thearboo # อนาคี99

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ซีนที่ 28

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2558 13:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซีนที่ 28
แบบอักษร

ผมคือ...นางเอก
ซีนที่ 28 ‘พิสูจน์สิ’




“คุณเมธ...แล้วคุณให้ความสำคัญกับใครมากกว่ากัน...ระหว่างผม...กับคุณเสน่ห์จันทร์”

คำถามของคนในอ้อมแขน ทำให้กฤตเมธอดที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยไม่ได้ 'เกี่ยวอะไรกับเสน่ห์จันทร์' เรื่องนั้นยังความสนเท่ห์สู่พระเอกรุ่นใหญ่พอสมควร แต่ในเมื่อสดายุของเขาอยากรู้ เขาก็จะไม่โกหก

"ยุครับ"

สองมือตระกองใบหน้าคนที่ตนรักขึ้นมาสบตา กฤตเมธยิ้ม ทั้งที่แอบสะท้อนในหัวใจเล็กๆ เพราะสายตาที่สดายุใช้มองมามันไม่ได้มีแค่เครื่องหมายคำถาม แต่มันมีความร้าวรานแทรกแฝงอยู่ในนั้นด้วย

'อะไรบางอย่างทำให้สดายุเจ็บ'

"ยุ...คุณคงรู้อยู่แล้วสินะ ว่าคุณเสน่ห์จันทร์คือผู้มีพระคุณของผม...ถูกแล้วที่เขาเป็นคนสำคัญ"

"สำคัญ?...แล้วมากกว่าผมหรือเปล่าล่ะ?"

สดายุถามขึ้นแทบจะทันที น้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นแต่น้อยกว่าสายตาที่แสดงความไม่พอใจชัดแจ้ง จนกฤตเมธต้องเร่งอธิบาย

"คุณเสน่ห์จันทร์เขามีความหมายต่อผมตรงจิตสำนึก"

"ส่วนคุณมีความหมายกับผม...ตรงที่หัวใจ"


"เพราะฉะนั้น ไม่ว่ายังไง ยุก็สำคัญสำหรับผมมากกว่าอยู่แล้ว"

กฤตเมธเอ่ยพลางมอบจุมพิตที่หน้าผากด้วยรักแสนรัก พร้อมโอบกอดเข้าสู่อ้อมแขนอย่างหวงแหน โดยไม่รู้เลยว่า ขณะนั้น สดายุกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่...

...ไม่มีทางรู้เลยว่า ใบหน้าของสดายุยามที่โดนสวมกอดนั้นช่าง...เย็นชา จนน่าขนลุก

ความจริงแล้วตอนแรกกฤตรู้สึกผิดมากที่ปล่อยให้สดายุต้องรอ กลัวที่สุดว่าอีกฝ่ายจะงอนจนง้อไม่ได้ แต่ตอนนี้คลายใจลงบ้างแล้ว ดีใจจริงๆที่สดายุไม่เรื่องมากและเข้าใจเขา...

ความจริงวันนี้เขาปฏิเสธอย่างแข็งขันไปแล้วตั้งแต่ถูกชิดจันทร์ขอร้องให้พาไปทำธุระที่บางแสน แต่ในระหว่างที่เขาขับรถพาชิดจันทร์ไปส่งที่บ้าน เสน่ห์จันทร์กลับโทรมาและไหว้วานให้เขาช่วยไปกับชิดจันทร์และแวะไปหาผู้จัดท่านหนึ่งที่พักอยู่ที่นั่นเพื่อรับเอกสารลับบางอย่างกลับมาให้ด้วย
กฤตเมธรู้ดีว่ามันคือข้ออ้าง กฤตเมธรู้ดีว่าเป็นเพราะชิดจันทร์โทรไปฟ้อง ทางเสน่ห์จันทร์จึงออกหน้าแทน เพราะรู้ว่าหากเสน่ห์จันทร์เป็นคนออกปาก กฤตเมธย่อมไม่ปฏิเสธ

แล้วกฤตเมธก็ปฏิเสธไม่ออกจริงๆ

ดังนั้นกฤตเมธจึงอดรู้สึกผิดกับสดายุไม่ได้เลย

ดีใจสุดๆที่สดายุไม่ได้เมินหมาง ดีใจที่สุดที่สดายุยังคงอยู่เขียงข้าง สัญญากับตัวเองและสดายุอยู่ในใจว่าจะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก แม้จะเป็นคำสั่งของเสน่ห์จันทร์ก็ตาม

...บุญคุณต้องทดแทนก็จริงอยู่ แต่หัวใจก็ต้องถนอมดูแลเหมือนกัน

“สำคัญกว่าก็ดีครับ”

“เอ๊ะ?.....อื้อ...”

กฤตเมธยังไม่ทันจะได้ประมวลผลว่าคำพูดของสดายุนั้นหมายความว่ายังไง ตัวทั้งตัวถูกดันเข้าปะทะกับกำแพงห้องทั้งๆอย่างนั้น และร่างโปร่งบางที่เล็กกว่าเขาพอสมควรก็ประกบริมฝีปากเขาโดยแรง บดเบียดจุมพิตเร่าร้อนจนตามแทบไม่ทัน

พลั่ก

“..!!!?”

และขณะที่ยังไม่ได้ตั้งสติ กฤตเมธก็ถูกคนตัวเล็กกว่าผลักลงไปนองกองอยู่บนพื้นโดยมีร่างของสดายุขึ้นมานั่งคร่อมอยู่ตรงช่วงเอว

“...ยุ?”

“ชี่...อยู่นิ่งๆสิครับ...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง...”

สดายุเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นว่ากฤตเมธกำลังเอ่ยทัดทาน นิ้วเรียวปิดปากช่างเจรจาไว้อย่างหมิ่นเหม่ จบคำปราศรัย สดายุก็จับกฤตเมธถอดเสื้อเชิ๊ตตัวสวยออกจากร่างทันทีแบบไม่มีการปรึกษา พริบตาที่ได้ถอดทึ้งเสื้อของอีกฝ่ายออกไป ผิวเปลือยตั้งแต่แผ่นอกยาวไปถึงขอบกางเกงยีนส์ก็ปรากฏสู่สายตาของสดายุ ร่างกายอันกำยำบึกบึน ทอประกายเสน่ห์เข้มข้น ยั่วยุสายตาจนสดายุต้องรีบก้มลงลิ้มลองผิวตึงมือของคนใต้ร่างอย่างไม่มีท่าทีขัดเขิน

“...อึก! ยุ?”

กฤตเมธ แทบสะอึกเมื่อถูกโลมเล้าอย่างคาดไม่ถึง จริงอยู่ที่ว่าเซ็กส์ที่ผ่านมาของพวกเขาก็มีอยู่หลายคราที่สดายุเป็นฝ่ายเปิดเกม แต่ก็ไม่เคยเร่าร้อนรุนแรงปรอทแทบแตกแบบนี้

...และกฤตเมธก็ไม่เหลือเวลาให้คิดไตร่ตรองอะไรอีกแล้ว

“อื้อ…อืมมม”

ยิ่งได้ลูบไล้ยิ่งไม่อาจห้ามความปรารถนา สดายุเลื้อยร่างขึ้นไปฉกชิมความหอมหวานจากริมฝีปากของกฤตเมธอีกครั้ง บดเบียดริมฝีปากเข้าหาอย่างร้อนเร่า ปลายลิ้นหยุ่นลื่นเลียกระหวัดซึ่งกันและกันราวกับโหยหา โพรงปากอ่อนนุ่มเสียดสีเข้าหากันอย่างหนักหน่วง ความเร่าร้อนปะทุสูงจนทั้งคู่ไม่อาจหักห้ามความปรารถนาที่ร่านกระสันอยู่ในร่างให้เบาบางลงได้อีกแล้ว

“อื้อ....”

เมื่อปลดเปลื้องพันธนาการบนร่างกฤตเมธเสร็จ สดายุก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวนาน ชายหนุ่มลากลิ้นไล้ร่างแกร่งอย่างเร่าร้อนด้วยแรงปรารถนา

“อึก!!”

เสียงกฤตเมธถอนใจหนักหน่วงเมื่อวาโยลากลิ้นลงถึงแอ่งสะดือ สุดท้ายก็ครอบครองความแข็งขืนของเขาที่เตรียมพร้อมมาได้เกือบครึ่งทาง และเพียงไม่กี่อึดใจสิ่งนั้นก็ขยายตัวเต็มที่ ภายใต้การควบคุมของสดายุสิ้น

“หึหึ ไวเชียวนะ ตาแก่บ้ากาม...”

สดายุเอ่ย พร้อมยืดตัวขึ้นถอดเสื้อและกางเกงของตัวเองออก ก่อนคลานเข้าไปหาความตื่นตัวของกฤตเมธอีกครั้ง โดยไม่สนใจว่าตอนนี้กฤตเมธจะมองตนในลักษณะไหน

สดายุเลียนิ้วชี้และนิ้วกลางของตัวเองจนเปียกชุ่ม จากนั้นเขาก็กระทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อนนั่นคือ การเตียมพร้อมช่องทางรักของตนเอง
“อื้อ...อ๊ะ...”

“.................”

“อ๊ะ...อื้อ...เมธ....”

กฤตนอนมองสดายุที่กำลังเตรียมพร้อมร่างกายของตนและเปล่งเสียงเรียกชื่อเขาอย่างเร่าร้อนด้วยหัวใจที่เต้นระทึก ความกระสันในกำหนัดทะยานสูงจนแทบจะยับยั้งไม่ให้คว้าคนบนร่างลงมาปู้ยี่ปู้ยำเสียตอนนี้ไม่ไหว กฤตเมธสูดหายใจลึกๆถี่ๆ เพื่อตั้งสติระงับอาการหื่น เพราะตอนนี้สดายุของเขานั้น ‘เซ็กซี่’ เหลือเกิน

“อือ...คุณเมธ...ช่วยผมหน่อยสิ...”

น้ำเสียงแสนยั่วยวนเอ่ยขอความช่วยเหลือ ในสิ่งที่แทบทำให้กฤตเมธขาดใจ

“...อืม...ให้ผมช่วย...อะไร...”

ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ แต่กฤตเมธก็ยังถามไถ่ เพราะอยากได้ยินคำขอแสนลามกจากริมฝีปากแดงฉ่ำเย้ายวน และทันทีที่ได้ยินคำถามสดายุก็บิดกายเล็กน้อย ละนิ้วออกจากช่องทางร้อนรักของตนแล้วเอื้อมไปหยุดที่ริมฝีปากช่างสงสัยของกฤตเมธ ก่อนจะเอนตัวเข้าหาแล้วเอ่ยขอร้องเสียงแหบพร่า

“...ช่วยทำ...ให้ผมพร้อมสำหรับ ‘เจ้านี่’ ของคุณทีสิ...”

ขอร้องพลางเอื้อมมือไปแตะส่วนอ่อนไหวที่กำลังตั้งชันของกฤตเมธอย่างเป็นนัยว่า...’เจ้านี่ของคุณ’ นั้น มันหมายถึงอะไร

คำอ้อนแสนหวานที่ฟังแล้วลามกหูได้ย่างไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากปากของสดายุที่เล่นตัวเก่งเป็นเทพนั้นกระตุ้นให้กฤตเมธไม่ยึกยักรออะไรอีกต่อไป ชายหนุ่มใช้น้ำลายของตนชโลมนิ้วหนาจนชุ่ม ก่อนจะค่อยๆบุกเบิกเส้นทางรักของคนบนร่างอย่างช้าๆ

“อ๊า! เมธ...อื้อ...”

