพลิงนิลฆ่าเพราะแอบลวมลามเขาล่ะก็..เสียใจด้วยที่มันไม่เหมือนในละคร

 

          ผมกับเพลิงนิลตื่นพร้อมกันและพวกเราก็นอนหันหลังให้กันอีกด้วย ว่าแต่เมื่อคืนผมกอดเพลิงนิลอยู่นี่ ทำไมตอนเช้าผมดันหันหลังออกจากร่างอุ่นๆของเขาเป็นวาเลยล่ะ ผมเกาหัวคบคิดอย่างจนปัญญา คิดไปถึงเรื่องแรงดึงดูด แรงโน้มถ่วงในวิชาฟิสิกส์โน่น

 

          หรือว่าเพราะเราเป็นประจุเดียวกัน พอใกล้กันเลยดีดตัวออกห่างกันฟะ

 

          ผมหันไปมองเพลิงนิลที่กำลังใช้โทรศัพท์ของเขาทำอะไรบางอย่าง แต่ว่ามันไม่มีสัญญาณต่อให้กดโทรออกหาใครก็ไม่ติดหรอก ว่าแต่เขายังไม่ตอบคำถามผมเลยนะว่าจะออกไปจากป่านี่ยังไง

 

          "เดี๋ยวก็รู้" ดูครับ ดูเขาตอบผมสิ มันน่า..

 

          ถ้าตอบแบบนี้อย่าตอบเลยเถอะ เฮ้อ เหนื่อยใจง่ะ

 

          เสียงกดโทรศัพท์ของเขายังดังเรื่อยๆ นัยน์ตาสีสนิทมองผมวูบหนึ่งแล้วหันกลับสนใจโทรศัพท์ตรงหน้าต่อ

 

          สักพักผมก็ได้ยินเสียงเหมือนเครื่องบิน..เอ๋ เครื่องบินกลางป่าเนี่ยนะครับ

 

          ครืน ฟิ้ว!!

 

          ชัดเลยครับ เฮลิคอบเตอร์นี่หว่า มาบินใกล้ๆจุดที่พวกเรายืนด้วย ลมพร้อมฝุ่นนี่พัดปลิวว่อนเลยเชียว อย่าบอกนะว่านี่เป็นฝีมือของเพลิงนิล เจ๋งเว่อร์ ในละครเค้าต้องเดินลุยป่าแล้วเจอหมู่บ้านไม่ใช่? แต่หมอนี่เล่นเรียกเฮลิคอบเตอร์มาเลย ไม่รวยคงทำไม่ได้ ชักหมั้นไส้ตงิดๆ=_=

 

          "นายสั่งการจากโทรศัพท์งั้นหรอ" เมื่อแน่ใจแล้วว่าคงเป็นเฮลิคอบเตอร์ที่มารับเราจริงๆ เพราะมีคนปล่อยบันไดลงมา ผมจึงหันไปถามร่างสูงแบบไม่ให้ตัวเองหน้าแตก เผื่อว่ามันจะไม่ใช่คนที่มารับเราไง

 

          "กูนัดให้มารับตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ส่วนพิกัดที่อยู่ถูกฝังไว้ชิพที่กูใส่ไว้ในโทรศัพท์" เขาคงหมายถึงนัดเฮลิคอบเตอร์นี่ตั้งแต่เมื่อวานสินะ นั่นทำให้ผมมั่นใจว่าเขาคงเป็นพวกที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงว่าจะถอดรหัสพิกัดค้นหาผมจนเจอ อา..เริ่มหน้าร้อนผ่าวแบบแปลกๆ

 

          "แล้วนายเล่นโทรศัพท์ทำไมอ่ะเมื่อกี้" ดูเหมือนผมจะถามเยอะเกินไป        เพลิงนิลถึงหันมาจ้องผมด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่กลับสื่อความออกมาได้ว่า หุบปากซะก่อนที่จะโดนกูตัดลิ้น อะไรประมาณนี้เลย

 

          "เล่นเกม" อือหื้อ ทำผมเงิบได้อีก ไอ้เราก็คิดว่าหาทางติดต่อกับคนภายนอกได้ซะงั้น แมร่งเหลือเชื่อมาก แค่เขายอมตอบคำถามผมเยอะขนาดนี้นั่นมันก็น่าเหลือเชื่อกว่าที่ควรเป็นแล้ว!

