Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 15 โลกที่แตกต่าง 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 โลกที่แตกต่าง 2

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 203

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 โลกที่แตกต่าง 2
แบบอักษร

ตอนที่ 15 โลกที่แตกต่าง 2

Xenious’Jeva ศักราชที่ 10034 พฤศจิกายน วันที่ 12

                ผ่านไปแล้ว 10 วันหลังจากที่มีการประกาศออกไปถึงการค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่และแผนการสำรวจ  ตลอดระยะเวลา10วันนี้ผู้คนที่มีส่วนร่วมในในภาระกิจการสำรวจดาวเคราะห์ถูกเรียกเข้าไปฟังบรรยายจุดประสงค์ และความเป็นไปได้ต่างๆเมื่อลงไปที่ดาวเคราะห์  มันเป็นอะไรที่ทรมานมากที่ต้องมานั่งฟังรายงานอบรบเกี่ยวกับสิ่งต่างๆในแผนการตลอดระยะเวลา10วันนี้ เป็นอะไรที่น่าเบื่อและชวนให้อยากอาเจียน  เหมือนตอนที่เรียนที่มหาวิทยาลัยเมื่อชาติก่อนแล้วต้องมานั่งฟังอาจารย์ผู้สอนพูดเรื่องเดิมตลอด10วัน


                แค่คิดก็ทำให้รู้สึกปวดหัวอยากหลบหนีไปพักผ่อนแล้ว  แต่ก็เพราะในที่นี่มีสายตาของทุกคนคอยจับตามองอยู่ มันจึงเป็นอะไรที่อึดอัดมากที่ต้องคอยแสดงกิริยาและสีหน้าเยือกเย็น  ผมนับถือคุณพ่อจริงๆที่ท่านสามารถอดทนกับบรรยากาศอึดอัดแบบนี้ตลอดระยะหลายปีที่ผ่านมา ทั้งแรงกดดัน และความเครียดสะสม เห้อ! เป็นคนใหญ่คนโตมันก็ไม่ได้สบายสินะ มีอะไรให้ต้องแบกรับเยอะเป็นบ้า รู้สึกสงสารขึ้นมานิดหน่อยเหมือนกันแฮะ ที่คุณพ่อต้องมาคอยแบกรับหน้าที่ของตระกูลและรับผิดชอบเรื่องที่ผมสร้างตอนเด็กๆ


                วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วที่เราอบรมกัน ตลอด10วันก็อบรมว่าต้องใช้ชีวิตอย่างไร มีคนที่รับหน้าที่ลงไปกี่คน ทุกคนจะได้ภารกิจที่ต่างกัน อบรมการใช้ยานส่งตัวเข้าไปในดาวเคราะห์และแทรกซึม ผมฟังมันจนจำได้แล้วอยู่ในห้องประชุมนี่วันละเกือบ12ชั่วโมงเป็นอะไรที่เหนื่อยล้าทางจิตใจสุดๆ  หลังจากประชุมครั้งนี้เสร็จ คืนนี้เวลา 22:00 ตามเวลาของXenious’Jeva ปฏิทิน Rasonan ของบัญญัติ ดาวเคราะห์ทั้ง432ดวงตามเวลาสากล นี้จะเป็นอีกครั้งที่มีการค้นพบดาวดวงใหม่และบันทึก ดาวที่สามารถอยู่อาศัยได้ในสารระบบเป็น433ดวง


                หลังจากประชุมเสร็จก็ได้เวลาไปเตรียมตัวที่จะลงไปสำรวจที่ดาวเคราะห์ตามที่ได้กล่าวไว้ ยังเหลือเวลา อีก 8ชั่วโมงก่อนจะ4ทุ่ม ตอนนี้ผมอยู่ในกองบัญชาการของPrimalที่ศูนย์ขนส่งยานบิน กำลังนั่งพักเหนื่อยบนม้านั่งตรงทางเดินระเบียง หลังจากประชุมเสร็จ เห้อ! เสร็จซะที ยังเหลือเวลาอีก8ชั่วโมง ตื่นเต้นชะมัดจะได้ลงไปที่ดาวนั้นแล้ว ตลอดหลายวันมานี้ ผมได้เรียนวิธีพูดสำเนียงของคนเผ่าพันธุ์ถิ่นฐานของดาวเคราะห์นี้  น่าแปลกใจมากที่ภาษาที่พวกเขาใช้คล้ายภาษาจีนในโลกก่อนของผม


                ตอนที่นักแกะรหัสภาษาแกะภาษาที่คนของดาวดวงนี้พูดคุยกันผ่านยานสอดแนมระยะไกล ทำให้ได้ความรู้เบื่องต้นภาษาของคนในดาวดวงนี้มาบ้าง แต่สำหรับผมนั้น ไม่จำเป็นเพราะว่าไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไรมาตัวผมก็เข้าใจและสามารถพูดได้อยู่แล้วไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน  ผมหัดพูดสำเนียงแบบจีนโบราณหรือพวกหนังกำลังภายในจากที่เคยดูและพยายาม ฝึกพูดหน้ากะจก และเรียนรู้ขนบธรรมเนียมของพวกเขาไปด้วย


