หลินหลิน / แมวสีหม่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 ม่านหมอกความทรงจำ 1

ชื่อตอน : บทที่ 1 ม่านหมอกความทรงจำ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 223

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 06:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ม่านหมอกความทรงจำ 1
แบบอักษร

“ฝน!” หญิงสาวร่างเล็กผิวพรรณผุดผ่อง สวมเดรสผ้าลูกไม้สีชมพูหวานผุดลุกขึ้นยืนแล้วฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือเหยงๆ ทำให้คนที่เพิ่งผลักประตูเข้ามาด้านในอดยิ้มตอบไม่ได้ เจ้าหล่อนมีใบหน้าอ่อนเยาว์ ดูอายุน้อยกว่าความเป็นจริง ผมดำขลับถักเปียไว้ทางด้านหลังยิ่งทำให้หล่อนเหมือนเด็กสาววัยมหา’ลัยมากว่าสาววัยทำงาน

“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้ว” อีกฝ่ายปรี่เข้ามาหา เอื้อมมือนุ่มๆ คว้าแขนของคนที่เพิ่งก้าวผ่านประตูมาลากไปที่โต๊ะกลางร้าน

โต๊ะตัวยาว บัดนี้มีชายหนุ่มหญิงสาวเกือบยี่สิบคนนั่งจับจองและพูดคุยกันอย่างออกรส ครั้นเห็นหล่อนก็พากันโบกไม้โบกมือ ส่งเสียงโห่ร้อง บ้างก็เอ่ยแซ็ว

“คุณหนูฝนมาด้วยโว้ยวันนี้!”

คนพูดเป็นชายหนุ่มผิวคล้ำร่างใหญ่ ไว้หนวดเคราจนเขียวครึ้ม แต่ที่ทำให้ดูดีคือลักยิ้มบนแก้มซ้ายที่เรียกว่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้สาวน้อยมากหน้าหลายตามาติดพันธุ์

“วันนี้ว่างหรือจ๊ะฝน”

คนถามคือคนที่นั่งอยู่ข้าง เป็นสาวร่างแบบบาง ผมสีน้ำตาลทองยาวประบ่าดัดเป็นลอนเล็กน้อย เจ้าหล่อนสวมเสื้อสายเดี่ยวคว้านคอลึกจนเกือบจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน ดวงตาที่ทอดมองมาไม่เชิงเป็นมิตร หากก็ไม่นับว่าเป็นศัตรู

สายฝนเพียงยกยิ้มบางๆ ทำหูทวนลมไม่สนใจ หย่อนกายลงนั่งข้างหญิงสาวคนที่เดินออกไปต้อนรับหล่อนอย่างยินดี สองตากวาดมองซ้ายขวาราวกับหาอะไรบางอย่าง

“มาไม่ครบหรอก”

ราวกับรู้ใจ นลินพูดขึ้นทันทีที่เห็นอากัปกิริยาของหล่อน

“เต้ มน อิน แก้มติดธุระมาไม่ได้” คนฟังทำเพียงเลิกคิ้ว ไม่ได้สนใจอะไรนัก กระทั่งประโยคสุดท้าย “ส่วนลูกศร...ได้ยินว่าอาจจะไม่มา”

หล่อนหันขวับไปมองคนพูดอย่างสนใจ คิ้วเรียวโค้งสวยขมวดมุ่น แววตาเปี่ยมด้วยความสงสัย

“ทำไม...” คนถามมองสบตา เอียงคอมองผู้เป็นเพื่อนอย่างสงสัย

ใครๆ ก็รู้ คนอย่างสายฝน นาฏยรัตน์ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจนเช่นนี้ ใบหน้าของหล่อนมักจะเรียบเฉย นานครั้งถึงจะมีรอยยิ้มประดับบนริมฝีปาก และยิ้มนั้นมักจะน้อยกว่าน้อย จนถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงไม่เห็น

‘ยายฝนน่ะมันหยิ่งจะตาย อย่าไปคุยกับมันเลย’

‘ทำตัวเชิดๆ อย่างกะสวยตายละ!’

‘ยายฝนมันไม่เคยเห็นหัวพวกเราหรอก!’

ประโยคเหล่านั้น มักเป็นสิ่งที่ใครๆ ได้ยินจนคุ้นชิน หากผู้เป็นหัวข้อของการซุบซิบนินทามักจะทำเป็นไม่ใส่ใจ มีบ้างที่มองด้วยหางตาราวกับอาฆาตแค้น แต่ก็แค่นั้น...สายฝนไม่เคยทำร้าย ต่อว่าหรือด่าทอใครแม้สักคน ถึงใครๆ จะบอกว่าหล่อนนิสัยไม่ดี เห็นแก่ตัว เย่อหยิ่ง จองหอง หล่อนก็ยังคงเป็นหล่อน...เริดๆ เชิดๆ เย่อหยิ่ง และไม่สนคำพูดของใคร

ทว่าวันนี้ เมื่อพูดถึงลูกศร ความสนอกสนใจที่แสดงออกมาทางสีหน้าทำให้เพื่อนที่นับว่าสนิทกว่าใครอย่างนลินอดแปลกใจไม่ได้

“ฝนอยากเจอลูกศรหรือ”

คนถูกถามเม้มริมฝีปาก ก่อนส่ายหน้า

“เปล่า...เปล่าหรอก”

บทสนทนาสิ้นสุดลงเมื่อสายฝนเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำที่บริกรเพิ่งเทน้ำใส่ลงไปจนเต็มแก้วเมื่อครู่นี้ขึ้นมาจิบ แขนข้างหนึ่งกอดอกไว้ หลังเอนพิงพนัก ขาข้างหนึ่งยกขึ้นมาไขว่ห้าง ไหล่และคอตั้งตรง หน้าเชิด...มาดแบบนี้ เพื่อนบางคนเคยซุบซิบ

‘นางพญาหงส์!’

