Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 12 ประชุมปรึกษา 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ประชุมปรึกษา 2

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 263

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 17:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ประชุมปรึกษา 2
แบบอักษร

ตอนที่ 12 ประชุมปรึกษา 2

ณ ห้องทำงาน คฤหาสน์หลัน ห้องทำงานผู้บัญชาการหลันไป๋เหลา

                “ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเรียกความสนใจผมจากเอกสารในมือ คงจะเป็นหลงเอ๋อที่มาเคาะ หลายวันมานี้มีเรื่องมากมายที่น่ากังวล ผมมีเรื่องที่จะต้องปรึกษากับลูกชายที่น่ารักของผมสักหน่อย  หลายครั้งที่ผมเป็นห่วงมากแต่เพราะในฐานะผู้บัญชาการณ์จึงแสดงออกมาต่อหน้าคนอื่นไม่ค่อยได้ เพราะตระกูลหลันแบกรับความหวังของประชากรณ์ชาวXenious’Jevaไว้ ไม่ควรแสดงความตื่นตระหนกและความหวั่นไหวให้ทุกคนได้เห็นนัก  มีสายตามากมายจับตามองพวกเราอยู่มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะทำตัวสบายๆต่อหน้าคนอื่น


                “หลงเอ๋อ?เข้ามาสิพ่อมีเรื่องจะปรึกษากับลูก”ผมขานรับอนุญติให้เขาเข้ามา ไม่นานผมก็เห็นเด็กน้อย ผมสีม่วง นัยน์ตาสีทอง ใบหน้าจิ้มลิ้ม วงหน้ารูปไข่ แพขนตางอนเหมือนปีกผีเสื้อ จมูกเล็กโด่งเชิด ปากเล็กน่ารักคล้ายผลผิงกัว ผมยาวประบ่าถูกรวบมัดไว้ที่ด้านหลัง รูปร่างอ่อนแอ่นอรชร ผิวขาวสว่างอมชมพู กิริยาท่าทางสุขุมนุ่มลึก เหมือนชนชั้นสูง เหมือนนางฟ้าองค์น้อย น่าตาสะสวยคล้ายหญิงงามล่มเมือง อดที่จะถอดหายใจออกมาไม่ได้ ถ้าหลงเอ๋อเกิดมาเป็นผู้หญิงจะเป็นยังไงบ้างนะ  มีลูกสาวที่ออดอ้อนและให้ตามใจคงจะมีความสุขไม่น้อย


                “เรียกผม มีเรื่องอะไรเหรอครับ?คุณพ่อ..?”น้ำเสียงสงบราบเรียบนุ่มกังวาน คล้ายเสียงกระดิ่งใส กล่าวออกมา ให้ความรู้สึกเยือกเย็นทรงพลังผิดกับอายุและหน้าตาที่คล้ายเด็กสาวมาก คล้ายเป็นปีศาจน้อยแสนยั่วยวนเสียมากกว่า  อดรู้สึกเสียดายในใจลึกๆไม่ได้เลย  การที่เขาต้องมาแบกรับภาระหน้าที่และความหวังของผู้คนของXenious’Jeva เป็นภาระหนักหนาสาหัสแค่ไหนผมเข้าใจดี  ผมยอมรับภาระนั้นด้วยความเต็มใจ แต่กับหลงเอ๋อผมจำเป็นต้องขอคำปรึกษากับเขาถ้าเขาไม่เต็มใจผมก็ไม่ต้องการที่จะยัดเยียดหน้าที่ให้เขาหรอก


                “หลายวันมานี่มีการเรียกรวมพลประชุมจากหลายๆฝ่ายของXenious’Jeva และผลการประชุมก็มีข้อสรุปว่า เราพบเจอดาวเคราะห์ดวงใหม่อีกแห่งแล้วตอนนี้เรามีข้อมูลไม่มาก และยังต้องทำการสำรวจและติดต่อ มันมีปัจจัยหลายๆอย่างที่เราต้องการข้อมูลเพิ่ม เราต้องทำการเลือกผู้ที่เหมาะสมในการแทรกซึมเข้าไปในดาวเคราะห์เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆและสร้างพันธมิตร ติดต่อกับพวกเขาและสุดท้ายแบ่งปันเจตจำนงของพวกเรา ปกติเราจะคัดเลือกจากผู้ที่ทักษะสูงในหน่วยต่างๆ แต่เพราะว่าครั้งนี้มันมีปัจจัยพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย


