ป้าลูกหนึ่ง

ลองแตกแบบวัยรุ่น...ยังไม่รู้จะลอดหรือเปล่า

ชุมนุมวุ่นวาย

ชื่อตอน : ชุมนุมวุ่นวาย

คำค้น : นิยายวาย กำลังภายใน ย้อนยุค ฮาเร็ม ชาย แฟยตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2561 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชุมนุมวุ่นวาย
แบบอักษร

ในซอกกำแพงข้างจวนเฟยฮวาที่กำลังก่อสร้างส่วนต่อเติมเพื่อทำที่พักของแขก 

มีคนผู้หนึ่งในชุดสีน้ำทะเล ใช้ผ้าคลุมหัวพันหน้าจนดูไม่ออกว่าเป็นใคร กำลังก้าวออกมาอย่างเร่งรีบ สองตาคอยสอดส่องเหมือนมองหาบางอย่าง ดูน่าสงสัยเป็นอย่างมาก 

ทางที่คนผู้นี้เดินไปคือแหล่งที่ผู้คนพลุกพล่านเป็นที่สุด 

"ไปไหน..ไอ้น้ำเน่า"

"เหี๊ย!!!ไอ้ฟ้า...มึงเป็นสต็อกเกอร์หรือไง..ตามกูอยู่ได้.."

บุรุษผู้นั้นคือเทียนหยางหลิวและผู้ที่ตามดินเหมือนแมลงวันตอมขี้ นั้นคือลู่หนิงเทียน 

"กู..แค่เห็นคนน่าสงสัยเลยตามมา.."

"ตอแหล..ไอ้..ฟ้าหม่น.."

ฟ้าเบ้ปากมองบน เบื่อพวกรู้ทัน..

"ว่าแต่มึงจะไปไหนวะ..ไอ้ดินยิ่งบ่นอยู่..บ่นจนหูกูไร้ความรู้สึกแล้วเนี่ย.."

"กูจะไปที่ลานชุมนุมที่จัดขึ้นทุกเจ็ดวันให้พวกคนมีของมาแสดงความสามารถ"

"งั้นกูไปด้วยไอ้น้ำ..กูอยากไปดู"

"มึงต้องไปวางระบบท่อน้ำกับสร้างเครื่องส่งน้ำไม่ใช่เหรอไง...เดี๋ยวไอ้ดิน แม่ง สั่งอดข้าวมึงหรอก"

น้ำทำท่าปาดคอใส่น่านฟ้าที่หนีงานออกมาเที่ยวข้างนอก

"มึงไม่ต้องห่วง กูว่าไอ้ดิน แม่งไม่มีแรงมาหาเรื่องกูแน่นอน..ว่าไป..กูมีเรื่องนินทาวะ พ่อแก่กูโดนเบิกเนตรแล้วมึง ควบสองอีกต่างหาก..นำหน้ามึงกับกูเรียบร้อย"

"ห๊า!!พ่อแก่ดินเนี่ยนะ...มึงตาฝาดหรือเปล่า..ไอ้ห่านั้นปากเก่งแต่ แม่ง !!!!!

ไม่ยอมเสียพรมจรรย์ก่อนแต่งแน่นอน ขนาดเมื่อก่อนสาวแก้ผ้าต่อหน้ามันยังไม่มองเลย ว่าแต่ใครวะ?"

สายนทีเริ่มสนใจ สองคนเดินคุยกันเรื่องแดนดิน ผ้าที่เคยคลุมหัวไว้ก็ไม่ได้คลุม...เรื่องได้รู้จากปากไอ้ฟ้าหม่นน่าสนใจ จนลืมมองรอบข้างไปเสียสนิท

"ก็วันก่อน..กูหิวไง..ก็ว่าจะไปหาอะไรแดกที่ครัวไอ้ดินเพราะมันชอบทำขนมใส่ตู้ไว้..พอเดินไปจะถึงประตูครัว กูได้ยินเสียงคนคุยกัน ต่อมเผือกกูทำงานก็เลยแอบย่องไปด้านหลังที่หน้าต่างแง้มอยู่..แล้วววววว......"