กับอีกบางคนอดไม่ได้ที่จะค่อนขอด

‘พวกคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ไม่เคยเห็นหัวใคร!’

และก็มาดแบบนี้อีกเช่นกันที่ทำให้สายฝนมีเพื่อนน้อยมาก บางคนคบหาเพื่อผลประโยชน์ บางคนคบไปตามมารยาท ...ที่จริงใจต่อหล่อนที่สุด เห็นจะมีแต่นลินเพียงคนเดียวเท่านั้น

แต่เจ้าตัวก็ชินเสียแล้ว หล่อนไม่โหยหาหรือเรียกร้องต้องการให้ใครมาคบหล่อน อยากคบก็คบ ไม่อยากคบก็ต่างคนต่างไปก็เท่านั้น

“เอ...ยายลูกศรมันจะไม่มาจริงๆ หรือเนี่ย”

เพื่อนคนหนึ่งพึมพำขึ้นมา ตามมาด้วยคำถามอีกสองสามประโยคจากบรรดาเพื่อนคนอื่นๆ

“ไม่ได้เห็นหน้ามันตั้งห้าปี ไม่รู้มันเป็นไงบ้าง”

“พวกแกมีใครเคยเจอมันบ้างวะ”

“หน้าตามันเปลี่ยนไปหรือเปล่าวะ...คงสวยขึ้น”

“เมื่อก่อนมันป๊อบจะตาย ฉันละอิจฉามันจริงๆ มีแต่คนหล่อๆ มาจีบมัน!”

เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ สายฝนไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยนิด หล่อนสนใจแต่จิบเบียร์ที่เพิ่งสั่งบริกรเมื่อครู่นี้...จิบแล้วจิบเล่า ไม่สนใจจะเข้าร่วมวงสนทนา

“เออ! ว่าแต่มันเลิกกับพี่หมอกหรือยัง ใครรู้บ้าง”

มือที่ถือแก้วเบียร์รีบวางลงทันที ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว

“เคยเลิกกันตอนมันอยู่ปีสาม แต่ตอนนี้ฉันได้ยินว่ากลับมาคบกันแล้วนะ”

“แกไปรู้มาจากไหนวะ”

ก่อนที่ใครคนนั้นจะตอบ เสียงกระดิ่งประตูที่ดังกรุ๊งกริ๊งเรียกให้ทั้งหมดหันไปมอง จึงพบว่าผู้ที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนาอยู่ในขณะนี้กำลังเปิดประตูและก้าวเข้ามาด้านในพร้อมกับรอยยิ้ม

บรรดาเพื่อนๆ ต่างร้องทักอย่างยินดี พลันอุทานอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นคนที่เดินตามหลังมา

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีขาวล้วนสวมทับด้วยเสื้อเชิตยีนแขนยาวที่พับไว้เหนือข้อศอกกับกางเกงยีนสีเข้ม รองเท้าที่เขาสวมเป็นรองเท้าผ้าใบเก่าๆ

แสงตะวันที่สาดส่องผ่านกระจกเข้ามา กระทบใบหน้าของชายผู้นั้นจนทำให้สายฝน มองเห็นใบหน้าของเขาเป็นเพียงเงารางเลือน

รางเลือน...ดั่งเช่นความทรงจำที่ถูกกักเก็บไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ

ครั้งหนึ่ง ความทรงจำเหล่านั้นถูกปิดล็อกไว้อย่างแน่นหนา ทว่าวันนี้...เพียงพบกันแค่เสี้ยววินาที เปลือกที่ห่อหุ้มกลับ กะเทาะออกทีละน้อย ความทรงจำเมื่อวันวานค่อยๆ ผุดพร่าง

ความรู้สึกบางอย่างหลั่งไหลจนท่วมท้นหัวใจ

สายฝนแทบจะผุดลุก แต่เพราะควบคุมตัวเองเป็นอย่างดีมาตลอด ทำให้หล่อนยังนั่งอยู่บนเก้าอี้...มาดนางพญาโดดเด่นกว่าใครอื่น

เขาหันมามองหรือไม่ หล่อนไม่รู้ เพราะตาของหล่อนพร่ามัวจนแทบไม่เห็นอะไร

“พี่หมอก!”

เสียงของนลินที่เรียกชายผู้นั้นดังก้องอยู่ในหัวของหล่อน มันสะท้อนกลับไปกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า เสมือนฉุดดึงหล่อนกลับสู่ม่านหมอกความทรงจำเมื่อครั้งวันวาน...ในวันที่หล่อนพบกับผู้ชายคนนี้เป็นครั้งแรก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น