 

          ผมกับเพลิงนิลขึ้นเฮลิคอบเตอร์มาได้ในที่สุด ผู้ชายร่างกำยำใส่ชุดสูทสีดำคนหนึ่งที่รอข้างบนนี้อยู่ก่อนแล้วก็โค้งคำนับให้เพลิงนิลแบบศีรษะตั้งฉากกับพื้นเด๊ะๆ ผมมองเขาแบบเหวอมากๆ ไม่คิดว่าฉากในละครแบบนี้ ผมจะได้มาเห็นกับตาในโลกจริง

 

          "ปลอดภัยนะครับ นายน้อย"

 

          "อืม"

 

          จำได้แล้ว ผู้ชายคนนี้เป็นคนเดียวกับที่ผมเจอในโรงพยาบาล ที่เขามารับเพลิงนิลไปมีเรื่องกับพวกมือปืนไง ผมจำท่าทางการยืนแบบนี้ได้แม่น เพลิงนิลฉุดแขนผมให้นั่งลงข้างๆ ผมจึงละสายตาจากชายชุดดำไปมองบรรยากาศบนท้องฟ้าแทน พอมองลงไปด้านล่าง เห็นแต่ป่าต้นเล็กกะจิดริดเขียวขจีเต็มภูเขา

 

          ผมเกาะกระจกแน่นแล้วมองวิวแบบไม่เคยพบเคยเห็น ใช่ไง..ก็ผมไม่เคยขึ้นเครื่องบินนี่!

 

          "นายน้อยครับ นายใหญ่ฝากผมมาว่าให้นายน้อยไปกลับไปหาท่านด่วน" ท่ามกลางความเงียบพี่ชุดดำก็พูดขึ้น เพลิงนิลหันไปมองพี่ชุดดำ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันพร้อมๆกันสีหน้าเบื่อหน่ายที่ปรากฎออกมา

 

          นายใหญ่..ราชามังกรน่ะหรอ

 

          "อืม จัดการให้ด้วย"

 

          "ครับนายน้อย" ทั้งๆที่พี่ชุดดำดูอายุมากกว่าเพลิงนิลตั้งหลายปีแท้ๆ แต่ทำไมถึงดูนอบน้อมกับเพลิงนิลจังนะ ผมอดสงสัยขึ้นมาอีกไม่ได้ จนรู้สึกรำคาญตัวเองที่ช่างนี้มีเรื่องน่าสงสัยมากมายซะเหลือเกิน

 

          "นี่พี่เมฆ มือขวากู" เพลิงนิลแนะนำในที่สุดเมื่อเห็นผมเหลือบสายตาสงสัยมองพี่ชุดดำบ่อยๆ ผมยกมือไหว้พี่เขาแบบนอบน้อม

 

          "สวัสดีฮะ" อายุแค่ 19 แต่มีมือขวาแล้ว ไม่ธรรมดาจริงๆเลยนะลูกมาเฟียเนี่ย ชาติหน้าให้ผมเกิดมาเป็นลูกมาเฟียบ้างเถอะ แต่ชาตินี้ขอแค่เป็นสะใภ้บ้านมาเฟียได้ก็พอ หึๆ

 

         

          พี่เมฆพยักหน้าให้ผมนิ่งๆ เฉยชาทั้งเจ้านายและลูกน้อง นี่ถ้าผมไม่ชินกับความเย็นชาจากเพลิงนิลมาก่อน เชื่อเถอะ..ผมได้กลั้นใจตายเพราะบรรยากาศน่าอึดอัดนี่ไปแล้ว

 

          "รู้ไหมว่าพ่อเรียกไปเรื่องอะไร" เพลิงนิลถามพี่เมฆ ผมเบิกตานิดๆ แสร้งมองวิวข้างนอก แต่หูนี่กระดิกฟังเต็มที่

 

          "เรื่องเดิมๆครับ ดูเหมือนเพราะเรื่องของคุณเพลิงกัลป์นายใหญ่จึงโกรธ และหันมาจัดการกับเรื่องนายน้อยแทน รวดเร็วกว่าเดิมก่อนที่กำหนดการจริงจะมาถึงซะอีก" พี่เมฆอธิบายแต่ทำไมผมไม่เข้าใจมันเลย พวกเขาพูดอะไรกัน ผมไม่เกท again please?