                ผมใช้เวลาราว3วันก็สามารถจำวิธีการพูดหรือบทกวีได้พอควร  แต่ก็ยังมีการวางท่าและการแสดงออกอีกนิดหน่อยกว่าผมจะชินคงต้องใช้เวลาฝึกต่อไป แต่แม้ว่าผมจะยังทำได้ไม่ค่อยดี ผมเลยพยายามฝึกพูดและแสดงท่าทางแบบหนังจอมยุทธ “เว่ยเส้าเทียนวันนี้เป็นวันตายของเจ้า*! โอหังแน่จริงก็เข้ามา!”*  หรือแม้แต่พูดแบบราชนิกูลเชื้อพระวงศ์  “ในแผ่นดินนี้เปิ่นหวางใช้หยาดเลือดปกป้องแผ่นดิน*! ขนาดฮ่องเต้ยังมิกล้าตำหนิเปิ่นหวางเลย! แล้วเจ้าเป็นผู้ใดกันจึงสามหาวถึงเพียงนี้!”* และก็แสดงท่าทางสีหน้าพร้อมกับทำไม้ทำมือหน้ากะจก  อือแค่นี้ก็คงจะพอถูไถไปได้บ้างละมั้งเผื่อต้องเอาไปใช้ในบางสถานการณ์


                เพื่อความแน่ใจผมจึงตรวจเช็คสถานะอุปกรณ์ในช่องเก็บของมิติของสร้อยคอ ดูเหมือนว่าจะไม่ขาดอะไรไปเลยน่าจะเอาของที่ต้องใช้เตรียมมาหมดแล้ว  ระหว่างนี้ผมก็ส่งข้อความพูดคุยกับทุกคนในแชทกลุ่มว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่หรือไม่ก็ ผมจะถ่ายรูปว่าตอนนี้ผมกำลังทำอะไรอยู่แล้วส่งภาพไปให้พวกเขา  เพราะตอนนี้เป็นเวลาพักผ่อนก่อนการเตรียมตัวขึ้นยานขนส่งที่จะลงไปยังดวงดาว เป็นยานที่สามารถเข้าไปได้คนเดียวเป็นยานที่ถูกตั้งโปรแกรมจากแผงควบคุมบนXenious’Jeva


                เมื่อยานขนส่งเข้าไปใกล้เหนือพิกัดที่กำหนด 5000เมตร  ยานจะทำการปล่อยแคปซูลที่คล้ายแท่งแก้วคริสตัลขนาดใหญ่ที่ผมจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในลงไปยังพื้นดินในพิกัดของดาวเคราะห์ ตอนที่ฟังก็รู้สึกหวั่นใจหน่อยๆที่ต้องคิดภาพตัวเอง ดิ่งจากที่สูง5000เมตร โดยที่ตัวเองนอนอยู่ในที่แคบๆ คิดสภาพแล้วรู้สึกเหมือนเครื่องเล่นของชาติก่อนที่สวนสนุกที่ชื่อว่า โลงศพลอยฟ้าเลยแฮะ แต่ว่าก็คงไม่เหมือนกันหรอก  ไม่นานเวลาก็ผ่านไปแล้วตอนนี้ได้เวลาที่ต้องไปขึ้นยานขนส่งซะที


                ผมเดินไปตามทางเดินระเบียงหลังจากนั่งพักผ่อนเป็นเวลานานผมก็ส่งข้อความบอกทุกคนว่าผมกำลังจะไปขึ้นยานแล้ว ทุกคนอวยพรให้ผมปลอดภัย ผมจึงส่งสติกเกอร์อีโมจิหน้ายิ้มไปและตัดการติดต่อ ก่อนจะเดินไปตามทางไปห้องยานขนส่ง  วันนี้มีหลายฝ่ายที่เข้ามาที่นี่ เพราะว่ามันเป็นวันที่จะประกาศออกไปสู่สาธารณชนXenious’Jeva จึงมีสื่อต่างๆมาทำการถ่ายทอดสดสู่สายตา การเป็นพยานครั้งสำคัญที่ค้นพบดวงดาวอีกครั้ง


                ตอนนี้ภายในห้องชมและรับรองแขกของฝั่งนั่งชมคล้ายที่นั่งรอขึ้นเครื่องสนามบิน กำลังเต็มไปด้วยผู้คนและนักข่าวที่กำลังสัมภาษณ์กันอยู่ ไม่นานผมก็เดินมาถึงโรงจอดยานฝั่งนักบิน โหว!เยอะกว่าที่คิดแฮะคนที่จะไปสำรวจเหมือนกับผมมีเยอะขนาดนี้เลย   ทุกคนกำลังยืนเรียงแถวหน้ากระดานประจำยานขนส่งของตัวเองโดยหันหน้าไปทางห้องส่งที่มีสื่อสัมภาษณ์มากมายกำลังจับตามองอยู่ เมื่อผมเดินมาถึงก็เข้าไปยืนหน้ายานประจำตัวของตัวเองหลังจากนั้นเสียงประกาศก็ดังขึ้น


                “ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทุกท่านตอนนี้เรากำลังจะก้าวไปสู่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ Xenious’Jeva เป็นอีกครั้งที่เราค้นพบบ้านหลังใหม่ และเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ ครั้งนี่เราได้คัดเลือกผู้มีคุณสมบัติที่จะเข้าไปสำรวจดาวเคราะห์และ เชิญทุกท่านมาเป็นพยานในการก้าวไปข้างหน้าของประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่!”หลังจากการกล่าวสุนทรพจน์และประกาศออกสื่อจบลง พวกเราทุกคนที่เรียงแถวก็เตรียมตัวและทำการขึ้นเครื่องที่ถูกจัดเตรียมไว้ข้างหลังเรา