                และลูกก็มีคุณสมบัตินั้นอยู่ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งถึงจะแข็งแกร่งสู้นายทหารขั้นพิเศษในกองทัพไม่ได้แต่ก็ใกล้เคียง อีกอย่างความฉลาดและไหวพริบเป็นสิ่งที่ดีในการเอาตัวรอด สติปัญญาการแก้ปัญหาในสถานการณ์ ลูกมีมันทั้งหมดแต่ว่า พ่อไม่ได้จะยัดเยียดภาระนี้ให้ลูกพ่อเข้าใจดีว่ามันหนักหนาแค่ไหน  ถ้าลูกไม่ชอบพ่อจะปฏิเสธพวกเขาไปและหาคนที่มีคุณสมบัติคนอื่นแทน พ่ออยากจะให้รู้ว่าพ่อรักลูกมากนะหลงเอ๋อ” ผมกล่าวทุกอย่างออกมาจากใจถึงแม้บางครั้งผมจะเย็นชาและไม่แสดงออกแต่ก็มีความรักให้เขาและห่วงใยเขาเสมอมา ตอนที่เขาฝืนใช้พลังผมก็แทบอยากจะไปอยู่ตรงนั้นรับความเจ็บปวดแทนเขา


                เขานิ่งเงียบคิดและเหมือนมีอะไรสงสัยมากมาย นั้นสินะมันมีหน้าที่ตั้งหลายอย่างถ้าเขาจะปฏิเสธก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดและเสียหายอะไรผมมองดูเขาด้วยความรักและห่วงใยดูเขาครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผมบอกไป

                “ดาวเคราะห์ดวงใหม่เหรอฮะ? ถ้าเกิดว่าผมสามารถช่วยพ่อได้ พ่อจะดีใจไหมฮะ?” ผมไม่อยากจะเชื่อเลยเด็กที่อายุแค่14ปีแต่ความคิดที่มีนั้นยิ่งใหญ่มากมายทั้งๆที่อายุแค่นี้แต่กับคิดได้เหมือนผู้ใหญ่และมีความเป็นผู้นำอย่างเปี่ยมล้นมันทำให้ผมอดที่จะตื้นตันขึ้นมาไม่ได้ ถึงมันจะเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่แต่เขาก็ถามผมว่าผมจะดีใจไหมถ้าเขาช่วยเหลือ ผมไม่รู้จะต้องพูดยังไง ความรู้สึกมันอัดอั้นไว้มากมาย เขารู้จักเสียสละเพื่อทุกคน ความคิดและการกระทำของเขานั้นบริสุทธิ์เหลือเกิน

                “ดีใจสิดีใจมากเลย ลูกเข้มแข็งมากหลงเอ๋อ ถ้าลูกตกลงพ่อจะส่งข้อมูลบางส่วนให้ลูกก่อน ลูกจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนี้  พ่อจะพยายามเตรียมสิ่งต่างๆไว้ให้ลูก ถ้าลูกต้องการอะไรหรือว่าขาดอะไร ขอให้บอกพ่อได้ พ่อจะรีบจัดเตรียมมันให้ลูกทันที  เป้าหมายครั้งนี้คือการเข้าไปสำรวจที่ดาวเคราะห์ คอยตรวจสอบหาข้อมูล และทำการติดต่อกับเผ่าพันธุ์ที่อาศัยบนดาวเคราะห์ พ่ออยากให้ลูกจำไว้ว่าถ้ามีโออกาศไม่จำเป็นต้องรีบ ตอนนี้แค่ระวังตัวและเก็บข้อมูลจากที่ไกลๆก็ได้


                พ่อจะคอยฟังข้อมูลและรายงานจากลูก นอกจากลูกแล้ว ยังมีคนในหน่วยต่างๆที่ถูกคัดเลือก เข้าไปในดาวดวงนี้ด้วยทุกคนรวมถึงลูกจะถูกส่งไปในสถานที่ๆแตกต่างกัน ขอให้ลูกระวังตัวด้วย ถ้ามีอันตรายอะไรให้ถอนตัวออกมา แล้วหลบหนีทันที หลังจากนั้นก็ติดต่อกลับมาพวกเราจะทำการเปิดรูหนอนเพื่อพาลูกกลับมา แต่พ่อว่าสำหรับลูกคงไม่ต้องหรอก ฮะฮะลูกพ่อเก่งอยู่แล้วใช้ประตูมิติที่ลูกสร้าง เดินทางกลับมาได้เลยถ้าลูกรู้สึกว่ามันอันตราย จะไม่มีใครตำหนิลูกแน่นอน พ่อรักลูกนะ” ผมกล่าวกลับหลงเอ๋อด้วยความรู้สึกดีใจและเป็นห่วงในเวลาเดียวกันผมหวังว่าเขาจะปลอดภัย

.

.

.

.