ฟ้าลากเสียงยาว  น้ำก็ลุ้นตัวโก่ง..

"มึง..เร็วดิ..กูอยากรู้"

"กูเห็นพ่อบ้านจิวเหลียง เทน้ำผึ้งลงบนตัวไอ้ดินที่นอนเปลือยอยู่บนโต๊ะกินข้าว แล้วไม่ใช่คนเดียวนะมึง หลิงซานน้องชายของพ่อบ้านจิวที่เพิ่งมาอยู่หลังจากมันกลับมาจากจวนเจ้าเมือง จับหน้าไอ้ดินใโม๊กไส้กรอกยักษ์อยู่...เหี๊ย!!..มึง..กูว่าสองคนนั้นต้องรู้ว่าถูกแอบดูวะ..มันกระซิบอะไรไอ้ดินไม่รู้..มันลุกพรวดหน้าแดงแจ๋มองมาทางกู..ดีนะกูหลบทัน..ห่า..ไม่อยากจะเชื่อเลยเพื่อนกู"

"มึงว่าพวกเราจะได้ผัวเหมือนไอ้ดินหรือว่าจะได้เมียวะ"

ก็ไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ แต่แอบหวังเล็กๆว่า อยากได้ภรรยาตัวเล็กสักคนมากกว่าผัวตัวเท่าควาย

"ผัวแน่นอน...มึงกับกูไม่รอด..ทำใจแต่เนินๆเลยมึง..พ่อแก่ดินยังเสียที..มึงกับกูแรดพอกัน..ไม่รอด.."

"เอ่อ..สัส..มึงดิแรด..กูแค่อ่อย"

"เหรอ...จะคอยดู"

"ว่าแต่...มึงว่า..รอบตัวเราเงียบไปไหมวะ"

ใช่ ตลาดที่คนควรจะพลุกพล่านส่งเสียงจ๊อกแจ๊ก  มันเงียบเหมือนป่าช้า สองแสบมองไปรอบมีแต่คนมองมาทางนี้..โดยเฉพาะบุรุษ..ส่วนสตรีทำหน้าแดงๆมองมาทางนี้

"มึง..เขามองเราทำไมวะ..หรือว่าเสื้อผ้ากูขาด"

น้องฟ้าหันรีหันขวามองรอบตัวแล้วก็ไม่นะ...ไม่มีอะไรผิดปกติ

"นั้นดิ..รีบเดินเถอะเลี้ยวโค้งนี้ก็ถึงลานชุมนุมแล้ว..ป่ะ"

สองคนจ้ำพรวดเดินเหมือนวิ่ง ไม่ได้มองดูด้านหลังสักนิดว่าที่ทุกคนมองคือ บุรุษผู้มีหนวดเครารุงรัง แต่รูปร่างทรมานใจทั้งสตรีและบุรุษ ยืนอยู่บนกำแพงสูงเหนือหัวตัวเอง

"เจอแล้ว...หึ..หึ.."

แล้วร่างอันใหญ่โตก็หายวับไป เหมือนไม่เคยมีตัวตน

......

ลานกว้างที่มีต้นไม้และดอกไม้ชูช่อแข่งกันบานสะพรั่ง มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยจับกลุ่มตามมุมต่างๆ สตรี บุรุษ ผู้ใหญ่และเด็ก ล้อมดูการแสดงดนตรีบ้าง กายากรรมบ้าง ร่ายรำบ้าง บางกลุ่มแต่งกลอนกาพย์โคลง 

ดูแล้วก็คงคล้ายสวนลุมตอนจัดงาน มายากลสตีด สองแสบเดินดูตามกลุ่มต่างๆไปเรื่อยจนมาหยุดที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่คล้ายต้นซากุระ ที่กำลังผลิตดอกสีชมพูเต็มต้น 