               เสียงฝูงชนโห่วร้องก้องกังวานเสียงดังดุจคลื่นมาตุภูมแห่งการเฉลิมฉลองเสียง กรี๊ดกร๊าดและเสียงเชียร์ดังออกมาเป็นระยะ  ผมมองไปที่ห้องผู้ส่งที่เป็นห้องกะจกใสอยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงจอดยานเห็นผู้คนมากมายและป้ายต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดี  ตรงแถวหน้าสุด หลิวเอ๋อ อิงเอ๋อ ฟาฟา จินเซียงและเหม่ยเอ๋อต่างก็มาให้กำลังใจและโบกไม้โบกมือให้ผมโดยเฉพาะหลิวเอ๋อที่ตะโกนเสียงดังและแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นภาพที่ตลกมาก แต่ก็รู้สึกอบอุ่นใจไปด้วยพวกเขามาร่วมยินดีกับผม ผมโบกมือให้พวกเขาและเข้าไปในตัวยานแคปซูล


                “เริ่มนับถอยหลังการปล่อยตัวยานสำรวจ! เริ่มนับถอยหลังการปล่อยตัวยานสำรวจ! เริ่มนับถอยหลังการปล่อยตัวยานสำรวจ!” เสียงเตือนประกาศการส่งตัวประกาศออกทางไซเรนดังกังวานไปทั่วยาน


                “จะปล่อยตัวในอีก! 10! 9! 8!” เสียงจากไซเรนดังขึ้นมาเป็นสัญญานนับถอยหลังผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ออกไปผจญภัยในที่ๆไม่เคยพบเห็น มันเป็นอะไรที่ผมเคยฝันอยากจะทำเมื่อมีชีวิตตอนเป็นเด็กในชาติก่อน  เสียงเชียร์กระพือดังขึ้นเรื่อยๆ ผู้ชมในห้องส่งต่างส่งเสียงกู่ร้องกันไม่หยุดหย่อน


                “3! 2! 1! วี๊ด วี๊ด! บูม!” เมื่อเสียงนับสิ้นสุด เสียงไอพ่นของยานบิน เสียดสีเผาไหม้กับอากาศก่อนที่จะจุดชนวนระเบิดและขับเคลื่อนตัวยานให้พุ่งออกไปจากท่าส่งยานด้วยความเร็วสูง ผมมองภาพรอบตัวนอกยานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วพริบตาผมก็ถูกส่งออกมานอกยานแล้วตอนนี้ผมกำลังจะพุ่งไปที่ดาวเคราะห์ดวงนี่ที่อยู่ข้างหน้า 


                การแจ้งเตือนจากหน้าจอแสดงผลเป็นเสียงไซเรนจากตัวยานแจ้งเตือน  “กำลังเจาะเข้าสู่ชั้นบรรยายกาศ Exosphere!” ผมมองดาวเคราะห์ตรงหน้าผ่านตัวยานมันมีสีฟ้าและมีวงแหวนจางๆล้อมรอบไว้  ดาวเคราะห์ดวงนี้มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีฟ้า ตอนนี้ผมกำลังมุ่งไปยังจุดหมายที่กำหนด พิกัดป่าทางเหนือของอาณาจักรจูเชวี่ย พื้นที่เขตแดนศักดิ์สิทธิ์

                “กำลังเจาะเข้าสู่ชั้นบรรยายกาศThermosphere!  กำลังเจาะเข้าสู่ชั้นบรรยายกาศMesosphere! กำลังเจาะเข้าสู่ชั้นบรรยายกาศStartosphere! กำลังเจาะเข้าสู่ชั้นบรรยายกาศTroposphere!  กำลังปรับระดับความสูง เข้าสู่ความสูงเหนือพื้นที่เป้าหมาย7000เมตร! 6000เมตร! จะทำการส่งแคปซูลสำรวจไปในพิกัดที่กำหนดในระยะเหนือพื้นดิน5000เมตร!ใน 3! 2! 1! ฟิ้ว!บู้ม!” เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอแสดงผลดังออกมาเป็นระยะ ในขณะที่ วินาทีถัดมา ยานขนส่งจะดีดแคปซูลที่มีผมอยู่ข้างในออกมาจากตัวเครื่อง!