                ตอนแรกที่ผมได้ยินบอดี้การ์ดบอกว่าคุณพ่อเรียกผม ผมคิดว่าพ่อจะเรียกผมมาเทศซะอีก ผมรู้ว่าภายนอกพ่ออาจจะดูเคร่งขรึมแต่ภายในพ่อเป็นเป็นคนอ่อนโยนและใจดีมาก ผมรับรู้ได้จากสายตาที่พ่อมักมองผมเวลาที่ เราอยู่กันเป็นส่วนตัวเพราะหน้าที่การงานของพ่อ พ่อถึงแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆไม่ได้ มันก็เป็นอะไรที่อึดอัดเหมือนกันนะผมว่า ถ้าผมต้องมาคอยกังวลอะไรแบบพ่อตลอดเวลาคงจะรู้สึกไม่ค่อยดี ผมเข้ามาหาพ่อด้วยความประหม่าหน่อยๆ ผมพยายามเก็บความรู้สึกและทำให้ตัวเองสงบ และรอคำตำหนิจากพ่อ แต่มันกลับกลายเป็นว่าผมกังวลเกินไป


                สิ่งที่พ่อกล่าวกับผมคือต้องการคำปรึกษาเมื่อพ่อบอกรายละเอียดและถามผมว่า พ่อมีงานสำคัญบางอย่างให้ลูกทำน่ะ พ่อไม่ได้บังคับ ถ้าลูกช่วยพ่อได้มันเหมาะกับลูกมาก แต่ถ้าลูกไม่ชอบพ่อจะหาคนอื่น เมื่อผมได้ยินสิ่งที่พ่อบอก ผมไม่ค่อยจะได้ฟังอะไรเท่าไหร่เพราะฟังยังไงก็ไม่เข้าหัวแต่เหมือนจะจับใจความได้ว่า ได้ยินพ่อพูดอะไรประมาณนี้แหละ และสิ่งที่ผมตื่นเต้นที่สุดคือ พ่อบอกว่าเราค้นพบดาวดวงใหม่ เราต้องการข้อมูลของดาวดวงนี้มากกว่านี้ ความรู้สึกผมปะทุขึ้นเลือดในกายโหยหาการผจญภัย


                ในที่สุดผมก็จะได้ออกไปตะลุยค้นหาทรัพยากรแล้วมันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและน่าสนุกมากเลยนะ ผมชักอยากจะไปเร็วๆแล้วสิ ผมพยายามสงบอารมณ์ตื่นเต้นและ แอบมองพ่อแล้วถามว่า “ดาวเคราะห์ดวงใหม่เหรอฮะ? ถ้าเกิดว่าผมสามารถช่วยพ่อได้ พ่อจะดีใจไหมฮะ?”เป็นการหยั่งเชิงพ่อ แต่พ่อก็ตอบกลับมาด้วยอารมณ์เหมือนจะภูมิใจกับคำพูดของผม เหมือนพ่อต้องการจะสนับสนุนผมด้วยสิ อืมก็ดีนะ ยังไงซะภารกิจนี้ก็เหมือนจะสำคัญสำหรับพ่อมากด้วย ผมคงต้องเตรียมตัวให้ดีจะเอาแต่สนุกก็ไม่ได้ด้วยสิ


                เหมือนพ่อจะเตือนผมว่า ให้ระวังตัวมากๆ ถ้าสามารถติดต่อผู้คนได้จะดีมากแต่ให้เน้นไปที่การสำรวจจากระยะไกลถ้ามีอันตรายให้หนีทันที อืม?ก็จริงละนะจะมัวมาพะวงโน้นนี่เดี๋ยวงานหลักล้มเหลวมาคงแย่ พ่อยิ้มและบอกว่าจะส่งรายละเอียดให้ผมไปศึกษา  ผมสงสัยว่าผมคงต้องไปเตรียมของเพื่อออกไปผจญภัยแล้วสิอืม?ก็ดีนะ ถ้ามีข้อมูลให้เตรียมตัวเล็กน้อยก็น่าจะช่วยให้เอาตัวรอดบนดาวได้มากขึ้น ผมกล่าวคุยกับพ่ออีกสักพักก่อนพ่อจะยื่นเอกสารบางอย่างให้ และบอกให้ผมไปพักผ่อนก่อนยังมีเวลาให้เตรียมตัว พ่อจะบอกผมอีกทีถ้ามีอะไรคืบหน้า


                “ราตรีสวัสดิ์ฮะคุณพ่อ”ผมกล่าวราตรีสวัสดิ์ก่อนจะออกมาจากห้องทำงานและกลับห้องของตัวเอง  ผมเข้าไปอาบน้ำเพราะว่าวันนี้เที่ยวจนเหนื่อยมีอะไรมาให้แปลกใจไม่หยุดเลย หลังจากอาบน้ำเสร็จผมก็นำเอกสารออกมาดูข้อมูลบอกรายละเอียด ของสังคมที่พวกเขาอยู่ ความเชื่อ ผู้คนการแต่งกาย  เศรษฐกิจ การเลี้ยงชีพ และอื่นๆ  มีระบบขุนนางและจักรพรรดิ พื้นที่ดินแดนของอาณาจักรทรัพยากร ผมคงต้องวางแผนอะไรหลายๆอย่างและคงต้องค่อยๆทำความเข้าใจการจะติดต่อกับพวกเขานั้นเป็นเรื่องยาก ถ้าพวกเขาไม่ยอมรับเราขึ้นมามันจะเป็นปัญหาและเกิดการก่อสงครามขึ้น