"นี้ถ้าเราทำแบบพวกเขา แล้วโปรโหมดร้านไปด้วยจะดีไหมวะ ถ้าคนสนใจเยอะที่ร้านก็เพิ่มดนตรีบ้าง ร่ายรำบ้าง เอาที่แปลกๆใหม่ๆน่าจะดึงคนได้เยอะอยู่"

"ความคิดดีนี้หว่า..แต่ว่าจะเอาจริงดิ...ไม่ได้เตรียมอะไรมาสักอย่าง แล้วเราจะแสดงอะไรล่ะ"

"มึงเล่นดนตรีอินเดียเป็นใช่ป่ะ..กลองอินเดียอ่ะ.."

"อืมเป็น..กบองแบบนี้คงคล้ายอยู่ แทนกันได้มั้งคล้ายกัน"

"เอานั้นหละ...ดีนะเมื่อไม่กี่วัน ก่อนกูทำชุดไว้เพื่อได้ใช้.มามึงมาแต่งตัวกัน"

"เอ๊ย!!ไอ้ฟ้า.."

อยู่ๆ..น้องฟ้าก็ดึงกระโจมออกมาจากแหวนมิติ แล้วดึงน้องน้ำเข้าไปในกระโจมทันที

"ไอ้ฟ้า ถ้ากูไม่รู้จักมึงมาก่อน...กูว่ามึงเป็นแอบ..วะ..โห..แต่ละอย่าง อย่าบอกนะว่ามึงทำเอง"

ถึงน้ำจะรู้ว่าฟ้าเก่งทางด้านดีไซค์มากจนเปิดแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองตั้งแต่อายุเท่านี้ แต่ไม่คิดว่ามันจะชอบแม้แต่เสื้อผ้าผู้หญิง แต่ละตัวที่เห็นเรียงรายต่อหน้า ทำเอาตาพร่า ผมที่เป็นผู้ชายยังรู้สึกถึงความสวยงามปราณีต

ชุดที่ไอ้ฟ้ากำลังใส่ให้ เป็นชุดที่เคยเห็นในหนังที่เกี่ยวกับชาวเปอร์เซียแต่ผสมผสานกับงานอินเดียได้กลิ่นไออารยะธรรมเก่าแก่

ชุดยาวกล่อมเท้าสีเหลืองทองปักเลื่อมตามขอบผ้าด้วยกระจก ด้านในเป็นกระโปรงสีเขียวขี้ม้า สีตัดกันอย่างลงตัว 

ถึงแม้ชุดจะยาวกล่อมเท้าและแขนเสื้อยาวเกือบเท่ากัน แต่ขอบอกว่ามันแหวกจนถึงขาอ่อนยามเมื่อเดิน แขนเสื้อเช่นกันแหวกจนถึงข้อศอกเผยแขนเรียว สำหรับสมัยนี้ถือว่ากล้ามากที่เปิดเผยเนื้อหนังต่อหน้าสาธารณชน

พีคก็ตรงหน้าอกที่ปักเลื่อมกระจก เสื้อสั้นแค่สองคืบ เผยหน้าท้องและสะดือเล็กให้เห็น นี่มึงถึงขนาดทำหน้าอกปลอมขนาดเล็กใส่ให้ด้วย..จับๆดูก็นิ่มมือดีหมือนกัน

ข้อเท้าติดกระพรวนยามก้าวเดินหรือขยับเพียงน้อยนิดก็จะเกิดเสียงกรุ๊งกริ๊ง ข้ามือมีกำไลเป็นเส้นเล็ก นับร้อยทั้งสองข้าง