               ตอนนี้ผมกำลังดิ่งท้าความสูงเหนือพื้นดิน  ให้ความรู้สึกการเล่นรถไฟเหาะเลย อึก แรงสั้นสะเทือนตามมาเป็นระยะอาจจะเพราะผมไม่คิดว่าแรงสั่นจะมากขนาดนี้มันเลยทำให้ผมแทบจะอาเจียนของที่ทานเข้าไปก่อนหน้านี้ออกมาอึก! คลื่นไส้ชะมัด! สั่นยังกะเจ้าเข้ายังไงยังงั้น! ยังไม่ทันที่ผมจะได้ทำใจให้สบายเสียงแจ้งเตือนครั้งสุดท้ายก็แจ้งเตือนเข้ามา


                “เตือนภัยตรวจพบสนามแม่เหล็กแรงสูงจากพื้นดิน! ระบบถูกรบกวนและจะทำการปิดตัว เปลี่ยนไปใช้โหมดฉุกเฉิน!” บ้ารึไงกัน!อะไรมันจะซวยได้ขนาดนี่! “เทพเจ้าแห่งโชคลาภท่านรังเกียจผมนักรึไง!” ผมได้แต่ตะโกนด้วยความปวดใจกับความซวยของตัวเอง


                ระบบฉุกเฉินถูกเปิดใช้เพื่อลดแรงกระแทกผมล่วงล้นลงไปจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว และไม่นานเสียงดังสนั่นของการตกกระทบพื้นดินก็เกิดขึ้น ตู้ม! แคร๊ก! ผมตีลังกาหัวหมุ่นภายในแคปซูลไปตลอดทางที่ตก โชคดีที่แคปซูลมีความทนทานสูงข้างในจึงไม่เป็นไรผมจึงปลอดภัยแต่ก็แลกกลับมาด้วยกับการที่จุกและอยากจะอาเจียน


                ไม่นานการสั่นสะเทือนก็หยุดลง ผมรีบถีบประตูแคปซูลออกอย่างแรงและวิ่งออกไปเล็กน้อยก่อนจะอาเจียนเอาอาหารทั้งหมดที่อยู่ในท้องออกมา อ่า! ออกมาหมดเลย อึก!เสียดายอุตส่ากินไปตั้งเยอะ! หลังจากหยุดอาเจียนแล้ว ผมก็พยายามทำใจให้สงบก่อนจะฟื้นสติตัวเองและมองสำรวจไปที่บริเวณรอบๆ  ภาพที่ผมเห็นทำให้ผมตื่นตะลึง วิวทิวทัศกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สายลมพัดแผ่วเบาผ่านใบหน้า เสียงของแมลงปีกแข็งร้องเสียงดังไปตามป่า ลำธารใสเย็นช่ำไหลไปตามป่าเขา พืชพรรณนานาชนิดแปลกๆต้นไม้ใหญ่ที่ไม่เคยเห็นอยู่ทั่วทุกที่ มีสัตว์ตัวน้อยหลายชนิดคล้ายกระรอกและกระต่ายอยู่ข้างลำธาร


                บนฟ้าแสงจันทร์กระจางดวงดาวทอประกายแสงเคียงคู่กัน หมู่ดาวแปลกๆที่ผมไม่เคยรู้จัก มันก็แน่ละนะ จักรวาลที่แตกต่างมันจะไปมีหมู่ดาวเหมือนกันได้ไง  บนท้องฟ้าปรากฏดวงจันทร์2ดวงลอยอยู่กลางท้องนภา ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดและเป็นภาพที่ดึงดูดชวนมองทัศนียภาพที่เหนือความสวยงามจากที่ผมเคยเห็นจากที่ไหนๆ


                หลังจากมองดูมันอยู่พักหนึ่งผมก็ทำการสำรวจแคปซูลส่งตัวของผมดูว่ามันเกิดความเสียหายอะไรบ้างก่อนจะเก็บมันเข้าไปในช่องเก็บของมิติผ่านสร้อยคอของผม เหมือนว่าจะเกิดความเสียหายจากแค่ภายนอกนะที่เหลือก็มีระบบชำรุดนิดหน่อย  ระบบระบุตำแหน่งไม่ทำงานอืม? อาจจะเพราะว่าสนามแม่เหล็กรึเปล่านะ? เหมือนจะได้ยิน เสียงเตือนตอนวินาทีน่าสิวน่าขวานอยู่ด้วย  หลังจากเก็บแคปซูลแล้วและเครื่องมือระบุตำแหน่งใช้การไม่ได้ผมก็คงใช้ได้แต่พึ่งสัญชาตญานของตัวเองกับความรู้เบื้องต้นในการเอาชีวิตรอดในป่าอืม?


                เหมือนจะจำได้ว่าให้เดินหาแหล่งน้ำกับหาที่ปลอดภัยสินะ! เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็เดินไปตามลำธารเพื่อหาที่พักปลอดภัยเพื่อจะตั้งแคมป์ โดยได้ทำการเปิดระบบรักษาความปลอดภัยกันไว้เผื่อในกรณีฉุกเฉินและเดินไปรอบๆ ป่านั้นเงียบสงบนอกจากเสียงของแมลงแล้วผมก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเลย ไม่นานผมก็เดินมาถึงทะเลสาป อากาศเย็นสบายหมู่ปลาแหวกว่ายตามลำน้ำมีเสียงนกกระจิบและนกฮูกร้องออกมาให้ได้ยินบ้างประปราย ที่ทะเลสาปไม่ลึกมากน้ำใสสูงถึงแค่ช่วงเอวมองเห็นก้นสระ ที่กลางสระมีเกาะขนาดเล็กอยู่ขนาดกว้างพอให้สามารถไปวิ่งเล่นได้กว้างประมาณ8x10เมตร แสงจันทร์สาดส่องกระจ่างใส