                ผมคงจะโผล่ไปแบบ ‘ยินดีที่ได้รู้จักเรามาแบ่งปันข้อมูลกันเถอะ’ แบบนี้ก็ไม่ได้ ผมต้องทำความเข้าใจพวกเขาและประเมิณพวกเขาก่อน สิ่งมีชีวิตที่ฉลาดก็มักจะมีเขี้ยวเล็บที่ซ่อนไว้มากมาย ผมต้องตรวจสอบคนที่ผมจะทำการติดต่อด้วยในอนาคต การที่พวกเราจะทำแบบนั้นได้ก็ต้องทำให้พวกเขาเชื่อใจ ‘อืมพวกเขามีกองทัพและกำลังพล มีดินแดนต่างๆ ก่อนอื่นผมควรจะไปสำรวจทรัพยากรและพวกสัตว์ในดาวเคราะห์นี้ก่อนสักเล็กน้อยน่าจะดีกว่า อืม? พ่อบอกว่าไม่ต้องรีบด้วยสิเพราะถ้า เราฝืนไปมันอาจจะลำบากได้ ก่อนอื่นก็ การแต่งตัวของพวกเขาอยู่ในช่วงแรกของการบุกเบิกสังคมขุนนางผ้าที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นผ้าไหม พวกที่รวยหน่อยก็จะนำไปย้อมสี หรือผ้าขนสัตว์ บ่งบอกถึงสถานะความมั่งคั่ง และงานปักฝีมือ เป็นสังคมยุคศักดินาจริงๆด้วยสินะ’

                ‘พวกขุนนางทำการบริหารบ้านเมืองเป็นยุคที่อาวุธของพวกเขาใช้ดาบ หอก และธนูธรรมดา สิ่งกองสร้างทำจากไม้และอิฐ มีการเปิดร้านค้าขายต่างๆแต่ไม่มากนัก ส่วนมากชาวเมืองจะเก็บของป่าและปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ   ไม่มีการใช้เครื่องจักรอะไรเลย ไม่มีอาวุธปืนหรือดินระเบิด เป็นยุคบุกเบิกที่กำลังพัฒนาอย่างแท้จริง  พวกเขาบางคนที่มีฐานะเป็นลูกหลานจะได้รับการฝึกฝนเทคนิคและวิชาต่อสู้รวมไปถึงการบริหารราชการต่างๆ แต่มีระบบชนชั้นบ่าวไพร่อยู่ด้วยแต่มันก็ไม่ได้โหดร้ายนัก’

                ‘เอาละอืม?...ไหนข้อมูลบอกอะไรอีกน่ะ การแพทย์ของพวกเขาคือการเคี่ยวกรำสมุนไพร และพืชนำมาบท หลอม เพื่อบำรุงสุขภาพ แต่สมุนไพรบางชนิดก็มีพิษในตัวของมันละนะถึงจะมีสรรพคุณแต่ก็ไม่ได้สกัดพิษออกถ้าทานในปริมาณน้อยๆก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้ามากไปมันก็จะสะสมจนเป็นเรื้อรัง วิธีแก้พิษคือหาสมุนไพรมาต้านพิษเรื่อยๆ?  ถ้าเราช่วยแนะนำการแพทย์ให้พวกเขาได้คงจะทำให้สุขอนามัยของทุกคนในดาวเคราะห์ดีขึ้นได้ การเป็นอยู่ก็คงจะดีขึ้นด้วย  อืมการปลูกพืชยังเป็นการปลูกพืชธรรมดา’

                ‘เรายังไม่สามารถนำเครื่องจักรหรือเครื่องมือขนาดใหญ่ไปให้พวกเขาได้ถ้าเรายังไม่สามารถติดต่อและสร้างพันธมิตรและมอบความไว้วางใจให้พวกเขา เพราะงั้น หลักการ ระบบปลูกพืชหมุนเวียนก็จำเป็นสินะ ไหนดูสิอืม? บางพื้นที่ก็มีการแห้งแล้งของดินแดน ถ้าเราแนะนำการชลประทานสร้างเขื่อนให้พวกเขาคงจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง อืม?ไหนดูสิปัญหาระหว่างอาณาจักร? เป็นอะไรที่ซับซ้อนตอนนี้เรายังทำอะไรมากไม่ได้ เพราะเราไม่รู้เบื้องลึกและเบื้องหลัง การที่เราช่วยพวกเขาโดยที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคตมันอาจจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี’