สดายุสะดุ้งเฮือกพร้อมเสือกตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเมื่อโดยปลายนิ้วร้ายล่วงล้ำเข้ามาในร่างตามคำขอ ความซ่านเสียวจากแรงเสียดสีทำให้อารมณ์ของเขายิ่งพุ่งสูง โดยเฉพาะในสภาพที่ตัวเองกำลังอ้าขาคร่อมร่างใหญ่โตของกฤตเมธอยู่นั้นยิ่งทำให้ทางเข้าถูกเปิดโล่งสู่สาธารณะอย่างเด่นชัด เปิดทางให้ปลายนิ้วซุกซนของกฤตเมธทะลวงลึกเข้ามาในร่างได้มากขึ้น

“อ๊ะ! อ๊า! เมธ... อื้อ อื้อ”

เพราะถูกเสียดสีด้านหลังจนร่างโค้งแอ่น ยอดอกเล็กที่กำลังชูช่อด้วยแรงอารมณ์นั้นจึงโดนครอบครองด้วยริมฝีปากร้อนรุ่มทันทีโทษฐานที่มาลอยยั่วอยู่ตรงหน้า สดายุถึงกับครางลั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แถมยังบิดกายยั่วเย้ากระตุ้นให้กฤตเมธหลงใหลและเร่งมือกระทำต่อร่างกายของเขาให้มากขึ้นไปอีก

“อา…ยุครับ...อือ...คุณตอดนิ้วผมใหญ่เลยนะ...”

“อื้อ..คุณเมธ....ผมเสียวจะไม่ไหวแล้ว...ซี๊ด...แรงอีกครับ...แรงอีก...”

ถ้อยคำเชิงลามกซึ่งตามปกติไม่มีทางที่สดายุจะยอมเอ่ยปากพูดเด็ดขาดนั้น วันนี้มันกลับพรั่งพรูออกมา ยิ่งพูดเท่าไหร่ร่างกายของเขาก็ยิ่งสะดุ้งหวามไหวไปกับคำเหล่านั้น จนกฤตเมธเองก็แทบทนไม่ไหว เซ็กส์ครั้งนี้ช่างเร่าร้อน จนเขาไม่มีเวลาจะไปคิดอะไรอีกแล้ว

“อืม...ผมก็เหมือนกัน...ยุครับ...ผมอยากกระแทกคุณแรงๆ...”

“..อ๊า...อืมมม...ผมพร้อม...พร้อมแล้ว....”

สิ้นคำสดายุก็ยกร่างขึ้นยืดตัวนั่งคุกเข่าในท่าทางหมิ่นเหม่ สองมือเรียวขาวพยายามเอื้อมไปจับแก่นกายร้อนระอุของกฤตเมธไว้มั่น ก่อนจะค่อยๆชักนำสิ่งนั้นให้มาแตะอยู่ตรงดอกตูมฉ่ำเยิ้มของตนเอง

“อึก! อื้อ! อ๊า...อ๊ะ...”

แค่ส่วนหัวกลมมนผลุบเข้าไปได้ ร่างบางก็ถึงกับเสียดเสียวจนทำอะไรไม่ถูก อึดอัดคับแน่น แต่...ยังไม่พอ

“อ๊ะ! อ๊า อื้อ...”

เสียงหวานครางโหยเมื่อสิ่งที่ตัวเองปล่อยให้รุกล้ำเข้ามาด้วยความเต็มใจนั้นกำลังรุกล้ำเข้าไปลึกขึ้นด้วยฝีมือของเขาเอง ความทรมานช่างยาวนานเสียจนสดายุไม่อาจรั้งรอ ชายหนุ่มกัดฟันโถมน้ำหนักของตัวเองนั่งทับดุ้นไฟนั้นรวดเดียวจนสุดโคน ช่องทางตอดรัดส่วนแข็งและร้อนจัดนั้นจนแน่นตื้อ ร้อนรุ่มเข้าไปจนถึงในสุดของร่างกาย

“...อือ...รู้สึกดีจังครับยุ...อา...”

เมื่อถูกรัดถี่ๆทั้งที่ยังไม่ทันจะได้ขยับกายความสุขสมก็แล่นพล่าน จนกฤตเมธแทบจะสกัดกลั้นอารมณ์โหดหื่นของตัวเองที่จะกระทุ้งแรงๆใส่ร่างข้างบนไม่ได้ และยิ่งได้เห็นว่าร่างนั้นเริ่มถ่ายเอนไปด้านหลังราวกับจะล้มหงาย แต่ความจริงคือเอนไปเพื่อใช้สองมือประคองตัวกับต้นขาเคร่งครัดของเขา กฤตเมธยิ่งหอบหายใจสะท้าน

‘จะยั่วกันไปถึงไหน!??!’

“อา...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...อื้มมม...”

กลีบเนื้อนุ่มแนบเข้ากับความโอฬารที่ตั้งผงาด ชั่วขณะที่ทิ้งตัวลงไป ส่วนปลายที่เสียดสีอยู่กับปากทางก็จมหายเข้าสู่ส่วนลึกแทรกเข้ามาจนสุดความยาวในรวดเดียว ผลุบเข้าผลุบออกตามแรงขยับอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยอ่อนลงแต่อย่างใด

“อ๊ะ...ดีจัง...อื้อ...มะ…เมธครับ...ดีมั้ย...อ๊ะ...เอาผม...ดีมั้ย...”

“ดีครับ...อือ...ดีสุดๆ”

“อ๊ะ...งั้น...อื้อ....เอา...เอาผม...แรงๆที....อื้อ อ๊ะ อ๊า...”

สดายุตั้งใจออดอ้อนด้วยวาจาลามก เพราะมันสามารถกระตุ้นทั้งกฤตเมธและตัวเขาเองให้เริงรมย์ไปกับกิจกรรมนี้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ยิ่งกว่าทุกครั้งที่เคยมีมา

“อึก!! ยุ...ยุครับ...!!”