                ส่องลงไปที่เกาะท้องฟ้าปลอดโปร่งเมื่อผมมองดูภาพของเกาะตรงหน้าก็มีความคิดว่าจะไปตั้งแคมป์บนนั้น ระยะทางจากฝั่งไปที่เกาะก็ไม่ไกลมากประมาณ12เมตรจากจุดที่ผมอยู่ ผมจึงเดินลงน้ำและตรงไปที่เกาะกลางทะเลสาป    ว๊า!น้ำเย็นจัง! พู่! เสียงน้ำกระเพื่อมไหวเมื่อผมย่ำเท้าลงไป ปลาในสระแหวกว่ายวนเวียนและกระจัดกระจายกันไป    เมื่อผมเดินมาถึงเกาะก็ทำการเดินขึ้นไป เกาะไม่สูงมากนักเหนือช่วงเอวผมนิดหน่อย เมื่อผมปีนขึ้นไปก็ทำการเรียกเอาอุปกรณ์ตั้งแคมป์ออกมาจากช่องเก็บของมิติผ่านทางสร้อยคอ


                และอุปกรณ์สร้างบาเรียที่ถูกพัฒนาขึ้น มาวางไว้ในตำแหน่งต่างๆทั้ง4ด้านบนเกาะล้อมรอบเกาะไว้ จากนั้นผมจึงเดินมาที่ตรงกลางเกาะก่อนจะเรียกเอาเต็นท์อเนกประสงค์มากางและเปิดสั่งการให้อุปกรณ์สร้างบาเรีย แสดงผลเมื่อมีอะไรเข้ามาใกล้ที่จะก่อให้เกิดอันตรายกับตัวผมเป็นการระวังภัยให้ตัวเองแค่นี้ผมก็โล่งใจไปได้เปราะนึง เมื่อตั้งแคมป์เสร็จเรียบร้อยแล้วและแน่ใจว่าไม่หลงลืมอะไรผมจึงรีบเข้าเต็นท์ไปอาบน้ำเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น  ตอนนี้ที่นี่ในอาณาจักร จูเชวี่ยเริ่มเข้าหน้าหนาวแล้วอากาศจึงเริ่มเย็น เมื่ออาบน้ำเสร็จผมก็คิดอะไรสนุกๆ


                ผมจึงเดินไปที่หน้ากะจกก่อนที่จะส่งกระแสจิตเข้าไปในสร้อยคอเรียกโหมดสวมใส่ขึ้นมาและลองสวมใส่ชุดที่ฟาฟาเป็นคนออกแบบผมก็ไม่รู้เหมือนกันวาเมื่อสวมแล้วมันจะเป็นยังไงเพราะยังไม่เคยมีโอกาสได้สวม  ผมเลยลองเรียกชุดออกมาสวมใส่ดู ผลที่ได้คือมีแสงออกมาจากสร้อยคอขยายไปตามตัวของผมก่อนจะครอบคลุมและปรากฏเป็นชุด  ตอนนี้ผมอยู่ในชุดขนสัตว์สีขาวปักลวดลายสง่าองอาจของก้อนเมฆและดวงจันทราผมถูกรวบไว้กลายเป็นทรงผมเปียแถบเล็กมาผูกที่หลังผมหางม้ามีรัดเกล้ารูปTarorixคล้ายผีเสื้อกำลังกางปีกมีปิ่นอัญมณีปักตามเปียผม


                ให้ความรู้สึกสูงส่งอืม? *‘เรือนผมสีม่วงอ่อนในตาสีทองประกายดุจดั่งแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณเบิกฟ้า ผมสลวยถูกรวบใส่รัดเกล้าและมีปิ่นปักผมปักไว้  ใบหน้ารูปไข่ แพรขนตาผีเสื้อ จมูกเล็กเชิด ริมฝีปากบางดั่งผลผิงกั่ว หุ่นอรชรที่เอวถูกผูกด้วยแถบผ้าทำให้เน้นช่วงเอว อืมน่ารักจังหลงรักเลยแม่เทพธิดา กับผีนะสิ! บ้าอะไรกันเนี่ย! นี่มันชุดผู้หญิงไม่ใช่หรอ!?’*ผมลองเปลี่ยนเป็นชุดอื่นแล้วลองดูอีกทีแต่ไม่ว่าจะยังไงเมื่อผมเปลี่ยนไปชุดไหนก็เป็นชุดผู้หญิงซะหมด  ผมได้แต่นั่งกอดเข่ากุมขมับอยู่หน้ากะจก นี่สินะที่เข้าเรียกว่าปล่อยให้เลยตามเลยแล้วจะเกิดผลร้ายต่อตน  เมื่อกลับไปผมคงต้องไปบอกเพื่อพูดกับทุกคนแล้วอธิบายให้พวกเขาเข้าใจแล้วละ


               ผมได้แต่ทำใจแล้วได้แค่สวมมันไป ชุดเดียวที่ใส่แล้วไม่ดูเหมือนผู้หญิงจนขัดตาเกินไปคือชุดแม่ทัพ ผมจึงได้แต่ลองสำรวจตัวเองดูในกระจกเห้อ! คงต้องทำใจใส่ไปก่อนแล้วละ

.

.

.

.