 

          "หึ..." ผมหันไปมองเพลิงนิลเมื่อได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอ แต่แววตากลับดูหงุดหงิดซะจนน่ากลัว ก่อนที่มันจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งแบบที่สามารถสยบคนที่ถูกจ้องมองเฉกเช่นเคย

 

          "ไอ้เฮีย หางานให้กูจนได้" เสียงเย็นยะเยือกกล่าวขึ้นเบาๆ เอ่อ..คำว่าไอ้เฮียเนี่ย ถ้าออกเสียงสูงอีกนิดผมจะคิดว่าเขาด่าเฮียเขาเลยล่ะ =_=

 

           และแล้วผมก็รู้ต้นเหตุความหงุดหงิดทั้งปวงของเพลิงนิลจนได้ ทำไมเขาถึงดูหงุดหงิดขึ้นมาแวบหนึ่งแบบนี้ พี่กัลป์เกี่ยวข้องกับการที่พ่อเพลิงนิลเรียกตัวเขากลับบ้านด่วนนั่นด้วยหรอ

 

          รู้สึกเหมือนผมจะอยากรู้อยากเห็นขึ้นนะครับนะ =_=

 

         

          เนิ่นนานที่วิวบนพื้นโลกเริ่มเปลี่ยนไป แต่เนินเขายังคงอยู่ ผมเห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่บนภูเขาลูกนั้น ตั้งแบบเดี่ยวๆ คนอื่นไม่เกี่ยวเลยล่ะครับ อาณาบริเวณคฤหาสน์ดูลึกลับและมีมนต์ขลังแปลกๆ และผมก็หายสงสัยในสถานที่นี้ เมื่อเฮลิคอบเตอร์เริ่มลงจอดที่ลาดจอดข้างคฤหาสน์ อือหือ..ใหญ่ว่าคฤหาสน์ผมเยอะ

 

          บ้านตระกูลไฟร์ อภิเกียรติวงศ์สินะ เล่นมาตั้งกลางป่ากลางเขาแบบนี้เลย?ไม่สนใจพบปะผู้คนบ้างหรอกครับ ผมล่ะเชื่อเขาเลย

 

          ผมลงจากเฮลิคอบเตอร์แล้วมองสำรวจทั่วบริเวณ คฤหาสน์ไตล์แถบยุโรปดูหรูหราไม่เหมาะจะตั้งในเขตภูเขาสักนิด ผมว่าน่าจะตั้งในเมืองหลวงคงเหมาะกว่ามาก มีน้ำพุใหญ่ตั้งอยู่หน้าคฤหาสน์ รูปปั้นแกะสลักลายมังกรพันรอบฐานน้ำพุไว้ และผงาดชูคอให้น้ำไหลออกจากปากของมังกร โอ..อลังการจนแทบตาลายวิ้งๆ

 

          แต่รู้สึกขนลุกเบาๆยามจ้องตากับมังกรในรูปปั้น..

 

          ผมเบือนหน้าละสายตาออกห่างจาลานน้ำพุได้ในที่สุด เพลิงนิลเดินนำหน้าไปในคฤหาสน์แล้วโดยมีพี่เมฆเดินตามหลังและเว้นระยะห่างนิดๆ ผมควรเข้าไปไหม?

 

          ดูจากสถานการณ์แล้ว บุคคลธรรมดาไม่ควรเข้าบ้านมาเฟียถ้ายังไม่อยากถูกยิงตายนะครับ ดูนั่นสิ พี่ชายล่ำบึ่ก สวมชุดดำยืนเรียงเป็นแถวเป็นแนวตั้งแต่หน้าคฤหาสน์เข้าไปในตัวบ้านซะขนาดนั้น แถมหน้าตาพี่ชายแต่ละคนหน้าดุยังกะล็อคไวเลอร์ (นั่นมันหมาโว้ย)

 

          ปืนที่พี่ชุดดำทุกคนมีเหน็บข้างเวนั้น..ทำให้ผมอยากจะจรลีออกจากสถานที่นี้ให้เร็วที่สุด!