                ‘อืม?...การกินอยู่ของสามัญชนก็มีไม่ค่อยมากด้วยสิอาหารสวนใหญ่ก็เป็นของป่านำไปต้มหรือไม่ก็นำไปย่าง มีการล่าสัตว์ในบางพื้นที่ของป่าและภูเขา แต่เหมือนว่าจะมีป่าบางแห่งที่เป็นป่าของพวกสัตว์ที่วิวัฒนาการจนมีสติปัญญา พวกเขาจะไม่เข้าไปยุ่งย่ามแถวนั้น เพราะความเชื่อของพวกเขาเองด้วยว่าสัตว์ที่มีสติปัญญาเหล่านี้เป็นเทพที่ปกปักรักษาแผ่นดินคอยทำให้พืชพันธุ์เจริญงอกงามสมบูรณ์ สัตว์มีสติปัญญาเหล่านี้เลยถูกเรียกว่าสัตว์วิเศษหรือสัตว์เทพที่พวกเขาให้ความเคารพ ความรู้ด้านต่างๆของพวกเขาจัดว่าอยู่ในระดับที่ไม่เยอะแฮะ’

                ‘ความแตกต่างในแต่ละด้านของพวกเขาไม่สามารถเทียบกับพวกเราประชากรXenious’Jevaได้เลย  โอ้น่าสนใจแฮะมีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ด้วย มีเรียนพวกกลอน การแต่งกวี พวกบรรดาลูกผู้มีอันจะกิน ขุนนางและพ่อค้าชายก็มักจะมีการ แสดงทักษะเหล่านี้ด้วย เหมือนว่าสิ่งเหล่านี้จะใช้เป็นตัววัดความรู้และค่าของ ปัญญาชนของคนในดาวดวงนี้บุรุษของดาวดวงนี้มักจะเกี้ยวพาราศีสตรีกันแบบนี้สินะ เหมือนในนิยายจีนโบราณของชาติก่อนของผมเลยแฮะ  น่าสนใจดีจัง

                ‘แต่ว่าก็น่าสงสารสตรีของดาวเคราะห์นี้เหมือนกันนะ ยุคสังคมศักดินา ถ้าจะทำให้พวกเขายอมรับวัฒนธรรมของพวกเราคงต้องใช้เวลาและกำลังกับทรัพยากรมากแน่ อืม? วางแผนไปคราวๆก่อนละกัน คิดมากเกินไปโดยไม่มีข้อมูลก็รังแต่จะทำให้ปวดหัวซะเปล่าๆ ผมยังมีเวลาวางแผนก่อนจะถึงวันที่ต้องปฏิบัติภารกิจนี่น่า โอ้ว!นี่ไง ที่อยากรู้คงต้องหาโอกาศไปสำรวจสถานที่พวกนี้บ้างแล้ว ย่านโคมแดง สตรีมากมาย ไม่ว่าจะที่ไหนยุคไหนก็มีที่แบบนี้สินะ ชักอยากรู้แล้วสิคนสังคมยุคศักดินาเขาจะเที่ยวสถานที่แบบนี้กันแบบไหน’

                ‘ไม่รู้ว่าจะมีสาวงามแบบไหนบ้าง ฮิฮิ เอ่อ..นี้ก็เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างนึงสินะต้องจำไว้บ้างเล็กน้อยเผื่อจะเป็นประโยชน์ในอนาคต อาจจะมีประโยชน์ในการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับคนของดาวนี้ก็ได้  เอาละมาดูข้อมูลของแต่ละแคว้นแต่ละก๊กดีกว่า’

อาณาจักรใหญ่ๆก็มี4อาณาจักรสินะ

                อาณาจักรหลง  ตั้งอยู่ทางทิศตระวันออก ใกล้กับแนวป่าและสันเขามีป่าพฤกษาแมกไม้ขจี มีภูเขาและลำธารอากาศค่อนข้างอบอุ่น มีการเพราะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ พืชพันธ์เงางาม มีเส้นทางเดินเรือและค้าขาย ผู้คนส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรบ้างก็รับจ้างทำงานทั่วไป มีขุนนางปกครอง มีศาลคอยไต่สวนและเจ้าหน้าที่รักษาการคอยตรวจตรา ในอาณาจักรแบ่งออกเป็น 6 แคว้น ได้แก่  จิน(ทอง)  เตี่ยน(สายฟ้า)  ตี้(ดิน)  สุ่ย(น้ำ)  ฟง(ลม)  ฮัว(ไฟ) แทนมังกรทั้ง6ธาตุ สีประจำแคว้นเป็นสีเขียวและสีฟ้า มีจักรพรรดิ ราชวงศ์ หลง เป็นผู้ปกครองพื้นที่ภูมิศาสตร์มีปราการของภูเขาและธรรมชาติเป็นกำแพง ไม่มีการรุกรานและสงคราม เป็นอาณาจักรที่สงบมีฤดูใบไม้ผลิ เป็นตัวแทน ตราสัญลักษณ์คือมังกร  