ณ ป่าแถบเหนือของอาณาจักรจูเชวี่ย  อีกฟากของป่าเขตแดนศักดิ์สิทธิ์

                “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่ามีบางสิ่งบางอย่างตกลงมาจากฟากฟ้าใกล้ๆกับเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา  เหล่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยภายในป่าบอกข้าว่า สิ่งนั้นที่ตกลงมาจากฟากฟ้าและสิ่งที่ตกลงมาจากฟากฟ้ามีอะไรบางอย่างออกมา”น้ำเสียงของคนหนุ่มผสมกับเสียงครางทุ้มต่ำในลำคอคล้ายเสียงสัตว์ขนาดใหญ่ที่พูดออกมากล่าวขึ้น


                “ข้าได้ยินเหล่าวิหคทั่วทั้งป่าบอกว่าคล้ายมีมนุษย์สตรีออกมาจากสิ่งนั้นและมุ่งหน้าไปที่ทะเลสาบจันทราทอแสง”เสียงคล้ายสตรีกล่าวตอบเสริมกับเสียงหนุ่มเมื่อครู่


                “ข้าก็ได้ยินมาจากเหล่าสัตว์เกร็ดและอสรพิษและเหล่ามังกรแว่วมาเหมือนกัน สตรีผู้นั้นมีเรือนผมสีม่วงและในตาสีทอง”น้ำเสียงกระจ่างใสของบุรุษกล่าวขึ้นเสียงเรียบเจือปนอำนาจอย่างบอกไม่ถูก


                “จะเป็นไปได้อย่างไร! สตรีนางนั้นใช่มนุษย์แน่หรือ? พวกมนุษย์ที่ข้าเคยพบไม่มีผู้ใดที่มีสีตาและสีผมเช่นนี้เลยหรือว่าอาจจะเป็นสิ่งนั้นหรือไม่?”เสียงของเด็กผู้หญิงกล่าวออกมาแย้ง


                “อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เสวี่ยนเอ๋อ เจ้าจะตื่นตระหนกไปใย เจ้าก็รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นเป็นแค่เรื่องเล่าประรำประราของพวกตาเฒ่าของพวกเราที่ขู่ให้เราเชื่อฟังตอนยังเล็กเท่านั้นเอง”น้ำเสียงของสตรีวัยสาวกล่าวบอก


                “จริงๆเหรอ? พี่เชวี่ยเอ๋อท่านมิได้หลอกข้าใช่หรือไม่?”นำเสียงเด็กน้อยกล่าวออกมาอย่างสงสัยปนระแวง


                “งั้นพวกเราก็ไปดูให้รู้กันเถอะ? เจ้าว่าไงละชิงหลง?”น้ำเสียงของบุรุษหนุ่มปนเสียงสัตว์ร้ายกล่าวออกมา


                “งั้นพวกเราไปดูให้แน่ชัดว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ ตามที่เจ้าว่ามาเถอะ”ไป๋หู่

.

.

.

.

                ขณะที่ผมกำลังเปลี่ยนชุดและสำรวจชุดแต่ละชุดหน้ากะจกอยู่นั้น พื้นดินก็พลันสั่นไหวรุนแรงเสียงน้ำสาดกระเซนไปมาด้วยความร้อนใจว่าเกิดอะไรขึ้นผมจึงรีบพุ่งออกมานอกเต็นท์ทันที เมื่อผมออกมาข้างนอกสิ่งที่ปรากฎในสายตาทำให้ผมแทบจะเป็นบ้า เพราะว่าสาเหตุที่ทำให้พื้นดินสั่นไหว นั้นคือ มีสัตว์ที่คล้ายมังกร นก เต่า และเสือขาว ขนาดใหญ่เข้ามาล้อมรอบเกาะกลางแม่น้ำ มันทำให้ผมตกใจมากทันใดนั้น ผมก็ส่งกระแสจิตสั่งให้เครื่องสร้างบาเรียที่เตรียมไว้กางทันที


                ทันใดนั้นก็เกิดเสาแสงพลังงานรุนแรงพุ่งออกมาจากตัวเครื่องและสร้างม่านพลังงานแสงสูงเฉียดฟ้า พลังงานจากเสาพลังปะทุออกมาอย่างท่วมท้น ป้องกันรอบเกาะไว้ ทำให้สัตว์เหล่านั้นมีปฏิกิริยาตอบสนองนิดหน่อยเหมือนพวกมันจะตกใจแต่ก็ไม่ได้ขยับไปไหน  ‘เจ้าพวกนี้มันอะไรกันน่ะผมไม่เห็นจะรู้เลยว่ามีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่พวกนี้อาศัยอยู่ในป่า’ ความสูงของพวกมันสูงราว10เมตร พวกมันกำลังยืนมองผมและไม่ได้มีท่าทีจะขยับอะไรเลย


                ใจผมกำลังสั่นอย่างรุ่นแรงนี้มันเรื่องอะไรกันเนี่ยใจของผมแทบจะกระโดดออกมาอยู่แล้ว ผมพยายามสงบใจตัวเองและมองสำรวจปฏิกิริยาของพวกมัน พลางในหัวก็คิดวิธีที่จะจัดการกับเจ้าพวกนี่อย่างไรดี ทุกสิ่งทุกอย่างตีกันไปหมดผมพยายามสูดลมหายใจเข้าและสงบสติอารมณ์ก่อนจะทำให้ตัวเองผ่อนคลายถึงสัตว์พวกนี้จะตัวใหญ่แต่คงฝ่าบาเรียเข้ามาไม่ได้ง่ายๆหรอกอย่างน้อยก็วันนึงละนะ