กฤตเมธถึงกับต้องกัดฟัดกรอดเพื่อระงับอารมณ์พลุ่งพล่านที่กำลังจะถึงแหล่ไม่ถึงแหล่ของตน เมื่อได้เห็นสดายุเริ่มเปลี่ยนท่าทางในการทำกิจกรรมใหม่ ท่าใหม่ที่เซ็กซี่จนเขาแทบจะถึงแค่เพียงได้เห็น ท่าที่สองเข่าที่เคยยันอยู่กับพื้นค่อยๆยกขึ้นตั้งชันทั้งที่กายบางยังแอ่นเอนไปทางด้านหลัง เผยให้เห็นส่วนที่เชื่อมโยงกันอยู่อย่างไม่อาจเลี่ยง ความปรารถนาลำน้อยที่ตอนนี้ตั้งชันจนมีหยาดทิพย์หลั่งชุ่มทั่วส่วนปลายนั้นขยับขึ้นลงตามแรงเขยื้อนของเจ้าของที่ยังคงขย่มร่างตามแรงหฤหรรษ์ไม่รู้จักสิ้นสุด ‘วิวดีเกินไป’ เห็นท่าจะไม่ได้การกฤตเมธเลยรีบยกตัวขึ้นเพื่อเป็นฝ่ายเดินเกมเองบ้างไม่อย่างนั้นก่อนจะได้ส่งสดายุของเขาให้ถึงฝั่งฝัน เขาเองคงทะลุกลางปล้องตายเสียก่อนตั้งแต่ตรงนี้

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า ดีจัง อ๊ะ เสียว”

สดายุครางโหยเมื่อคนใต้ร่างดันสะโพกสวนขึ้นมา เคลื่อนไหวเป็นจังหวะหนักหน่วงสมกับที่เขาเอ่ยปากขอร้องและตั้งตารอคอย ความรู้สึกเสียดเสียวเดือดพล่านขึ้นมาจากส่วนร้อนระอุที่แนบกันสนิท

“อื้อ เมธ...อ๊ะ...แรงอีก...เอาแรงๆ...อ๊า...อ๊างงง”

สดายุรีบโผเข้ากอดคนที่ลุกขึ้นมานั่งอย่างช้าๆ ช่องทางดูดรั้งดุ้นไฟของกฤตเมธด้วยความยินดียิ่ง ส่วนลึกที่เปียกลื่นยังพาอารมณ์หวามไหวให้ได้ไม่หยุดหย่อน กายเล็กเบียดร่างเข้าหาร่างกำยำร้อนผ่าวอย่างโหยหา ทุกครั้งที่อ้าปากร้องขอ จุดไวสัมผัสในร่างก็ถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบเนื้อหนักแน่น เสียงจอกแจกจากส่วนที่กำลังเชื่อมโยงกันดังจั๊บ จั๊บบาดหู แต่นั่นก็สามารถกระตุ้นความต้องการของทั้งสองร่างให้พลุ่งพล่านได้อย่างรุนแรง จากที่ประคับประคองเพียรแหวกว่ายในคลื่นตัณหาเชื่อมหวานมาได้พักใหญ่ๆในที่สุดฝั่งฝันก็ใกล้งวดเข้ามาอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว...

แต่พวกเขายังไม่พอ!!

“ยุครับ...อือ... อ้าขาออกอีกนิด รัดเอวผมไว้นะครับ แน่นๆ...อา...อย่างนั้น...”

หมับ...

“อ๊า~”

“อึก...ยุ...คุณผิดเองนะ ที่ยั่วผม....อื้อ...”

“อ๊ะ!? เหวอ เมธ!?”

สดายุร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆทั้งร่างก็ถูกร่างใหญ่กำยำของกฤตเมธจับอุ้มเขาขึ้นดันเข้ากับกำแพง สองขาเรียวถูกจับให้โอบรัดไว้ข้างเอวสอบ ถูกจัดให้มีเซ็กส์ในท่าทางที่น่าอาย แต่ตอนนี้สดายุไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะต้องเคอะเขิน ถึงขั้นนี้แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องเหนียมอายอีก

พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ...

“อ๊ะ อ๊ะๆๆๆ อ๊า เมธ มะ...อื้อ....!!”

ถูกสอดแทรกกระแทกกระทั้นจากด้านล่างจนตัวสั่นตัวคลอน สดายุใช้สองแขนโอบรอบคอกฤตเมธแน่น สองขาเองก็เกี่ยวเอวไว้ไม่ยอมปล่อย รู้สึกยินดีจนน้ำตาแทบจะไหล

“อ๊ะ ยุ อึก!”

“อ๊ะ อ๊ะ เมธ!! อื้ออออ!!!!”

ความสุขสมสาดซัดเข้ากับสองร่างอย่างไม่ปราณี แก่นกายของกฤตเมธพองขยายจนถึงที่สุด สองมือของชายหนุ่มบีบขยำสะโพกของคนในอ้อมแขนอย่างตะกรุมตะกรามสอดใส่กายแกร่งรัวเร็วราวกับคลุ้มคลั่ง ยังความซ่านเสียวให้สดายุจนแทบสำลัก ในจังหวะที่รู้ตัวว่ากำลังจะถึงปลายทางสดายุรีบตระกองใบหน้าของกฤตเมธขึ้นมาประทับจูบดูดดื่ม ก่อนจะประทุถึงจุดหมายอย่างรุนแรงจนทั้งร่างแอ่นโค้งราวกับคันธนู ทางด้านกฤตเมธก็ทานทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน ชายหนุ่มระเบิดทุกหยาดหยดเข้าสู่ส่วนลึกของสดายุอย่างแรง หัวใจเต้นระรัว ดวงตาพร่าพราย ร่างกายหอบสะท้าน อิ่มเอมไปกับจุดสุดยอดที่รุนแรงและแสนสุขสม


“ดุเดือดเกินไปแล้วนะ ยุ...ผมแก่แล้วนะ ถ้าเส้นเลือดในสมองแตกจะทำยังไง...หึหึ”

“...แล้วชอบมั้ยล่ะ?...”