                อาณาจักรไป๋ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอาณาจักรหลง ติดกับทะเลมี มีทะเลครามและประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง การเพราะปลูก การแปรรูปอาหาร และ เกลือ มีอากาศร้อนในบางฤดู ความเชื่อของคนในอาณาจักรนี้คือพยัคฆ์ขาวเป็นเทพแห่งการปกป้อง การคุ้มครอง เป็นราชาแห่งสรรพสัตว์ทั้งปวง รวมถึงเป็นราชันย์แห่งขุนเขาด้วย    มีป่าไม้และสัตว์ใหญ่คอยเป็นปราการทางธรรมชาติเศรษฐกิจถือว่าดีในระดับหนึ่ง แบ่งออกเป็น5แคว้น คือ เถี่ย(เหล็ก)  หยู(หยก)  ไฮโย่ว(ออบซิเดียน)  สือหลิว(ทับทิม)  เฟ่ยซุย(มรกต)พื้นที่ภูมิศาสตร์มีปราการป่าธรรมชาติและกำแพงทะเล ไม่มีการรุกรานและสงคราม เป็นอาณาจักรที่พึ่งพาอาศัยและเป็นมิตรกับอาณาจักรหลง มีฤดูใบไม้ร่วงเป็นตัวแทนของแคว้น ตราสัญลักษณ์คือพยัคฆ์


อาณาจักรเสวียนอู๋ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดติดกับภูเขาและธารน้ำแข็งมีอากาศหนาวเกือบตลอดทั้งปี ผู้คนของที่นี้มีการเลี้ยงชีพโดย การทำการขุดเหมืองในช่วงหน้าหนาว เป็นชั่งฝีมือตีชุดเกราะและส่งออกขายให้แต่ละอาณาจักร มีผ้าขนสัตว์และหนังสัตว์ ชาวบ้านมีอาชีพรับจ้างทั่วไป มีร้านอาหารและโรงเตี๊ยมคอยให้บริการ ของขึ้นชื่อของที่นี่คือปลามังกรหิมะ ถึงจะเรียกยังงั้นแต่มันก็แค่ปลาตัวใหญ่ในชั้นน้ำแห่ง มีการถนอมอาหาร ทำให้ประชากรของอาณาจักรสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้


                คนของที่นี่บุรุษมีร่างกายใหญ่โตแข็งแกร่ง แต่ก็มักจะสุขุมเยือกเย็นและสุภาพ สตรีของที่นี่มีร่างกายที่สมหญิงมากส่วนที่โค้งก็โค้งส่วนที่เว้าก็เว้า  ผิวขาวราวหิมะ  เรียกว่าสาวงามเลยก็ว่าได้อาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่หนาวอยู่เกือบตลอดทั้งปี จะมีแค่ช่วง3เดือนที่ทำการเพราะปลูกหรือส่วนใหญ่ก็ปลูกพืชฤดูหนาวหรือสพรุนไพรทุ่งน้ำแข็ง มีความเชี่ยวชาญในด้านสมุนไพรด้วย มีแคว้นทั้งหมด 2แคว้น คือฝ่ายเหนือและใต้ ทั้งสองแคว้นมีอำนาจเท่าเทียมกันเป็นการคานอำนาจระหว่าง2แคว้นทำให้เศรษกิจก้าวไปข้างหน้าได้ มีการติดต่อและค้าขายกับ อาณาจักร หลง ไป๋ จูเชวี่ย แต่ต้องส่งสินค้าและเดินทางไกลมาก

                สินค้าจากที่นี่จะขายได้ราคาสูงในอาณาจักรจูเชวี่ยกลับกันสินค้าของอาณาจักรจูเชวี่ยก็จะขายได้ราคาดีเมื่ออยู่ที่นี่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอาณาจักรทั้ง3  เป็นทั้งอาณาจักรอุสาหกรรมและยาสมุนไพร มีพื้นที่ป่าอยูทางตอนใต้ของอาณาจักรมีแม่น้ำลำธาร มีปราการหินและกำแพงน้ำแข็งที่ใหญ่ ทำให้มีอำนาจในระดับหนึ่ง


                อาณาจักรจูเชวี่ย ตั้งอยู่ทิศใต้มีผืนป่าและแม่น้ำขนาดใหญ่ขั้นไว้ระหว่าง อาณาจักรหลงและไป๋ มีการเพราะปลูก และงานช่างฝีมือมากมาย เป็นอาณาจักรที่เจริญก้าวหน้ามากที่สุดเศรษฐกิจถือว่าดีในระดับหนึ่ง  แตกต่างจากอาณาจักรอื่นที่นี่ สตรีที่มีความรู้ความสามารถและศักยภาพ สามารถเป็นขุนนางตำแหน่งเล็กๆได้ มีหญิงงามเลื่องชื่อ มีเส้นทางสายไหมทางเรือ ที่นี่เป็นอาณาจักรที่ดี ผู้หญิงสามารถมีสิทธิ์มีเสียงได้ในระดับหนึ่ง   ชาวบ้านของที่นี่ส่วนใหญ่เลี้ยงชีพโดยการทำเกษตรและเลี้ยงตัวไหม  มีอุสาหกรรมผ้าไหม และผ้าขนสัตว์  มีแจกันเครื่องปั้นและอัญมณี ถือเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่ง