                ในขณะนั้นก็มีเสียงกล่าวออกมาจากสัตว์ที่คล้ายมังกรว่า “พวกข้าขออภัยท่านผู้สูงส่งที่เสียมารยาทบุกรุกเข้ามาหาท่าน พวกข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ! แค่มาตรวจสอบพื้นที่ในอาณาเขตของพวกข้าเท่านั้น!เนื่องจากบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายต่างพูดกล่าวว่าพบเห็นบางสิ่งตกลงมาจากฟากฟ้าเมื่อเรามาถึงก็พบกับท่านที่นี่!” น้ำเสียงใหญ่ของบุรุษดังก้องกังวาน ออกมาทำให้ผมตื่นตกใจเป็นอย่างมาก พูดได้!? สัตว์พวกนี้สามารถพูดได้! งั้นก็หมายความว่าสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ที่มีสติปัญญาในระดับสูง ฟังจากน้ำเสียงและปฏิกิริยาแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมจึงพยายามสงบความตื่นเต้นและกล่าวออกมาว่า


                “ไม่เป็นไรข้าไม่ถือสากับเรื่องเล็กน้อยเช่นนั้นหรอก!  ตัวข้าแค่มาพักอาศัยที่นี่แค่ชั่วคราวเท่านั้นมิได้มีเจตนาจะบุกรุกหรือแย่งอาณาเขตของพวกเจ้าแต่อย่างใน ข้าขอแค่พักที่นี่อย่างสงบได้หรือไม่?!” ผมกล่าวออกมาเสียงดังเพราะกลัวพวกสัตว์เหล่านี้จะไม่ได้ยิน แต่ที่น่าแปลกใจก็คือพวกสัตว์เหล่านี้สามารถพูดภาษาของคนได้ด้วย  ซึ่งคล้ายกับภาษาจีนของโลกก่อนของผม


                “เป็นเช่นนั้นเองหรือ! ถ้าเช่นนั้นข้าขอเรียนถามท่านผู้ยิ่งใหญ่ได้หรือไม่ว่าท่านมาจากที่ใดรือ!?” เสียงกล่าวจากเสือตัวสีขาวขนาดใหญ่กล่าวออกมา ผมได้แต่นิ่งและคิดว่าจะตอบอย่างไรดี ในสถานการณ์แปลกๆแบบนี้ไม่รู้ว่าถ้าพูดอะไรผิดไปจะทำให้เจ้าพวกนี้โกรธแล้วเข้ามาโจมตีผมรึเปล่า ผมจึงตอบไปแบบคลุมเครือว่า


                “ตัวข้านี่หนา!  มาจากสวรรค์ชั้นฟ้าห่างไกลจากพื้นแผ่นดินนี้ไกลหลายหมื่นหลายแสนลี้  มีเม็ดธุลีของแผ่นดินเช่นนี้เป็นที่พัก432แห่ง! ตัวข้าออกสำรวจท้องนภาและดาราภพอันกว้างใหญ่ไพศาลจนมาถึงที่นี่! หมู่ดวงดาวคิมหันต์และวสันตฤดูหลายภพหลายชาติมิอาจเติมเต็มความปารถนาของตัวข้าได้!” เมื่อผมกล่าวไปแบบนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสนิท เงียบมาก เงียบจนสามารถได้ยินเสียงลมในอากาศพัดผ่านผิวน้ำ บรรยากาศอึดอัดและกดดันแผ่ออกมารอบๆตัวผม ในใจผมคิดว่า ‘แย่แล้วนี้เราโม้ให้สัตว์พวกนี้ฟังเกินไปรึเปล่าเจ้าพวกนี้อาจจะไม่เชื่อผมก็ได้จะทำยังไงดีละทีเนี่ย!’ ในขณะที่ผมกำลังคิดฟุ้งซ่านในหัวอยู่นั้น


                เสียงกล่าวของสัตว์เหล่านี้ก็ทำลายความกังวลของผมออกไปจนหมด  “พวกข้าขออภัยท่านด้วยองค์เหนือหัว ที่พวกเราช่างปฏิบัติกับท่านอย่างหยาบคายเช่นนี้ จึงกล่าวถามท่านออกไปอย่างมิรู้ความ ขอท่านโปรดทรงอภัยแก่พวกข้าด้วยโปรดละเว้นชีวิตน้อยๆสรรพชีวิตและขุนเขาแห่งนี้ด้วย หากแม้ท่านต้องการอาหารจะสังหารสัตว์ใหญ่สัก หลายตัวหน่อยก็ย่อมได้แต่โปรดอย่าทำลายเผ่าพันธุ์ของพวกเราเลย พวกข้าสัญญาจะคอยรับใช้ท่านอย่างซื่อสัตย์ขอท่านจงอย่าได้ทรงโทมนัสใส่พวกข้าเลย!” เมื่อผมได้ยินดังนั้นก็ได้แต่เบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง


                ‘เอ๊ะ? เอ๋? องค์เหนือหัว? อะไรกันละนั้น? หรือเจ้าพวกนี้จะเข้าใจอะไรผิด แต่ก็ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้วก็ไปให้สุดเลยละกันเล่นแล้วต้องเล่นให้ใหญ่ไปเลย!’ เมื่อผมได้ยินดังนั้นผมจึงกล่าวออกมาพร้อมกับการแสดงอำนาจแบบราชนิกุลชั้นสูงที่เคยฝึกและใส่อารมณ์ลงไปในน้ำเสียง