หลังจากแรงสะท้านเริ่มน้อยลง ทั้งสองจึงได้เปิดปากคุยกันอีกครั้ง ทั้งที่ยังคงอยู่ในท่าเดิม เอ็นเนื้อที่เพิ่งผ่านการปลดปล่อยสดๆร้อนๆของกฤตเมธยังคงสอดลึกอยู่ในร่างของสดายุ แถมยังไม่ได้ลดความแข็งเกร็งลงเลยแม้แต่น้อย

“ชอบสิ...คุณทำแบบนี้ ผมได้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแน่...”

“หึหึ...ก็ดีสิ...ให้ทำทุกวันเลยมั้ยล่ะ”

“ฮะฮะ แบบนั้นผมหน้าเหลืองกันพอดี...”

กฤตเมธกระเซ้า ก่อนบดจูบดูดดื่มลงบนริมฝีปากของสดายุที่เผยอรอคอย

“อื้อ...อา.....”

“...แปลกจัง วันนี้คุณว่าง่าย”

“...จะให้ว่าง่ายทุกวันก็ได้นะ...มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว...”

“....ยังไง?...”

“หึหึ...อย่าสนใจเลย...ไปที่เตียงกันเถอะ”

“อืม”

*
*
*
*
*
นนั้นไม่รู้ว่าเผลอหลับกันไปตอนไหน จำได้คร่าวๆแค่มีเซ็กส์มาราธอนกันจนเสร็จถึงสามรอบแบบไม่มีการถอนอาวุธออกจากปลอก ดุเด็ดเผ็ดมันจนสิ้นเรี่ยวสิ้นแรง

สดายุตื่นขึ้นมาหลังจากนั้นสองชั่วโมง ใกล้ตีสี่เต็มที และพรุ่งนี้พวกเขาต้องไปกองถ่ายตั้งแต่เช้า สดายุเดินไปเปิดตู้เย็นดื่มน้ำดับกระหาย และกะว่าจะกลับมานอนต่ออีกสองสองชั่วโมง ณ ขณะที่สดายุดื่มน้ำอยู่นั้นสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของกฤตเมธที่ตั้งอยู่ชั้นวางของเข้าพอดี จำได้ว่าโทรศัพท์ของกฤตเมธนั้นแบตเตอรี่หมดอยู่ จึงคิดว่าจะชาร์ตทิ้งไว้ให้ พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องลำบากเอาไปชาร์ตที่กอง

‘ปี๊บ’


หลังจากชาร์ตไฟไปได้สักพัก สดายุก็ฉุกใจคิดอะไรขึ้นมาอย่างหนึ่ง จึงทำการถือวิสาสะเปิดมือถือของกฤตเมธขึ้น ทันทีที่โทรศัพท์บูตเครื่องเสร็จสิ้น และสามารถรับสัญญาณโทรศัพท์กับอินเตอร์เน็ตได้แล้ว เพียงแค่อึดใจเสียงเตือนต่างๆดังขึ้น ทั้งไลน์ที่ยังไม่ได้อ่าน ทั้งสายโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับ แน่นอนว่ามีชื่อสดายุในสายไม่ได้รับอยู่นับสิบสาย ทว่านอกเหนือจากสดายุแล้วยังมีอีกหนึ่งชื่อ…ชิดจันทร์ ที่โทรเข้ามาหลังเที่ยงคืน นับสิบสาย เช่นกัน

ทว่า…ช่องที่เตือนไลน์ยังไม่ได้อ่านนั้น กลับไม่มีชื่อสดายุ มีเพียงชิดจันทร์…

ข้อความสุดท้ายที่เขาส่งให้กฤตเมธไปเมื่อช่วงเย็น ทุกข้อความที่กฤตเมธยังไม่ได้อ่าน

ทั้ง […รีบกลับมานะ ผมจะรอครับ…พีเมธ]

และ […( ^ 3 ^ )/…]

ทั้งหมดถูกลบจนหมด แค่เห็นสดายุก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร สดายุยกยิ้มมุมปากด้วยความสมเพชทันทีที่เห็น….

“หึ…แสบนักนะ”

สดายุได้แต่เปรยกับตัวเอง ก่อนจะกดอ่านไลน์ของชิดจันทร์ที่ส่งมาด้วย

[พี่เมธยังไม่ถึงบ้านเหรอคะ ชิดโทรหาไม่ติดเลย] 00:36

[รีบโทรกลับมาสิคะพี่เมธ] 00:50

[ว๊า ชิดง่วงแล้วนะ] 01:24

[งั้นพรุ่งนี้อย่าลืมโทรหาชิดนะ ไม่งั้นงอนจริงๆด้วย] 01:25

[ฝันดีนะคะ พรุ่งนี้คุยกันค่ะ] 01:25

[จุ๊บๆค่ะ] 01:25


อ่านจบสดายุก็ลงมือลบทีละข้อความ ทีละข้อความ จากนั้นก็เข้าไปลบในประวัติการโทร ลบชื่อชิดจันทร์จนเกลี้ยง ก่อนจะทำการปิดโทรศัพท์มือถือของกฤตเมธแล้ววางชาร์ตเอาไว้เหมือนเดิม

“อุ๊บส์…ขอโทษนะครับคุณหนูชิดจันทร์ มือผมลื่นไปหน่อย…”


สดายุเอ่ยออกมาเบาๆพลางแสยะยิ้มออกมาทั้งที่สายตาเย็นชาสุดขีด เมื่อครู่ที่เขาลบประวัติการโทร เขาเห็นชื่อเสน่ห์จันทร์ในบรรดารายชื่อที่โทรหากฤตเมธในช่วงเย็นด้วย คงโทรไปบงการอะไรบางอย่างหลังจากเจรจากับเขาไม่สำเร็จ สดายุถอนหายใจบางๆ ก่อนจะกลับไปนั่งที่ขอบเตียง เฝ้ามองกฤตเมธที่ยังคงหลับฝันดีใบหน้าอิ่มเอมมีความสุขอย่างน่าหมั่นไส้

“หึ…พ่อเทพบุตรแห่งวงการ…ตาแก่เอ้ย…”

สดายุมองหน้ากฤตเมธอยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อน นิ่งงันหากแต่ในหัวใจกำลังใช้ความคิด เขาไม่ใช่คนชอบแก้ตัว อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด ใครจะว่าร้ายอย่างไรถูกผิดเขาก็ไม่เคยแก้ไข

…ใช่ เขาเป็นคนแบบนั้น

…แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เขาจะยอมเป็นหมาขี้แพ้!