                มีเส้นทางการค้าจากทั้งอาณาจักรไป๋และหลง มีแม่น้ำที่เชื่อมไปสู่ทะเลใหญ่ มีทั้งหมด 5แคว้น ได้แก่ หงซือ(แดง) หลันซือ(ฟ้า)  ลุ่ยซือ(เขียว) หวางซือ(เหลือง) เฮ่ยซือ(ดำ) มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอาณษจักรหลง ไป๋ เสวียนอู๋ แต่ก็มีพวกที่อิจฉาบ้าง เป็นธรรมดาของ ยุคสังคมศักดินาที่บุรุษบางคนก็ไม่ค่อยพอใจที่มีขุนนางหญิงถึงจะเป็นตำแหน่งเล็กๆก็มักจะมีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง


                ‘อืม…นี้คืออาณาจักรหลักๆสินะเป็นอาณาจักรที่พึ่งพาอาศัยกัน ผมควรจะเริ่มไปที่ไหนก่อนดีละ? มันเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะส่งผลต่อก้าวต่อๆไปของภาระกิจละน่ะ ต้องเป็นอาณาจักรและแคว้นที่ผู้คนเปิดกว้างหน่อย อืม.? แล้วก็ต้องเป็นแคว้นที่ที่เราสามารถติดต่อกับพวกเขาได้ ก่อนหน้านั้นก็ต้องทำให้พวกเขาเชื่อถือ ต้องมีอะไรที่พวกเขาให้ความสนใจและดึงดูดพวกเขา อืมงั้นก็ลงไปสำรวจแถวๆป่าทางเหนือของอาณาจักรจูเชวี่ยละกัน  เอาเป็นแถวๆตรงนี้เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ลึกเขาไปพวกสัตว์ที่มีสติปัญญาถึงจะอันตรายแต่ก็คงไม่เป็นไรดีกว่าผู้คนละนะ*’*

                ‘ถ้าคนเห็นผมพวกเขาคงต้องตกใจแน่เลยเพราะแค่สีของเส้นผมก็อาจทำให้พวกเขาสงสัยแล้วและผมอาจจะถูกมองว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายก็ได้ มันจะดีกว่าที่ผม จะค่อยๆเข้าไปสำรวจสิ่งมีชีวิตสัตว์ สภาพแวดล้อมและทรัพยากรณ์ต่างๆไปก่อน  ถ้ามีโอกาศค่อยหาวิธีติดต่อกับพวกเขา เอาละข้อมูลเท่านี้คงจะพอละที่เหลือก็ไปเตรียมพร้อมก่อน อย่างแรกก็เสื้อผ้าละกันตามรูปแบบการแต่งตัวของพวกเขาให้อารมณ์เหมือนพวกนิยายจอมยุทธของโลกก่อนเลย เดี๋ยวเอาตรงนี้ไปปรึกษาฟาหลันก่อนละกัน’

                ‘ให้เธอออกแบบชุดให้สักหลาย ๆ ตัวหน่อย   แล้วก็เครื่องประดับสินะ   ต้องมีอะไรเด่น ๆทำให้พวกเขาให้ความเคารพผมในระดับนึง  อ้อ!แล้วอุปกรณ์ที่จำเป็นในการตั้งแคมป์อืม? ไม่รู้จะเอาอะไรไปดียัดๆไปหมดเลยละกัน  เอ๋?เอาอะไรอีกดีน่า? เอาพวกอุปกรณ์ล่าสัตว์ไปด้วยละกันพวกเบ็ดตกปลา และก็ไปลองหาพืชพักป่าแล้วก็ไปสำรวจและปรับตัวให้ได้แบบพวกเขาว่าเขากินอะไร ใช้ชีวิตยังไง อารมณ์รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง พวกแบตสำรอง ชุดสูท  อุปกรณ์พยาบาลฉุกเฉินก็เอาไปด้วยดีกว่า’

                ‘อืมอาจต้องไปอยู่หลายวันไม่รู้ด้วยสิว่าจะกลับเมื่อไหร่ เอาไปเยอะๆเลยละกัน อ่า!นี่เกือบลืมไป! ต้องหาอะไรไปแก้เบื่อด้วยไม่งั้นเซ็งแย่ตอนไม่มีอะไรทำ  เอาเครื่องดนตรีไปด้วยละกัน  เหมือนในนิยายจอมยุทธก็ต้องเป็น กู่เจิ้ง ขลุ่ย ละนะให้บรรยากาศคลาสสิคดี แล้วก็ ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวด้วยจะให้พกปืนไปมันก็ยังไงอยู่ เดวว่างๆให้ฟาหลันออกแบบอาวุธประจำกายแบบโบราณๆดูดีกว่า แบบกระบี่เบา ไม่ก็อาวุธที่คล้ายๆกันแต่ก็ต้องไม่เหมือนพวกเขาชักตื่นเต้นแล้วสิไม่รู้ว่าพอไปปฏิบัติภารกิจจริงๆจะเป็นยังไง?’