 

          "เข้ามา" น้ำเสียงเย็นๆของเพลิงนิลแว่วลอยเข้ามาในประสาทหู ผมหันมองร่างสูงที่ไม่ได้เดินเข้าไปในคฤหาสน์แบบที่ตั้งใจไว้แต่แรก เขาหยุดเดินแล้วปรายตามามองผมประมาณว่า ขืนมึงมีปัญหา กูจะสั่งเก็บเดี๋ยวนี้!

 

          โอ..อยู่ทำไมล่ะครับ ผมก็เดินตามเขาไปน่ะเซ่

 

          ขนลุกครับ

 

        นั่นคือความรู้สึกผมในตอนนี้เลย เพราะอะไรน่ะหรอ..ตลอดสองข้างทางในการเข้าคฤหาสน์งดงามตระกาลตานี่ มีพี่ๆชายชุดดำโค้งคำนับให้เพลิงนิลอย่างไม่ขาดสายเมื่อเขาเดินผ่าน ประเด็นคือผมเดินตามหลังเขามาไง

 

          บรรยากาศกดดันสุดๆ เหมือนหลุดไปในภาพยนตร์แฟนตาซีสักเรื่อง ผมนี่รู้สึกว่าเพลิงนิลดูมีอำนาจขึ้นมากว่าแต่ก่อนเยอะเลย จากที่เขามีมันอยู่แล้วอ่ะนะ

 

          เขาไม่แม้แต่มองพี่ๆพวกนั้นด้วยซ้ำก้าวเดินฉับๆไปข้างหน้าอย่างเดียว ผมมองทั้งสองข้างทางพลางแสดงสีหน้าอิลักอิเหลื่อ ใครไม่มาเป็นผมไม่รู้หรอก ผมนี่เดินเกร็งเลย ไม่ชินนะครับแบบนี้

 

          เพลิงนิลพาผมเดินมาถึงโถงที่น่าจะเป็นห้องรับแขกของคฤหาสน์ ภาพผู้ชายวัยกลางคนปรากฎอยู่ตรงหน้าผม เพลิงนิลเดินลงไปนั่งบนโซฟาตัวถัดจากผู้ชายคนนั้น เขาหันเหจากการจิบน้ำชามามองผมเล็กน้อย ผมยกมือไหว้ แล้วรีบไปนั่งข้างๆเพลิงนิลทันที

 

          โครงหน้าแบบนี้เหมือนเพลิงนิลยังกับแกะ!

 

          ดวงตาดุโคตรเลยครับ เมื่อกี้ตอนสบตาผมเผลอสั่นนิดๆ แต่ก็ควบคุมตัวเองไว้ได้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร ราชามังกร..

 

          บรรยากาศที่เงียบมาก แบบว่าเงียบสุดๆครอบคลุมสองพ่อลูก ผมนึกสงสัยว่าเขาจะเงียบกันอีกนานไหมฟะ

 

          คิดแล้วก็เลยมองสำรวจที่นี่ซะเลย ช่างหรูหราตระการตา ดูเหมือนจะมีรูปปั้นมังกรประจำอยู่ทุกจุดของบ้านเลยทีเดียว

 

          "นั่นใคร" น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจของราชามังกรถามขึ้น เขายกชาหอมกรุ่นขึ้นจิบต่อ แต่ใส่ความกดดันไปในบรรยากาศขึ้นอีก นัยน์ตาสีสนิทเฉกเช่นเพลิงนิลตวัดมามองผม ทำให้รับรู้ว่าคำถามเมื่อกี้คงหมายถึงตัวผมเอง

 

          พ่อของเพลิงนิลนั้น..ผมไม่สามารถเดาอายุออก เขายังดูเหมือนหนุ่มใหญ่อยู่ มีรูปร่างกำยำ ตัวใหญ่จนน่าเกรงขาม ที่สำคัญคือใบหน้าที่ติดหล่อเหลาแบบผู้ใหญ่นั่นอีก ถ้าหาภรรยาเก็บนี่คงได้ไม่ยาก (อ่าวเฮ้ย)

 