“เอาสิ เสน่ห์จันทร์ เรามาลองกันสักตั้งดูสิ ว่าสุดท้ายแล้ว กฤตเมธจะเลือกใคร…”



*
*
*
*
*

กองถ่ายวันนี้อึมครึมอีกแล้ว แม้นักแสดงทุคนยังแสดงทุกอย่างออกมาได้ดี แต่บรรยาศมาคุ ก็ปะทุเดือดทุกวินาทีเช่นกัน

"พี่อ๊อดขา...แตงกวาจะหายใจไม่ออกแล้วค่ะพี่ มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพี่เมธกับพี่ยุเหรอคะ?"

สาวน้อยในชุดนักศึกษา(ชุดที่ใส่เข้าฉาก) วิ่งโร่เข้ามากระซิบกระซาบกับผู้กำกับอ๊อดอย่างสุดทนกับความอึดอัดที่แผ่กำจายจากสองนักแสดงรุ่นพี่

"...เฮ้ย มาถามไรพี่เล่า? พี่ก็ไม่รู้ อยากรู้ไปถามเจ้าตัวสิ"

"จะบ้าเหรอคะพี่อ๊อด ขืนเข้าไปตอนนี้หัวแตงกวาได้หลุดจากบ่าแน่ พี่นั่นแหละเข้าไปเคลียร์หน่อยสิ เข้าฉากแต่ละทีแตงกวากลัวจนฉี่จะราดแล้วเนี่ย"

"เออน่า ได้อารมณ์สมจริงดีออก โดยเฉพาะซีนที่สองเพื่อนรักกำลังจะหักเหลี่ยมโหดเพราะแย่งผู้หญิงเนี่ย อารมณ์อย่างตอนนี้แหละเป๊ะสุด"

"โหยพี่อ๊อดอ่ะ! เห็นแก่บทอยู่นั่นแหละ เกิดพี่เขาหน้ามืดตีกันขึ้นมาจริงๆจะทำยังไง!?"

"หื้อ อย่าคิดมากน่าแตงกวา เดี๋ยวมันก็ดีกันเองแหละ เมื่อก่อนมันก็เคืองกันอย่างนี้ทุกวันไม่เห็นจะตีกันเสียที ไปๆ ไปพักได้แล้ว พี่จะเช็คงาน"

อ๊อดได้แต่ออกปากไล่นักแสดงสาวน้อยออกไปให้พ้นทาง พลางคิดในใจถึงสิ่งที่แตงกวากำลังกังวลอย่างอารมณ์ดีว่า...

'มันไม่ตีกันตอนนี้หรอก เดี๋ยวมันกลับไปตีกันบนเตียงต่างหาก...หึหึ'

'สงสัยจะงอนเรื่องข่าว...เฮ้อ สู้ๆนะเมธของพี่'

ข่าว ที่อ๊อดคิด คงหนีไม่พ้นข่าวร้อนที่ลงหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับวันนี้เป็นแน่...

ข่าวของกฤตเมธและชิดจันทร์

*
*
“กฤตเมธ “ เนื้อหอมแอบซุ่มคบ “ชิดจันทร์” ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเจ้าแม่ WTL ’


‘ซุ่มหวานเงียบๆ แต่ข่าวลือเพียบนะจ๊ะ เป็นคู่จิ้นต่างวัย กฤตเมธพระเอกเนื้อทอง เทพบุตรแห่งวงการผู้ซึ่งไม่เคยมีข่าวคาวข่าวฉาวกับสาวคนไหนมาก่อน ในที่สุดหัวใจน้ำแข็งของพระเอกรุ่นใหญ่ก็ถูกกระเทาะอย่างง่ายดาย เพราะสาวน้อยอย่าง “ชิดจันทร์” สาวน้อยวัยยี่สิบสาม บุตรสาวคนเดียวของเจ้าแม่เสน่ห์จันทร์แห่ง WTL ข่าวว่าทั้งคู่ปลูกต้นรักกันมาพักใหญ่ก่อนที่ชิดจันทร์จะไปเรียนต่อเมือกนอกเมืองนา แต่ระยะทางไม่เคยเป็นอุปสรรค ความรักของทั้งคู่ยังคงหวานเสมอ คู่นี้แอบแซบลึก ซุ่มหวานคบหากันแบบไม่เปิดเผย แต่ก็มีโชว์หวานบ้างอย่างเมื่อคืนพอสาวชิดจันทร์กลับจากเรียนโทที่อเมริกาปุ๊บ กฤตเมธก็รีบรับไปดินเนอร์หวานฉ่ำกันถึงหาดบางแสนทันที เรียกได้ว่าหวานล้ำหวานนานน้ำตาลเรียกพี่กันเลยทีเดียว ขนาดคุณเสน่ห์จันทร์ที่หวงลูกสาวราวไข่ในหินยังออกอาการเชียร์ว่าที่ลูกเขยอย่างออกหน้าออกตา ก็แหมพี่เมธเขาดีขนาดนี้ ใครไม่คว้าไว้เป็นเขยก็แย่แล้วค่ะ จากนี้คงมีภาพหวานๆออกมาให้อิจฉากันเป็นระยะแน่ๆค่ะ...’