                “ฮึ! งั้นก็ดีข้าจะยอมรับพวกเจ้าเป็นข้ารับใช้ก็แล้วกัน เพื่อแลกกับการที่ข้าจะไม่ทำลายที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากอง!ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำลายเผ่าพันธ์ของพวกเจ้า! แต่ว่า! ถ้าพวกเจ้ากล้าริอาจมีความคิดปฏิปักษ์คิดทรยศข้าแม้เพียงน้อยนิด ข้าจักทำให้เจ้ารู้ว่าการอยู่มิสู้ตายมันเป็นเยี่ยงไร!” เมื่อผมกล่าวและแสดงท่าทางออกไปแบบนั้นก็คอยสำรวจปฏิกิริยาจากเจ้าพวกนี้ดูผลที่ได้คือ เจ้าพวกนี้หมอบตัวลงกับพื้นและกล่าวออกมาว่า


                “พวกข้าให้สัตย์สาบานต่อผืนพิภพ! ฟ้าดินและเหล่าทวยเทพที่อยู่บนสวรรค์ว่าจะรับใช้ท่านและมิคิดทรยศท่านอุทิศชีวิตของพวกเราให้ท่านด้วยความยินดี ขอองค์เหนือหัวทรงว่างพระทัย! ”เสียงกล่าวของสตรีดังออกมาจากนกยักเป็นการกล่าวยอมรับคำพูดของผม


                “ดีมาก! งั้นพวกเจ้าก็ไปพักผ่อนกันได้แล้วเมื่อข้ามีอะไรจะเรียกพวกเจ้าเอง! ส่วนตอนนี้ข้าจะพักผ่อน!”ผมกล่าวแบบนั้นเพื่อเป็นการไล่เจ้าพวกนี้ไปเพราะผมคงสงบใจไม่ได้ถ้ามีสัตว์ที่ตัวใหญ่ขนาดนี้มาคอยล้อมผมไว้


                “จะ..เจ้าค่ะขอบพระทัยในน้ำพระทัยขององค์เหนือหัวที่เปี่ยมล้นต่อพวกข้า! ตะ...แต่เราขอทราบนามอันเกรียงไกรของท่านได้หรือไม่องค์เหนือหัว!?”เสียงของเด็กสาวดังออกมาจากเต่ายัก


                “นามของข้าหรือ?”ผมนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะทำความเข้าใจกับคำถามและตอบไปเสียงดังฟังชัดว่า “นามของข้าคือ หลันหลงเอ๋อ จำใส่ใจพวกเจ้าไว้!”ผมพูดใส่อารมณ์ความรู้สึกกดดันลงไปในน้ำเสียงเพื่อเล่นละครฉากใหญ่นี้


                “ขอรับ/เพค่ะองค์เหนือหัว พวกข้าทูลลา! ”เสียงของสัตว์ยักทั้ง4กล่าวออกมาพร้อมกันก่อนจะเคลื่อนตัวกันเข้าไปในป่าและหายลับตาไป เห้อ!จบซะทีใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลยสักวันผมคงได้ตกใจตายแน่ เมื่อพวกสัตว์ทั้ง4ไปแล้วผมจึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกลับเข้าไปนอนในเต็นท์อย่างอ่อนเพลีย อ่า!ง่วงจริงๆ ไม่นานตัวผมก็จมลงสู่ห้วงนิทรา


*เปิ่นหวาง เป็นคำเรียกแทนตัว องค์ชายหรืออ๋องใช้เรียกแทนตัวเอง

**สัตว์โบราณพวกนี้เข้าใจผิดหลงเอ๋อว่าเป็นเทพเซียนจากคำกล่าวที่คลุมเครือของลงเอ๋อ และม่านพลังที่เกิดจากอุปกรณ์ที่หลงเอ๋อสร้าง และคิดว่านั้นเป็นพลังที่เกิดจากตัวหลงเอ๋อเอง บวกกับความเชื่อและเรื่องเหล่าในเผ่าพันธ์ของสัตว์ที่มีวิวัฒนาการทางสติปัญญาเหล่านี้

*** เพราะความเป็นคนง่ายๆสบายๆของหลงเอ๋อและไม่คิดจะอธิบายอะไรมันจึงเป็นผลทำให้หลงเอ๋อได้ใส่ชุดสวยๆที่ฟาฟาออกแบบจากความเข้าใจว่าหลงเอ๋อเป็นสาวงาม กลายเป็นความเข้าใจผิดไปกันใหญ่

****หลงเอ๋อฝึกการพูดจากหนังและภาพยนตร์ใน****Xenious’Jevaแน่นอนว่าต้องมีหนังที่คล้ายๆกันกับในชาติก่อนของเขาบวกกับประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับ10000ปี ความรู้และโคลงกลอนจึงกล่าวไกลไปมาก หลงเอ๋อฝึกสิ่งเหล่านี้เพื่อจะได้ใช้มันในการติดต่อกับคนในอาณาจักรชูเสวี่ยและอาณาจักรอื่นๆในอนาคต

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น