ผมประดับด้วยดอกมะลิที่ร้อยสับหว่าง มีกุหลาบแดงดอกเล็กเป็นอุบะ ห้อยแสกกลางหว่างผม ต่างหูก็เช่นเดียวกันที่ทำจากดอกไม้ ผมที่ยาวบ้างแล้ว ถูกรวบหลวมๆต่อด้วยผมปลอมที่ไม่รู้มันไปสรรหามาจากไหนเป็นเปียยาวถึงสะโพก

แต่งด้วยดอกไม้สีขาว ดวงตาที่กลมโตถูกถ่านสีดำกรีดจนคมเข้ม ปากและแก้มถูกทาชาดแดง

พอตื่นตาขึ้นอีกที. ก็จำไม่ได้ว่าตรงหน้าคือตัวเองเพราะนี้มันช่างแตกต่างจำเค้าเดิมไม่ได้

"มึง..สวย...กูจำตัวเองไม่ได้เลยมึง...โห..เทพวะ"

"แน่นอน.....มึงกูเก่งดีไซค์ ก็ต้องเก่งแต่งหน้าด้วยสิ...หึ..หึ.. ทีนี้มึงก็ไม่ต้องกลัวใครจำได้แล้ว..เต็มที่เพื่อนเอาให้สนุกสุดๆ..ก่อนจะกลับไปหูชาเวลาโดนไอ้ดินด่า"

"แล้วที่มึงเรียนเครื่องกล..จนได้รางวัลระดับโลกมามันเกี่ยวไหมวะ..."

"อันนั้น...บอกตรง..กูว่างเลยลองดู..ดันชอบวะ"

"ว่าง เนอะมึง"

แล้วฟ้าก็แต่งตัวเช่นกันเหมือนกันเหมือนฝาแฝดแตกต่างก็คงเป็นสีผิวที่อีกคนออกขาว อีกคนผิวสีน้ำผึ้งแต่งชุดเหมือนกันแบบนี้ทำให้มองดูแล้วสวยคนละแบบ

ก้าวออกมาจากกระโจม ยังไม่มีใครสนใจทั้งสองคน เพราะต่างสนใจการแสดงจากสาวๆและหนุ่มสวย จากอีกฝั่งที่กำลังแสดงอยู่อย่างยั่วยวนจนละสายตาไม่ได้

น้ำนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไม้ที่มีแท่นหินเรียบพอที่จะนั่งได้พร้อมกลองสั้น ส่วนฟ้ายืนทำสมาธิท่ามกลางดอกไม้ที่พลิ้วตามแรงลม 

ช่างน่าสงสารเหล่าผู้คนที่พลาดความสวยงามที่แม้จะมิได้ขยับเพียงแค่ยืนนิ่งก็ยังน่ามอง

หากกลับมีบุคคลหนึ่งไม่พลาด..แต่กลับมองว่าคนที่นั่งมีกลองบนตักนั้น งดงามยิ่งกว่า 

"มึง...เอาเพลงอะไร..ลืมถาม"

"เอ่อวะ..ลืม..งั้นก็ Dola Re Dola"

"เค"

เสียงกลองที่เริ่มต้น เสียงกระพรวนที่ส่งเสียงตามแรงขยับข้อเท้า การร่ายรำแปลกตา ค่อยๆเรียกผู้คนให้หันกลับมาดู ผู้คนทยอยกับมามุงดูอย่างสนใจ ฟ้ายังคงระบำไปเรื่อย ตามเสียงของกลองที่ยังคงตีอย่างต่อเนื่องและสนุกสนาน 

เสียงหัวเราะเบิกบาน ทำให้บรรยากาศสนุกสนาน มีบ้างที่มีคนร่วมแจมกับฟ้าและน้ำ ลูกเล็กเด็กแดงเต้นตาม จนกระทั้งเสียงกลองหยุดลง พร้อมกับเสียงตบมือที่ดังกึกก้อง

พร้อมคนผู้หนึ่งที่ตรงเข้ามาอุ้มน้องน้ำหายไปต่อหน้าต่อตา






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น