นอกจากเนื้อข่าวชวนคิดแล้ว ยังมีภาพประกอบสุดหวาน เป็นฉากดินเนอร์สุดโรแมนติกที่หาดบางแสน ที่น่าจะโดนแอบถ่ายแนบเอาไว้ด้วย

*
*

เช้าวันใหม่หลังผ่านคืนที่เร่าร้อน กฤตเมธและสดายุออกมากองถ่ายด้วยกันตามปกติ การแสดงช่วงเช้าผ่านไปด้วยดีจนกระทั่ง ช่วงพักที่สดายุและกฤตเมธได้เห็นหนังสือพิมพ์ที่ทางทีมงานวางทิ้งเอาไว้

เนื้อข่าวไม่ได้แรง แต่บาดใจเป็นที่สุด

ดังนั้นหลังจากช่วงพักเป็นต้นมา บรรยากาศมาคุก็พุ่งสูงทันที เล่นเอาหายใจหายคอไม่ออกกันไปถ้วนหน้า โดยที่ไม่มีใครเข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพียงกฤตเมธ สดายุ และอ๊อดเท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจ

การถ่ายทำทั้งวันเป็นไปด้วยความอึดอัดจนในที่สุดก็จบลงตอน สองทุ่ม ระหว่างนั้นกฤตเมธมีสายเข้าตลอดจนเจ้าตัวต้องปิดเครื่องไว้ ‘ชิดจันทร์โทรมาทั้งวันจนงานการแทบไม่ต้องทำ’ แม้จะบอกว่าทำงานอยู่สาวเจ้าก็บอกอยากมาหาที่กองบ้าง ชวนไปทานข้าวเที่ยงข้าวเย็นบ้าง จนกฤตเมธเริ่มทนไม่ไหว เลยปิดเครื่องให้จบเรื่องกันไป

และแน่นอนว่าทุกการกระทำนั้นอยู่ในสายตาของสดายุตลอด ยิ่งมีสายเรียกเข้า อารมณ์คุของสดายุก็ยิ่งกระพือโหม ยิ่งเดือดบรรยากาศรอบกายของสดายุก็ยิ่งทยานสู่จุดเยือกแข็ง กว่าจะเลิกกองได้ ทีมงานแทบขาดใจตายไปหลายคน โดยเฉพาะแตงกวาที่ต้องเข้าบทด้วยเยอะสุด...(น่าสงสารจริงๆ)

“ยุ!?...”

“ยุ? คุณจะไปไหนน่ะ?”

กฤตเมธตะโกนเรียกไล่หลังทันทีที่เห็นสดายุเดินลิ่วๆ ออกจากกองถ่ายแต่ไม่ได้ตรงไปที่จอดรถ

“ยุ!”

หมับ!...

ในที่สุดก็คว้าตัวได้ทัน กฤตเมธดึงแขนสดายุเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้อีก รู้ตัวดีว่าข่าวที่ออกมานั้นคงทำให้สดายุช็อคมาก และกฤตเมธต้องการอธิบาย เพราะข่าวนั้นมันไม่มีมูลความจริงเลยแม้เพียงสักเสี้ยวเดียว!

“ยุ คุณจะไปไหน?” กฤตเมธถามไถ่อย่างร้อนรน ยิ่งได้เห็นใบหน้าเย็นชาของสดายุ เขายิ่งร้อนใจ

“....................” ทว่า สดายุยังคงเงียบงัน

“ยุ...เอ้ย เดี๋ยวสิ!”

เพียงแค่หันมาสบตากฤตเมธเพียงครู่ สดายุก็สะบัดตัวออกจากการเกาะกุม แล้วทำท่าว่าจะเดินหนีไปอีก กฤตเมธจึงรีบคว้าตัวไว้อีกครั้ง แล้วลากไปด้วยกันดื้อๆ

“เฮ้ย! ปล่อยนะ”

“มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แล้วผมจะปล่อย!”

“กฤตเมธ! ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ! ปล่อยผม!!”

ไม่ว่ายังไง การดิ้นรนของสดายุก็สูญเปล่าเสมอ เพราะสุดท้ายก็ถูกลากมายัดเข้าไปในที่นั่งข้างคนขับแล้วล็อคไว้ด้วยเข็มขัดนิรภัยในทันที

“อย่าดิ้นยุ! นั่งเฉยๆไปซะ ไม่งั้นผมจะปล้ำคุณในรถตอนนี้เลย!!”

“…………….!!!”

สดายุหยุดดิ้นรน แล้วกลับไปนั่งปั้นหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงที่อย่างว่าง่าย ที่ยอมหยุดไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ของกฤตเมธ แต่เพราะสดายุคิดว่า เล่นตัวพอเป็นพิธีน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า และอึดใจต่อมากฤตเมธก็ขึ้นมานั่งข้างๆตรงที่นั่งคนขับเป็นที่เรียบร้อย

“ข่าวนั่นมันไม่จริงนะยุ” ขึ้นมานั่งตั้งสติได้ กฤตเมธก็เปิดประเด็นทันที

“อือฮึ แล้วยังไงครับ?” สดายุตอบกลับออกไปด้วยเสียงเรียบเย็น ทำเป็นเมินหมางอย่างจงใจ

“รูปดินเนอร์นั่นน่ะ ผมไปทานกับผู้จัดธารินทร์ เพราะคุณเสน่ห์จันทร์เธอให้ผมไปเอาเอกสารลับ แล้วพอดีว่าชิดจันทร์ร่วมโต๊ะอยู่ด้วยเลยเหมือนกับดินเนอร์สองต่อสองก็เท่านั้น”

“อืม….ไม่ยักรู้นะว่านอกจากจะเป็นพระเอกแล้วเนี่ย คุณกฤตเมธยังมีจ๊อบพิเศษเป็นคนขับรถกับคนรับส่งเอกสารด้วย”

“ยุ เฮ้อ…ใช่ ปกติคุณเสน่ห์จันทร์มักใช้ให้ผมทำโน่นทำนี่ให้ เธอบอกว่าไว้ใจผมที่สุดน่ะ ผมเลยไม่รู้จะปฏิเสธยังไง…”

“แค่บอกว่าไม่ทำมันจะยากตรงไหน อ๋อ ลืมไป..ยังติดหนี้บุญคุณท่วมหัวอยู่ ต้องตอบแทนทุกอย่างที่ทำได้ ไม่ว่าเขาจะใช้ให้ไปทำอะไรก็ทำ ให้ไปไหนก็ไป ให้เป็นสามีลูกสาวก็คงต้องเป็น…..”