 ‘อ้อและก็ต้องหาเวลาไปอธิบายกับทุกคนด้วยสิไม่รู้ว่าทุกคนจะทำหน้ายังไงถ้าผมบอกเรื่องที่ได้รับเลือกให้ไปปฏิบัติภารกิจสำรวจดาวเคราะห์ดวงใหม่  หลิวเอ๋อ คงจะโกรธผมน่าดูและก็บ่นว่าจะต้องตามไปด้วยแน่แต่ก็คงยากละนะ ฮะฮะ อืมค่อยบอกทุกคนละกันเอาไว้รอตอนที่จะต้องไปแล้วค่อยบอกจะได้ไม่โดนบ่นมาก  ตอนนี้ก็ไปหาฟาฟาก่อนดีกว่า**ให้ฟาฟา ช่วยออกแบบ เสื้อผ้าหลายๆชุด อ้อ ต้องมีเสื้อเกราะแบบแม่ทัพด้วย อือดีดี เหมือนพวกคอสเพลในชาติก่อนเลยแฮะ และก็เครื่องประดับ เดียวเลือกแร่สวยๆ แล้วให้ฟาฟาตัดสินใจออกแบบดีกว่า


                ‘อืม?เพิ่ม พวกอาวุธบินที่ใช้ปา กับ กระบี่เบาด้วย ไหนดูสิ อ้อใช่แล้วผมลืมไปได้ยังไง!ไหนๆก็ต้องทำให้พวกเขาเคารพแล้วมันจะดีกว่าถ้าพวกเขาจะไม่กล้าตลบหลังผมงั้นก็เล่นใหญ่ไปเลยละกัน ให้ฟาฟาออกแบบตราประจำตัวด้วยดีกว่าต้องให้มันทนประณีตและไม่สามารถสร้างเรียนแบบได้ต้องไปเลือกแร่พิเศษสักหน่อย เอาละวันนี้ก็พักแค่นี้ไว้ก่อนแล้วกันเห้อ!เหนื่อยมาทั้งวัน ถึงเวลาพักผ่อนแล้วพรุ้งนี้ค่อยไปหาฟาฟาละกัน...’

Xenious’Jeva ศักราชที่ 10034 เดือน ตุลาคม วันที่8 เวลา 00:45

*หลงเอ๋อวางแผนไปผจญภัยหลังจากได้รับหน้าที่จากการตัดสินใจของผู้นำหลายๆฝ่ายแห่งXenious’Jeva พ่อของหลงเอ๋อไม่ได้เข้มงวดอะไรแต่เพราะความเข้าใจผิดของหลงเอ๋อ เลยทำให้เขาคิดว่าตัวเองได้รับมอบหมายหน้าที่จากพ่อของเขาทำให้หลงเอ๋อกะตือรือร้นและแสดงออกจริงจังมันจึงทำให้พ่อของเขาเข้าใจผิดด้วย นึกว่าเขาต้องการช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ก็เหมาะสมเป็นพ่อลูกกันดี(สกิลการสื่อสารให้เข้าใจกันอยู่ในระดับติดดินน่าสงสาร)

**หลงเอ๋อดูข้อมูลที่ได้มาอย่างจำกัดตอนนี้ที่เขารู้มีแค่ 4อาณาจักรใหญ่  เขาตื่นเต้นเพราะที่ชาติก่อนหลงเอ๋อมักจะอ่านนิยายหรือไม่ก็ดูหนังภาพยนต์จอมยุทธกำลังภายในมันจึงมีอิทธิพลต่อตัวเขามาก

***อาณาจักรทั้ง4มีข้อดีและข้อด้อยต่างกันแต่ทั้ง4อาณาจักรพึ่งพาอาศัยกันและในทางกลับกันก็มีพวกขุนนางบางคนต้องการจะกลืนกินแคว้นของอาณาจักรอื่นๆอยู่เสมอ โดยอาณาจักรที่ถูกก่อกวนจากพวกขุนนางกังฉิน(ขุนนางชั่ว)มากที่สุดเพื่อเป็นการทำลายและดูถูกหรือที่อิจฉาสตรีที่เป็นขุนนางหรือมีความสามารถ ว่าด้อยกว่าบุรุษ ไม่ใช่ทุกแคว้นจะยอมรับสตรีเหมือนอาณาจักรจูเชวี่ย มันจึงทำให้เกิดการโจมตีในที่ลับและสงครามจิตวิทยา ใช้เล่ห์กลต่างๆทำลายอาณาจักรจูเชวี่ย

****ลูก****Tarorixหรือ หลิงน้อยตอนนี้ถูกดูแลโดยแม่ของหลงเอ๋ออยู่เธอนำมันไปดูแลแทนหลงเอ๋อในตอนนี้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น