          "คุยธุระมาเลย" เพลิงนิลตัดบท เขาหยิบบุหรี่ที่บอดี้การ์ดคนหนึ่งส่งมาให้พร้อมบริการจุดไฟขึ้นสูบ แล้วเป่าควันออกจากปากแบบไม่สนหน้าอินหน้าพ่อเขาเลย ผมนี่แทบจะวิ่งออกจากห้องไปเพราะคิดว่าท่านราชามังกรจะกริ้วที่ลูกตัวเองสูบบุหรี่แบบไม่รู้เวลาแบบนี้

 

          ผิดคาด..นอกจากไม่กริ้วยังเลิกคิ้วมองลูกตัวเองอีกด้วย!

 

          โอ..คนบ้านนี้นี่ยังไงครับ ตอบ!

 

          "แกรู้อยู่แล้วว่าฉันเรียกมาทำไม" น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้น

 

          "เริ่มตอนไหน" เพลิงนิลถามกลับเหมือนเขารู้อะไรบางอย่างอยู่กันแค่สองคน

 

          "คืนนี้ อย่าทำให้ฉันผิดหวังเหมือนไอ้กัลป์" น้ำเสียงทุ้มติดขู่ดังออกมาจากริมฝีปากผู้เป็นนายใหญ่ของบ้าน แต่ที่ไม่ปกติทำไมเขาต้องตวัดสายตามามองผมแบบเย็นๆด้วย!

 

          "นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะดูตัว" เพลิงนิลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งยิ่งกว่า เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าพ่อบังเกล้าด้วยซ้ำ

 

          ผมนิ่งงันไปกับคำว่าดูตัว ไม่ได้โง่ขนาดไม่รู้ว่าท่านราชามังกรกำลังจะจับคู่ให้ลูกชายตัวเอง สมองของผมเริ่มว่างเปล่า เพลิงนิลบอกว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่จะดูตัว มันหมายความว่าอะไร?

 

          "แน่นอน..แกจะหมั้นกับคนนี้นี่ จะไม่มีการดูตัวเกิดขึ้นอีกฉันรับรอง และจะไม่บังคับอะไรแกอีก" พ่อของเพลิงนิลกระตุกยิ้มนิดๆ ประโยคที่เหมือนคำตอบข้างต้นของผม ทำให้รู้สึกเหมือนถูกค้อนหนักๆทุบลงกลางศีรษะ งานหมั้น..เพราะจะหมั้นเลยจะไม่ไปดูตัวอีก

 

          เพลิงนิลไปได้ตอบรับหรือแก้ไขคำพูดนั้น เขากระตุกยิ้มเย็นแล้วลุกขึ้น โค้งให้นายใหญ่ของบ้านนิดๆแล้วเดินผ่านไป ผมลุกขึ้นเดินตามเขาแบบมึนๆ เพลิงนิลกำลังจะหมั้น แล้วผมเป็นตัวอะไร?

 

.........................................................

 

          ดราม่ากันหรือเปล่าเอ่ย? ตอนหน้าไรท์แนะนำให้เตรีมทิชชู่นะค่ะ กระซิกๆ

 

<<รักรีดเดอร์

 

ตอบเม้นท์แบบรวมๆ

          ทั้งคุณ Great_  กับคุณ ก้อยลาล่า บอกว่านิยายเริ่มหวาน555 แล้วเพลิงนิลมุมอ่อนโยนนี่(?) จะว่าไปก็จริงนะค่ะ มีส่วนจริงๆอ่ะค่ะ แต่เราของวิ่งหลบฝ่ามือพิฆาตจากคุณรีดเดอร์ก่อนนะ แอ๊ก! ดราม่ามาแรกเริ่มเลยตอนนี้ ขอบคุณโพสให้กำลังใจนะค่ะ >_<

# ขอโทษที่ไม่ได้ตอบรายคนเนอะ ตามที่ไรท์ได้แจ้งไปเมื่อตอนที่แล้ว แต่วันอาทิตย์จะตอบรายคนให้นะค่ะ ขอบคุณทุกๆเม้นท์เลยน้า รักรีดเดอร์มาก โอม..อยู่กับนิยายไรท์ไปนานๆ เพี้ยง!

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น