“ไม่มีทางยุ! เรื่องผมกับชิดจันทร์มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก….”

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ ทางคุณแม่ก็เป็นใจขนาดนี้ ทางคุณลูกก็ออกจะทุ่มสุดตัวขนาดนี้ หึ! อีกไม่กี่วันก็คงได้แล้วล่ะ วันนี้ก็โทรมาจิกอยู่ทั้งวัน เห็นว่าจะชวนไปทานข้าวเย็นนี่ ทำไมไม่รีบไปล่ะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก วันนี้ผมนัดกับเจ๊บลูม่าไว้แล้วว่าเราจะไปเที่ยวกัน…”

“ไปไหน? นัดกันไปไหน?” กฤตเมธถามด้วยความสงสัย เพราะตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาไม่เห็นสดายุจะออกไปเที่ยวที่ไหน

“ก็ว่า…จะลองไปผับของ ‘ชาวเรา’ ดูสักหน่อย ไหนๆผมก็หลงมาทางนี้แล้ว ไม่แน่นะคืนนี้ผมอาจตกเด็กหรือหนุ่มใหญ่ได้สักคน…”

“สดายุ! คุณจะทำแบบนั้นลงคอเหรอ? คุณเอาผมไปไว้ที่ไหน?” กฤตเมธแทบจะกระโจนใส่เมื่อได้ยินสดายุพูดถึงเรื่องเที่ยวกับชายอื่น สองมือแกร่งยึดไหล่สดายุไว้มั่นเพื่อรั้งกายฝ่ายนั้นให้หันมาสบตา

“ก็ที่เดิม…ไม่เห็นต้องเอาไปไว้ที่ไหนนี่” ทว่าสดายุก็ดูไม่ได้ร้อนรน ชายหนุ่มยังคงตอบคำถามอย่างใจเย็น

“ยุ เราไม่ใช่คนรักกันหรอกเหรอ เราไม่ได้คบกันอยู่หรอกเหรอ? ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้ล่ะ?” กฤตเมธถามด้วยความเจ็บปวด ท่าทีของสดายุทำให้เขาปวดใจไม่น้อย และแน่นอนว่าคำตอบต่อมาของสดายุแทบทำให้กฤตเมธกระอักเลือด

“ครับ…คุณดีกับผมมาก แต่…ผมไม่เห็นจำได้ว่าเราเคยคบกัน…เอ้…ผมไปตกลงคบกับคุณตอนไหนงั้นเหรอ?...”

“…………….สดายุ…” เจอคำตอบเข้าไปกฤตเมธถึงกับอึ้ง

“โอเคนะ คุณดีกับผม ผมก็ตอบแทนคุณแล้วไง จำได้ว่าเคยบอกคุณไปแล้วนะว่า ทางผมเองที่กำลังอาศัยบารมีของคุณเพื่อหาทางกลับเข้าวงการอยู่นั้น จะใช้ตัวผมแลกกับการที่คุณจะพาผมกลับเข้าวงการอีกครั้ง…แล้วผมก็กำลังทำอยู่นี่ไง”

ทุกคำพูดสดายุเอ่ยมันออกมาด้วยความหนักแน่น ใจริงแล้ว เขาเองก็รักกฤตเมธ และไม่ได้ต้องการจะทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บ แต่ในเมื่อกฤตเมธยังคงอยู่ในโลกที่ต่างกับเขาเกินไปอยู่ เขาก็ต้องสอนให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว

“…ที่ผ่านมา…คุณเคยรักผมบ้างมั้ย?...” กฤตเมธได้แต่ทอดอาลัย ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น เจ็บปวด สับสน จนต้องถามคำถามที่แสนจะงี่เง่าออกไปด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า

“คนที่รักคุณอย่างหัวปักหัวปำคนนี้ ขอถามคุณหน่อยสดายุ ความรักของผม…เคยส่งถึงใจคุณบ้างมั้ย? คุณ…เคยเปิดใจให้ผู้ชายคนนี้บ้างมั้ย?...”

กฤตเมธแทบจะร้องไห้เมื่อจบคำถาม ชายหนุ่มก้มหน้าซบลงบนตักของสดายุอย่างเจ็บปวด เพื่อเฝ้ารอคำตอบของสดายุ แม้ว่ามันจะแสนร้ายกาจ…

“…ผมรักคุณครับคุณกฤตเมธ”

“…………..!!??” คำตอบของสดายุทำเอากฤตเมธแทบกระโดด แต่…แล้วทำไมอีกฝ่ายถึงบอกว่าไม่ได้คบกันล่ะ?

“แต่คุณรู้มั้ย? ต่อให้ผมรักคุณเท่าไหร่ คุณก็ไม่มีวันเป็นของผม”

“…ยุ…ผมเป็นของคุณ…” กฤตเมธพยายามแก้ไขความคิดของสดายุ แต่ดูท่าจะไม่เป็นผล กฤตเมธจึงได้แต่จ้องหน้าของสดายุเพื่อหาคำตอบ

“หึ…ตราบใดที่คุณยังมีจิตสำนึกแห่งการแทนคุณคนคนนั้นเป็นความหมายของชีวิตอยู่ล่ะก็ คุณก็ไม่มีวันเป็นของผม อย่ามาพูดให้ความหวังกันพล่อยๆแค่ลมปากสิครับ”

สดายุเอ่ยขึ้น พร้อมเอื้อมมือมาตระกองใบหน้าของกฤตเมธไว้

“กฤตเมธถ้าคุณอยากยืนยันว่าคุณรักผมจริงๆ ล่ะก็…พิสูจน์สิ”

“พิสูจน์ให้ผมเห็น…ว่าผมคือที่หนึ่งของคุณ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น